เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 690 ปัญหาของร้านอาหารแทนคุณ (1)

    ตอนที่ 690 ปัญหาของร้านอาหารแทนคุณ (1)

     

    หลังจากที่เจิ้งฟู่สามารถเข้าใจ “เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก”ได้แล้ว เจิ้งฟู่ก็ยังคงใช้เวลาอยู่ในห้องของเขาจนถึงช่วงเย็นก่อนที่เขาจะออกมาจากห้องของเขาเพื่อที่จะกินอาหารร่วมกันกับทุกๆคนที่รอเขาอยู่ที่โต๊ะขนาดใหญ่ลานหน้าบานพัก.......

     

    “พี่ชาย! ท่านดูแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!”ช่างเยวี่ยน้อยที่นั่งเล่นอยู่กับเจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อยพลันสัมผัสได้ถึงพลังความแข็งแกร่งของเจิ้งฟู่ที่เปลี่ยนไปเธอจึงได้ถามเขาออกไปอย่างอยากรู้......

     

    “พี่ชายของเจ้าก็แข็งแกร่งแบบนี้อยู่แล้ว!”เจิ้งฟู่แกล้งตอบช่างเยวี่ยตัวน้อยไปว่าเขานั้นแข็งแกร่งอยู่แล้วด้วยท่าทางตลกก่อนจะพูดต่อว่า “อันที่จริงแล้วเป็นเพราะน้องพี่และไท่เห๋อที่ได้มอบเคล็ดวิชาการบ่มเพาะให้พี่ความสามารถของพี่ถึงได้เพิ่มขึ้นยังไงละ!” เจิ้งฟู่อธิบายความจริงเกี่ยวกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเขาให้ทั้งสองคนได้รู้.......

     

    “เย้! ช่างเยวี่ยยินดีกับพี่ชายด้วย!”ช่างเยวี่ยน้อยกล่าวแสดงความยินดีกับเจิ้งฟู่พร้อมกับกระโดนไปมาอย่างดีใจตามประสาเด็ก......

     

    “ยินด้วยขอรับนายท่าน!” ไท่เห๋อเองก็รู้สึกยินดีกับเจิ้งฟู่ด้วยเช่นกันเพราะยิ่งเจิ้งฟู่แข็งแกร่งมากแค่ไหนร่มเงาของเจิ้งฟู่ก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้นซึ่งตัวเขาที่อาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของเจิ้งฟู่นั้นก็จะได้พลอยได้ผลไปด้วย.......

     

    “ไม่เท่าไหร่หรอก เอาละพวกเรามาทานอาหารเย็นกันดีกว่า เดียวพรุ่งนี้ข้าจะพาทุกคนเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อหาซื้อของที่จำเป็นต้องใช้เสียหน่อยรีบๆนอนพักผ่อนกันละ!” ในตอนนี้เจิ้งฟู่รู้สึกหิวแล้วเขาจึงชวนทุกคนกินข้าวเย็นกันก่อน พร้อมกับบอกว่าในวันพรุ่งนี้จะพาทุกคนเข้าเมือง......

     

    “เย้! เย้!เย้! ข้าจะได้ไปเจอท่านตาคิงแล้ว!” ช่างเยวี่ยน้อยถึงกับตาลุกวาวทันทีเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่บอกว่าเขาจะพาเธอเข้าเมืองในวันพรุ่งนี้ก่อนจะร้องตะโกนเสียงดังอย่างมีดูมีความสุข......

     

    “ครั้งนี้นายท่านจะให้ข้าน้อยไปด้วยเหรอขอรับ?!” ไท่เห๋อเองก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจเหมือนกันที่จะได้กลับเข้าไปในเมืองเพราะนี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่เขาอยู่ที่นี้ ถึงแม้เขาจะไม่มีญาติที่ไหนแล้วก็เถอะแต่เขาก็อยากที่จะไปเดินตลาดหรือสถานที่ต่างๆเสียหน่อย......

     

    “หรือว่าเจ้าไม่อยากจะไปกับข้า?”เจิ้งฟู่เห็นแววตาของไท่เห๋อแล้วเขาก็รู้ได้ในทันทีทว่าไท่เห๋อนั้นต้องการที่จะเข้าเมืองไปกับเขาในวันพรุ่งนี้เขาเพียงแต่พูดแหย่ชายหนุ่มเท่านั้น......

     

    “ไปขอรับนายท่าน! ข้าน้อยอยากไปขอรับ!” ชายหนุ่มพลันส่งเสียงตอบกลับมาในทันทีว่าเขานั้นต้องการที่จะไปด้วยและอยากไปมาก......

     

    “งั้นก็ดี! เช่นนั้นเราจะเดินทางในวันพรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าทั้งสองคนไปพักผ่อนได้แล้ว!”เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของไท่เห๋อเจิ้งฟู่ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะบอกให้ทั้งสองคนกลับไปพักผ่อน......

     

    ขอรับนายท่าน!

     

    ค่ะพี่ชาย!

     

    ที่เจิ้งฟู่ต้องการจะเข้าเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้ก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับเคล็ดวิชาการบ่มเพาะต่อซึ่งเขาจำเป็นที่จะต้องหาซื้อตำราเคล็ดวิชาเหล่านั้นจากในเมืองถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาทักษะระดับ แต่เจิ้งฟู่คิดว่ามันน่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้างอีกอย่างก็เพื่อหาอาวุธที่เหมาะสมให้กับช่างเยวี่ยและไท่เห๋อด้วย เนื่องจากทั้งสองคนอาจจะเป็นตัวช่วยในอนาคต......

     

    เช้าวันถัดมา........

     

    ฟู่วววววววว!!

     

    หลังจากที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเมื่อคืนนี้เช้าวันนี้เจิ้งฟู่ได้เรียกสิงโตปีกม่วงสัตว์อสูรพาหนะบินของเขาออกมาซึ่งเจ้าตัวน้อยได้ตามแม่ของมันออกมาด้วย แต่เมื่อเจ้าตัวน้อยรู้ว่าวันนี้ทุกคนจะไปที่เมืองกันหมดยกเว้นตัวมันมันก็พยายามส่งเสียงร้องอ้อนวอนต่อเจิ้งฟู่เพื่อให้พามันไปด้วย แต่เพราะมีช่างเยวี่ยน้อยเป็นคนช่วยปลอบมันอยู่ข้างๆเจ้าสิงโตตัวน้อยจึงได้สงบลง......

     

    “พวกเราจะรีบไปรีบกลับมานะ เจ้าอยู่ที่นี้ช่วยปกป้องบ้านพักของพวกเราด้วยละเดียวข้ากลับมาแล้วจะอยู่เล่นเป็นเพื่อนเจ้าและจะเอาของมาฝากเจ้าด้วย!” ช่างเยวี่ยน้อยพยายามพูดปลอบให้สิงโตตัวน้อยสงบด้วยคำพูดที่หวานใสและน่ารักของเธอ......

     

    กรร!!

     

    “ช่างเยวี่ยน้องพี่!นี่มันสายแล้วนะ รีบไปกันเถอะ!”เจิ้งฟู่เห็นว่าเวลามันเลยมานานแล้วเขาจึงตะโกนบอกให้ช่างเยวี่ยมาขึ้นขี่สิงโตปีกม่วงได้แล้ว......

     

    ค่ะพี่!

     

    “เจ้าอยู่ที่นี้นะซือซือ แล้วอย่างดื้อละไม่งั้นข้าจะไม่เล่นกับเจ้าอีก!” ก่อนที่ช่างเยวี่ยจะไปเธอได้พูดย้ำกับเจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อยอีกครั้ง กรร! ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อยจะเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดมันจึงได้ส่งเสียงคำรามต่ำออกมาพร้อมกับพยักหน้าของมัน......

     

    พรึบ! พรึบ!!พรึบ!!

     

    กรร!!

     

    ยี่สิบนาทีผ่านไป........

     

    ณ ลานจอดสัตว์อสูรพาหนะ.......

     

    การที่สิงโตปีกม่วงต้องบรรทุกคนสามคนเดินทางไปเมืองหลวงนั้นมันไม่ได้ทำให้ความเร็วของมันตกลงไปเลยแม้แต่น้อยความเร็วในการเดินทางของมันยังคงเร็วเหมือนเดิมหรือบางทีมันอาจจะเร็วขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะระดับพลังของเจ้าสิงโตปีกม่วงเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน.......

     

    “นี่เป็นครั้งแรกของข้าน้อยเลยที่ได้นั่งสัตว์อสูรบินได้แบบนี้ความรู้สึกแบบนี้มันช่วงสุดยอดนัก หากข้ามีสัตว์อสูรบินได้บ้างคงจะดีไม่น้อยเลย!”ชายหนุ่มไท่เห๋อกล่าวออกมาอย่างมีความสุข หลังจากที่ลงมาจากสิงโตปีกม่วงแล้วความรู้สึกในตอนที่เขาขี่หลังของมันและมองดูวิวทิวทัศบนท้องฟ้านั้นมันช่างสุดยอดมากและนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มอยากที่จะได้สัตว์อสูรบินได้บ้าง......

     

    “หากเจ้าต้องการมันจริงๆข้าก็จะซื้อมันให้กับเจ้าแต่เจ้าจะต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า เจ้ายินดีหรือไม?”เจิ้งฟู่เห็นว่าชายหนุ่มอยากได้ เขาจึงได้ยื่นข้อเสนอให้กับชายหนุ่มเพื่อแลกกับสัตว์อสูรบินได้ตามที่เขาต้องการ......

     

    “แน่นอนขอรับนายท่านต่อให้เพิ่มเป็นห้าเท่าสิบเท่าข้าน้อยก็ยอม!” ชายหนุ่มถึงกับตาลุกวาวอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินข้อเสนอของเจิ้งฟู่ซึ่งเขาตอบรับข้อเสนอของเจิ้งฟู่อย่างไม่ลังเลหรือถามกลับมาเลยว่างานที่เจิ้งฟู่ว่านั้นมันคืออะไร.......

     

    “ดี! แต่ก่อนอื่นพวกเราไปหารถม้าสำหรับใช้เดินทางกัน!” เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเสนอว่าตอนนี้ควรไปหารถม้าก่อนและแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงรถม้าเจิ้งฟู่ย่อมต้องคิดถึงชายชราคงที่เคยพาเขาเที่ยวชมรอบเมืองและทำให้เขาได้พบกับช่างเยวี่ยตัวน้อยที่น่ารัก.......

     

    “เช่นนั้นพวกเราก็ไปหาคุณตาคิงกันบางที่คุณตาอาจจะว่างอยู่ก็ได้!” ซึ่งช่างเยวี่ยเองก็คิดเหมือนกับเจิ้งฟู่เธอจึงได้เสนอความคิดเห็นออกมาว่าให้ไปหาชายชราคิง.......

     

    “เอาสิ! งั้นพวกเราก็ลองไปดูกันว่าท่านผู้เฒ่าคิงอยู่หรือไม่!” เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับช่างเยวี่ย ก่อนจะเดินนำทั้งสองคนไปยังพื้นที่สำหรับเช่ารถม้า......

     

    ณ ลานเช่ารถม้า.......

     

    “ว่ายังไงนะ!? ท่านผู้เฒ่าคิงลาออกไปแล้ว?”เจิ้งฟู่ส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างสงสัย หลังจากที่ได้ยินเจ้าของกิจการเช่ารถม้าบอกว่าชายชราคิงได้ลาออกจากการเป็นคนขับรถม้าไปแล้ว......

     

    “ถูกต้องแล้วนายท่านตาเฒ่าคิงได้ขอลาออกจากการเป็นคนขับรถเมื่อสามวันก่อน ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายเป็นเถ้าแก่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ย่านชานเมืองแล้วรู้สึกว่าจะชื่อ “ร้านอาหารแทนคุณ” อะไรนี้แหละว่าแต่นายท่านยังต้องการที่จะเช่ารถม้าอยู่หรือไม่ขอรับทางเรามีรถม้าอย่างดีอยู่มากมายราคาก็ไม่แพงมากเพียงวันและร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเท่านั้นหรือหากว่า.........”

