สำนักหมื่นโอสถสาขาทวีปลิ่ว หัวหน้ากลุ่มนักหลอมโอสถที่ถูกปล้นแหวนมิตินำกลุ่มของเขากลับเข้ามาภายในสำนัก หลังจากนั้นเขาได้เดินทางไปพบกับเจ้าสำนักหมื่นโอสถ
“การเดินทางเป็นยังไงบ้าง ผู้อาวุโสลำดับที่ 7”เจ้าสำนักหมื่นโอสถทวีปลิ่วพูดขึ้นมา
“การเดินทางในครั้งนี้ถือว่าล้มเหลวขอรับ”ชายผู้นี้เขาคือหัวหน้ากลุ่มนักหลอมโอสถที่ถูกหลิวอี้ปล้นแหวนมิติไป เขาเป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 7 มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้อาวุโส
เจ้าสำนักได้ยินว่าการเดินทางครั้งนี้เกิดข้อผิดพลาดเขารู้สึกโมโหเล็กน้อย เขารีบระงับความโกธ
“เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังว่ามันเกิดเรื่องอะไรจึงทำให้การเดินทางของเจ้าล้มเหลว”
ชายคนนั้นรีบเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เจ้าสำนักฟัง แต่เขายังไม่ได้เล่าเรื่องของเย่เอ๋อให้เขาฟัง
เจ้าสำนักได้ฟังเขาจึงพอจะเข้าใจได้
“ข้าคิดว่าคนที่ขโมยแหวนมิติของเจ้าไปน่าจะเป็นพวกสัตว์อสูรที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้”
“ข้าก็คิดเหมือนกับท่านเจ้าสำนัก ถึงแม้ว่าการไปครั้งนี้ของจะล้มเหลวแต่ข้าได้พบสิ่งที่น่าสนใจยิ่งนัก”
“เจ้ารีบพูดมา”
“ข้าได้พบกับหญิงสาวที่งดงามมากระหว่างที่เดินทางกลับมา นางเป็นนักหลอมโอสถ”
“นางมีอะไรน่าสนใจ หญิงงามมีตั้งมากมาย”
“เรียนท่านเจ้าสำนัก สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีการควบคุมไฟในการหลอมโอสถของนาง นางได้แสดงวิธีการหลอมโอสถของนางให้ข้าเห็น นางนั่งหลอมโอสถบนหลังคารถม้าในขณะที่รถม้ากำลังวิ่ง”
สีหน้าของเจ้าสำนักถึงกับเปลี่ยนไปเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขากำลังอึ้งกับเรื่องที่เขาได้ยิน
“จะเป็นไปได้ยังไง การหลอมโอสถจะต้องใช้สมาธิและความสงบไม่งั้นเตาหลอมโอสถอาจจะระเบิดออกมาได้”
“เรื่องนี้ข้าสามารถให้คนที่ติดตามข้าออกไปมาเป็นพยานให้ได้เพราะทุกคนเห็นเหมือนกับข้าทั้งหมด”
“แล้วนางหลอมโอสถสำเร็จหรือไม่”
“นางหลอมโอสถทั้งหมด 10 ชุด หลอมได้โอสถจำนวน 10 เม็ด 9 เม็ดเป็นโอสถระดับพิภพขั้นสูงอีก 1 เป็นขั้นกลางขอรับ”
หากเป็นคนอื่นมาพูดเขาคงจะไม่เชื่อแน่นอนแต่นี่คือผู้อาวุโสของสำนักเห็นด้วยตาตัวเองแถมยังมีคนอื่นในสำนักเห็นเหมือนกัน เขาจะไม่เชื่อได้ยังไงและสิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากที่สุดคือการหลอมโอสถขั้นสูงครั้งเดียวได้ถึง 9 เม็ด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ต้องเป็นคนที่มีระดับการหลอมโอสถขั้นไหนจึงจะสามารถทำแบบนี้ได้
“ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน”
“นางน่าจะกำลังเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อร่วมงานประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น”
“เจ้ารีบหาวิธีการเชิญนางมาที่แห่งนี้ให้จงได้”
“ข้าได้ลองแล้วเจ้าสำนัก แต่นางบอกว่าไม่สนใจ”
เจ้าสำนักกำลังใช้ความคิดของเขา
ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 เห็นเจ้าสำนักยังไม่พูดอะไรเขาจึงหยุดพูดและรอให้เจ้าสำนักตัดสินใจ
“ในเมื่อเชิญดีๆนางไม่ยอมมา เจ้าให้คนไปลักพาตัวนางมาให้ได้ เรื่องนี้ให้มีคนรู้น้อยที่สุด”
“ได้ขอรับ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 ออกจากตำหนักของเจ้าสำนักไปเหลือเพียงแค่เจ้าสำนักเพียงคนเดียว
มีคนใส่ชุดคลุมสีดำเดินออกมาจากด้านหลังของเจ้าสำนัก เขาใส่หน้ากากปิดบังตัวตนเอาไว้
เจ้าสำนักเห็นเขารีบนั่งคุกเขาลงไปทันที
“ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านมาตั้งแต่ตอนไหน ต้องขออภัยที่ผู้น้อยไม่ได้ทำการต้อนรับ”
“หากว่าเจ้าจับตัวหญิงสาวคนนั้นมาได้แล้วรีบแจ้งให้ข้าได้ทราบทันทีและอย่าพึ่งทำอะไรกับนาง”เสียงที่ดังออกมาเป็นเสียงของชายแก่คนหนึ่ง เขาพูดจบก็หายตัวไปทันที
เจ้าสำนักนึกเสียดายเขากะว่าจะเค้นความลับจากแม่นางคนนั้นแต่คนที่สวมใส่ชุดดำรับรู้เสียก่อน
รถม้าที่หลิวอี้กับเย่เอ๋อนั่งมาหยุดอยู่ที่ทางเข้าประตูเมืองหลวง
หลิวอี้รับรู้ได้ว่ารถม้าหยุดลงตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ แต่รถม้ากลับหยุดลงนานมากจนหลิวอี้เริ่มที่จะสงสัยเขาจึงเปิดม่านออกไปถามคนขับ แต่สิ่งที่หลิวอี้เห็นคือมีรถม้าเป็นร้อยคันกำลังต่อแถวเพื่อที่จะเข้าไปภายในเมืองหลวงของทวีปลิ่ว เขาจึงรู้ว่าทำไมรถม้าถึงหยุดนานขนาดนี้
หลิวอี้ไม่คิดมาก่อนว่าการประลองจะทำให้ผู้คนต่างเดินทางมากันมากขนาดนี้ หลิวอี้เกิดความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ทหารทำการหยุดรถม้าของหลิวอี้จากนั้นได้ให้คนขับเปิดม่านตรวจสอบภายในรถ เขามองเข้าไปเห็นชายหนุ่มกำลังนอนหนุนตักหญิงงาม หญิงงามคนนั้นยังใส่เสื้อคลุมสีม่วงและมีดาวติดอยู่บนเสื้อบ่งบอกว่านางคือนักหลอมโอสถ เขาจึงรีบเปิดทางให้รถม้าคันดังกล่าวเข้าไปภายในเมืองทันที