*กริ๊ง... กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งลมทองเหลืองเหนือประตูด้านหลังร้าน ดังถี่กระชั้นั้แ่่บ่ายคล้อย
บานประตูไม้เก่าแก่ส่องแสงเรืองรองสีเขียวอ่อน แทบไม่เคยดับวูบลงเลย
กลิ่นหอมโชยชายของพริกขี้หนูสวนและใบกะเพรา ผัดในกระทะเหล็กร้อนๆ ลอยฟุ้งผ่านประตูเข้าสู่อาณาจักรป่าดึกดำบรรพ์
มันทำหน้าที่เหมือนเสาหลักนำทาง ส่งผลให้ลูกค้าผู้มีใบหูเรียวยาวทยอยก้าวเข้าสู่ร้านหลบมุมจนเกือบเต็มทุกโต๊ะ
"โต๊ะสามรับข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้นหนึ่งจาน... ส่วนโต๊ะห้ารับกะเพราหมูสับไข่ดาวเผ็ดน้อยหนึ่งจานค่ะ!"
เสียงเจื้อยแจ้วของเอลวิน่าดังประสานไปกับเสียงก้าวเดินอย่างกระฉับกระเฉง
เอลฟ์สาวขยับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อต้อนรับและจดออเดอร์จากลูกค้าเผ่าเดียวกัน
แม้เธอจะมีความตั้งใจเต็มร้อย ทว่าความซุ่มซ่ามที่เป็เอกลักษณ์ก็ทำงานขึ้นจนได้
*เพล้ง!*
ช้อนส้อมโลหะในถาดเสิร์ฟ ร่วงหลุดจากขอบถาดระหว่างที่เธอกำลังก้าวเลี้ยวผ่านมุมโต๊ะ
เอลวิน่าเบิกตากว้างด้วยความใ ใบหูเรียวยาวตั้งชันขึ้นทันที
*ฟู่...*
เธอขยับนิ้วชี้อย่างรวดเร็ว พลางพึมพำมนตราโบราณในคอแ่เบา
กระแสลมอ่อนละมุนหมุนวนรอบๆ ช้อนโลหะ พยุงมันให้ลอยคว้างกลางอากาศห่างจากพื้นไม่ถึงคืบ
ช้อนโลหะค่อยๆ ลอยกลับขึ้นมาวางบนถาดเสิร์ฟ อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล
เอลวิน่าลอบถอนหายใจยาว พลางส่งยิ้มแห้งๆ และขยิบตาข้างหนึ่งให้นนท์ที่ยืนมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว
นนท์ที่กำลังถือตะหลิวเหล็กเตรียมผัดอาหาร ถึงกับส่ายหัวพลางอมยิ้มขำขัน
"ใช้เวทมนตร์ลมช่วยเสิร์ฟนี่... ถือว่าผิดกฎของสมาคมจอมเวทหรือเปล่าครับเอลวิน่า?"
นนท์แกล้งแซวเสียงเบา ขณะเธอเดินนำออเดอร์มาส่งที่เคาน์เตอร์
"ไม่ผิดหรอกค่ะพี่นนท์! เขาเรียกว่าประยุกต์ใช้เวทมนตร์ในชีวิตประจำวันต่างหากค่ะ"
เอลวิน่าพูดแก้ตัวพลางยืดอกอย่างภูมิใจ ก่อนจะรีบหมุนตัวไปบริการน้ำดื่มให้โต๊ะอื่นต่อ
นนท์หันกลับมาโฟกัสกับเตาแก๊สตรงหน้า
เวลานี้ในครัวฝั่งโลกมนุษย์ ร้อนระอุด้วยไอร้อนและกลิ่นฉุนกระตุ้นประสาทัั
*ซ่า!*
น้ำมันพืชร้อนจัดในกระทะเหล็กเดือดพล่าน นนท์สาดพริกขี้หนูและกระเทียมสับละเอียดลงไปทันที
กลิ่นฉุนร้อนแรงของพริกคั่วไฟลอยพุ่งขึ้นมา จนเอลฟ์โต๊ะใกล้เคาน์เตอร์ถึงกับยกมือปิดจมูกพลางจามเสียงเบา
แต่นั่นไม่ใช่การรังเกียจ ทว่าเป็การจามเพราะความตื่นเต้นในรสชาติที่กำลังจะมาถึง
นนท์ใส่หมูสับลงไปผัด ยีเนื้อหมูให้กระจายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เนื้อกระด้าง
เมื่อหมูเริ่มสุกเหลือง เขาสาดซอสสูตรพิเศษของปู่เอกลงไป ตามด้วยใบกะเพราป่าสีเขียวสด