     

    “ข้าต้องการแค่รถม้าธรรมดาหนึ่งคัน”เจิ้งฟู่พูดแทรกขัดขึ้นมาก่อนที่เจ้าของกิจการจะได้พูดจบ ซึ่งเขาได้เลือกรถม้าธรรมดาเหมือนเช่นก่อนและเพราะเจิ้งฟู่เลือกเพียงรถม้าธรรมดาสีหน้าที่ดูเคารพและนอบน้อมของเจ้าของกิจการก็เปลี่ยนไป......

     

    “ได้! เดียวข้าจะจัดการได้อันตราค่าเช่าต่อวันอยู่ที่สิบผลึกสวรรค์ม่วงระดับ!” เจ้าของกิจการตอบกลับในทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสใดๆต่างจากก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก......

     

    “ขอบใจ! นี้ผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำยี่สิบก้อนแล้วก็รีบๆจัดการให้ข้าด้วย ข้ารีบ!” ทว่าเจิ้งฟู่กลับให้ผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเพิ่มขึ้นอีกสิบก้อนที่ให้เป็นแบบนั้นเพราะเขากำลังรีบหากไม่ให้เขาคงต้องรอคิวรถม้าอีกหลายนาทีแน่ๆ.......

     

    อ๊ะ!!

     

    หมับ!!


    “ได้เลยขอรับนายท่าน
    ! เดียวข้าน้อยจะรับจัดการให้เดี่ยวนี้!”แต่เมื่อเจ้าของกิจการเห็นเจิ้งฟู่จ่ายให้มันเพิ่มเป็นสองเท่ามันก็กลับมาพูดดีกับเจิ้งฟู่อีกครั้งก่อนจะรีบสั่งการให้ลูกน้องลัดคิวให้กับเจิ้งฟู่ก่อน ซึ่งรถม้าที่จะนำเจิ้งฟู่ไปทั่วเมืองนั้นเป็นรถม้าธรรมดาจริงๆแต่ทว่ามันกลับเป็นรถม้าคันเดียวกันกับที่ชายชราคิงเป็นผู้ขับและก็เป็นคนเดียวกันกับที่พาเจิ้งฟู่ไปทัวร์ในตอนนั้น.....

     

    หลังจากที่ออกมาจากลานเช่ารถม้าแล้วเจิ้งฟู่ก็ส่งให้สารถีขับไปส่งเขาที่ร้านอาหารแทนคุณซึ่งเป็นร้านอาหารที่เจ้าของกิจการบอกว่าเป็นร้านของชายชราคิง.......

     

    ณ เขตชานเมือง พื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านทั่วๆไปและตระกูลระดับต่ำ.......

     

    “ถึงร้านอาหารแทนคุณแล้วขอรับนายท่าน!”หลังจากที่ใช่เวลาเดินทางอยู่เกือบๆยี่สิบนาทีในที่สุดรถม้าก็ได้หยุดจอดพร้อมกับเสียงของสารถีที่ดังบอกว่าถึงเราร้านอาหารแทนคุณแล้ว.......

     

    “ขอบคุณใจเจ้ามากเอารถม้าไปหาที่จอดและรอพวกเรา!” เจิ้งฟู่หันไปตอบกลับสารถีพร้อมกับสั่งให้สารถีนำรถม้าไปจอดยังมี่จอดและรอเขาอยู่ที่รถม้า......

     

    ขอรับนายท่าน!

     

    หลังจากที่ทั้งสามลงจากรถม้าแล้ว พวกเขาก็ได้พบกับอาคารไม้สองชั้นที่แสนจะธรรมดาบ้านๆตั้งอยู่เบื้องหน้าซึ่งที่ด้านหน้าของร้านอาหารแห่งนี้มีป้ายไม้ขนาดใหญ่และสักตัวอักษรว่า “แทนคุณ” ติดเอาไว้และจากที่เห็นร้านอาหารแห่งนี้ดูจะเป็นที่นิยมของผู้คนเอามากๆ.......

