THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 45 มหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ (ตอนแรก)


                ‘ผู้เล่นเควินบรรลุเงื่อนไขการหลอมรวมตามคัมภีร์เพลงดาบปัญจวชิรา  กระบวนท่าชี้ทางมาร  และ กระบวนท่าขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูร ถูกผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นสูงสุด  กระบวนท่าดาบเดียวพิชิตทั่วหล้าค่ะ’

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นสูงสุด  ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า

                    แว่วเสียงของระบบแจ้งถึงความสำเร็จของการหลอมรวมเพลงดาบของผม  หากผมไม่ได้สนใจมากนักแต่กลับกำลังจ้องมองดูเกลียวดาบที่เกิดจากกระบวนท่าชี้ทางมาร  กำลังวกลงมาปะทะกับปราณดาบที่ควงสว่านพุ่งเข้าไปหาเกลียวดาบนั่น  ก่อนจะเกิดคลื่นพลังกลุ่มหนึ่งแผ่กระจายเป็นวงกว้างทั่วห้อง  หลังจากที่กระบวนท่าทั้งสองชนกัน   และแทนที่มันจะหักล้างกันตามที่ผมคิดไว้  กลับกลายเป็นว่าปราณดาบทั้งหมดกำลังหมุนวนรวมตัวบีบอัดกันเรื่อยๆ   จนกระทั่งปราณดาบทั้งหมดถูกยุบเข้าเป็นจุดเดียว  จากนั้นก็แปรสภาพจากปราณดาบนับหมื่นเป็นดาบสีขาวสว่างจ้าเพียงเล่มเดียว  และพริบตานั้นเองมันก็พุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูง  จนมองเห็นแค่เส้นแสงสีขาวเป็นทางยาวเท่านั้น

                ฉัวะ!

                    ร่างของคัมภีร์หลอมรวมฯ  ถูกดาบสีขาวเล่มนั้นแทงทะลุบริเวณหัวใจพอดิบพอดี กระนั้นผู้ที่ถูกโจมตีกลับยิ้มให้เขาเพื่อแสดงความยินดีเท่านั้น  ก่อนที่ร่างนั่นจะค่อย ๆ เลือนหายไป

                    “เก่งมากเจ้าสำเร็จไป 1กระบวนท่าแล้ว”

                    เสียงของเจ้าคัมภีร์หลอมรวมฯ  ดังขึ้นจากเบื้องหลังของผม  และเมื่อหันกลับไปก็พบว่ามันกำลังยืนยิ้มให้อยู่  ก่อนจะเดินใกล้เข้ามาหาผมเรื่อย ๆ

                    “ตราบใดที่ข้ายังอยู่ภายในห้วงแห่งจิตของเจ้า  ข้าไม่มีวันตายหรอก”   ราวกับว่ามันจะรู้ว่าผมจะถามอะไรจึงชิงตอบก่อน

                    “...”

                    “เอาล่ะ...ถึงเวลาที่ข้าต้องส่งเจ้าให้ตื่นแล้ว”

                    “ทำไมล่ะ”     เจ้าคัมภีร์หลอมรวมนั่นไม่ตอบ  แต่กลับส่งยิ้มแบบแปลก ๆ ให้ผม

                    “เจอกันใหม่เมื่อเจ้าต้องการหลอมรวมเพลงดาบกระบวนท่าต่อไป”    

                    มันพูดได้เพียงเท่านั้นก็พุ่งร่างเข้าหาผมด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะใช้นิ้วชี้จ้ำบนหน้าผากของผมอย่างไม่ทันตั้งตัว  ก่อนร่างของมันจะเลือนลางหายไป  ฉับพลันนั้นรอบกายผมก็เกิดการบิดเบี้ยวของห้วงอากาศอย่างหนัก  พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ไม่สามารถขยับแขนขาได้  และวินานั้นเองทุกอย่างที่อยู่โดยรอบก็ดับแสงลง ทิ้งให้ร่างของผมต้องลอยเคว้งคว้างกลางความมืดมิด   แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะร่างของผมกำลังถูกดูดขึ้นไปข้างบนอย่างรุนแรง...

                   

                วูบ!

                    “เฮือก!”

                    ผมสะดุ้งสุดตัวก่อนจะลืมตาโพล่งขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิบนพื้นถ้ำหลังม่านน้ำตก  ไม่ใช่ถูกอะไรบางอย่างดูดด้วยความแรงอย่างที่คิด   เบื้องหน้าของผมนั้นเป็นตำราคัมภีร์หลอมรวมฯ ที่วางอยู่ไม่ไกลจากตัวผมเท่าใดนัก 

                กึก!

                    ผมขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตากวาดไปทั่วถ้ำก็พบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่ผมเข้ามาแรก ๆ

                    “สำเร็จแล้วเหรอ”  

                    ผมพึมพำถามกับตัวเอง  แม้จะรู้ว่ายังไงก็หาคำตอบไม่ได้ ก่อนจะมองดูมือทั้งสองข้างของเพื่อสำรวจดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมาหรือเปล่า  อย่างเช่นมีสัญลักษณ์แปลก ๆ หรือว่าชิ้นส่วนอะไรเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็พบว่าทุกอย่างยังคงอยู่ดีไม่มีอะไรผิดแผกไปจากเดิมของมัน  หรือว่าเรื่องราวเมื่อครู่จะเป็นพียงแค่ความฝันอย่างนั้นเองเหรอ  แต่ทำไมผมเหมือนรู้สึกราวกับพึ่งไปผจญมาล่ะ...

                ‘ผู้เล่นเควินหลอมรวมทักษะเพลงดาบปัญจวชิราสำเร็จ  กรุณาส่งภารกิจที่อาจารย์เมคินค่ะ’

                    จู่ ๆ เสียงของระบบก็ดังแจ้งบางอย่างขึ้นมา  ซึ่งมันทำให้ผมถึงกับฉีกยิ้มดีใจทันที  นั่นหมายความว่าผมทำสำเร็จแล้ว  และที่สำคัญสิ่งที่ผมไปพบมาเมื่อครู่ก็ไม่ใช่ความฝัน  งั้นก็แสดงว่าผมพึ่งไปหลอมรวมทักษะภายในใจตัวเองมาจริงๆ สินะ

                ติ๊ด!

                    ผมยังข้องใจอยู่จึงได้เรียกหน้าต่างโฮโลแกรมที่บอกรายละเอียดของทักษะขึ้นมา  ก่อนจะไล่สายตาอ่านทักษะที่ตนมีไปเรื่อย ๆ  จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ทักษะหนึ่ง

     

    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  (ขั้นสูงสุด) 

                กระบวนท่าที่ 1   ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า

                            เป็นกระบวนท่าดาบที่อัดพลังโจมตีของกระบวนท่าชี้ทางมาร

                            กับกระบวนท่าขั้นที่ 2ทะลวงใจอสูร ให้กลายเป็นดาบเดียว

                            ที่ปลิดชีวิตศัตรูโดยไม่ทันตั้งตัว(ต้องการพลังออร่า 120,000  จุด)

                            พลังโจมตีด้วยทักษะ   :  3,200 ~ 3,800 จุด  /  ดีเลย์ :  15  วินาที

                    กระบวนท่าที่  2   ?????????

                            (ยังไม่มีข้อมูล)

                    กระบวนท่าที่  3   ?????????

                            (ยังไม่มีข้อมูล)

                    กระบวนท่าที่  4   ?????????

                            (ยังไม่มีข้อมูล)

                    กระบวนท่าที่  5   ?????????

                            (ยังไม่มีข้อมูล)

     

                ติ๊ด!

                    ผมปิดหน้าต่างนั่นลงเมื่ออ่านรายละเอียดของทักษะใหม่ที่ได้รับจบลง  ก่อนจะฉีกยิ้มอีกครั้งเมื่อพบว่าพลังโจมตีของมันนั้น  เทียบเท่าได้กับทักษะเพลงดามมหนภากระบวนท่าผ่ากิเลนเลยทีเดียว แถมยังใช้แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องพลังชีวิตจะลดลงด้วย   นั่นก็หมายความว่าผมสามารถใช้ทักษะนี้ได้เท่าที่ตัวเองต้องการ  โดยเสียแค่พลังออร่าเท่านั้น    อีกอย่างกระบวนท่าดาบ  2-5 ที่ยังไม่มีข้อมูลนั้น คงเป็นกระบวนท่าที่เกิดจากการหลอมรวมท่าที่เหลือแน่ ๆ   ซึ่งผมคงต้องหาเวลามานั่งหลอมรวมให้เสร็จอย่างแน่นอน  เพื่อจะใช้มันให้เป็นเครื่องมือต่อสู้ต่อไป  แล้วทีนี้ทักษะเพลงดาบมหนภาที่ชอบสูบพลังชีวิตเวลาใช้ก็ลืมไปได้เลย

                    “เอาล่ะ...ที่เหลือก็ส่งภารกิจ”

                    ผมพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  แล้วหยิบคัมภีร์เล่มนั้นโยนเข้าหน้าต่างเก็บไอเทม  ก่อนจะผนึกพลังออร่าไว้ที่เท้าของตัวเอง แล้วเรียกใช้ทักษะเหยียบนภาเพื่อเหินทะลุออกจากม่านน้ำตกไป   และทันทีที่ผมพ้นออกมาได้ก็พบว่าอาจารย์เมคินกำลังยืนไขว้มือไว้ข้างหลังบนโขดหินก้อนหนึ่ง  แล้วจ้องมองผมอย่างแน่นิ่งด้วยอาการเงียบขรึม

                    “เก่งมาก...สมแล้วที่เป็นศิษย์ข้า  สามารถหลอมรวมทักษะได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 30นาทีด้วยซ้ำ”   

                    แม้ปากของอาจารย์เมคินจะพูดชมผมแบบนั้น  แต่พลังออร่าที่แผ่ออกมาก็ทำให้ผมสัมผัส  และคาดเดาได้ว่าผู้เป็นอาจารย์ของตัวเอง  กำลังจะทำสิ่งใดในอนาคตอันใกล้นี้

                    “โอเพ่น...แบ็ก”     เร็วเท่าความคิดผมรีบเรียกหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบการ์ดดาบมังกรเพลิงมาถือไว้แล้วคลายผนึกมันทันที  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่อาจารย์ของผมระเบิดทักษะโจมตีออกมา

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2   ทะลวงใจอสูร   (ชี้ทางมาร)

                    ปราณดาบนับพันถูกสร้างขึ้นมากลางอากาศ  ก่อนมันจะค่อย ๆ หมุนรวมตัวกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นควงสว่างพุ่งเข้าหาผม   ตอนนี้ผมไม่มีเวลาจะป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้น  และที่อาจารย์เมคินทำแบบนี้   ก็เพื่อจะบีบให้ผมใช้ทักษะใหม่ที่ได้รับมาโจมตีกลับอย่างแน่นอน   ซึ่งผมก็สนองกลับทันที

                วูบ!

                    พลังออร่าไหลทะลักออกจากร่างของผม  จากนั้นผมก็บังคับให้มันหล่อหลอมกลายเป็นดาบผลึกสีฟ้าใสอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่มือขวาที่จับดาบมังกรเพลิงอยู่นั้น  จะตวัดเป็นทักษะเพลงดาบปัญจวชิรากระบวนท่าชี้ทางมารออกไป  ในขณะที่ดาบผลึกสีฟ้าใสนั่น  ก็ถูกผมบังคับให้พุ่งลอยไปข้างหน้า  แล้วใช้ออกด้วยกระบวนท่าขั้นที่ 2  ทะลวงใจอสูรเช่นกัน

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นสูงสุด  ดาบเดียวพิชิตทั่วหล้า

                ตูม!

     

                    ห่างออกไปไม่มาก เครซี่กำลังเดินกลับมายังกระท่อมไม้ใผ่ด้วยใบหน้าที่เบิกบาน  เพราะเธอได้ทำภารกิจเสร็จแล้ว  แม้จะยากนิดหน่อยในการสังหาร  แต่ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ  แล้วเห็ดพันปีที่เก็บได้มานี้ก็เป็นของฝากเล็กๆ น้อยสำหรับอาจารย์ของเธอ  เผื่อว่าจะได้เป็นศิษย์คนโปรดกับเขาบ้าง  แต่ทันทีเธอเดินมาถึงกระท่อม ดวงตากลมโตของเธอก็ต้องเบิกกว้างเมื่อพบว่า  ศิษย์พี่กับอาจารย์เมคินกำลังปะทะกันอยู่อย่างรุนแรง จนเธอต้องแหกเสียงตะโกนดังลั่นด้วยความตกใจปนสงสัย

                    “2 คนนั่น  ทำอะไรกันน่ะ”

    +++++++++++++++++++++

                    10  นาทีเต็มที่เอกอนได้แต่ตั้งรับโดยที่ไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่ซักทักษะ  เพราะข้อกำหนดของเจ้า NPC บ้า ๆ นั่นแท้ ๆ เชียว  ใครมันจะไปทำได้ให้ตั้งรับอย่างเดียว โดยที่ผู้กำลังโจมตีต้องได้รับการโจมตีด้วย  ขอโทษเถอะถ้าหากเขาไม่โจมตีแล้วมันจะโดนได้ยังไง  ไม่รู้ว่าเจ้า NPCเพลตัลนั่นใช้อะไรคิดกันแน่ อีกอย่างพอเขาใช้ทักษะประตูเชื่อมดาว ก็หาว่าเป็นการโจมตีกลับไม่ใช่ป้องกันซึ่งมันผิดกฎอีก  กลายเป็นว่าตอนนี้เอกอนได้แต่พึ่งทักษะแบล็คโฮล  ที่ใช้ป้องกันได้อย่างเดียว  แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เขาจะทำให้เจ้า NPC ประสาทนั่นมันถูกทำร้ายได้ล่ะมีหวังต้องหมดเวลาก่อนแน่ และคราวนี้แหละก็เตรียมนั่งกินแห้วแทนมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ได้เลย...