*ฉ่า!*
เปลวไฟแลบเลียขอบกระทะเหล็ก นนท์สะบัดกระทะสี่ห้าครั้งจนใบกะเพราสลด ส่งกลิ่นหอมฉุนเย้ายวนใจ
เขาตักราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ข้างไข่ดาวขอบกรอบเกรียม ทว่าไข่แดงยังคงเป็ลาวาเยิ้มสีส้มสด
ข้าวราดกะเพราหมูสับไข่ดาวจานนี้ ส่งกลิ่นหอมรัญจวนจนเอลฟ์ผู้รักความสงบยังต้องกลืนน้ำลาย
เอลวิน่ารีบเข้ามารับจานอาหารไปเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าเอลฟ์สูงวัยผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่โต๊ะมุมในสุด
ลูกค้าท่านนี้สวมชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มขรึม มีถุงใส่สมุนไพรและรากไม้แขวนระย้าตามเข็มขัดหนัง
เขาคือ 'เธรอน' นักสะสมสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณแห่งป่าดึกดำบรรพ์
เธรอนมองจานข้าวราดกะเพราตรงหน้าด้วยแววตาพิจารณา
เขาใช้ช้อนตักข้าวสวยสีขาวนวลขึ้นมาสังเกตดูก่อนสิ่งอื่นใด
"ข้าวเมล็ดยาวเรียวสีขาวสะอาดราวกับเกล็ดหิมะ... แถมยังมีกลิ่นหอมละมุนคล้ายใบเตยธรรมชาติโชยออกมา"
เธรอนพึมพำพลางใช้ปลายนิ้วหยิบเมล็ดข้าวแห้ง ที่นนท์แบ่งใส่โหลแก้ววางโชว์ไว้บนโต๊ะขึ้นมาบดดม
"น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก... แม้แต่ข้าวเทวมนตราในสวนหลวงขององค์าาเอลฟ์ ก็ยังไม่มีความอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมบริสุทธิ์เยี่ยงนี้"
นนท์ที่เสร็จมือจากเตาแก๊ส เดินเข้ามาเช็ดเคาน์เตอร์ใกล้ๆ จึงเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
"ยินดีที่ได้ยินเช่นนั้นครับ ข้าวนี้เรียกว่าข้าวหอมมะลิไทยครับ เป็สายพันธุ์ข้าวที่มนุษย์โลกของผมพัฒนาขึ้นมา"
"มันมีลักษณะพิเศษคือความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อหุงสุกครับ"
เธรอนมองนนท์ด้วยความนับถืออย่างจริงใจ
"เมล็ดข้าวไร้เวทมนตร์กลับมีคุณภาพล้ำเลิศปานนี้... มนุษย์ในโลกของเ้าช่างมีฝีมือและปัญญาที่น่านับถือนัก"
เธรอนพูดพลางตักข้าวกะเพราหมูสับและไข่ดาวเยิ้มๆ เข้าปากคำโต
*เคี้ยว...*
ความเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูซ่านกระแทกเพดานปากทันที ตามด้วยความเค็มมันกลมกล่อมของซอสผัดกระทะเหล็ก
ความเหนียวนุ่มของเมล็ดข้าวหอมมะลิ ช่วยผสานความจัดจ้านให้ละมุนลิ้นได้อย่างไร้ที่ติ
ไข่แดงเยิ้มๆ ที่ชุบเคลือบเม็ดข้าว ช่วยเพิ่มความมันนุ่มนวลชวนฝัน
ใบหูของเธรอนสั่นระริก ดวงตาของเขาเบิกกว้างคล้ายเห็นดารานับพันดวงเปล่งประกายวาววับ
"รสััเผ็ดร้อนที่ซ่านซึมเข้าร่างกายนี้... มันช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและขับไอเย็นที่สะสมในปอดได้อย่างดีเยี่ยม!"
