อัญญารินทร์เงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าโลกนี้ช่างกลมเหลือเกินที่ได้มาเจอกับปลายฟ้าและกลุ่มเพื่อนของเธอที่นี่
“อ้าว ปลายฟ้า หวัดดีอีกครั้งนะ” อัญญารินทร์ทักทาย และหันไปยิ้มให้กับกลุ่มเพื่อนของปลายฟ้าด้วย
“หวัดดี” ทุกคนเองก็ยิ้มกลับมาให้เธออย่างเป็มิตร
“อัญจะมาที่นี่ก็ไม่เห็นบอกเราเลย” ปลายฟ้าทำเสียงงอนและพูดคุยกับอัญญารินทร์ราวกับคนที่สนิทสนมกัน
“เอ่อ คือว่า...” นั่นทำให้อัญญารินทร์ทำตัวไม่ถูก
“สวัสดีค่ะ ปลายฟ้านะคะ เป็เพื่อนในห้องของอัญชันค่ะ” แต่ปลายฟ้าไม่คิดจะฟังต่อ เธอหันไปทักทายภามพร้อมกับขยิบตาโปรยเสน่ห์ให้เขาไปด้วย
“ครับ” ภามพยักหน้ารับแล้วยิ้มให้ตามมารยาทโดยไม่ได้คิดอะไร
อัญญารินทร์มองภาพตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เธอเริ่มรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาอีกแล้ว
“พี่ชื่อภามใช่ไหมคะ” ปลายฟ้าชวนภามพูดคุยอย่างกระตือรือร้น
“ใช่ครับ รู้จักผมเหรอ” ภามตอบรับงง ๆ เพราะไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะรู้จักเขาด้วย
“ได้ยินอัญชันพูดถึงน่ะค่ะ” ปลายฟ้าอ้างอัญญารินทร์ไป ทั้งที่จริงแล้วเธอเพิ่งรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าชื่อภามก็ตอนที่อัญญารินทร์พูดชื่อเขาไม่นานนี้เอง
“ครับ” ภามพยักหน้าเข้าใจแล้วยิ้มกว้างขึ้น
เพียงแต่เขาไม่ได้ยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า เขายิ้มเพราะรู้สึกดีที่ได้ยินว่าอัญญารินทร์พูดถึงเขาให้เพื่อนฟัง
แต่รอยยิ้มดีใจของภามยิ่งทำให้อัญญารินทร์เข้าใจผิดและหมดความอดทน
เคร้ง!
อัญญารินทร์วางช้อนในมือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังขึ้น
“อิ่มแล้วเหรอ” ภามหันไปมองตามเสียงก็เห็นอัญญารินทร์กลับมามีหน้าตาบึ้งตึงอีกครั้ง
“ค่ะ อยากกลับแล้ว” เธอพยักหน้าอย่างขอไปที
“อ้าว จะกลับแล้วเหรออัญ” ปลายฟ้าหันไปมองอัญญารินทร์ด้วยสายตาอ้อนวอนเหมือนจะไม่อยากให้เธอกลับเพราะเสียดายที่ยังคุยกับภามได้ไม่นาน
“คือเรารู้สึกปวดหัวน่ะเลยอยากกลับ” อัญญารินทร์ยิ้มแหยให้เพื่อนพร้อมกับหาข้ออ้าง
ภามที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นทันที
“ขอตัวพาอัญกลับก่อนนะครับ” เขาหยิบเป้ของอัญญารินทร์มาสะพายไว้เอง
“ค่ะ” ปลายฟ้าจึงได้แต่ตอบรับ และมองสองคนเดินจากไป
“ปวดหัวมากหรือเปล่า แวะหาหมอก่อนไหม” ระหว่างที่กำลังเดินไปยังลานจอดรถ ภามก็ถามด้วยความเป็ห่วง กลัวว่าอัญญารินทร์จะป่วยจึงอยากพาเธอไปหาหมอเพื่อตรวจอาการ
“ไม่เป็ไรค่ะ รีบกลับกันเถอะ อัญอยากพักผ่อน”
เมื่อเดินมาถึงรถ เธอก็เปิดประตูเข้าไปนั่งเงียบ ๆ
ภามมองอาการของเด็กสาวที่เหมือนกับก่อนหน้านี้ด้วยความงง ตลอดทางกลับบ้าน เขาพยายามชวนเธอคุย แต่เธอก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับเขาเลย เอาแต่มองข้างทางตลอด ถามอะไรก็ตอบแบบห้วน ๆ และแกล้งหลับไป
เมื่อมาถึงบ้านทันทีที่ภามจอดรถ อัญญารินทร์ก็ลืมตาขึ้นราวกับไม่ได้หลับ เธอเปิดประตูลงและวิ่งเข้าบ้านไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ
“อะไรวะเนี่ย”
ชายหนุ่มมองตามหลังเล็กไปด้วยสีหน้ากังวล แต่เธอวิ่งเข้าบ้านไปแล้ว จะตามไปก็ยังไงอยู่ ขืนเขาเข้าไปตอนนี้คงได้กินลูกปืนของคุณขจรเป็แน่ ภามคิดแล้วจึงได้แต่คอตกขับเข้าบ้านตนเองไป
“กูทำอะไรผิดวะ” ภามเดินมานั่งที่โซฟาพลางทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่อัญญารินทร์ยังพูดดีกับเขาอยู่เลย แต่พอเพื่อนของเธอมาทักอาการเธอก็เปลี่ยนไปทันที
ซึ่งสายตาของเด็กสาวที่ชื่อปลายฟ้านั้นเขารู้ว่าเธอ้าอะไร จนนึกเข้าข้างตัวเองไปว่าอัญญารินทร์อาจจะหวงเขา
“หวงกูจริงเหรอวะ” เขาพึมพำกับตัวเองและยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ยังคงเป็กังวลในใจเพราะอยากจะเคลียร์กับเด็กสาวให้รู้เื่ก่อน ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาคงนอนหลับไม่สนิทแน่ ๆ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นั้แ่ภามออกจากบ้านของเขาถูกบันทึกโดยนักสืบที่คุณหญิงไพพรรณจ้างให้สืบเื่หลานชายคนกลาง ไม่นานข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งไปที่บ้านของตระกูลเตชานันท์
“คุณหญิงคะ นี่ค่ะ” แม่บ้านนำเอกสารมายื่นให้กับคุณหญิง
ไพพรรณมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมืออย่างประหลาดใจ เธอให้คนไปสืบว่า่นี้ภามไปเจอใครและสนิทสนมกับใครเป็พิเศษ แต่ไม่คิดว่าแค่วันเดียวนักสืบก็สามารถหาได้แล้ว คุณหญิงไพพรรณจึงรีบเปิดซองเอกสารออกดูด้วยความตื่นเต้น
แต่ภาพที่เห็นทำให้เธอตกตะลึง จนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
“นะ นี่มัน!!”
“มีอะไรเหรอคะ” ท่าทางใของอีกฝ่ายทำให้แม่บ้านคนสนิทสงสัย
“ผู้หญิงที่ตาภามรักยังเรียนอยู่เลย” คุณหญิงไพพรรณพูดขึ้นเหมือนคนเหม่อลอย พลางมองภาพหลานชายกับเด็กสาวตัวเล็ก หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาในชุดนักเรียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
“ก็น่ารักดีนะคะ คุณภามก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยค่ะ” แม่บ้านที่ไม่ได้เห็นรูปก็นึกฉงน เพราะภามเองก็ยังไม่สามสิบ ถ้าคบกับสาวที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ก็คงน่ารักดี
“ตะ แต่เด็กคนนี้ยังเรียนมัธยมอยู่เลย โอ๊ย! เ้าภามมันบ้าไปแล้วเหรอ!” ไพพรรณได้แต่มองรูปที่ภามไปรับไปส่งที่โรงเรียนและรูปที่จูงมือเด็กสาวเข้าร้านไอศกรีมด้วยมืออันสั่นเทา
“เอ่อ...” ซึ่งพอได้ยินแม่บ้านเองก็พูดไม่ออกเช่นกัน ไม่คิดว่าคุณภามจะกินเด็กขนาดนี้