     

    “นายท่านทั้งสาม!เชิญแวะทานอาหารที่ร้านอาหารแทนคุณก่อนขอรับ ร้านของเรามีสุรารถเลิศและอาหารสุดอร่อยอยู่หลายชนิดให้เลือกแถมราคาอาหารของร้านเรายังถูกอีกด้วย!” ในขณะที่เจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยกับไท่เห๋อกำลังยืนมองดูป้ายร้านอาหารอยู่นั้นจู่ๆเสียงของเสี่ยวเอ้อที่เดินออกมาจากด้านในร้านก็ดังขึ้น......

     

    “อ่า! นั้นมันพี่ชายเสี่ยวเฮ้อนิ?”และในจังหวะเดียวกันเสียงหวานใสของช่างเยวี่ยก็ดังตอบกลับไป ซึ่งช่างเยวี่ยตัวน้อยดูเหมือนจะรู้จักกับเสี่ยวเอ้อคนนี้.......

     

    “นั่นน้องสาวช่างเยวี่ยนิ? อ่า!เป็นน้องสาวช่างเยวี่ยจริงๆด้วยแต่ไหนท่าตาบอกว่าเจ้าไปกับนายน้อยคนหนึ่งยังไงละ? แล้วทำไม..........อ้า!!”ในจังหวะที่เด็กหนุ่มเสี่ยวเอ้อที่มีนามว่าเสี่ยวเฮ้อกับถามช่างเยวี่ยตัวน้อยอยู่นั้นสายตาของเขาก็พลันเหลือบมองไปเห็นเจิ้งฟู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ “ทะ.....ท่านคือนายน้อยที่ท่านตาว่า?ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบกลับไปบอกท่านตาว่านายน้อยมา!” เมื่อชายหนุ่มรู้ว่าเจิ้งฟู่คือนายน้อยที่ว่าเขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในร้านอาหารในทันทีเพื่อที่จะเข้าไปบอกให้ชายชรารู้ว่าเจิ้งฟู่ได้มาที่ร้านของเขาแล้ว.......

     

    สองนาทีผ่านไป......

     

    ตึก ตึก ตึก!!

     

    “นายน้อย!! นายน้อย!!ในที่สุดท่านก็มา!” ชายชรารู้สึกดีใจมากที่เห็นเจิ้งฟู่ในวันนี้มันราวกับว่าชายชราได้เห็นพระเจ้าผู้สร้างโลกอย่างนั้นแหละ......

     

    “ท่านผู้เฒ่า!” เจิ้งฟู่ส่งเสียงตอบกลับพร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่น......

     

    “เชิญขอรับนายน้อย!พวกเราเข้าไปข้างในร้านกันก่อนเถอะ!”ชายชราเห็นว่ามันเป็นการเสียมารยาที่จะคุยกันตรงนี้ เขาจึงได้เชิญให้เจิ้งฟู่เข้าไปข้างในร้านแต่ก่อนนั่นชายชราได้หันไปมองที่ชายหนุ่มและพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเฮ้อ! รีบจัดห้องพิเศษให้กับนายน้อยเร็วเข้าเดียวข้าจะไปเข้าครัวทำอาหารสูตรพิเศษให้กับนายน้อยเอง!”เมื่อชายชราพูดจบเขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในร้านทันที........

     

    “ขอรับท่านตา! ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง!” ชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อรีบตอบรับคำสั่งของชายชราในทันทีก่อนจะหันกลับมามองที่เจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยกับไท่เห๋อ “เชิญพวกท่านทั้งสามตามข้าน้อยมาเลยขอรับเดี๋ยวข้าน้อยจะพาพวกท่านไปยังห้องพิเศษที่ท่านตาจัดเตรียมไว้ให้กับท่านโดยเฉพาะเอง!”ชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อหงายเชิญให้ทั้งสามตามตนเข้าไปในร้านด้วยท่าทางสุภาพและนอบน้อม......

     

    อื้ม!

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน