ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 65 จักรวรรดิสือหลง

          ยามสายัณห์ ผืนดินสาดส่องด้วยแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันความมืดสลัวมาเยือนโลกอีกครั้ง เมื่อยามรัตติกาลมาถึง ท้องฟ้าสีครามก็มีดวงดาราส่องแสงระยิบระยับมากมายนับไม่ถ้วน

      ตู้เซ่าฝู่กลับมาถึงเรือนของตนเองเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผู้ดูแลใหญ่ประจำเรือนหลังก็มาหาที่เรือนบอกกับตนว่าเจ้าบ้านและคุณชายรองเรียกให้ไปหา

      “ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงสองพวกท่านอยากพบข้าหรือ?”

      เมื่อตู้เซ่าฝู่มาถึงห้องหนังสือของลุงใหญ่ก็พบว่าลุงใหญ่ตู้เจิ้นอู่กับลุงสองตู้จื้อสยงนั่งประจำที่รอกันอยู่แล้วพวกเขากำลังสนทนาคุยกันเสียงเบา ท่าทางเคร่งเครียดเล็กน้อย

      เมื่อตู้จื้อสยงเห็นว่าตู้เซ่าฝู่มาถึงก็ส่งสัญญาณเรียกให้ตู้เซ่าฝู่มานั่งลงคุยกัน จากนั้นเอ่ยถามว่า “เซ่าฝู่ ช่วงนี้เจ้าขลุกอยู่กับแต่กับตัวเอง ทำตัวลับๆ ล่อๆไม่ค่อยเห็นเจ้าสักเท่าไร เป็นเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกหรือดูเจ้าท่าทางแข็งแรงกระฉับกระเฉงขึ้นเยอะเลย”

      ตู้เซ่าฝู่นั่งลงที่ที่นั่งข้างๆของตู้จื้อสยง พยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “ในเมื่อข้าไม่ได้มีเรื่องอะไรต้องทำอยู่แล้วจึงปลีกตัวไปฝึกวรยุทธที่เขาหลัง ไม่ทราบว่าท่านลุงใหญ่ท่านลุงสองเรียกข้ามาหามีเรื่องอันใดหรือ?”

      “เจ้าลืมไปแล้วหรืออีกสามวันก็คือวันประลองระหว่างทายาทของสุดยอดห้าสกุลแล้วนะ”ตู้เจิ้นอู่ที่สีหน้าตึงเครียดเริ่มยิ้มออกมา จ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ และเอ่ยถามว่า “เจ้าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว?”

      “อีกสามแล้วหรือเนี่ย”

      ตู้เซ่าฝู่ลืมไปจริงๆช่วงนี้เอาแต่ตะบี้ตะบันฝึกวรยุทธจนแทบลืมกินลืมนอนเรื่องการประลองของทายาทวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลประจำเมืองสือเฉิงเขาเก็บเรื่องนี้ไว้ในสมองส่วนหลังไปเลย เมื่อนึกถึงเหลยฉือที่อยู่ในบ้านสกุลเยี่ยเขาก็ยิ้มออกมา กล่าวว่า “เข้าเตรียมตัวมาโดยตลอด”

      ตู้เจิ้นอู่มองดูแววตาของตู้เซ่าฝู่สายตาของตู้เซ่าฝู่ดูแน่วแน่มั่นคงไม่หวั่นไหวและกังวลเลยแม้แต่น้อยยิ่งไปกว่านั้นกลับท่าทางตั้งตารอคอยอยากให้มาถึงไวๆ ตู้เจิ้นอู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้มั่นใจในการประลองครั้งนี้เต็มร้อยเลยหรือ

      ตู้เจิ้นอู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดต่อว่า “อั้นหู่แห่งบ้านสกุลอั้น ไป๋เทียนหมิงแห่งบ้านสกุลไป๋ฉินเสี่ยวลู่แห่งบ้านสกุลฉิน สามคนนี้ไม่ใช่ศัตรูของเจ้าข้ารู้ว่าฌานของเจ้าอยู่ในระดับที่ไม่เลว ทว่าครั้งนี้มีเรื่องเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดนิดหน่อยเจ้าต้องระวังตัวให้ดีล่ะ”

      ตู้เซ่าฝู่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยถามไปว่า “เกิดเรื่องพิเศษอันใดหรือ?”

      ตู้จื้อสยงตอบว่า “เกิดเรื่องพิเศษขึ้นจริงๆ นั่นแหละครั้งนี้บ้านสกุลตู้มีเจ้าคนเดียวที่เข้าร่วมในการประลองครั้งนี้ เจ้าคือตัวแทนของบ้านสกุลตู้เพียงคนเดียว”

      “เหตุใดจึงมีข้าไปคนเดียวล่ะ?”

      ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าสงสัยการประลองระหว่างวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลครั้งก่อนๆ ตู้เซ่าฝู่ก็พอเคยได้ยินมา มีกำหนดว่าแต่ละบ้านสกุลสามารถส่งคนเข้าร่วมได้ไม่เกินสิบห้าคนน้อยกว่านั้นได้ แต่ห้ามเกินจำนวนนี้

          ทุกครั้งในการประการลองระหว่างวัยรุ่นในสกุลใหญ่ แต่ละบ้านสกุลจะส่งไปครบทั้งหมดสิบห้าคนไม่เคยน้อยกว่านั้น ทุกบ้านสกุลไม่ได้สนว่าทุกคนที่ลงสมัครจะมีโอกาสได้อันดับที่หนึ่งหรือไม่เพราะนับว่ามันก็เป็นการฝึกฝีมือครั้งหนึ่งซึ่งจะเป็นผลดีอย่างมากต่อการฝึกวรยุทธในอนาคต

          ตู้เจิ้นอู่ยิ้มเศร้าๆให้กับตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “เจ้าตัวแสบเจ้ายังมีหน้ากล้ามาถามอีก ตู้เหยียน ตู้ชง ตู้เฮ่าถูกเจ้าทำร้ายจนบาดเจ็บตอนนี้เพิ่งจะฟื้นฟูร่างกายไปได้ประมาณครึ่งหนึ่ง จึงไม่สามารถเข้าร่วมประลองได้”

          “ตู้อวี่กับตู้เสวี่ยพวกเขามีฝีมือและพรสวรรค์ไม่เลว ทว่าหากเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ไปแล้วการประลองฝีมือของทายาทในสุดยอดห้าสกุลครั้งหน้าก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้เจ้าเองก็รู้ ทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วมเพียงหนึ่งครั้ง ตู้อวี่กับตู้เสวี่ยคือความหวังในการชิงที่หนึ่งของบ้านสกุลตู้ในครั้งหน้าหากให้พวกเขาเข้าร่วมในครั้งนี้จะเป็นความสูญเสียมากกว่าโอกาส”

      “ดังนั้นหลังจากที่ข้ากับลุงสองของเจ้าปรึกษากันแล้วจึงตัดสินใจให้เจ้าเป็นตัวแทนของบ้านสกุลตู้ในการเข้าร่วมการแข่งประลองครั้งนี้เพียงคนเดียวแต่นี่จะสร้างความกดดันให้เจ้ามากขึ้น เพราะเจ้าเคยไปลงมือล่วงเกินคนของบ้านสกุลไป๋บ้านสกุลอั้น รวมถึงบ้านสกุลฉินมา พอถึงตอนนั้นเป็นไปได้ว่าเจ้าอาจจะถูกบ้านสกุลอื่นรุมโจมตี”

          ตู้เซ่าฝู่มีสีหน้าครุ่นคิดสำหรับกฎในการประลองของทายาทวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลเขาก็พอรู้มาบ้างนอกจากห้ามไม่ให้ลงมือที่จุดตายจงใจปลิดชีพอีกฝ่ายกับใช้พลังหรือวิธีการอื่นที่ไม่ใช่เป็นของตัวเองก็ไม่มีได้มีกฎอื่นระบุห้ามไว้ การประลองนี้ประดั่งสงครามตะลุมบอนผู้ที่ชนะคือผู้ที่ยืนหยัดจนคนสุดท้ายได้และมีเพียงผู้ชนะคนสุดท้ายที่สามารถเข้าไปฝึกในเหลยฉือได้

          ในกฎเช่นนี้การร่วมมือกันระหว่างผู้เข้าร่วมการประลองที่มาจากบ้านสกุลเดียวกันสำคัญมาก ใครๆก็รู้ว่า สองหมัดต่อสู้กับสี่หมัดยาก และจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่หากไร้ผู้สนับสนุนเมื่อประสบกับการรุมโจมตี ก็จะซวยและเอาตัวรอดได้ยากเช่นกัน

          “คิดว่าอย่างไรเจ้ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ หากคิดว่าไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ตู้อวี่กับตู้เสวี่ยลงแข่งไปด้วยเถิดอย่างน้อยจะทำให้เจ้ารู้สึกกดดันน้อยลงบ้าง” ตู้จื้อสยงมองตู้เซ่าฝู่ที่กำลังครุ่นคิดสีหน้าเครียดเขาคิดว่าตู้เซ่าฝู่ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้แล้ว และเขาเองก็เข้าใจดีหากถูกรุมโจมตี พอเดาได้ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคงจะแย่มาก

      “ไม่ต้องหรอกให้ข้าลงแข่งคนเดียวเถิด แบบนี้จะได้ดูสบายๆ หน่อย”

      ตู้เซ่าฝู่เงยหน้าขึ้นมาและยิ้มให้ท่าทางไม่ได้ดูกังวลใจอะไรมากมาย

      “เซ่าฝู่เรื่องนี้ไม่สามารถมาล้อเล่นกันได้นะ ต่อให้เมื่อถึงตอนนั้นคนของบ้านสกุลเยี่ยเข้ามาช่วยเจ้าบ้างทว่าคนของบ้านสกุลอื่นๆ ก็น่าจะจ้องรุมเล่นงานเจ้าคนเดียวแน่นอน” ตู้เจิ้นอู่เตือนตู้เซ่าฝู่

      “ท่านลุงใหญ่ข้าจะพยายามสุดความสามารถ อยากรุมเล่นงานข้าก็ต้องดูว่าพวกคนเหล่านั้นมีความสามารถพอที่จะทำได้ไหม” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มบางๆ

      “ก็ได้ในเมื่อเจ้าคิดว่ามั่นใจ งั้นข้าที่เป็นลุงใหญ่ของเจ้าก็จะเชื่อในตัวเจ้าแล้วกัน”

      ตู้เจิ้นอู่จ้องมองสายตาตั้งมั่นและแน่วแน่ของตู้เซ่าฝู่จากนั้นก็พยักหน้า กล่าวต่อไปว่า “แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเจ้าต้องระวังเฉาฉี่ไท่จากบ้านสกุลฉินเป็นพิเศษ เป็นไปได้ว่าเฉาฉี่ไท่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเจ้าแล้ว”

      “บ้านสกุลฉินทำไมมีคนแซ่เฉาด้วยล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่ไม่เข้าใจ

      “เฉาฉี่ไท่เป็นว่าที่สามีของฉินเสี่ยวลู่แห่งบ้านสกุลฉินถือว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนของบ้านสกุลฉินแล้ว อายุก็ไม่มากจึงมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการประลองนี้ด้วย เจ้าต้องระวังทั้งเรื่องพละกำลังความสามารถของเขารวมถึงระวังเรื่องสถานะของเขาไว้ด้วย”

      ตู้จื้อสยงอธิบายต่อว่า “จากข้อมูลที่พวกเราได้มา เฉาฉี่ไท่คนนี้อายุไม่มากทว่ามีความสามารถสูงสุดยอด ทั้งยังเป็นบุตรชายของท่านชายที่เป็นเสนาบดีดูแลจังหวัดหลิวอวิ๋นเฉาเทียนหมั่งอีกด้วย”

      “จังหวัดหลิวอวิ๋นเฉา” ตู้เซ่าฝู่แววตาสั่นไหวเล็กน้อย จังหวัดหลิวอวิ๋นเฉาเป็นเขตจังหวัดนอกพื้นที่เมืองสือเฉิงจังหวัดนั้นประกอบด้วยเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองสือเฉิงอีกเป็นสิบกว่าเมือง

      ในแต่ละแคว้นที่ใหญ่กว่าเมืองคือจังหวัด ที่ใหญ่กว่าจังหวัดคือมณฑลที่ใหญ่กว่ามณฑลก็คือการควบคุมของแคว้นหรือจักรวรรดิแล้ว

          ในความคิดของตู้เซ่าฝู่ เมืองสือเฉิงเป็นสถานที่มีความพิเศษมากได้ยินมาว่าเมื่อจักรวรรดิถูกสร้างขึ้นมา แม้ว่าเมืองสือเฉิงจะเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่บริเวณชายแดน ทว่าก็ไม่ได้อยู่ในการปกครองของจังหวัด เวลาผ่านมานานแล้วก็ไม่มีใครรู้สาเหตุ รู้เพียงว่าแม้เมืองสือเฉิงจะเป็นเพียงเมืองเมืองหนึ่งในแคว้นกลับไม่มีใครมาควบคุม มีเพียงสุดยอดห้าสกุลที่เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในเมืองนั้น

          “แคว้นของพวกเราชื่อว่าแคว้นสือหลง จังหวัดหลิวอวิ๋นอยู่ติดกับเมืองสือเฉิงของพวกเราหลายปีมานี้จังหวัดหลิวอวิ๋นเองก็คิดจะเข้ามาครอบครองเมืองสือเฉิงของพวกเราอยู่ตลอดแต่ก็ไม่ได้ลงมือใดๆ เพราะเกรงกลัวอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่อยู่กับบ้านสกุลเยี่ยครั้งนี้ทางจังหวัดหลิวอวิ๋นยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องการประลองของวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลจึงแต่งงานกับคนในบ้านสกุลฉิน ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้มีเป้าหมายอย่างอื่นแอบแฝงอยู่อีกอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่อยู่ในบ้านสกุลเยี่ยเกิดความเปลี่ยนแปลงไม่ได้มีเพียงแต่บ้านสกุลอื่นที่คิดไม่ดีด้วยผู้มีอิทธิพลจากที่อื่นเองก็ไม่อยู่นิ่งต่อไปแล้ว เฮ่อ……” ตู้เจิ้นอู่พูดจบก็ถอนหายใจออกมาด้วยความกังวลยาวๆ

      หลังจากคุยกับลุงใหญ่ลุงสองสักครู่ตู้เซ่าฝู่ก็ออกจากหนังสือไป ขณะที่กลับไปที่เรือนก็เห็นบิดาขี้เหล้าอยู่ที่บ้านที่นานๆ จะพบสักครั้งเพียงแต่ท่าทางของบิดาก็ยังคงเหมือนเช่นเคยนั่งเอนพิงเก้าอี้ไม้กอดขวดเหล้าขวดเดิม เมาหลับสัปหงกคอตกไม่ได้สติตามเดิม

      ตู้เซ่าฝู่เข้าไปในเรือนและออกมาพร้อมกับผ้าห่มบางๆผืนหนึ่ง เขานำมันมาคลุมตัวของบิดาขี้เมาคนนี้ และใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้จากนั้นจึงจะกลับเข้าห้องของตนเอง

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน