ลู่เฟยเหยียนเบ้ปาก ในซีรีส์เกาหลีที่เคยดู ตัวเอกได้ทั้งอำนาจและบารมีไม่อั้นจากผู้สนับสนุนหลัก จะทำอะไรก็ทำได้เต็มที่ แต่ตนกลับเริ่มต้นด้วยสำนักงานรังหนูกับบ่าวสองคน!
แต่ก็นะ ซีรีส์จีนกับเกาหลีก็แตกต่างกันบ้างล่ะ ที่นี่คือแผ่นดินจีน ซึ่งแม้ว่าแคว้นต้าเฉวียนไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ แต่ตัวละครจีนส่วนใหญ่ก็มักจะเริ่มจากติดลบไม่มีต้นทุนแบบนี้ไม่ใช่หรือ?!
“ที่นี่น่ากลัวชะมัดเลย จะมีผีหรือเปล่าก็ไม่รู้” อาเสิ่นกับอาสือ สองพี่น้องฝาแฝดที่จางกงกงส่งมาเป็บ่าวรับใช้ประจำสำนักแอบกระซิบกันเบาๆ
ชายหนุ่มหันไปเขกศีรษะบ่าวรับใช้สองพี่น้องคนละที “ที่นี่มีผีอยู่ตัวนึงล่ะ..ก็ข้านี่ไง! พวกเ้าสองพี่น้องอย่ามัวแต่เพ้อเจ้อ รีบไปทำความสะอาดที่นี่ด่วนเลย อย่าให้ข้าขายหน้าผู้อื่น!”
อาเสิ่นกับอาสือหันมองหน้ากันไปมา “ขายหน้าผู้ใดกันเล่าขอรับ? ที่นี่ก็มีแค่เราสามคนเท่านั้น”
“เวลายังเช้าอยู่ ข้าคิดว่าอีกไม่นานฝ่าาคงจะส่งยอดฝีมือมาช่วยงานในสำนักของเราเป็แน่ และที่สำคัญ เราต้องเตรียมตัวต้อนรับเ้าสำนักคนใหม่ให้พร้อม!”
หลังจากสั่งการบ่าวสองคนเสร็จสรรพ ลู่เฟยเหยียนก็เริ่มเดินสำรวจศาลาพักม้าที่อยู่ใหม่ของตนไปเงียบๆ
สถานที่แห่งนี้มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะมันมีเนื้อที่กว้างขวางและตัวอาคารก็แบ่งเป็ห้องหับย่อยๆ หลายห้อง ต่อไปเมื่อมีสมาชิกเข้ามาเพิ่มก็ไม่ต้องขยับขยายอะไรมากนัก
ส่วนเื่อาหารการกิน ฝ่าาก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไปนัก พระองค์มอบเสบียงอาหารจำพวกข้าวสาร ธัญพืช เนื้อตากแห้ง และเครื่องปรุงมาตุนไว้ในโรงครัวด้านหลังไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยพวกเขาสามคนก็ไม่ต้องอดตายไประยะหนึ่ง
“โทรมไปหน่อย แต่ข้าก็ได้ที่อยู่ฟรี อาหารฟรี บ่าวสองคนก็ไม่ต้องจ้างด้วยเงินตัวเอง แถมยังได้เงินเดือนไว้ใช้จ่ายอีก! เื่ดีๆ แบบนี้หาได้ที่ไหน” เขาปลอบใจตัวเองพลางผิวปากสำรวจพื้นที่ต่อไปเรื่อยๆ
ชายหนุ่มเลือกห้องพักทางฝั่งตะวันออกห้องหนึ่งไว้เป็ห้องนอนส่วนตัว จัดแจงปัดฝุ่นกวาดถูด้วยตนเองจนสะอาดเอี่ยมอ่อง จากนั้นเขาก็เดินกลับมาหยุดยืนที่หน้าประตูอาคาร สายตามองออกไปด้านนอกด้วยความหวัง
"ฝ่าาจะส่งใครมาเป็เ้าสำนักกันแน่นะ? แล้วถ้าพระองค์ส่งกองกำลังมาสนับสนุนถึงร้อยคน พวกเราก็คงต้องนอนเบียดๆ กันหน่อยแล้ว!"
“มีรถม้าเข้ามาที่หน้าประตูแล้วขอรับ!” อาเสิ่นชี้ไม้ชี้มือไปยังหน้าประตูด้วยความตื่นเต้น
“ต้องใช่แน่ๆ! เ้าสำนักของเรามาแล้ว ไป! ออกไปต้อนรับกัน!”
สามหนุ่มวิ่งออกไปอย่างเริงร่า แต่แล้วอาสือที่วิ่งนำหน้าก็กลับหยุดวิ่งเอาดื้อๆ ทำเอาคนข้างหลังสะดุดล้มเกือบจะหัวทิ่ม “นี่..นี่มันรถม้าคันเมื่อครู่มิใช่หรือขอรับท่านผู้ตรวจการ!”
“ไอหยา! พวกท่านกำลังเล่นสนุกอันใดกันอยู่รึ?” จางกงกงก้าวลงจากรถม้า พลางยกมือปิดปากขวยเขิน
มีชายหนุ่มสามคนวิ่งเข้ามาหาตนราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ขันทีหนุ่มแทบจะกัดลิ้นตัวเอง เพื่อไม่ให้เผลออ้าแขนรวบตัวคนทั้งสามเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกันทั้งหมด!
“จางกงกง! เป็เ้าได้อย่างไรกัน!!” ลู่เฟยเหยียนร้องเสียงหลง “อย่าบอกนะว่าฝ่าาส่งเ้ามาเป็เ้าสำนักเจิ้นอู่ของข้า!”
“ปากเสีย! งานหนักเช่นนั้น ขันทีบอบบางเช่นข้าจะไปทำได้อย่างไรกัน” จางกงกงสะบัดหน้าพรืด กระทืบเท้าเล็กน้อยราวกับหญิงสาวแรกรุ่น
“ท่าทางเช่นนั้นของเ้าน่ะ เบาหน่อยเหอะจางกงกง ข้าเห็นแล้วปวดหัว!” ลู่เฟยเหยียนเหน็บแนม
“แล้วเ้ากลับมาที่นี่ทำไม หรือว่าลืมเอาเงินให้ข้า?”
ขันทีหนุ่มเชิดหน้าแง่งอนเล็กน้อย ก่อนจะหยิบซองกระดาษสีเหลืองตุ่นๆ ออกมาจากอกเสื้อยื่นมาตรงหน้าผู้ตรวจการหนุ่ม
“ข้าว่าแล้วเชียว! ที่แท้จางกงกงก็แอบยักยอกเงินของข้านี่เอง! ดีแล้วที่กลับใจได้แล้วส่งคืนข้า เ้าอย่าลืมว่าหน้าที่ของข้าคืออะไร หากคิดคดโกงข้า ข้าสั่งปะาไม่เว้นแน่!”
“เฮ้อ!! วันนี้เป็วันซวยอะไรของข้ากันนะ! อยู่ดีไม่ว่าดีก็ต้องมาถูกเ้าต่อว่าเอาถึงสองครั้งสองครา! เอาเถิด! เห็นแก่ที่เ้าเป็ชายหนุ่มรูปงามหรอกนะข้าถึงยกโทษให้ เปิดดูเองก็แล้วกัน ว่าข้าจะยักยอกของสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร ข้าก็แค่ลืมต่างหากเล่า!”
ลู่เฟยเหยียนถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งก่อนจะเปิดซองต่อ
"ไหนมาดูกันสิ ว่าฝ่าามอบตั๋วแลกเงินหรือโฉนดที่ดินให้ข้ากันแน่!
อาเสิ่นกับอาสือเริ่มชินกับการไม่ถือตัวของลู่เฟยเหยียนไปแล้ว แม้ยามนี้อีกฝ่ายจะมีตำแหน่งเป็ถึงขุนนางชั้นหกเทียบเท่ากับเว่ยอวี่ชวน แต่กลับไม่ถือยศศักดิ์หรือพิธีการใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาจึงรีบล้อมวงเข้ามาดูสิ่งของในมือของเ้านายใหม่ด้วยสีหน้าลุ้นระทึก
“เอ๋!? นี่มันจดหมายนี่นา” ลู่เฟยเหยียนกวาดตาปราดเดียวก็อ่านข้อความในจดหมายฉบับนั้นจนจบ
“มารดามันเถิด!” เขาสบถออกมาจนอาสือต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของเ้านายหนุ่ม นั่นมันพระราชสาส์นจากฮ่องเต้เชียวนะ!
ลู่เฟยเหยียนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหินด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
ซีรีส์เกาหลียอดฮิตที่เขาดูก่อนตายเพราะลุ้นหนักจนโรคหัวใจกำเริบ ในตอนแรกตัวเอกจะถูกส่งให้ไปเป็ครูในโรงเรียนชื่อดังของพวกนักธุรกิจและนักการเมือง ได้แสดงฝีมือจัดการกับแก๊งค์นักเรียนอันธพาลที่ชอบบูลลี่เพื่อนนักเรียนด้วยกันอย่างดุเดือดเผ็ดมันไม่ใช่หรือ?
แต่นี่อะไร! ฮ่องเต้ส่งจดหมายลับมาบอกให้เขาเดินทางไปเชิญเ้าสำนักคนใหม่มารับตำแหน่งด้วยตนเอง
ที่แท้ฝ่าาก็ยังไม่ได้วางแผนใดๆ ไว้ทั้งสิ้น! ไม่ได้เตรียมไว้กระทั่งเ้าสำนัก! แล้วเมื่อไรเขาจะได้แสดงบทบาทบู๊ล้างผลาญอย่างพระเอกในซีรีส์กันเล่า!
“เป็ไง? อึ้งไปเลยสิ!” จางกงกงหัวเราะคิกคัก “เช่นนั้นข้าก็มีเื่ดีๆ จะบอกเ้าอีกเื่ เ้าจะได้หายเศร้า”
ลู่เฟยเหยียนดีดตัวขึ้นจากพื้นทันควันราวกับก้นติดสปริง
เขาแอบใเล็กน้อยกับความแข็งแกร่งและคล่องแคล่วทางร่างกายของเ้าของร่างเดิม นี่ขนาดเพิ่งออกจากคุกมานะ หากบำรุงดีๆ อีกสักครึ่งเดือน เขาเชื่อว่าตนเองจะะโข้ามกำแพงสูงได้อย่างง่ายดายเหมือนพวกพระเอกในซีรีส์จีนโบราณได้อย่างแน่นอน!
“บัดซบ! ติ่งเกาหลีแต่กำลังใช้ชีวิตแบบหนังจีนกำลังภายใน!”
“ท่านว่าอะไรนะใต้เท้าลู่ เกา..เกาตรงไหน จีน ตรีน? ท่านคันเท้ารึ? ถอดกางเกงมาสิเดี๋ยวข้าเกาให้"
“โอ้ยยยยย! เ้าพูดเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!!! หากข้าคันเท้าจริงๆ ข้าต้องถอดกางเกงด้วยรึจางกงกง! เงียบปากไปเลย!”
ชายหนุ่มจิกทึ้งเส้นผมบนหัวตัวเองด้วยความโมโห ใบหน้าหล่อเหล่าพลันขึ้นสีแดงเถือกเป็ปื้น
แม้เขาจะเป็บุรุษหนุ่มอายุ 25 ปีแล้วในโลกก่อน แต่ก็ยังเป็หนุ่มโสดบริสุทธิ์ทั้งแท่งนะ! อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายร่างบางผิวเนื้อนวลเนียนขาวใสยิ่งกว่าเปลือกไข่เค็มมาขอให้ถอดกางเกงก็ต้องมีอายกันบ้างล่ะ!
“ก็ได้ๆ ข้าไม่ล้อเ้าเล่นแล้ว รถม้ากับสารถีนี่ฝ่าาก็ส่งมาให้เ้าเช่นกัน จะได้เดินทางสะดวก เป็เื่ดีใช่หรือไม่เล่า หายเศร้าหรือยัง?”
ลู่เฟยเหยียนชะงักค้างแน่นิ่งราวกับรูปปั้นหิน
“เดี๋ยวนะ! เมื่อครู่เ้ากลับออกไปพร้อมกับรถม้าและจดหมายของข้า อย่าบอกนะว่ารถม้ากับคนเป็ๆ อีกทั้งคนเ้าก็ลืมส่งมอบให้ข้า!”
จางกงกงสะบัดผ้าเช็ดหน้าหอมกรุ่นในมือแล้วบิดตัวอย่างเอียงอาย “ใต้เท้าชมเกินไปแล้ว”
“ข้าไม่ได้ชม!! เ้าช่วยทำตัวให้เป็ปกติหน่อยได้หรือไม่! คุยกับเ้าแล้วรังแต่จะทำให้ข้าต้องปวดหัว!”
ขันทีวัยว้าวุ่นกลอกตาไปมาก่อนจะยอมรับคำและปรับท่าทีในที่สุด
“ขออภัยสำหรับความผิดพลาดในครั้งนี้ ขอให้ใต้เท้าลู่มีความสุขกับการเดินทางไปรับตัวเ้าสำนัก ข้าน้อยขอลา” กล่าวจบจางกงกงก็หมุนตัวกลับ แต่ก้าวขาออกไปได้เพียงก้าวเดียวก็หันกลับมาอีก
“อ้อ! มีอีกเื่ที่ข้าลืมบอก"
คราวนี้อาเสิ่นกับอาสือรวมทั้งต้าเกิงคนขับรถม้า เดินมารวมกลุ่มกอดคอถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่กัน จนขันทีร่างบางรู้สึกอับอายจนติ่งหูสั่น
“เบี้ยหวัดของท่านจะเป็ข้าที่จะนำมามอบให้ทุกเดือน รวมทั้งของพวกเ้าด้วย” ประโยคสุดท้ายเขาหันไปทางสองฝาแฝดและต้าเกิง
“ขอบคุณจางกงกง” ลู่เฟยเหยียนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะหลงๆ ลืมๆ ไปหน่อย แต่สุดท้ายแล้วจางกงกงก็เป็สหายคนแรกที่เขาคิดว่า..น่าจะ..เชื่อใจได้..มั้ง