เขากินต่อไปอย่างเคลิบเคลิ้ม ละทิ้งมาดนักสะสมสมุนไพรผู้เคร่งขรึมไปชั่วขณะ
ความอร่อยจัดจ้านผสานความนุ่มละมุนของข้าวสวยไทย ทำให้เธรอนกินหมดจานในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากอิ่มหนำสำราญ เธรอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้าคาดเอว
เขาหยิบตลับไม้ขนาดเล็กที่ฉลุลวดลายละเอียดอ่อนโยนออกมา วางลงบนโต๊ะ
เมื่อเปิดฝาตลับไม้ เผยให้เห็นเมล็ดพืชสีม่วงเรืองแสงสามสี่เมล็ด ส่งกลิ่นหอมคล้ายสะระแหน่ปนกลิ่นดินหลังฝน
"ข้าไม่มีเงินตราของดินแดนนี้... แต่ข้าเชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะมีค่าสำหรับเ้าของร้านอาหารวิเศษเช่นเ้า"
เธรอนกล่าวพลางดันตลับไม้ส่งให้นนท์
"นี่คือ 'เมล็ดพันธุ์ดารามนตรา' สมุนไพรระดับหายากของป่าเอลฟ์"
"หากนำไปปลูกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มันจะเติบโตเป็ใบไม้มนตราที่ช่วยฟื้นฟูมานาและจิตใจได้อย่างรวดเร็ว"
"ข้าขอแลกเมล็ดพันธุ์นี้กับอาหารอันเลิศรสของเ้า... หวังว่าเ้าจะสามารถนำมันไปปรุงแต่งเมนูใหม่ๆ ได้"
นนท์รับตลับไม้มาัั ทันใดนั้นหน้าจอระบบก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นทันที
[ติ้ง! ตรวจพบไอเทมแลกเปลี่ยนพิเศษ: เมล็ดพันธุ์ดารามนตรา (ระดับหายากต่ำ) 1 ตลับ]
[คุณสมบัติ: สมุนไพรต่างโลกที่สามารถนำไปทดลองปลูกเพื่อปลดล็อกวัตถุดิบและเมนูใหม่]
[มูลค่าประเมินระบบ: ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า +180 EXP หรือแลกเปลี่ยนเป็เงินบาทได้ 9,000 บาท]
นนท์ลอบดีใจเป็อย่างมาก 180 EXP นั้นเพียงพอที่จะทำให้ร้านเลเวลอัปทันที!
เขาตัดสินใจเลือกรับเป็ค่าประสบการณ์ เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของร้าน
"ขอบคุณท่านเธรอนมากครับ เมล็ดพันธุ์นี้มีค่าและช่วยร้านเราได้มากจริงๆ"
นนท์กล่าวด้วยความเคารพและยินดี
"ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณสำหรับอาหารวิเศษมื้อนี้... ข้าจะเฝ้ารอชิมเมนูใหม่จากฝีมือของเ้าในครั้งหน้า"
เธรอนพยักหน้ายิ้มแย้มลุกขึ้นเดินจากไป พร้อมกับเอลฟ์คนอื่นๆ ที่อิ่มหนำสะสำราญและทยอยเดินทางกลับ
เมื่อลูกค้าเอลฟ์คนสุดท้ายก้าวพ้นประตูหลังร้านและประตูด้านหลังปิดลงสนิท
*วิ้ง!*
แสงสีทองประกายสว่างวาบขึ้น ทั่วทั้งร้านหลบมุมคาเฟ่
เสียงดนตรีสดใสของระบบดังสะท้อนกังวานในหัวของนนท์อย่างรื่นเริง
[ติ้ง! ค่าประสบการณ์ร้านค้าสะสมครบ 200/200 EXP (ระดับเลเวล 2)]
[ยินดีด้วย! ร้านหลบมุมคาเฟ่เลเวลอัปขึ้นสู่ เลเวล 3]
[ค่าประสบการณ์ส่วนเกินสะสมต่อในระดับเลเวล 3: 30 / 300 EXP]
[สิทธิพิเศษที่ปลดล็อก:]
1. ปลดล็อกช่องเก็บของวัตถุดิบต่างโลก (System Inventory)
2. ปลดล็อกระบบการอัปเกรดเตาและเครื่องครัวพื้นฐาน
นนท์มองแสงเรืองรองที่ค่อยๆ จางหายไป พลางถอนหายใจยาวอย่างมีความสุข
เอลวิน่าที่เดินมาหยุดข้างๆ นนท์ตบมือดีใจจนใบหูสั่นพั่บๆ
"ว้าว! รู้สึกได้เลยค่ะว่ามิติในร้านของเรากว้างขวางและมั่นคงขึ้นอีกเยอะเลย!"
"ใช่ครับเอลวิน่า... และทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณความขยันของเธอด้วยนะ"
นนท์หันไปชมพนักงานสาว ที่ตอนนี้แก้มใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายปนดีใจ
"เย็นนี้เราปิดร้านเร็วหน่อยดีกว่าครับ... พี่จะพาเธอไปเปิดหูเปิดตาที่ตลาดโลกมนุษย์ฝั่งโน้นบ้าง"
นนท์ชี้มือไปทางประตูด้านหน้าของร้านที่ปิดล็อกไว้
ดวงตาสีเขียวมรกตของเอลวิน่าเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น กับสิ่งใหม่ที่กำลังจะได้เดินทางไปัั
---