“ซู่...”เสียงทรายยังไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
โดยไม่รู้ตัว เหนือโต๊ะเหล็กแต่ละตัวมีเปลวไฟสีแดงสดขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แสงสว่างจ้าบ้าง บางที่ก็แสงริบหรี่ เปลวไฟร้อนแรงหลายพันจุดเจิดจ้า ลุกโชนในอากาศสลับกันไปมา ผู้คนบนสนามแข่งขันให้ความสนใจกับ “หินประกายไฟ” ในฝ่ามือของแต่ละคนแม้ว่าจะมีเหงื่อไหลโชกท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกปอนก็ยังไม่รู้สึกยิ่งไปกว่านั้นนักหลอมเหล่านั้นได้หลอมรวม “อัคคีพิสุทธิ์” ทำให้มีความสามารถที่ทนทานต่อความรู้สึกได้มากกว่าคนทั่วไป ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้เวทีกลับรู้สึกร้อนนเกินจะทน จนต้องถอยห่างออกไป “พรึ่บๆ ...”สิบห้านาทีผ่านไป เสียงประทุของเปลวไฟก็เริ่มดังขึ้นบนเวทีแข่งขัน ผู้ที่สามารถหลอมอัญมณีได้คนแรกไม่ใช่สตรีผมสีบลอนด์แดงในชุดกระโปรงเหลือง และไม่ใช่ชายหนุ่มที่แต่งกายหรูหราแต่กลับเป็นชายผิวดำที่ดูมีวุฒิภาวะ และอีกคนเป็นเด็กหญิงหน้าตาอ่อนเยาว์น่ารักน่าชัง เวลาผ่านไป มีผู้ที่สามารถหลอม “หินประกายไฟ” สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ จิตใจของถังฮวนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาเทอัญมณีหลอมเหลวที่ควบแน่นแล้วลงบนฝ่ามือของเขาทีละเล็กทีละน้อยลงในจานหลังจากที่ “หินประกายไฟ” ละลายหมดแล้ว ถังฮวนก็ทำให้ของเหลวอยู่ในรูปทรงกลมแล้ววางลงในฝ่ามือ ห่อหุ้มมันด้วยอัคคีพิสุทธิ์ที่อ่อนกว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหลอมอัญมณี ซึ่งหมายความว่าหลังจากละลายมันแล้วจะต้องดับไฟลงเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากอัญมณีเหลว ถึงจะถือว่าสมบูรณ์ ตลอดกระบวนการถังฮวนไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ภายหลังจากดูดซับความร้อนอีกครั้งจากร่างกายซานซานเมื่อวานนี้เชื้ออัคคีพิสุทธิ์ของเขาได้ควบแน่นกันอีกครั้ง เมื่อเทียบกับตอนที่ "อัคนีแผ่ไพศาล" เพิ่งจะถูกดูดซับเชื้อไฟในตอนนี้มีเพียงหนึ่งในสี่ของตอนนั้นเท่านั้น การควบแน่นของเชื้อไฟ ทำให้เปลวไฟมีความบริสุทธิ์สูงสุด การลุกโหมของเปลวไฟขนาดเดียวกันก็เพิ่มเป็นทวีคูณ หากถังฮวนต้องการก็สามารถหลอม “หินประกายไฟ” ได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรน่าอัศจรรย์เช่นนั้น ฉะนั้นถังฮวนจึงพยายามทำให้ช้าลงโชคดีที่หลังจากฝึกในช่วงระยะเวลานี้แล้ว การยักย้าย "อัคคีพิสุทธิ์" ของเขาก็ยิ่งส่งและรับได้มากขึ้น มิฉะนั้นอาจจะไม่สามารถปิดบังไว้ได้ พวกนักหลอมที่อยู่ใกล้ถังฮวนได้รับความสนใจมากกว่าและไม่มีใครสังเกตเห็นการลุกโหมอันแรงกล้าจากเปลวไฟจุดสีขาวกลุ่มเล็ก ๆ ในฝ่ามือของถังฮวนเลย สามสิบนาทีผ่านไป เปลวไฟที่ฝ่ามือของถังฮวนก็ดับลง ในพริบตาเดียวเกือบ 40% ของนักหลอมได้ทำการถลุงอัญมณีสำเร็จแต่ยังมีนักหลอมอีกมากที่ยังคงมีเปลวไฟส่องสว่างบนฝ่ามือ ท่ามกลางผู้คนหลายพัน ถังฮวนไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรมากนัก ขั้นต่อไปคือรอคอย! เมื่อได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้นติดต่อกัน และเห็นผู้ที่สามารถหลอมอัญมณีสำเร็จได้ครั้งแล้วครั้งเล่ายิ่งทำให้ความกดดันนั้นถาโถมใส่นักหลอมที่เหลือมากขึ้นอย่างต่อเนื่องบางคนมีอาการวิตกกังวลจนแสดงออกทางสีหน้า แต่เรื่องเช่นนี้ ยิ่งวิตกกังวลก็ยิ่งผิดพลาด เมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้นเรื่อยๆ เปลวไฟบนฝ่ามือนักหลอมอีกสองสามคนก็ดับไป “ครบครึ่งชั่วโมงแล้ว!”ด้านล่างของแท่นเวทีนั้นเสียงดังซู่ของนาฬิกาจับเวลาก็เงียบลงและในตอนนี้เสียงที่แสดงพลังอำนาจของชิงเย่ก็ดังขึ้นก้องไปทั้งจัตุรัส “นักหลอมที่ไม่หลอมไม่สำเร็จ โปรดออกจากสนามแข่งขันและไปพักผ่อนทางด้านขวาได้”อาโอบะเดินไปด้านหน้าเวที นางกวาดสายตามองผ่านไป “อืม นี่ล้มเหลว ใช้เวลานานไปหน่อย”“แม้ว่าจะมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ตามที” “หลอมอัญมณีได้แล้ว แต่ทำได้แค่ครึ่งทาง โชคไม่ดีเอาเสียเลย”“......” เสียงหงุดหงิดดังขึ้นเป็นครั้งคราว มีร่างหนึ่งที่ผละจากด้านหน้าโต๊ะเหล็กไปทางพื้นที่เปิดโล่งทางด้านขวาของแท่นเวที ถังฮวนนับผ่านๆ มีนักหลอมหลายร้อยคนที่หลอมไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด “คนต่อไป ตรวจสอบซิ!”สิ้นเสียงของอาโอบะก็มีร่างหลายสิบคนเข้ามาในเวที ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ชราหรือเด็กเห็นได้ชัดว่าพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นนักหลอมระดับปรมาจารย์ส่วนใหญ่จะเป็นนักหลอมระดับกลางแทบทั้งสิ้น
-โปรดติดตามบทต่อไป-