                    “ให้ตายเถอะ...ไม่ใช่ความบังเอิญจากลูกหลงนะ  จะได้มีแจ็คพ็อตโดนโจมตีน่ะ”    เอกอนสบถออกมาอย่างหัวเสีย  ในขณะที่มือของเขาก็วาดไม้เท้าดวงจิตมังกร  เพื่อเรียกใช้ทักษะแบล็คโฮลอีกระลอก  ให้ต้านการโจมตีจากเจ้า NPC เพลตัลที่กำลังซัดเข้ามาอย่างรุนแรง

                    “ลูกหลง...งั้นเหรอ”    เอกอนถึงกับตาสว่างวาบ  เมื่อเขาค้นพบหนทางที่จะโจมตีกลับ  จากคำสบถของตัวเองก่อนหน้า    จากนั้นก็คลี่ยิ้มออกอย่างผู้มีชัย  เมื่อเขาทวนแล้วว่ายังไงมันก็ไม่ผิดข้อกำหนดแน่นอน

                    ทักษะเวทย์กระจกศักดิ์สิทธิ์

                    เร็วเท่าความคิดเขาเรียกใช้ทักษะประจำอาชีพนักเวทย์ธาตุแสง   ที่เป็นการสร้างกระจกเงาขนาดเท่าประตูบานหนึ่งขึ้นมา    ซึ่งโดยปกติทักษะนี้จะมีไว้เพื่อสะท้อนพลังโจมตีของคู่ต่อสู้ที่มีไม่เกิน1,500 จุด  แต่สำหรับเอกอนตอนนี้เขาใช้เพื่อเรื่องอื่นต่างหาก

                วืด!

                    เอกอนทำการผลักกระจกบานนั้น  ให้ลอยเยื้องห่างจากตัวเองไปประมาณ 5  เมตร  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ NPC เพลตัลโจมตีเข้ามาอีกครั้ง

                    ทักษะเทวะมนตรา  ดาบสวรรค์ลงทัณฑ์

                    เพลตัลประกบมือตัวเองเข้าหากันพร้อมกับยื่นออกไปข้างหน้า  พลันปรากฏดาบสีทองโปร่งแสงขนาดใหญ่ครอบมือของเพลตัลไว้  และวินาทีนั้นเองมันก็ฟาดลงมา

                ตูม!

                    เอกอนฉากหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด  ก่อนเขาจะจะสลับไปเท้าจากมือซ้ายไปขวา จากนั้นก็ควงหมุนหนึ่งรอบแล้วเรียกใช้ทักษะเพื่อโจมตีกลับทันที  แต่แทนที่เป้าหมายจะเป็นเพลตัน เอกอนกลับเล็งกระจกเงาของตัวเองที่สร้างไว้ขึ้นก่อนหน้า

                    ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว   ลำแสงเนบิวลา

                    วงแหวนเวทย์อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเอกอนแทบจะในทันที   พร้อมกับการผุดขึ้นของเส้นแสงนับร้อยที่ค่อย ๆพุ่งเข้ารวมตัวกันเป็นจุดแสงเล็กตรงกลางวงแหวนเวทย์   ก่อนมันจะค่อยขยายขึ้นอย่างรวดเร็วและ...

                ซูม!

                    ดวงแสงสีทองขนาดเท่าโอ่งมังกรระเบิดตัวเองเป็นลำแสงพุ่งเข้าหาบานกระจกที่เอกอนสร้างไว้  ยังความงุนงงมาให้แก่เพลตันเป็นอย่างมาก  แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้พิจารณาอะไรลำแสงนั่นก็ปะทะเข้ากับกระจกอย่างรุนแรง  และแม้พลังโจมตีมันจะลดลง  50% จากการที่เอกอนไม่ได้ร่ายเวทย์ แต่กระนั้นพลังโจมตีที่ลดลงมา  มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้กระจกเงาบานนั้น  ระเบิดแตกออกกระจุยกระจาย

                บึ้ม!!!

                    เสียงระเบิดดังกึกก้อง จากการที่ทักษะลำแสงเนบิวล่าปะทะเข้ากับกระจกเงา  ส่งผลให้มันเกิดคลื่นพลังระเบิดเป็นวงกว้าง  ซึ่งมันขยายกว้างจนกระแทกเข้ากับร่างของเพลตันที่บินลอยคว้างกลางอากาศให้ปลิวไปด้านหลังหลาย 10 เมตร ส่วนเอกอนนั้นก็ใช้ไม้เท้าเสียบบนพื้นปุยเมฆ แล้วเกาะยึดตัวเองไว้แน่นเพื่อต้านแรงระเบิดที่กระจายออกมา

                    เป็นนานกว่า  10  นาทีกว่าทุกอย่างจะสงบลง เอกอนพยายมองฝ่าไปข้างหน้าเพื่อมองดูผลงานตัวเอง และเขาก็พบว่าร่างของเพลตันร่วงลงมาสู่พื้นข้างล่างแล้ว

                    “ฮะ  ฮะ ฮะ  ฮ่า”     NPC ผู้ทำการทดสอบเอกอนหัวเราะดังลั่น ราวกับเจอสิ่งที่ตัวเองชอบใจ

                    “โจมตีที่อื่นให้เกิดลูกหลงงั้นเหรอ...เจ้าเล่ห์จริงๆ   ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า”      แล้วเพลตัลก็หัวเราะอีกคำรบ   ซึ่งนั่นทำให้เอกอนถึงกับถอนหายใจโล่งอก  ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างยินดี  เขาทำสำเร็จ!!!

                    “รู้มั๊ยเจ้าเป็นคนแรกที่ผ่านการทดสอบของข้า”       เพลตันพูดขึ้นอีกครั้ง  พร้อม ๆ กับดีดตัวเองให้ลุกขึ้น  แล้วลอยตัวเข้ามาหาเอกอนอย่างช้า ๆ

                    “หมายความว่า...ก่อนหน้านี้มีคนมาทดสอบกับคุณด้วยเหรอ”    เอกอนโพล่งถามออกมาอย่างสงสัย  ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง  นอกจากพวกเขาที่สามารถมายังวิหารเทวะมนตราได้แล้ว  ก็ยังมีผู้เล่นคนอื่น ๆ ด้วยสินะ

                    “ใช่...แต่พวกมันไม่มีหัวคิด  ได้แต่ตั้งรับจนหมดเวลาไปในที่สุด”     เพลตัลลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเอกอน  จากนั้นก็จิ้มนิ้วบนหน้าผากของเขาเบา ๆ   

                    “นี่คือของที่เจ้าต้องการ”

                    สิ้นเสียงของผู้เป็น NPC ที่ทำการทดสอบ ร่างของเอกอนก็กระตุกวาบทันที  ก่อนที่เขาจะพบว่าเท้าของตัวเองค่อย ๆ ลอยขึ้นช้า ๆ  จนกระทั่งตัวของเขาเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศในที่สุด   และวินาทีนั้นเอกอนก็รู้ร้อนขึ้นตรงบริเวณกลางหน้าผากของตัวเองขึ้นมาทันใด  และถ้าหากมีกระจกเงาให้เอกอนส่องดูใบหน้าของตัวเองในตอนนี้ละก็  เขาจะพบว่าที่หน้าผากของตัวเองปรากฏสัญลักษณ์ของมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์  กำลังเรืองแสงสีขาวเจิดจรัสอยู่

                วิ้ง!

                    จู่ ๆ ร่างของเอกอนก็เปล่งแสงสว่างจ้า  ตอนนี้เขารู้สึกเบาโหวงและสบายตัวอย่างหน้าประหลาด  ในขณะตัวเขาเองก็จับพลังอะไรบางอย่างได้  ซึ่งมันก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้าร่างกายของตัวเองช้าๆ  อีกทั้งเอกอนก็ไม่สามารถจะหยุดมันได้ด้วย  จนช่วงเวลานี้จากเดิมที่เขารู้สึกสบายตัว   ก็ค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเรื่อยๆ  เมื่อพบว่าพลังที่ว่านั่นกำลังไหลเร็วขึ้นและหนักขึ้นทุกๆ วินาที

                    ‘ผู้เล่นเอกอนผ่านการทดสอบ ได้รับทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ค่ะ

                เนื่องจากทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์  เป็นทักษะที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับธาตุของอาชีพนักเวทย์ได้  ดังนั้นระบบจึงทำการแปลงสภาพจากทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์  เป็น ทักษะมหาเวทย์เทวะพิสุทธิ์ ธาตุแสง  โดยอัตตโนมัติค่ะ’

     

    @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน