บทที่ 15 : พระเจ้าแห่งวงการอาหารยุคใหม่ หากด้านสว่างของอาหาร คือแหล่งพลังงานให้ชีวิต เป็นความสุขที่ได้เห็นรูปลักษณ์อันสวยงาม บนภาชนะที่ประดับประดาอย่างมีศิลปะ กลิ่นหอม กระตุ้นความอยากกินให้น้ำลายสออุณหภูมิอันพอเหมาะในแต่ละเมนู อุปกรณ์การกินที่เหมาะสมในการดึงรสสัมผัส และรสชาติของอาหารให้ลิ้นรับรส ฟันสัมผัสถึงคุณสมบัติอาหารไม่ว่าจะนุ่ม กรอบ แข็งกำลังดี เคี้ยวได้ฟันไม่หัก และแม้จะกลืนลงคอไปแล้ว แต่อุณหภูมิกับรสยังตีกลับขึ้นมาเป็น After Taste ในช่องปากให้ผู้กินได้ดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งการกินอย่างอิ่มเอม
ด้านมืดของอาหาร ก็คือตัวบั่นทอนพลังชีวิต ตั้งแต่รูปลักษณ์อันไม่น่ามอง กลิ่นที่ชวนสะอิดสะเอียน หืน คลื่นไส้ รสสัมผัสที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะขยะแขยง แข็งกระด้างเกินกว่าจะเคี้ยว และรสชาติที่สุดขีดเกินไปในทุกทาง ไม่ว่าจะเปรี้ยวหวาน เค็ม ขม เผ็ด และทิ้งความเลวร้ายติดลิ้น ฟัน กระพุ้งแก้มไว้นาน หรือกระทั่งการสร้างบาดแผลให้อวัยวะการกินและย่อยอาหารให้ทรมาน
ในฐานะพ่อครัว ไม่มีใครอยากทำอาหารห่วย ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์อันบัดซบให้คนกินหรอก มันเป็นฝันร้ายทั้งในฐานะคนทำอาหาร และมนุษย์เลยที่จะยัดเยียดความเลวร้ายให้คนอื่น แต่มันก็มีพวกจิตวิปริต อยากสร้างหายนะ และยัดเยียดมันให้คนที่ตนแค้นเคือง หรือไม่ก็แค่อยากสร้างความปั่นป่วนให้สังคมด้วยการสร้างอาหารด้านมืดออกมา
มีตั้งแต่แอบเปลี่ยนขวดเครื่องปรุงในครัว ที่อาจมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันเล็ก ๆ น้อยๆ ขยับขึ้นมาเป็นใส่วัตถุดิบบางอย่างที่คนแพ้ลงไปเล็กน้อย หวังให้เกิดอาการแพ้ ที่อาจถึงขั้นตายได้ , ใส่เข็มยัดเข้าไปในผลไม้ที่กินทั้งลูกอย่างสตอรว์เบอร์รี่ หรือร้ายสุดก็ไม่พ้นการวางยาพิษในอาหาร ซึ่งมีให้เห็นในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่มีการคิดค้นอักษรและวิธีบันทึกข้อมูล จนปี3000 เรื่องพวกนี้ก็ยังเกิดขึ้น
ผมที่อยู่มา 30 ปีก็รู้เรื่องพวกนี้บ้าง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผมจะรู้สึกว่ามันคือ “ด้านมืดของอาหาร” ได้มากเท่าครั้งนี้ ที่ได้รับการรีเควส ร้องขอให้ทำอาหารสีสันสดใส รสชาติดีจากวัตถุดิบที่. . . เป็นซากศพคน !
แม้จะรู้เรื่องชนเผ่าโบราณหลายแห่งทั่วโลกบูชายัญมนุษย์ด้วยกันที่ไม่ว่าจะเป็นเชลยศึกเผ่าข้างเคียง หรือหาเหยื่อในเผ่าตัวเองมาทำพิธีเพื่อสังเวยบูชาเทพบ้าง และบางที่ก็นิยมกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันบ้าง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนเท่าครั้งนี้จริง ๆ เพราะศพเน่านับสิบถูกส่งมานอนแน่นิ่งบนเคาน์เตอร์รอให้ผมจัดการปรุง
“ อ้วกกกก” พุ่งไปหนึ่งรอบ ซากเมนูกวางดิ่งลงถังขยะที่ลอยมารับได้ทันท่วงที ตามด้วยขวดน้ำเปล่าที่ไม่รู้มาจากไหน เปิดฝา รินน้ำมาให้ผมล้างปาก กลั้วคอ แล้วบ้วนลงถังขยะที่กางถุงดำอันใหม่แยกจากอันเดิมให้โดยอัตโนมัติ
“ แค่นี้ก็อ้วก เป็นพ่อครัวประสาอะไร ไม่ให้ความเคารพวัตถุดิบเลย” นิดฮอกบ่นด้วยเสียงไม่พอใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ คงเข้าใจดีสินะ ว่ามนุษย์น่ะ ไม่ปรุงศพมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหารหรอก แต่เพราะเขาได้ยินสิ่งที่ผมคิด เลยพูดสิ่งที่ผมก็รู้ดี แต่พยายามจะมองข้ามมันมาตลอดเวลาที่ลงมือทำอาหาร
“ เนื้อสัตว์ที่พวกเจ้าปรุงกัน มันก็คือซากศพเหมือนกัน ทำไมพวกเจ้ายังลงมือจัดการเลาะเนื้อออกจากกระดูก นำไปปรุงอาหารกินกันได้ล่ะ แค่เปลี่ยนวัตถุดิบจากสัตว์ชนิดหนึ่ง มาเป็นสัตว์อีกชนิดแค่นั้นเอง และเจ้าก็ไม่น่าจะต้องคิดอะไรมากนะ เพราะคนเถื่อนเหล่านี้นับเป็นมนุษย์ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะพวกมันล่า ฆ่า ข่มขืน และกินมนุษย์ด้วยกัน เหมือนคนป่าที่ยังไม่วิวัฒนาการให้มีสมองแบบพวกเจ้า”
“ แต่รูปลักษณ์ของพวกเขาคือมนุษย์ คือไพรเมตเหมือนกัน . . . ไม่ว่าจะคน หรือลิงก็ไม่กินพวกเดียวกันหรอก. . . ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ และที่สำคัญ ศพพวกนี้เน่าจนผมไม่อยากจะแตะไม่อยากจะดู แค่ได้กลิ่นก็อ้วกแล้ว. . .” ผมตอบด้วยเสียงสั่น ๆ จากการพยายามกลั้นไม่ให้อ้วกพุ่งอีกหน แต่ก็ทนไม่ไหว จัดไปอีก 3 ถุงดำใหญ่
“ ฮ่า ๆ ๆ เจ้านี่นะ. . . อิ๊กดราซิลคงได้ลงท้องข้าแน่ ๆ” ระหว่างพยายามทำใจให้สงบหยุดอาการคลื่นไส้ เสียงหัวเราะและคำขู่ของนิดฮอกก็เข้าหูมาทำเอาผมรู้สึกตัวสั่นอย่างหวาดกลัว แต่ไม่มีแรงจะพูดอะไรออกมา เพราะแค่อ้าปาก มันก็พาลจะอ้วกเพราะห้องครัวไม่อาจต้านทานพลังนิดฮอกได้แล้ว กลิ่นเน่าของซากศพบนเคาน์เตอร์เลยโชยเข้าจมูกผมอย่างแรงจนถังขยะต้องเตรียมถุงดำให้เป็นใบที่ 5 รองรับอากาศ และเศษน้ำนิดหน่อยที่พุ่งออกมาจากกระเพาะอาหารอันว่างเปล่า และกลั้วคอ ก่อนดื่มน้ำชำระล้างคอ และหลอดอาหารที่แสบไปหมดแล้ว
“ ถ้า. . . ผมทำอาหารจากซากศพสัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่มีรสชาติอร่อย สีสันสวยงามแทนการเอาศพพวกนี้มาปรุงแทนได้ไหม?” ผมถามขณะนึกถึงไอเดียอันบรรเจิดที่เคยเห็นตอนเทศกาลฮัลโลวีนในเกม 20K Cloud Kitchen เมื่อ 2 ปีก่อน
“ หืม. . . สิ่งที่เจ้าคิดมันน่าสนใจนะ แต่เจ้าจะทำได้เหรอ? จำลองอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ด้วยสิ่งที่เจ้าเรียกว่า เจลลี่ ให้สมจริง ?”
“ น่าจะทำได้ ถ้าผมมีอุปกรณ์ Personal Mobile และ. . . พระเจ้าแห่งวงการอาหารยุคใหม่ เครื่อง 3D Printer Food Grade . . .”
เหมือนห้องครัวจะรอให้ผมถามหาสองอุปกรณ์นี้อยู่ ซากศพบนเคาน์เตอร์สลายเป็นผงบินออกจากห้องกลับเข้ารูหลุมดำนิดฮอกไป และจัดการทำความสะอาดอะไรเรียบร้อย หน้าจอP.M. ก็ปรากฏขึ้นข้างตัวผม พร้อมกับกล่องโลหะสีเงินทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส 5 x 5 x 5 เมตรได้ปรากฏขึ้นข้างเคาน์เตอร์ พร้อมหน้าจอแสดงผลฉายขึ้นข้างบน
“ 3D Printer Food Grade : พร้อมใช้งาน”
“ โอ้ว นี่น่ะเหรอพระเจ้าแห่งวงการอาหารยุคใหม่. . . ข้าดูยังไงมันก็แค่กล่องธรรมดา ๆที่ข้างในมีกลไกซับซ้อน ไม่เห็นเลยว่ามันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ข้ากินได้ยังไง?”
“ รอดูครับ. . . ผมขอตั้งค่าอะไรสักครู่นะ ไม่เกิน 10 นาที”
“ ข้าจะรอ”
ผมจิ้มหน้าจอ เรียกข้อมูลแบบแปลน “ Zombie Jelly” ที่เป็นการจำลองร่างมนุษย์ หรือพูดให้ถูกคือศพมนุษย์ด้วยเจลลี่ ที่กินได้ทุกส่วน แถมการันตีความถูกต้องของโครงสร้างอนาโตมี่และสีสันของอวัยวะต่าง ๆ ตั้งแต่สมอง ยันไส้ตรง แต่ไร้กระดูก วางใจได้ กัดกิน เคี้ยวส่วนไหนก็ไม่ต้องกลัวฟันหัก แถมเลือกรสชาติของได้ตามใจชอบ แต่ผมไม่เคยกินหรอกนะ แค่ซื้อแปลนมาทำเสิร์ฟ NPC ตามเควสกิจกรรมให้เสร็จ ไปเป็นพอ
เมื่อได้แบบแปลน ผมก็จับโยนให้เครื่อง 3D ก่อนจะถามห้องครัวว่ามีวัตถุดิบอะไรที่แปลงเป็นเจลาตินได้บ้าง กระดูกกวางที่ไม่รู้ตอนแรกเก็บไว้ไหนได้พากันลอยเข้าเครื่องไป ตามด้วยผลไม้หลากชนิดที่จะใช้เป็นตัวแต่งรสและสีจากธรรมชาติก็เข้าไปตาม
“ โอเค พร้อมแล้ว เดินเครื่อง !”
เมนูที่ปรุงจากซากศพ แม้จะเป็นศพกวาง ที่สกัดเอาแต่คอลลาเจน เจลาตินออกมาจากกระดูกปั่นผสมกับสีสันของผลไม้ ขึ้นรูปเป็นซอมบี้กินได้ทั้งตัวบนเคาน์เตอร์ในเวลาไม่ถึง 5นาที พร้อมเสิร์ฟให้มังกรนิดฮอกผู้กลายเป็นหลุมดำได้ลิ้มรสชาติที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายร้อยปีแล้ว
_____________________________________อาหารสองพยางค์สั้น ๆ ที่ตีความได้กว้างไม้ เป็นอาหารไหม?ไม่ ! คนนะไม่ใช่ปลวก กินไม้เข้าไปก็ไม่ย่อยและสัมผัสไม้ในปากก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์อะไรแต่ปลวกเห็นไม้เป็นอาหาร
แพลงค์ตอนในน้ำทะเลเป็นอาหารไหม?ไม่ ! มนุษย์ไม่สามารถดื่มน้ำทะเลเป็นลิตร ๆ เพื่อกรองเอาสัตว์เซลล์เดียวเข้าท้อง ปล่อยน้ำทะเลส่วนเกินออกได้แบบฉลามวาฬหรือสัตว์ทะเลอื่น ๆ ที่กินแพลงค์ตอนเป็นอาหารได้
ถ้าเราพังทลายกรอบ "อาหารของมนุษย์" ไปจะพบว่ามีวัตถุดิบอีกมากรอปรุง รอแปรรูปอยู่แต่คนที่จะทลายขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ตัวเอง เดินไปบนเส้นทางอาหารได้มีน้อยมากา และผมก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้นแน่ ๆ !
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่Kuronekoyuriya | Facebookhttps://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya