กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

            บทที่ 98 ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

            “ท่านปุโรหิตอาหย่า...ท่านพูดจริงหรือ? ขอเพียงดื่มน้ำนี่ก็จะแข็งแกร่งขึ้นหรือ?” ฉู่อวิ๋นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

            “แน่นอน!” อาหย่าพูดอย่างเด็ดขาดด้วยสีหน้าจริงจัง“บาดาลเทพอสูรนี้เป็นวัตถุทางวิญญาณที่สืบทอดมาในเผ่าเรานานนับพันปีตอนนี้เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านี้แล้ว เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?”

            “ข้าน้อยไม่กล้า! ข้าแค่รู้สึกตกใจนิดหน่อย”ฉู่อวิ๋นยกมือประสานแล้วถาม “แต่บาดาลเทพอสูรนั้นล้ำค่ามากผู้อาวุโสมอบมันทั้งหมดให้ข้า... ไม่เป็นไรจริงๆ หรือ?”

            “จอมยุทธ์ฉู่ นี่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากปุโรหิตเช่นข้าขอเจ้าอย่าปฏิเสธเลย พวกเราเผ่าสุนัขไม่เคยโกหก ถ้าพูดออกไปแล้วก็ต้องทำให้ได้เจ้าไม่ต้องกังวลกับคำกล่าวลอยลม” อาหย่ากล่าว

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉู่อวิ๋นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยคิดว่าอาหย่าจะไม่ทำร้ายเขาจึงขอบคุณนางอย่างจริงใจ“เช่นนั้นข้าน้อยก็ขอเชื่อฟังไม่สู้เคารพแล้ว ขอบคุณท่านปุโรหิตอาหย่า”

            ทันทีที่พูดจบฉู่อวิ๋นก็หายใจเข้าลึกๆ และกำลังจะก้มหน้าลงเพื่อดื่มบาดาลเทพอสูร แต่ในตอนนี้เองเขาก็ได้ยินมู่หรงซินพูดว่า “เดี๋ยวก่อน!”

            นางแสดงสีหน้าสงสัยเดินเข้าไปและพูดกับอาหย่า “ท่านปุโรหิต ในเผ่าท่านไม่มีนักรบวิญญาณไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดจึงมั่นใจนักว่าบาดาลเทพอสูรนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้? พวกท่านเคยลองดื่มแล้วหรือ?”

            แม้ว่ามู่หรงซินจะรู้สึกว่าอาหย่ามีเจตนาดีและไม่ต้องการทำร้ายฉู่อวิ๋นแต่เมื่อนางมีข้อสงสัยก็กังวลจนอดถามไม่ได้

            “เอ่อ...” อาหย่าพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ไม่คิดว่ามู่หรงซินจะจริงจัง

            นางกระแอมในลำคอและอธิบายว่า“อะแฮ่ม... เอ่อ...เผ่าสุนัขของเราเคยเป็นชนเผ่าพลังยุทธ์ที่ทรงพลัง ต่อมาก็ค่อยๆลดลงเพราะไม่มีใครสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ได้อีกดังนั้นจึงพอมีบาดาลเทพอสูรเหลืออยู่บ้าง”

            “แม่นางมู่หรงผู้นี้ เจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริงทั้งสิ้น”

            หลังจากพูดจบ อาหย่าก็หันกลับมามือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างกำไม้เท้าไว้ ทำให้ดูสูงส่งมู่หรงซินเองก็รู้สึกละอายขึ้นมา คิดว่าเมื่อครู่ตนเองไร้มารยาทไป

            อันที่จริงอาหย่าไม่อยากให้ทั้งสองคนเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของตนในฐานะคนธรรมดา นางโกหกไม่เก่งจริงๆ...

            ความจริงแล้วสำหรับบาดาลเทพอสูรแอ่งนี้อาหย่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการให้ฉู่อวิ๋นดื่มมันลงไปจริงๆ หรือไม่? เพราะอย่างไรเสียนางก็เห็นเพียงนิมิต หาได้สื่อสารกับเทพอสูรโดยตรง

            อาหย่าไม่รู้ว่าหากดื่มบาดาลเทพอสูรเข้าไปแล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น

            เมื่อเห็นว่าบรรยากาศค่อนข้างละเอียดอ่อนฉู่อวิ๋นจึงกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล ซินเอ๋อร์ ของเหลวนี้ใสแจ๋วดูเหมือนว่าจะมีพลังมากมาย หากเป็นผู้อาวุโสอาหย่ามอบให้ ข้าต้องรับไว้แน่!”

