‘ผู้เล่นเควินบรรลุเงื่อนไขการหลอมรวมตามคัมภีร์เพลงดาบปัญจวชิรา กระบวนท่าชี้ทางมาร และ กระบวนท่าขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูร ถูกผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นสูงสุด กระบวนท่าดาบเดียวพิชิตทั่วหล้าค่ะ’
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นสูงสุด ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า
แว่วเสียงของระบบแจ้งถึงความสำเร็จของการหลอมรวมเพลงดาบของผม หากผมไม่ได้สนใจมากนักแต่กลับกำลังจ้องมองดูเกลียวดาบที่เกิดจากกระบวนท่าชี้ทางมาร กำลังวกลงมาปะทะกับปราณดาบที่ควงสว่านพุ่งเข้าไปหาเกลียวดาบนั่น ก่อนจะเกิดคลื่นพลังกลุ่มหนึ่งแผ่กระจายเป็นวงกว้างทั่วห้อง หลังจากที่กระบวนท่าทั้งสองชนกัน และแทนที่มันจะหักล้างกันตามที่ผมคิดไว้ กลับกลายเป็นว่าปราณดาบทั้งหมดกำลังหมุนวนรวมตัวบีบอัดกันเรื่อยๆ จนกระทั่งปราณดาบทั้งหมดถูกยุบเข้าเป็นจุดเดียว จากนั้นก็แปรสภาพจากปราณดาบนับหมื่นเป็นดาบสีขาวสว่างจ้าเพียงเล่มเดียว และพริบตานั้นเองมันก็พุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูง จนมองเห็นแค่เส้นแสงสีขาวเป็นทางยาวเท่านั้น
ฉัวะ!
ร่างของคัมภีร์หลอมรวมฯ ถูกดาบสีขาวเล่มนั้นแทงทะลุบริเวณหัวใจพอดิบพอดี กระนั้นผู้ที่ถูกโจมตีกลับยิ้มให้เขาเพื่อแสดงความยินดีเท่านั้น ก่อนที่ร่างนั่นจะค่อย ๆ เลือนหายไป
“เก่งมากเจ้าสำเร็จไป 1กระบวนท่าแล้ว”
เสียงของเจ้าคัมภีร์หลอมรวมฯ ดังขึ้นจากเบื้องหลังของผม และเมื่อหันกลับไปก็พบว่ามันกำลังยืนยิ้มให้อยู่ ก่อนจะเดินใกล้เข้ามาหาผมเรื่อย ๆ
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่ภายในห้วงแห่งจิตของเจ้า ข้าไม่มีวันตายหรอก” ราวกับว่ามันจะรู้ว่าผมจะถามอะไรจึงชิงตอบก่อน
“...”
“เอาล่ะ...ถึงเวลาที่ข้าต้องส่งเจ้าให้ตื่นแล้ว”
“ทำไมล่ะ” เจ้าคัมภีร์หลอมรวมนั่นไม่ตอบ แต่กลับส่งยิ้มแบบแปลก ๆ ให้ผม
“เจอกันใหม่เมื่อเจ้าต้องการหลอมรวมเพลงดาบกระบวนท่าต่อไป”
มันพูดได้เพียงเท่านั้นก็พุ่งร่างเข้าหาผมด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะใช้นิ้วชี้จ้ำบนหน้าผากของผมอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนร่างของมันจะเลือนลางหายไป ฉับพลันนั้นรอบกายผมก็เกิดการบิดเบี้ยวของห้วงอากาศอย่างหนัก พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ไม่สามารถขยับแขนขาได้ และวินานั้นเองทุกอย่างที่อยู่โดยรอบก็ดับแสงลง ทิ้งให้ร่างของผมต้องลอยเคว้งคว้างกลางความมืดมิด แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะร่างของผมกำลังถูกดูดขึ้นไปข้างบนอย่างรุนแรง...
วูบ!
“เฮือก!”
ผมสะดุ้งสุดตัวก่อนจะลืมตาโพล่งขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิบนพื้นถ้ำหลังม่านน้ำตก ไม่ใช่ถูกอะไรบางอย่างดูดด้วยความแรงอย่างที่คิด เบื้องหน้าของผมนั้นเป็นตำราคัมภีร์หลอมรวมฯ ที่วางอยู่ไม่ไกลจากตัวผมเท่าใดนัก
กึก!
ผมขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตากวาดไปทั่วถ้ำก็พบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่ผมเข้ามาแรก ๆ
“สำเร็จแล้วเหรอ”
ผมพึมพำถามกับตัวเอง แม้จะรู้ว่ายังไงก็หาคำตอบไม่ได้ ก่อนจะมองดูมือทั้งสองข้างของเพื่อสำรวจดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมาหรือเปล่า อย่างเช่นมีสัญลักษณ์แปลก ๆ หรือว่าชิ้นส่วนอะไรเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็พบว่าทุกอย่างยังคงอยู่ดีไม่มีอะไรผิดแผกไปจากเดิมของมัน หรือว่าเรื่องราวเมื่อครู่จะเป็นพียงแค่ความฝันอย่างนั้นเองเหรอ แต่ทำไมผมเหมือนรู้สึกราวกับพึ่งไปผจญมาล่ะ...
‘ผู้เล่นเควินหลอมรวมทักษะเพลงดาบปัญจวชิราสำเร็จ กรุณาส่งภารกิจที่อาจารย์เมคินค่ะ’
จู่ ๆ เสียงของระบบก็ดังแจ้งบางอย่างขึ้นมา ซึ่งมันทำให้ผมถึงกับฉีกยิ้มดีใจทันที นั่นหมายความว่าผมทำสำเร็จแล้ว และที่สำคัญสิ่งที่ผมไปพบมาเมื่อครู่ก็ไม่ใช่ความฝัน งั้นก็แสดงว่าผมพึ่งไปหลอมรวมทักษะภายในใจตัวเองมาจริงๆ สินะ
ติ๊ด!
ผมยังข้องใจอยู่จึงได้เรียกหน้าต่างโฮโลแกรมที่บอกรายละเอียดของทักษะขึ้นมา ก่อนจะไล่สายตาอ่านทักษะที่ตนมีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ทักษะหนึ่ง
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา (ขั้นสูงสุด)
กระบวนท่าที่ 1 ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า
เป็นกระบวนท่าดาบที่อัดพลังโจมตีของกระบวนท่าชี้ทางมาร
กับกระบวนท่าขั้นที่ 2ทะลวงใจอสูร ให้กลายเป็นดาบเดียว
ที่ปลิดชีวิตศัตรูโดยไม่ทันตั้งตัว(ต้องการพลังออร่า 120,000 จุด)
พลังโจมตีด้วยทักษะ : 3,200 ~ 3,800 จุด / ดีเลย์ : 15 วินาที
กระบวนท่าที่ 2 ?????????
(ยังไม่มีข้อมูล)
กระบวนท่าที่ 3 ?????????
(ยังไม่มีข้อมูล)
กระบวนท่าที่ 4 ?????????
(ยังไม่มีข้อมูล)
กระบวนท่าที่ 5 ?????????
(ยังไม่มีข้อมูล)
ติ๊ด!
ผมปิดหน้าต่างนั่นลงเมื่ออ่านรายละเอียดของทักษะใหม่ที่ได้รับจบลง ก่อนจะฉีกยิ้มอีกครั้งเมื่อพบว่าพลังโจมตีของมันนั้น เทียบเท่าได้กับทักษะเพลงดามมหนภากระบวนท่าผ่ากิเลนเลยทีเดียว แถมยังใช้แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องพลังชีวิตจะลดลงด้วย นั่นก็หมายความว่าผมสามารถใช้ทักษะนี้ได้เท่าที่ตัวเองต้องการ โดยเสียแค่พลังออร่าเท่านั้น อีกอย่างกระบวนท่าดาบ 2-5 ที่ยังไม่มีข้อมูลนั้น คงเป็นกระบวนท่าที่เกิดจากการหลอมรวมท่าที่เหลือแน่ ๆ ซึ่งผมคงต้องหาเวลามานั่งหลอมรวมให้เสร็จอย่างแน่นอน เพื่อจะใช้มันให้เป็นเครื่องมือต่อสู้ต่อไป แล้วทีนี้ทักษะเพลงดาบมหนภาที่ชอบสูบพลังชีวิตเวลาใช้ก็ลืมไปได้เลย
“เอาล่ะ...ที่เหลือก็ส่งภารกิจ”
ผมพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบคัมภีร์เล่มนั้นโยนเข้าหน้าต่างเก็บไอเทม ก่อนจะผนึกพลังออร่าไว้ที่เท้าของตัวเอง แล้วเรียกใช้ทักษะเหยียบนภาเพื่อเหินทะลุออกจากม่านน้ำตกไป และทันทีที่ผมพ้นออกมาได้ก็พบว่าอาจารย์เมคินกำลังยืนไขว้มือไว้ข้างหลังบนโขดหินก้อนหนึ่ง แล้วจ้องมองผมอย่างแน่นิ่งด้วยอาการเงียบขรึม
