ครั้นเหยาหนิงเดินลงมาจากป่าไผ่ ที่พักของศิษย์สำนักสายใน ศิษย์พี่ ศิษย์น้อยที่เห็นเป็นองค์หญิงเหยาหนิง ออกจากการปิดด่าน ต่างก็เข้ามาทักทายนาง
ทว่าก็มีบางคนแอบถาม “เอ่อ…ชายที่อยู่ด้านหลังองค์หญิงเป็นผู้ใด องครักษ์ผู้คุ้มกันคนใหม่งั้นหรือ ข้าไม่ยักเคยเห็นหน้า”
คนที่รู้แอบกระซิบกระซาบ “อืมๆ หนุ่มน้อยที่ถูกหามเข้ามายังสำนักกองทหารเมื่อสองวันก่อน เป็นเขานี่แหละที่จะมาเป็นคนคุ้มกันให้องค์หญิง”
สายตาแปลกๆ ที่มองมา ทำให้เฉินหนาน ใบหน้าไม่ยินดียินร้าย เผยความกระอักกระอ่วนไม่น้อย อยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นสายตาพวกเขาที่มองมา
เหยาหนิง สะกิดแขนเฉินหนานด้านข้าง เบาๆ “แค่นี้ยังเล็กน้อย เจ้าต้องหัดทำตัวให้ชิน แล้วเดินตามติดข้ามาเฉินหนาน”
“อืมๆ ข้ารู้แล้วน่า” เมื่อเฉินหนานเดินตามเหยาหนิง…ไปถึงใจกลางลานกว้างของสำนัก แบ่งทางแยกเป็นเหมือนดาว5แฉกไปยังวิหาร อาคารใหญ่โตต่างๆ ของสำนักกองทหาร
สนามประลอง ใจกลางลานกว้าง กำลังมีผู้คนยืนจับกลุ่มพูดคุย ยิ่งเห็นผู้มาใหม่ พวกเขายิ่งเผยสายตาลึกล้ำมามองเฉินหนาน
เสียงใสกังวานสตรีเอ่ยสั่งให้องค์หญิงเหยาหนิงต้องหยุดฝีเท้า ของนางลงกะทันหัน “องค์หญิงเหยาหนิง ผู้งดงามนี่เอง ข้าก็นึกว่าใครที่ไหนมาเยือน”
เหยาหนิงหยุดฝีเท้ากล่าวสวนทันควัน “วันนี้ข้ารีบ ไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอกนะ หลานน่าหลาน”
หญิงสาวงดงามดวงตาแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ เดินมาขวาง ลูบใบหน้า เหยาหนิง เบาๆ มองนางเป็นคู่แข่ง “ข้าได้ยินว่าเจ้าชำระล้างร่างกาย ผลัดเปลี่ยนไขกระดูกสำเร็จ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ยกระดับร่างกายครั้งใหญ่ เกรงว่าจะจริงอย่างเขาว่า”
เมื่อนางมองอีกฝ่ายดูโตงดงามขึ้นมาอีกนิด พลางยิ้มบางกล่าว “ข้าต้องแสดงความยินดีกับเจ้าซิองค์หญิงเหยาหนิง”
“แถมเจ้ายังมีองครักษ์ ผู้คุ้มกันส่วนตัว มาเพิ่มอีกคนเสียด้วย ดูท่าแล้วหนุ่มน้อย หน้าตาหล่อ คงไม่ได้ไปชำระล้างร่างกาย ผลัดเปลี่ยนไขกระดูกพร้อมกับเจ้าหรอกกระมัง”
เหยาหนิงได้ยินถึงกับหน้าตา ตกตะลึงเล็กๆ คล้ายอีกฝ่ายเห็นสิ่งที่นางแอบซ่อน อย่างไรอย่างนั้นก็มิปาน “หลานน่าหลาน เจ้าคิดจะหาเรื่องท้าข้าประลองหรืออย่างไร?”
แม้แต่เฉินหนาน ยังพูดไม่ออก สะอึกน้ำลายตนเอง ไม่หยุด
สตรีน้อยเห็นท่าทีประหลาดพลันขมวดคิ้ว ‘หรือมันจะเป็นเรื่องจริง’ ก่อนหลานน่าหลาน หัวเราะ เหอะๆ แบบสงวนท่าทีของนาง “ขอบเขตขั้นพลังข้า อยู่เหนือกว่าเจ้า ประลองกันจะสนุกได้อย่างไร? องค์หญิงเหยาหนิง ส่งผู้ติดตามเจ้า มาประลองกับผู้ติดตามข้าหน่อย เป็นอย่างไร?”
คำพูดนั้น ทำให้ผู้คนรอบด้านพากันพูดคุยออกมาทันที “แม่นางหลานน่าหลาน คิดส่งเจ้าหมาบ้า หันเซียง ลงประลองงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นเจ้าหมาบ้า หันเซียง ยืนกอดอกจ้องตาเขม็งพร้อมต่อสู้ ไปที่เฉินหนาน
ผู้คนก็เริ่มมาดู ความชุลมุนวุ่นวายกันทันใด
เจ้าหมาบ้า หันเซียงแม้จะเป็นบ่าวรับใช้ ของหลานน่าหลาน ทว่าก็เคยอัดศิษย์ในสำนักกองทหาร ที่มาตอแยนางมานักต่อนักแล้ว
เหยาหนิงขมวดคิ้วมุ่น เมื่อหันกลับไปมองเฉินหนานอยู่ชั่วครู่…นางก็ทำสีหน้าครุ่นคิด
หลานน่าหลาน เห็นสายตากังวลองค์หญิง พลันฉีกยิ้ม คล้ายได้โอกาสของนาง “คงไม่ใช่ว่าองค์หญิงเหยาหนิง ถูกใจผู้ติดตามคนนี้ แล้วหรอกกระมัง”
“ข้าได้ยินว่าเจ้าพาผู้ติดตามคนนี้ เข้าไปดูแลอย่างดี ภายในเรือนพักส่วนตัวของเจ้าเชียว”
คำพูดนั้นดังออกมาก็แทบทำให้ศิษย์หลายคนฮือฮา
พร้อมหลานน่าหลานกล่าวต่อ “เอาอย่างนี้เป็นเช่นไร ข้าให้คนของข้าต่อสู้กับคนของเจ้า แค่สามกระบวนท่าเท่านั้น”
ศิษย์หนุ่มเผยสายตาอิจฉาตาร้อน เจ้าเฉินหนานขึ้นมา อยากเห็นอีกฝ่าย โดนอัดจนหมอบกระแต ขึ้นมากันบ้างแล้ว “อืมๆ ดี ดี”
แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่สำนักกองทหาร เฟิงจุน ยังหันลงมามองความยุ่งวุ่นวายด้านล่าง จากยอดหอคอยตำราสูง พร้อมกับองค์ชายเหยากวาง
แต่ไม่ใช่กับองค์หญิงเหยาหนิง ที่หางตากระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ มือเข้าไปโอบคอเฉินหนาน “ผู้ติดตามของข้า แค่สามกระบวนท่า ก็สามารถยืนรับการโจมตี ไม่ขยับฝีเท้า คนรับใช้เจ้า ได้แบบ สบายๆ แล้ว”
เฉินหนานหน้ายุ่ง กล่าวค้านนาง “เจ้าอยากให้ข้าฝึกตายหรืออย่างไร เหยาหนิง?”
เสียงหัวเราะขำพรืดหลานน่าหลานพลันดังขึ้น “ได้ข้ารับคำท้า องค์หญิงเหยาหนิง หากเจ้าชนะ ข้าจะถือว่าข้าติดหนี้เจ้าครั้งหนึ่ง หากคนของเจ้ารับสาม กระบวนท่า แล้วเท้าไม่ขยับ ข้าจะถือว่าคนของข้าแพ้เจ้าทันที”
เจ้าหมาบ้า หันเซียงกระโดดขึ้นสนามประลองทันที ปัง! “เจ้าขึ้นมา!” เมื่อกายาของมัน เผยมัดกล้ามที่ใหญ่กว่าคนปกติ ใครเห็นก็อยากเลี่ยงการปะทะ
เฉินหนานถาม “เจ้าจะให้ข้า ขึ้นไปประลองกับมันจริงๆ หรือ?”
เหยาหนิง กอดคอ เฉินหนาน กล่าวอธิบาย “หลานน่าหลานพ่อของนางเป็นถึงนายกองใหญ่ ค่อนข้างมีชื่อเสียง ตระกูลของพวกเขาเองก็กว้างขวาง หากชนะการประลองนี้ได้ ย่อมเป็นผลดีกับเจ้า --ข้ากล้าพูดได้เลย”
เฉินหนาน พยักหน้า “ได้ข้าตกลง” เมื่อมองขั้นพลังอีกฝ่าย แผ่แรงกดดันไม่ห่างกันมากนัก 3กระบวนท่า เขายังพอที่จะต้านทานได้อยู่บ้าง
เมื่อเฉินหนานขึ้นสนามประลองไปเผชิญหน้า เจ้าหมาบ้า หันเซียง มันก็กล่าวขึ้นมาทันที “เจ้าคงเตรียมคอ ไว้ลับดาบใหญ่ของข้าแล้วซินะ”
ฉับพลัน ชายที่ยืนกอดอก เผยดาบใหญ่ขึ้นมาทันที วูม ปัง!
เฉินหนานถึงกับเผยสายตาเล็กแคบ “ไม่ได้ใช้ แค่กำลังกาย ปะทะกันหรอกหรือ?” เมื่อมองดาบนั้นต่ำๆ ก็หนัก500จินเห็นจะได้
หลานน่าหลานหัวเราะเล็กๆ “แบบนั้นจะไปสนุกได้อย่างไร จัดการ!”
แม้แต่ด้านเหยาหนิง ยังกัดกรามกรอด ทว่าก็มีหลายคนไม่อยากเชื่อ เจ้าเฉินหนานจะยังตั้งท่ารับดาบใหญ่หนักอึ้งนั้น
ร่างพุ่ง ฟิ้ว! เจ้าหมาบ้า หันเซียง พุ่งออกมาเหมือนคันศรธนูที่ถูกยิง ง้างฟาดดาบ จนกล้ามเนื้อโป่งพอง เข้าใส่เฉินหนานเต็มแรง
ย๊าก! ตู้ม!
เฉินหนานยกสองนิ้วขึ้น เปลี่ยนเป็นสีม่วงในเสี้ยวขณะ หยุดดาบใหญ่ไว้ในจังหวะง้างฟาดสุดแรง
ในจุดตัดสามเหลี่ยม ยังส่งกำลังมาไม่สุด ถูกเฉินหนาน หยุดไว้ด้วย2นิ้ว มือคีบอย่างง่ายดาย
ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ศิษย์หลายคนยังเบิกตากว้าง แทบไม่อยากเชื่อ
แต่ไม่ใช่สำหรับองค์ชายเหยากวาง กับ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักกองทหาร มองชมอยู่ด้านบนหอตำรา ยังเผลอกล่าวชมออกมา “เด็กบ้านี่ พละกำลังกาย ต้องไม่น้อยแน่ ถึงทำแบบนี้ได้”