            หลังจากพูดจบฉู่อวิ๋นก็ก้มหน้าลงดื่ม ราวกับปลาวาฬดูดน้ำดื่มบาดาลเทพอสูรที่มีไอปกคลุมอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเห็นสิ่งนี้อาหย่าเองก็กังวลเช่นกัน หากฉู่อวิ๋นเกิดมีปัญหาใดๆ ตามมานางคงได้กลายเป็นคนบาปแน่แล้ว

            “อึก อึก——”

            ขณะที่ดื่มบาดาลเทพอสูรฉู่อวิ๋นรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก รสชาติของมันสะอาด สดชื่น ไม่ทรมานร่างกายเลย

            ไม่นานฉู่อวิ๋นก็ดื่มบาดาลเทพอสูรเกือบหมด เหลือไว้เพียงหนึ่งในสามส่วนเท่านั้น

            “บาดาลเทพอสูรนี้สดชื่นนักไร้กลิ่นไร้สี ดียิ่งนัก” ฉู่อวิ๋นเช็ดมุมปากและเรอออกมา

            “จอมยุทธ์ฉู่! รู้สึกอย่างไรบ้าง?” อาหย่าดูกังวลทั้งยังรู้สึกเสียใจเล็กน้อยท้ายที่สุดแล้วนางก็หลอกให้ฉู่อวิ๋นดื่มบาดาลเทพอสูรอันแปลกประหลาดนี้ลงไปจนได้

            “เจ้าอันธพาลอวิ๋น?” มู่หรงซินเองก็กังวลมากเช่นกันดวงตาของนางจับจ้องไปที่ใบหน้าของฉู่อวิ๋นไม่ละไปไหน

            “ก็ไม่เป็นไรก็เหมือนดื่มน้ำอย่างไรเล่า ไม่ต้องห่วง...หืม?!”

            ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็รู้สึกราวกับว่าจุดตันเถียนของเขากำลังเดือดพลังปรานฮุ่นหยวนทั้งหมดพุ่งโจมตีแขนขาและอวัยวะภายในของเขาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทั่วร่างกายของเขา!

            “ฉู่อวิ๋น!”

            “จอมยุทธ์ฉู่!”

            มู่หรงซินและอาหย่าต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นฉู่อวิ๋นเหงื่อออกมากและล้มลงกับพื้นสีหน้าของเขาดูเจ็บปวดมาก

            “ท่านปุโรหิต!ท่านบอกว่ามันจะไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดฉู่อวิ๋นถึงเป็นแบบนี้?!” มู่หรงซินกังวลมากและรีบช่วยพยุงฉู่อวิ๋นขึ้นดวงตาของนางเบิกกว้างและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

            “นี่...บาดาลเทพอสูรนี้จะปรับสมดุลร่างกาย ย่อมทำให้เจ็บปวดอยู่บ้าง! เจ้าต้อง... อดทนไว้! อดทนไว้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น!” อาหย่าก็กังวลมากเช่นกันแต่นางก็ไม่อาจบอกความจริงแก่ทั้งสองคนในตอนนี้ได้ ได้แต่เพียงปิดบังมันต่อไป

            ยามนี้ ฉู่อวิ๋นเหงื่อชุ่มอาบตัวเขาเจ็บปวดจนต้องกัดฟัน กำมือแน่น แม้แต่เสื้อผ้าก็เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

            เขารู้สึกเพียงว่ากระดูก เนื้อ เลือดและอวัยวะภายในทั้งหมดของเขาคล้ายถูกไฟเผาความเจ็บปวดนั้นเทียบได้กับลูกธนูนับพันที่แทงทะลุหัวใจ มันทรมานมาก

            “เจ็บ! เจ็บมาก!”

            แม้แต่ตะโกนออกมาดังๆเขายังไม่อาจทำได้ด้วยหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง จึงได้เพียงตะโกนอยู่ในใจเท่านั้น

            แต่เมื่อครู่ที่ได้ยินคำบอกเล่าของอาหย่าว่าเพียงแค่อดทนก็จะดีขึ้นฉู่อวิ๋นจึงกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดนี้!

            “ข้าต้องแข็งแกร่ง...ข้าต้องช่วยพี่หญิงซินเหยา... ข้าต้อง... อดทนไว้!”

            “ข้า...ข้าไม่อยากเห็นคนที่ข้ารักจากไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว!"

            “อดทนไว้...อดทนไว้!!”

            “อ๊าก----!!”

            แม้ว่าเขาจะทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัสจนร่างกายกระตุกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เมื่อเขาคิดถึงรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและไม่มีใครเทียบได้ของฉู่ซินเหยาดวงตาคมกริบก็เปล่งประกายอย่างไม่ยอมแพ้!

            ด้วยวิธีนี้หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ความเจ็บปวดในร่างกายของเขาก็ค่อยๆ บรรเทาลงและสิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพละกำลัง

            “พลังนี้…”ฉู่อวิ๋นกำหมัดแน่นจนมีเสียงแตกจากนั้นเขาก็หลับตาและมองเข้าไปภายในเพียงเพื่อจะเห็นว่ากระดูก เนื้อและเลือดของเขาแข็งแรงมากขึ้น อวัยวะภายในของเขาก็เช่นกันพวกมันเปล่งประกายมีชีวิตชีวา!

            “ขัดเกลากล้ามเนื้อและกระดูกขัดเกลาอวัยวะภายใน...ตอนนี้ข้าเป็นนักรบที่จุดสูงสุดระดับแปดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้ว?”

            ฉู่อวิ๋นรู้สึกเหลือเชื่อเขาไม่คิดว่าการดื่มสิ่งที่เรียกว่าบาดาลเทพอสูรจะได้ผลเร็วขนาดนี้!ความจริงแล้วถ้าเขาต้องการทะลวงสองขั้นนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามเดือน

            แต่ตอนนี้เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากบาดาลเทพอสูรในหนึ่งชั่วยามก็สามารถทะลวงได้ถึงสองขั้น อัศจรรย์นัก!

            “นี่... เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” เมื่อเห็นฉู่อวิ๋นหัวเราะคิกคัก มู่หรงซินก็ดูกังวลนางคิดว่าเขาบ้าไปแล้ว

            “รู้สึกดี!บาดาลเทพอสูรนี้อัศจรรย์มาก ตอนนี้ความแข็งแกร่งของข้าอยู่ที่ประมาณหนึ่งหมื่นจิน!มันเกินมาตรฐานของระดับเก้าขอบเขตควบแน่นพลังปราณไปมากเลย!” ฉู่อวิ๋นหัวเราะ

            โดยทั่วไปแล้วนักรบชั้นยอดในระดับเก้าของขอบเขตควบแน่นของพลังปราณจะมีความแข็งแกร่งเพียงแปดพันจินเมื่อถึงตอนนั้นแล้วก็คล้ายจะอยู่ที่คอขวด ไม่อาจก้าวหน้าได้ง่ายๆหากต้องการพลังที่มากขึ้น จำต้องเข้าสู่ขั้นมหาสมุทรเท่านั้น

            และฉู่อวิ๋นที่อยู่ที่ระดับแปดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแต่กลับมีพลังเทียบเท่ากับระดับต่ำสุดของขั้นมหาสมุทร มันช่างเหลือเชื่อ!

            เมื่อรวมกับพลังปราณฮุ่นหยวนและวิชากระบี่วิญญาณระดับสูงวิชากระบี่ดาวตก ตอนนี้แม้จะเจอกับสัตว์อสูรที่อ่อนแอสักหน่อยฉู่อวิ๋นก็สามารถสู้ได้!

            “ท่านปุโรหิตอาหย่า!ความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่เผ่าสุนัขมีต่อข้า ข้าน้อยจะไม่มีวันลืมเลย!โปรดรับความเคารพจากข้าน้อยคนนี้ด้วย!” ฉู่อวิ๋นดีใจมากและอยากจะขอบคุณอาหย่าแต่นางก็หยุดเขาไว้

            “อะแฮ่ม... จอมยุทธ์ฉู่บุญคุณไม่หมดเพียงทดแทน ข้าบอกแล้วว่าบาดาลเทพอสูรที่สืบทอดมาของเผ่าเรานั้นอัศจรรย์ไร้ขอบเขตตอนนี้เจ้าก็ออกจากป่าสีเลือดอย่างมั่นใจเถอะ” อาหย่าถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุดนางก็ไม่ได้หลอกฉู่อวิ๋น

            “ใช่แล้ว บาดาลเทพอสูรที่เหลือนั้นข้าน้อยคงไม่รับไว้แล้ว ตอนนี้ข้าน้อยทะลวงเพิ่มมาได้สองระดับ จำต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐานหากดื่มเพิ่มอีกก็คงไม่มีผลมากเท่าใดแล้ว” ฉู่อวิ๋นกล่าว

            “อืม ได้…”

            “เดี๋ยวก่อน!”

            มู่หรงซินขัดจังหวะคำพูดของอาหย่าหายใจเข้าลึกๆ และพูดว่า “ท่านปุโรหิตอาหย่าบาดาลเทพอสูรนี่ปล่อยไว้ก็ไม่มีผลอันใดต่อเผ่าท่าน มิสู้ยกที่เหลือให้คุณหนูเช่นข้าชิมรสชาติเถิด!”

            เมื่อได้ยินทั้งฉู่อวิ๋นและอาหย่าต่างก็สะดุ้งเล็กน้อยไม่คาดคิดว่ามู่หรงซินจะเอ่ยคำขอเช่นนี้ออกมาแต่ในท้ายที่สุดอาหย่าก็มอบบาดาลเทพอสูรที่เหลือให้นางไป

            อย่างไรเสียบาดาลเทพอสูรนี้มีประโยชน์สำหรับนักรบเท่านั้น เผ่าสุนัขหาได้ต้องการมันไม่

            ครู่หนึ่ง...

            “ท่านพ่อ ท่านแม่!!”

            “เจ็บจะตายแล้ว!!”

            “อ๊าก--”

            ครึ่งชั่วยามต่อมาหลังจากเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือนมู่หรงซินก็ทะลวงเข้าสู่ระดับแปดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณได้สำเร็จ แต่ในตอนนี้ใบหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยน้ำตา

            “ซินเอ๋อร์... เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ฉู่อวิ๋นถาม

            “อย่าดูถูกข้า!เจ้าอยากให้ข้าต้องอับอายเพราะต้องทนความเจ็บปวดแค่นี้หรือ? ไม่มีทาง!” มู่หรงซินตะโกนพร้อมเช็ดน้ำตา

            “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ฉู่อวิ๋นมีเหงื่อซึมบนใบหน้าตอนที่มู่หรงซินร้องหาพ่อหาแม่ นางก็ดึงทึ้งเสื้อผ้าของเขาด้วยความเจ็บปวดตอนนี้สภาพของเขาดูไม่ต่างจากผู้ลี้ภัย

            เมื่อมองดูท่าทางสิ้นหวังของฉู่อวิ๋นแล้วอาหย่าก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหัวเราะคิกคัก หลังจากนั้นนางก็แสร้งทำเป็นสูงส่งอีกครั้งและพูดอย่างเคร่งขรึม “อย่างไรเสีย จอมยุทธ์ฉู่นอกจากบาดาลเทพอสูรนี้แล้ว พรุ่งนี้ข้ายังมีของขวัญอีกชิ้นหนึ่งข้าจะให้คนเตรียมสุนัขบพิตรวิญญาณ์ไว้ให้สองตัว นี่คือน้ำใจสุดท้ายจากข้า”

            อาหย่าไม่ได้ตาบอด นางมองก็รู้ว่าพรุ่งนี้มู่หรงซินต้องตามฉู่อวิ๋นออกไปจากป่าสีเลือดด้วยเป็นแน่

            “สุนัขบพิตรวิญญาณ!? นี่...ท่านปุโรหิตอาหย่า ท่านมีน้ำใจต่อข้าน้อยมากเกินไปแล้ว! ข้าน้อยขอบคุณท่านยิ่งนัก!” ฉู่อวิ๋นดีใจ ประสานมือคำนับอีกครั้ง

            ต้องรู้ว่า สุนัขบพิตรวิญญาณเป็นสัตว์อสูรระดับกลางที่แม้จะไม่แข็งแกร่งมากแต่ก็เร็วพอตัว หากสามารถเดินทางร่วมกับพวกมันได้ความสำเร็จในการผ่านป่าสีเลือดก็จะพุ่งทะยานขึ้นมาหลายเท่า!

            “ข้าเพียงมอบน้ำใจให้เล็กน้อยเท่านั้น เจ้าช่วยพ่านพ่านกลับมาได้ข้าย่อมต้องตอบแทน” อาหย่าหันกลับมาอีกครั้งโดยมีมือข้างหนึ่งไพล่อยู่ด้านหลังน้ำเสียงของนางดูจริงจัง

            หลังจากนั้นฉู่อวิ๋นและอาหย่าก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอีกหลายคำก่อนจะหันหลังจากไปพร้อมกับมู่หรงซิน

            หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เดินออกจากห้องหินของปุโรหิตและกลับไปที่ถ้ำ ระหว่างทางฉู่อวิ๋นยกยิ้มไม่หยุดดวงตาของเขาเป็นประกายสดใส เปี่ยมไปด้วยพลัง

            ตอนนี้ไม่ว่าจะมู่หรงซินหรือตัวเขาล้วนแข็งแกร่งขึ้นแล้วฉู่อวิ๋นจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาเชื่อว่าตราบใดที่พรุ่งนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจะสามารถหลบหนีจากป่าสีเลือดได้อย่างปลอดภัยวันที่จะไปถึงเมืองชุยเสวี่ยขยับเข้ามาอีกก้าว!

            แต่เมื่อกลับมาที่ห้องหินฉู่อวิ๋นก็สังเกตเห็นพ่านพ่านที่ขี่สุนัขบพิตรวิญญาณอยู่

            ทว่าคราวนี้นางมีสีหน้ายินดีและพูดว่า“อวิ๋นอวิ๋น อวิ๋นอวิ๋น! พวกเจ้ารีบไปดูเร็ว!สุนัขบพิตรวิญญาณของเราบางตัวมีอะไรอยู่ในปากล่ะ... “

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน