[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    153 วิ่งๆๆๆ

    “วิ่งเร็วเข้า วิ่ง!”


    สองเท้าก้าววิ่งไม่มองหลัง ทำเพียงพยายามวิ่งสลับซ้ายขวาเพื่อไม่ให้ลำแสงที่ยิงเป็นเส้นตรงเล่นงานจากด้านหลังได้ เหล่าทหารมากมายที่พึ่งวิ่งผ่านต้นเสาต่างพากันพยายามมุ่งหน้าไปให้ถึงม่านพลังทางออก 


    “ชิ มันไม่ได้ผล”


    แอนเดอร์สันสบถออกมาเล็กน้อย หลังจากเขาใช้เวทย์ดาบศักดิ์ชำระล้างระดับ 9 โจมตีเสาสีดำด้วยจำนวน 10 เล่มพร้อมกัน  จากร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้รอบๆนั้น ทำให้เขาเจ็บปวดใจเพราะถ้าเป็นนักเวทย์ 900 ปีที่รับการโจมตีของเขาเมื่อครู่ไปคงตายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเสาสีดำกลับสามารถป้องกันการโจมตีของเขาได้ด้วยท่อนเสาที่ 9 ที่เปิดขึ้นมา 1 ดวงตา


    “สรุปแล้วเสาที่ 9 เอาไว้ป้องกัน ถ้าอย่างนั้นมาลองดูกันว่าเวทย์ระดับ 9 ของฉันจะทำอะไรแกได้บ้าง”


    แอนเดอร์สันอยากรู้เช่นกันว่าตัวของเขาจะทำอะไรเสาสีดำตรงหน้าได้หรือไม่ ตอนนี้การป้องกันทำไม่ได้แล้ว เขาจึงอยากจะสู้กับมันดูสักตั้งเผื่อจะเปิดโอกาสให้ทหารได้วิ่งหนีไปได้มากกว่านี้อีก ทันทีที่ดวงตา 1 ดวงบนเสาท่อนที่ 9 ปิดลง ม่านพลังก็ได้หายไป


    “ดาบศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง”


    “เพลิงแห่งการทำลายล้าง”


    ดาบสีทองขนาดใหญ่นับร้อยเล่มปรากฎบนท้องฟ้าเหนือเสาปริศนาไปไม่มาก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีลูกไฟขนาดร้อยเมตรจำนวนนับร้อยลูกปรากฎขึ้นมาเช่นเดียวกัน เหล่าทหารที่สัมผัสได้ว่ารอบข้างเต็มไปด้วยแสงสว่างพวกเขาจึงหันมองกลับไปด้านหลังก่อนจะพบเข้ากับเรื่องที่น่าตกใจ แต่ทุกคนก็พยายามดึงสติกลับมาให้ได้แล้ววิ่งออกไปจากที่แห่งนี้


    “ฝนดาวตก” อุกกาบาตมากมายร่วงตกลงมาจากท้องฟ้าเป็นจังหวะเดียวกันกับดาบสีทองมากมายและลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาพร้อมกัน แอนเดอร์สไม่คิดจะหยุดเท่านั้นเขาได้เปิดใช้งานเวทย์อีก 2 อย่างด้วยกันเพื่อทำให้การระเบิดมันรุนแรงมากยิ่งขึ้น


    “มังกรเพลิง”


    “มังกรสายลม”


    มังกรขนาดใหญ่กว่าร้อยเมตรสร้างขึ้นมาจากลมและเพลิงนับร้อยตัวพุ่งเข้าโจมตีเสาสีดำ แอนเดอร์สันที่เห็นมันเปิดดวงตาทั้ง 3 บนเสาท่อนที่ 9 เขาก็เริ่มหาที่หลบเพราะเวทย์ที่เขาใช้ทั้งหมดกำลังจะสร้างแรงระเบิดมหาศาล ทันทีที่เวทย์ของเขาทั้งหมดพุ่งเข้ากระแทกม่านพลังของเสาสีดำ การระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่แอนเดอร์สันเคยสร้างก็เกิดขึ้นในทันที 


    บรึ้ม!


    พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างหนัก เหล่าทหารที่วิ่งหน้าตั้งออกไปล้วนแล้วล้มลุกคลุกคลานพยายามตั้งตัววิ่งออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้ แอนเดอร์สันที่โจมตีไปด้วยเวทย์มากมายเขาก็ได้ใช้เวทย์ลมพัดฝุ่นทั้งหมดออกไปจากจุดที่โจมตีเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ ทันทีที่เขามองเห็นเสาสีดำเกิดรอยร้าวทั่วต้นเสาหลังจากที่มันไม่สามารถป้องกันด้วยบาเรียของเสาท่อนที่ 9 เอาไว้ได้ เขาจึงเปิดใช้งานเวทย์คำสาปกัดกร่อนเพื่อทำให้มันค่อยๆผุกร่อนไปตามเวลา ทันใดนั้นเขาก็ได้เปิดใช้งานเวทย์ระดับ 9 ฝนดาวตกอีกครั้งจนทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยอุกกาบาตจำนวนมากร่วงตกลงมาปะทะเข้ากับเสาสีดำที่ยังคงโจมตีทหารต่อไป


    บรึ้ม!


    “หาย  หายไปแล้ว การโจมตีหายไปแล้ว!”


    ทหารที่กำลังจะถึงทางออกมองกลับหลัง ในความคิดของพวกเขาทุกคนรู้สึกดีใจคิดว่าเสาสีดำหยุดโจมตีเพราะวิ่งออกมาจากระยะของมัน แต่เมื่อทุกคนรู้ว่าเสาสีดำไม่ได้หยุดโจมตีเพราะทุกคนออกมาจากระยะของมัน ทุกคนกลับรู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้นเพราะแอนเดอร์สันเป็นคนทำลายจนเสาสีดำไม่สามารถโจมตีใดๆได้


    “วิ่งเร็วเข้า อันตรายยังมีอยู่!”


    แอนเดอร์สันร้องตะโกนบอกทุกคนให้วิ่งออกไปจากที่แห่งนี้ เขายังไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากทางระบบให้รู้ว่าอันตรายที่เกิดขึ้นจากต้นเสามันหายไป แสดงว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่อันตรายมากๆอยู่ที่นี่


    คลืน!


    ดวงตาของแอนเดอร์สันมองจ้องไปยังจุดที่เสาสีดำตั้งอยู่ ตอนนี้มันล้มตัวลงไปกลายเป็นเศษซากนอนอยู่บนพื้นดินแล้ว แต่ทันใดนั้นมันกลับปลดปล่อยหมอกสีแดงออกมารอบๆ ส่งผลให้แอนเดอร์สันจำเป็นต้องวิ่งตามคนอื่นๆไป


    “หมอกอะไรกัน”


    ฟู่ว!


    ศพของทหารที่ตกตายเมื่อถูกหมอกสีแดงเข้าไปครอบร่าง เนื้อหนังและกระดูกก็ค่อยๆถูกสลายกลายเป็นฝุ่นผงฝนในเวลาไม่นาน เมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่อันตรายมากกว่า 900 ปี ปรากฎตัวออกมานั้นจึงบอกทุกคนให้วิ่งต่อไป


    “วิ่ง!”


    ทหารที่ได้ยินเสียงร้องต่างหันมองด้านหลังพบเข้ากับหมอกสีแดงที่กำลังกระจายตัวจนบดบังทุกๆอย่าง ท้องฟ้าในจุดที่เสาสีดำตั้งอยู่นั้นล้วนถูกปกคลุมด้วยหมอกสีแดง แอนเดอร์สันที่พยายามวิ่งตามทุกคนเขาก็ได้ลองใช้ลมพัดหมอกออกไป แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นพร้อมกันคือหมอกมันไม่ได้ถูกพัดออกไปตามลม ต่อให้แอนเดอร์สันจะสร้างพายุหมุนขนาดใหญ่ขึ้นมาปิดเส้นทางที่ทหารวิ่งผ่าน หมอกสีแดงกลับสามารถทะลวงผ่านพายุหมุนเหมือนกับว่าไม่มีอะไรขวางกั้นพวกมันได้


    “ไปไปไป รีบวิ่งเร็วเข้า!”


    หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ร้องตะโกนบอกทุกคนให้วิ่งหนี พลางรอแอนเดอร์สันที่กำลังวิ่งตามหลังทุกคน กระทั่งแอนเดอร์สันมาถึงหัวหน้าก็รีบวิ่งพลางมองดูหมอกสีแดงไล่ตามหลังมา


    “ไอ้หนู มันเป็นหมอกอะไร”


    “ผมก็ไม่รู้เช่นกันครับ รู้แค่ว่ามันสามารถย่อยสลายร่างของทหารที่ตายให้กลายเป็นฝุ่นผงได้เพียงไม่นาน”


    “หืม ถ้าอย่างนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้นอีก!”


    พรึ่บ!


    ทหารวิ่งทะลวงออกมาจากเขตปราสาท ก่อนจะมองกลับหลังเพื่อดูว่ามีอะไรไล่ตามมาบ้าง อย่างไรก็ตามด้วยผลของม่านพลังทำให้พวกเขาไม่เห็นหัวหน้าและคนอื่นๆที่วิ่งตามหลัง ถึงอย่างนั้นมันกลับมีหนึ่งสิ่งที่สามารถมองเห็นได้แม้จะมีม่านพลัง สิ่งๆนั้นคือการขยายตัวของหมอกสีแดงที่กำลังกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ที่พวกเขาออกมา


    พรึ่บ!


    “ไปเร็วเข้า รีบวิ่ง!”


    หัวหน้าและแอนเดอร์สันที่ทะลวงออกมาจากเขตที่เต็มไปด้วยหมอกสีแดงกระตุ้นทุกคนให้วิ่งอีกครั้ง พลางมองกลับหลังสำรวจดูว่าหมอกจะออกมาจากเขตปราสาทหรือไม่ ทันใดนั้นทุกคนต่างตกใจเมื่อรู้ว่าหมอกสีแดงมันออกมาจากเขตตรงหน้าทำให้พวกเขาต้องรีบวิ่งออกไปอีก


    “หัวหน้า เรามาถึงเขตฝนตกหนัก!”


    ทุกคนรู้ว่าตัวเองกำลังจะเสี่ยงอีกครั้งเพราะในพื้นที่ฝนตกหนักมีมอนสเตอร์รออยู่ ด้วยจำนวนทหารที่ลดลงเหลือเพียงแค่ยี่สิบคนไม่มากพอจะฆ่ามันได้ ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้ตัดก้อนเมฆเช่นเดิมจนทำให้เกิดเส้นทางวิ่งผ่านเขตฝนตกหนัก


    “ไปเร็วเข้า มันกำลังไล่ตามหลังเรามาแล้ว!”


    ทหารทุกคนเริ่มออกวิ่ง สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือมองเส้นทางและมองรอบข้างไม่ให้ตัวเองถูกมอนสเตอร์ในเขตฝนตกหนักโจมตี แต่แล้วมอนสเตอร์ที่พวกเขาไม่อยากเจอก็ได้กระโจนออกมาจากเขตฝนตกหนักเข้าสู่พื้นที่ไร้ฝนที่แอนเดอร์สันสร้างขึ้น ส่งผลให้ทุกคนต้องสู้กับมัน ทว่าแอนเดอร์สันกลับทำในสิ่งที่น่ากลัวให้ทุกคนอีกอย่าง เมื่อเขาสะบัดมือไปด้านหน้าเพียงหนึ่งครั้งร่างของมอนสเตอร์ 861 ปีก็ได้ขาดออกจากกันในทันที


    “ไปเร็วเข้า!”


    ต่อให้ร่างของมอนสเตอร์จะสูงถึง 100 เมตร คมมีดสายลมที่พุ่งออกจากมือของแอนเดอร์สันกลับตัดร่างของมันอย่างง่ายดาย หลังจากทุกคนสามารถวิ่งหนีออกไปได้โดยไม่จำเป็นต้องโจมตี ทหารทุกคนจึงวิ่งด้วยกำลังเท่าที่มีพยายามออกจากที่แห่งนี้ก่อนที่หมอกสีแดงจะกลืนกินพวกเขา


    “บ้าเอ๊ย หมอกบ้านี่มันไม่โจมตีมอนสเตอร์ในเกทนี้ วิ่งเร็ว วิ่ง!”


    หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ที่รอดูว่ามอนสเตอร์จะเป็นอย่างไรหากว่าถูกหมอกสีแดงโจมตี กลับกลายเป็นว่าหมอกที่สามารถย่อยสลายศพทหารได้รวดเร็วกลับพุ่งผ่านมอนสเตอร์ไปอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    “หัวหน้า หินดวงตามันเปลี่ยนตำแหน่ง แบบนี้เราแย่แน่!”


    รูปแบบการวางเรียงกันของหินดวงตาเปลี่ยนไป จำเป็นต้องสำรวจใหม่ แอนเดอร์สันที่ทะลวงออกมาจากเขตฝนตกหนักเขาจึงยกเลิกลมที่ตัดเมฆแล้วมองดูหมอกที่กำลังทะลวงผ่านเมฆไล่หลังตามมาติดๆ


    “นักเวทย์ดิน สร้างสะพาน!”


