ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 18/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
ชลันธรไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ได้อย่างไร ความทรงจำระหว่างทางจากโรงพยาบาลพร่าเลือนเหมือนภาพฝันร้าย เขารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง มือที่กำลูกบิดสั่นเทาจนไขกุญแจแทบไม่ได้ เมื่อเข้ามาในห้องได้สำเร็จ เขาก็ปิดประตูลงโดยไม่คิดจะเปิดไฟ ปล่อยให้ความมืดมิดของยามค่ำคืนเข้ามาโอบล้อมและกลืนกินร่างของเขาไปอย่างช้า ๆ
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง แผ่นกระดาษผลตรวจในมือถูกกุมไว้แน่นจนยับยู่ยี่ มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าเื่บ้าคลั่งทั้งหมดนี้คือความจริง ไม่ใช่เพียงจินตนาการที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
ในหัวของเขายังคงอื้ออึงไปด้วยคำพูดของนายแพทย์สมศักดิ์... ‘คุณกำลังตั้งครรภ์’
ความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหวถาโถมเข้าใส่จิตใจที่บอบช้ำอยู่แล้วจนแทบแหลกสลาย เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป? ในวันที่เขาไม่เหลือใคร ในวันที่หัวใจของเขาแตกเป็เสี่ยง ๆ โชคชะตากลับโยนความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาให้เขาแบกรับไว้เพียงลำพัง
ความเงียบและความมืดในห้องยิ่งขยายความรู้สึกโดดเดี่ยวและเคว้งคว้างของเขาให้ชัดเจนขึ้นทุกขณะ เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน อาจจะหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง หรือนานกว่านั้น เวลาได้สูญเสียความหมายไปแล้วสำหรับเขาในตอนนี้
จนกระทั่ง...เขาทรุดตัวลงจากโซฟามานั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นพรมอย่างช้า ๆ สองแขนกอดตัวเองไว้แน่นราวกับจะปกป้องจากโลกภายนอกที่โหดร้าย มือข้างหนึ่งยังคงกำใบผลตรวจไว้ ขณะที่มืออีกข้างค่อย ๆ เลื่อนไปวางบนหน้าท้องของตัวเองอย่างปกป้องโดยไม่รู้ตัว...ััที่แ่เบานั้นทำให้เขาสะดุ้ง
มีอีกชีวิตหนึ่ง...อยู่ในนี้...
น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วเริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่น้ำตาแห่งความเ็ปของตัวเองอีกต่อไป แต่เป็น้ำตาแห่งความสับสน ความหวาดกลัวต่ออนาคตของชีวิตน้อย ๆ ที่เขาไม่เคยร้องขอ แต่กลับต้องมารับผิดชอบ
แล้วความคิดนั้นก็แวบเข้ามาในหัว...เขาควรจะบอกกฤตภาคย์หรือไม่?
ในฐานะพ่อของเด็ก...ภาคย์มีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้ไม่ใช่หรือ? บางที...บางทีการมีลูกอาจจะทำให้ภาคย์เปลี่ยนไป บางทีเขาอาจจะดีใจและพร้อมที่จะสร้างครอบครัว...
แต่แล้ว...ภาพความทรงจำอันเลวร้ายก็ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้น...เสียงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ...และคำพูดที่กรีดลึกจนเป็แผลเหวอะหวะ...‘ก็แค่ของเล่นแก้เบื่อ’
ชลหลับตาลงแน่น พยายามสลัดภาพและเสียงนั้นออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้น เขาลองจินตนาการ...หากเขาตัดสินใจเดินกลับไปที่เพนต์เฮาส์แห่งนั้นอีกครั้ง...เพื่อบอกความจริงทั้งหมดกับภาคย์...จะเกิดอะไรขึ้น?
ภาพในหัวของเขาตัดไปที่เพนต์เฮาส์หรู ภาคย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง จ้องมองเขาด้วยสายตาเ็าและดูแคลนหลังจากที่เขาบอกความจริงออกไป
“ท้องเหรอ?” ภาคย์เลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะออกมาในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความยินดี “นี่มุกใหม่หรือไงชลันธร คิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง”
“ผมพูดจริงนะภาคย์...นี่ผลตรวจ” เขายื่นกระดาษในมือให้ แต่ภาคย์กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
“เก็บละครน้ำเน่าของคุณไปเถอะน่า” สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเขาั้แ่หัวจรดเท้าอย่างประเมินค่า “ว่ามาดีกว่า...้าเท่าไหร่? แสนนึง? ล้านนึง? หรือคิดว่าใช้เื่นี้แล้วจะจับผมได้สำเร็จ?”
ทุกคำพูดของภาคย์ในจินตนาการคือมีดที่มองไม่เห็น มันกรีดเฉือนศักดิ์ศรีของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี การถูกกล่าวหาว่าใช้ลูกเป็เครื่องมือเพื่อเรียกร้องเงินทอง...มันคือการดูถูกที่สาหัสที่สุด
ชลลืมตาขึ้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วงกับภาพที่เขาสร้างขึ้นมาเอง...ไม่...เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาดูถูกลูกของเขาแบบนั้นเด็ดขาด
เขาลองจินตนาการในรูปแบบใหม่...บางทีภาคย์อาจจะเชื่อ แต่ปฏิกิริยาอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าการปฏิเสธ
“โอเค...ผมเชื่อ” ภาคย์ในจินตนาการของเขาพยักหน้ารับอย่างใจเย็นผิดปกติ แต่แววตากลับไร้ความรู้สึก “แล้วจะเอายังไงต่อ”
ภาคย์ลุกขึ้นเดินไปหยิบสมุดเช็คกับปากกามาจากโต๊ะทำงาน เขานั่งลงตรงหน้าชลแล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจก
“ในเมื่อเด็กคนนี้เป็สายเืของวราเมธีกุล...ผมก็ต้องรับผิดชอบ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงของนักธุรกิจที่กำลังเจรจาต่อรอง “คุณเขียนตัวเลขที่พอใจลงไปได้เลย แล้วหายไปจากชีวิตของผมกับลูกซะ ผมจะให้คนเลี้ยงดูเขาอย่างดีที่สุดในฐานะทายาทของผม...ส่วนคุณ...ก็กลับไปอยู่ในที่ที่คุณควรจะอยู่”
ภาพที่ภาคย์พยายามจะใช้เงินฟาดหัวเพื่อพรากลูกไปจากอก ทำให้ชลตัวสั่นด้วยความโกรธและความกลัว ลูกของเขาจะไม่ได้มีแม่...ลูกของเขาจะถูกเลี้ยงดูมาในตระกูลที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาทางสังคมและผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าความรักและความอบอุ่น ลูกของเขาจะต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวเหมือนกับภาคย์...
ไม่! เขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด!
หรือบางที...ภาคย์อาจจะยอมรับทั้งเขาและลูก แต่เป็ในรูปแบบที่น่าอดสูที่สุด
เขาจินตนาการถึงการถูกซุกซ่อนไว้ในมุมมืด เขาอาจจะได้อยู่ในคอนโดหรู มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่ไม่มีสถานะ ไม่มีตัวตนในสังคมของภาคย์ ลูกของเขาจะถูกแนะนำในฐานะทายาท แต่ตัวตนของแม่ผู้ให้กำเนิดจะถูกลบหายไปตลอดกาล เขาจะเป็เพียงจุดด่างพร้อยของตระกูลวราเมธีกุลที่ต้องเก็บไว้เป็ความลับ...เป็เพียง ของเล่น ที่ถูกอัปเกรดจากเพนต์เฮาส์มาชั่วครั้งชั่วคราว...มาเป็กรงทองที่ต้องอาศัยอยู่ไปตลอดชีวิต
“พอที!!!”
ชละโออกมาเสียงดัง เขาส่ายศีรษะอย่างรุนแรงเพื่อขับไล่จินตนาการอันเลวร้ายเ่าั้ออกไปจากหัว เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มกรอบหน้า เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเ็ปทางกายช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่ความจริงอันโหดร้าย
เขาไม่สามารถไว้ใจกฤตภาคย์ได้อีกต่อไป...ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม การบอกความจริงกับภาคย์คือความเสี่ยงที่เขาไม่อาจยอมรับได้ เดิมพันครั้งนี้มันสูงเกินไป...มันคือทั้งชีวิตและหัวใจของลูกเขา
ความกลัวที่จะสูญเสียลูก...และความกลัวที่ลูกจะต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายจากโลกของผู้เป็พ่อ...มันมีพลังมากกว่าความเ็ปจากการถูกหักหลังของเขาเสียอีก ในวินาทีนั้นเอง ความคิดที่จะบอกความจริงกับภาคย์ก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น
เขาตัดสินใจได้แล้ว
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ แต่กลับมั่นคงอย่างประหลาด น้ำตาที่เคยไหลพรากหยุดลงแล้ว เขาปาดมันทิ้งไปจากใบหน้าอย่างลวก ๆ แววตาที่เคยสับสนและสิ้นหวัง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ในเมื่อโชคชะตาเล่นตลกกับเขาถึงขนาดนี้...เขาก็จะสู้กับมันให้ถึงที่สุด เขาจะไม่ยอมแพ้...เพื่ออีกชีวิตหนึ่งที่กำลังพึ่งพิงลมหายใจของเขาอยู่
ชลเดินไปเปิดไฟจนทั้งห้องสว่างจ้า ขับไล่ความมืดมิดและความหดหู่ที่เกาะกุมมานานหลายสัปดาห์ออกไป เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่เปรียบเสมือนเครื่องมือทำมาหากินของเขาขึ้นมา
ปลายนิ้วที่เคยสั่นเทา บัดนี้กลับพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
‘เมืองเล็ก ๆ ค่าครองชีพไม่สูง’
‘หางานกราฟิกดีไซน์ ฟรีแลนซ์’
‘การดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์สำหรับผู้ชาย’
ทุกคำค้นหาคืออิฐก้อนแรกที่เขากำลังจะใช้สร้างกำแพงเพื่อปกป้องลูก...และสร้างชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา เขาต้องวางแผน เขาต้องมีเงินเก็บ เขาต้องหางานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่ท้องจะโตไปมากกว่านี้
แววตาของชลที่จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยสมาธิและความตั้งใจจริง แม้จะยังคงเจือด้วยความเศร้าที่ฝังลึก แต่เหนือสิ่งอื่นใด...มันคือแววตาของ แม่ ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของตน
ในคืนที่มืดมิดที่สุด...เขาได้กลายเป็แสงสว่างให้ชีวิตน้อย ๆ ด้วยตัวของเขาเอง