“เก่งมาก...สมแล้วที่เป็นศิษย์ข้า สามารถหลอมรวมทักษะได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 30นาทีด้วยซ้ำ”
แม้ปากของอาจารย์เมคินจะพูดชมผมแบบนั้น แต่พลังออร่าที่แผ่ออกมาก็ทำให้ผมสัมผัส และคาดเดาได้ว่าผู้เป็นอาจารย์ของตัวเอง กำลังจะทำสิ่งใดในอนาคตอันใกล้นี้
“โอเพ่น...แบ็ก” เร็วเท่าความคิดผมรีบเรียกหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบการ์ดดาบมังกรเพลิงมาถือไว้แล้วคลายผนึกมันทันที ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่อาจารย์ของผมระเบิดทักษะโจมตีออกมา
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูร (ชี้ทางมาร)
ปราณดาบนับพันถูกสร้างขึ้นมากลางอากาศ ก่อนมันจะค่อย ๆ หมุนรวมตัวกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นควงสว่างพุ่งเข้าหาผม ตอนนี้ผมไม่มีเวลาจะป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้น และที่อาจารย์เมคินทำแบบนี้ ก็เพื่อจะบีบให้ผมใช้ทักษะใหม่ที่ได้รับมาโจมตีกลับอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็สนองกลับทันที
วูบ!
พลังออร่าไหลทะลักออกจากร่างของผม จากนั้นผมก็บังคับให้มันหล่อหลอมกลายเป็นดาบผลึกสีฟ้าใสอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือขวาที่จับดาบมังกรเพลิงอยู่นั้น จะตวัดเป็นทักษะเพลงดาบปัญจวชิรากระบวนท่าชี้ทางมารออกไป ในขณะที่ดาบผลึกสีฟ้าใสนั่น ก็ถูกผมบังคับให้พุ่งลอยไปข้างหน้า แล้วใช้ออกด้วยกระบวนท่าขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูรเช่นกัน
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นสูงสุด ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า
ตูม!
ห่างออกไปไม่มาก เครซี่กำลังเดินกลับมายังกระท่อมไม้ใผ่ด้วยใบหน้าที่เบิกบาน เพราะเธอได้ทำภารกิจเสร็จแล้ว แม้จะยากนิดหน่อยในการสังหาร แต่ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ แล้วเห็ดพันปีที่เก็บได้มานี้ก็เป็นของฝากเล็กๆ น้อยสำหรับอาจารย์ของเธอ เผื่อว่าจะได้เป็นศิษย์คนโปรดกับเขาบ้าง แต่ทันทีเธอเดินมาถึงกระท่อม ดวงตากลมโตของเธอก็ต้องเบิกกว้างเมื่อพบว่า ศิษย์พี่กับอาจารย์เมคินกำลังปะทะกันอยู่อย่างรุนแรง จนเธอต้องแหกเสียงตะโกนดังลั่นด้วยความตกใจปนสงสัย
“2 คนนั่น ทำอะไรกันน่ะ”
+++++++++++++++++++++
10 นาทีเต็มที่เอกอนได้แต่ตั้งรับโดยที่ไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่ซักทักษะ เพราะข้อกำหนดของเจ้า NPC บ้า ๆ นั่นแท้ ๆ เชียว ใครมันจะไปทำได้ให้ตั้งรับอย่างเดียว โดยที่ผู้กำลังโจมตีต้องได้รับการโจมตีด้วย ขอโทษเถอะถ้าหากเขาไม่โจมตีแล้วมันจะโดนได้ยังไง ไม่รู้ว่าเจ้า NPCเพลตัลนั่นใช้อะไรคิดกันแน่ อีกอย่างพอเขาใช้ทักษะประตูเชื่อมดาว ก็หาว่าเป็นการโจมตีกลับไม่ใช่ป้องกันซึ่งมันผิดกฎอีก กลายเป็นว่าตอนนี้เอกอนได้แต่พึ่งทักษะแบล็คโฮล ที่ใช้ป้องกันได้อย่างเดียว แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เขาจะทำให้เจ้า NPC ประสาทนั่นมันถูกทำร้ายได้ล่ะมีหวังต้องหมดเวลาก่อนแน่ และคราวนี้แหละก็เตรียมนั่งกินแห้วแทนมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ได้เลย...
“ให้ตายเถอะ...ไม่ใช่ความบังเอิญจากลูกหลงนะ จะได้มีแจ็คพ็อตโดนโจมตีน่ะ” เอกอนสบถออกมาอย่างหัวเสีย ในขณะที่มือของเขาก็วาดไม้เท้าดวงจิตมังกร เพื่อเรียกใช้ทักษะแบล็คโฮลอีกระลอก ให้ต้านการโจมตีจากเจ้า NPC เพลตัลที่กำลังซัดเข้ามาอย่างรุนแรง
“ลูกหลง...งั้นเหรอ” เอกอนถึงกับตาสว่างวาบ เมื่อเขาค้นพบหนทางที่จะโจมตีกลับ จากคำสบถของตัวเองก่อนหน้า จากนั้นก็คลี่ยิ้มออกอย่างผู้มีชัย เมื่อเขาทวนแล้วว่ายังไงมันก็ไม่ผิดข้อกำหนดแน่นอน
ทักษะเวทย์กระจกศักดิ์สิทธิ์
เร็วเท่าความคิดเขาเรียกใช้ทักษะประจำอาชีพนักเวทย์ธาตุแสง ที่เป็นการสร้างกระจกเงาขนาดเท่าประตูบานหนึ่งขึ้นมา ซึ่งโดยปกติทักษะนี้จะมีไว้เพื่อสะท้อนพลังโจมตีของคู่ต่อสู้ที่มีไม่เกิน1,500 จุด แต่สำหรับเอกอนตอนนี้เขาใช้เพื่อเรื่องอื่นต่างหาก
วืด!
เอกอนทำการผลักกระจกบานนั้น ให้ลอยเยื้องห่างจากตัวเองไปประมาณ 5 เมตร ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ NPC เพลตัลโจมตีเข้ามาอีกครั้ง
ทักษะเทวะมนตรา ดาบสวรรค์ลงทัณฑ์
เพลตัลประกบมือตัวเองเข้าหากันพร้อมกับยื่นออกไปข้างหน้า พลันปรากฏดาบสีทองโปร่งแสงขนาดใหญ่ครอบมือของเพลตัลไว้ และวินาทีนั้นเองมันก็ฟาดลงมา
ตูม!
เอกอนฉากหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนเขาจะจะสลับไปเท้าจากมือซ้ายไปขวา จากนั้นก็ควงหมุนหนึ่งรอบแล้วเรียกใช้ทักษะเพื่อโจมตีกลับทันที แต่แทนที่เป้าหมายจะเป็นเพลตัน เอกอนกลับเล็งกระจกเงาของตัวเองที่สร้างไว้ขึ้นก่อนหน้า
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ลำแสงเนบิวลา
วงแหวนเวทย์อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเอกอนแทบจะในทันที พร้อมกับการผุดขึ้นของเส้นแสงนับร้อยที่ค่อย ๆพุ่งเข้ารวมตัวกันเป็นจุดแสงเล็กตรงกลางวงแหวนเวทย์ ก่อนมันจะค่อยขยายขึ้นอย่างรวดเร็วและ...
ซูม!
ดวงแสงสีทองขนาดเท่าโอ่งมังกรระเบิดตัวเองเป็นลำแสงพุ่งเข้าหาบานกระจกที่เอกอนสร้างไว้ ยังความงุนงงมาให้แก่เพลตันเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้พิจารณาอะไรลำแสงนั่นก็ปะทะเข้ากับกระจกอย่างรุนแรง และแม้พลังโจมตีมันจะลดลง 50% จากการที่เอกอนไม่ได้ร่ายเวทย์ แต่กระนั้นพลังโจมตีที่ลดลงมา มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้กระจกเงาบานนั้น ระเบิดแตกออกกระจุยกระจาย
บึ้ม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง จากการที่ทักษะลำแสงเนบิวล่าปะทะเข้ากับกระจกเงา ส่งผลให้มันเกิดคลื่นพลังระเบิดเป็นวงกว้าง ซึ่งมันขยายกว้างจนกระแทกเข้ากับร่างของเพลตันที่บินลอยคว้างกลางอากาศให้ปลิวไปด้านหลังหลาย 10 เมตร ส่วนเอกอนนั้นก็ใช้ไม้เท้าเสียบบนพื้นปุยเมฆ แล้วเกาะยึดตัวเองไว้แน่นเพื่อต้านแรงระเบิดที่กระจายออกมา
เป็นนานกว่า 10 นาทีกว่าทุกอย่างจะสงบลง เอกอนพยายมองฝ่าไปข้างหน้าเพื่อมองดูผลงานตัวเอง และเขาก็พบว่าร่างของเพลตันร่วงลงมาสู่พื้นข้างล่างแล้ว
“ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า” NPC ผู้ทำการทดสอบเอกอนหัวเราะดังลั่น ราวกับเจอสิ่งที่ตัวเองชอบใจ
“โจมตีที่อื่นให้เกิดลูกหลงงั้นเหรอ...เจ้าเล่ห์จริงๆ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า” แล้วเพลตัลก็หัวเราะอีกคำรบ ซึ่งนั่นทำให้เอกอนถึงกับถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างยินดี เขาทำสำเร็จ!!!
“รู้มั๊ยเจ้าเป็นคนแรกที่ผ่านการทดสอบของข้า” เพลตันพูดขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับดีดตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วลอยตัวเข้ามาหาเอกอนอย่างช้า ๆ
“หมายความว่า...ก่อนหน้านี้มีคนมาทดสอบกับคุณด้วยเหรอ” เอกอนโพล่งถามออกมาอย่างสงสัย ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง นอกจากพวกเขาที่สามารถมายังวิหารเทวะมนตราได้แล้ว ก็ยังมีผู้เล่นคนอื่น ๆ ด้วยสินะ
“ใช่...แต่พวกมันไม่มีหัวคิด ได้แต่ตั้งรับจนหมดเวลาไปในที่สุด” เพลตัลลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเอกอน จากนั้นก็จิ้มนิ้วบนหน้าผากของเขาเบา ๆ
“นี่คือของที่เจ้าต้องการ”
สิ้นเสียงของผู้เป็น NPC ที่ทำการทดสอบ ร่างของเอกอนก็กระตุกวาบทันที ก่อนที่เขาจะพบว่าเท้าของตัวเองค่อย ๆ ลอยขึ้นช้า ๆ จนกระทั่งตัวของเขาเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศในที่สุด และวินาทีนั้นเอกอนก็รู้ร้อนขึ้นตรงบริเวณกลางหน้าผากของตัวเองขึ้นมาทันใด และถ้าหากมีกระจกเงาให้เอกอนส่องดูใบหน้าของตัวเองในตอนนี้ละก็ เขาจะพบว่าที่หน้าผากของตัวเองปรากฏสัญลักษณ์ของมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ กำลังเรืองแสงสีขาวเจิดจรัสอยู่
วิ้ง!
จู่ ๆ ร่างของเอกอนก็เปล่งแสงสว่างจ้า ตอนนี้เขารู้สึกเบาโหวงและสบายตัวอย่างหน้าประหลาด ในขณะตัวเขาเองก็จับพลังอะไรบางอย่างได้ ซึ่งมันก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้าร่างกายของตัวเองช้าๆ อีกทั้งเอกอนก็ไม่สามารถจะหยุดมันได้ด้วย จนช่วงเวลานี้จากเดิมที่เขารู้สึกสบายตัว ก็ค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อพบว่าพลังที่ว่านั่นกำลังไหลเร็วขึ้นและหนักขึ้นทุกๆ วินาที
‘ผู้เล่นเอกอนผ่านการทดสอบ ได้รับทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ค่ะ
เนื่องจากทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ เป็นทักษะที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับธาตุของอาชีพนักเวทย์ได้ ดังนั้นระบบจึงทำการแปลงสภาพจากทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ เป็น ทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ ธาตุแสง โดยอัตตโนมัติค่ะ’
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@