    แม้จะเปลืองพลังเวทย์ มันกลับเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้พวกเขามีโอกาสรอดจากสถานที่แห่งนี้ไปได้ นักเวทย์ธาตุดินที่เหลืออยู่ 5 คนจึงใช้พลังสร้างสะพานกว้าง 30 เซนติเมตรยกตัวขึ้นสูงกว่าขอบเขตการโจมตีของหินดวงตา ก่อนที่ทุกคนจะวิ่งขึ้นไปบนสะพานหลบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้


    ปิ้ว!


    เวทย์ดินยิงออกมาจากหินก้อนหนึ่ง สิ่งที่เขตนี้ห้ามทำคือการวิ่งข้ามหัวของหินดวงตา หากมีคนบินข้ามหัวหรือสร้างสะพานข้ามมันจะยิงหินออกมาโจมตี อย่างไรก็ตามทหารกลับยอมเจ็บปวดเพื่อแลกกับการวิ่งผ่านเขตนี้ไปให้ได้


    “แอนเดอร์สัน  ไปเร็ว!”


    แอนเดอร์สันวิ่งขึ้นไปบนสะพานตามหลังหัวหน้าหน่วยไปติดๆ อย่างไรก็ตามเขากลับพบว่าหินดวงตากำลังสร้างปัญหากับการวิ่ง ต่อให้มันจะไม่สามารถสร้างความเสียหายจนทำให้นักเวทย์ตายได้  หินที่ยิงออกมากลับมีพลังในการขัดขวางการทำงานของเวทย์ในร่างกายผู้ที่ถูกยิง ทำให้เกิดอาการเวทย์ติดขัดจนร่วงตกลงไป เขาจึงกระทืบเท้าใช้เวทย์การทำลายของผืนป่าระดับ 9 จนทำให้มีต้นไม้มากมายปรากฎบนพื้นดิน ก่อนที่เขาจะบังคับให้ต้นไม้งอกกิ่งก้านของมันให้ทอดยาวออกไปไกลเพื่อให้การวิ่งง่ายขึ้น และมันยังสามารถป้องกันการยิงของหินดวงตาได้อีกด้วย


    “วิ่งเร็วเข้า!”


    ทุกคนเริ่มออกวิ่งเต็มกำลัง แอนเดอร์สันที่หันมองหลังเขาทำได้เพียงวิตก เนื่องจากต้นไม้มากมายที่สร้างขึ้นมาจากเวทย์ถูกหมอกสีแดงปกคลุมและย่อยสลายกลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้ว


    “วิ่งต่อไปอย่าหยุด!”


    เสียงร้องตะโกนสั่งยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ แอนเดอร์สันที่กำลังวิ่งเขาก็พยายามใช้งานเวทย์ทุกอย่างเพื่อทดสอบ แม้จะเป็นเวทย์แสงชำระล้างศักดิ์สิทธิ์ระดับ 9 ก็ไม่สามารถทำลายหมอกที่กำลังไล่ตามหลังได้ เขาจึงตัดสินใจวิ่งตามทุกๆคนไปโดยไม่คิดจะทดสอบมันอีกเพราะหมอกนี้ น่าจะเป็นพลังลึกลับที่จะเข้ามาทำให้เกทแห่งนี้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น


    “ลานประหารเลือด”


    เวทย์มิติเป็นเวทย์สุดท้ายที่แอนเดอร์สันอยากเห็นว่ามันจะรอดไปได้จากหมอกสีแดงเลือดหรือไม่ ทันทีที่หมอกพุ่งเข้ามากลืนกินเวทย์ลานประหารสีเลือดที่สร้างมิติพิเศษขึ้นมาจนมันพังทะลาย เขาจึงพุ่งตามคนอื่นๆออกไปนอกเกท


    “ไปเร็วเข้า รีบถอยออกไปให้ห่าง!”


    ทุกคนพยายามวิ่งออกไปให้ห่างจากเกท แอนเดอร์สันที่วิ่งออกมาก็ได้วิ่งออกไปให้ห่างเช่นกัน ทันใดนั้นหมอกสีแดงก็ได้ไหลทะลักออกมาจากเกทลอยเวียนวนอยู่หน้าทางเข้าไม่ยอมให้ใครเข้าไป


    ตึง!


    “นั่นมันอะไรกัน”


    ทุกคนมองไปยังเสาหินที่ปรากฎหน้าทางเข้าเกท บนเสาที่ปรากฎออกมามีภาษาไม่รู้จักเขียนเอาไว้ แอนเดอร์สันที่กวาดตาอ่านทำความเข้าใจ ปรากฎว่ามันเป็นภาษาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


    “หัวหน้า ดูเหมือนว่าหมอกสีแดงมันจะออกมาได้เท่านี้นะครับ”