ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 153 ยั่วยุสายฟ้า
ชายหนุ่มในชุดสีทองแหงนหน้ามองดูอาคารไม้ทรงสูงที่ดูแข็งแรง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้านใน พร้อมกับเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ ย่องตามมาด้านหลัง
“จองที่พักหนึ่งห้อง” จินเดินเข้าไปที่หน้าโต๊ะไม้ยาว ด้านหลังมีพนักงานยืนรอต้อนรับอยู่
“ขออภัยลูกค้าด้วย แต่ขณะนี้เราเหลือเพียงห้องขนาดใหญ่พิเศษ ช่วงนี้มีผู้เข้าพักเยอะจริงๆ จึงไม่มีห้องธรรมดาเหลือว่างเลยสักห้อง” พนักงานรีบก้มหัวให้กับจิน ก่อนจะเสนอบริการต่อไปอีกเล็กน้อย
“ห้องพิเศษราคาเท่าไหร่?” จินกล่าวถามกลับไป
“สามสิบเหรียญทองขอรับสำหรับเข้าพักหนึ่งคืน” พนักงานหนุ่มรีบยิ้มประจบประแจงชายหนุ่มชุดทองทันที เพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงกลิ่นเงินอันหอมหวานกำลังลอยออกมาจากชายหนุ่ม
จินกำเหรียญทองออกมาจากกระเป๋า หนึ่งกำมือ สองกำมือ สามกำมือ………
กริ๊งๆๆ
เหรียญทองจำนวนมากหล่นลงมาบนโต๊ะไม้ตัวยาว มองด้วยตาก็รู้ว่าเป็นจำนวนหลายสิบเหรียญ นี่คือเงินทั้งหมดที่จินให้เด็กหนุ่มกาวิลพาไปแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินตราของอาณาจักรฮาฟแลนดิส
“ช่วยข้านับเหรียญที” จินออกคำสั่ง ก่อนจะวางเหรียญทองสุดท้ายลงบนโต๊ะ
“ขะ….ขอรับ” พนักงานหนุ่มรีบโกยเหรียญทองเหล่านั้นเข้ามา ค่อยๆ นับทีละเหรียญเพื่อกันไม่ให้ตกหล่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวกับจินว่า “ทั้งหมดเป็นเหรียญทองเก้าสิบสามเหรียญขอรับ”
“อืม งั้นข้าจองห้องพักทั้งหมดสามคืน คงไม่มีปัญหาอะไรสินะ?” จินจ้องมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่ยังคงนิ่งเฉย วางฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางสบายๆ แต่คงไว้ซึ่งอำนาจที่เหนือกว่า
“โอ้ ได้ขอรับไม่มีปัญหาอันใดเลย” พนักงานกุมมือไว้ที่อกพร้อมกับเผยรอยยิ้มประจบประแจงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือออกไป กะจะโกยเงินจำนวนเก้าสิบเหรียญมาเก็บไว้ แต่เสียงของชายหนุ่มตรงหน้ากลับดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เอาไปทั้งหมดนั่นแหละ เหรียญทองทั้งสามเหรียญนั่นเป็นของเจ้า” จินยังคงเท้าแขนเอาไว้บนโต๊ะไม้ตัวยาว ไม่ขยับเขยื้อนส่วนใดของร่างกายยกเว้นริมฝีปากกับดวงตาที่ใช้มองการกระทำของฝ่ายตรงข้าม
“ขอบคุณนายท่านมากขอรับ!” พนักงานชายรีบผงกหัวปลกๆ พร้อมกับโกยเงินทั้งหมดเข้าหาตัวทันที ก่อนจะหยิบเหรียญทองออกไปสามเหรียญเข้ากระเป๋าตนเองด้วยท่าทางดีใจ
แม้จะเป็นพนักงานในโรงแรมที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ แต่จำนวนเงินที่เขาได้รับนั้นก็ไม่ได้มากไปกว่าพนักงานร้านอื่นๆ มากนัก ไม่แปลกใจหากจะยินดีกับเงินจำนวนเพียงเล็กน้อยที่จินโยนออกมาให้
พนักงานชายเก็บเหรียญเสร็จก็เขียนเอกสารบันทึกการเข้าพัก ก่อนจะส่งกุญแจห้องพักให้กับจิน
“รับไป” จินรับกุญแจห้องพักมา ก่อนจะโยนต่อไปให้เด็กหนุ่มที่ยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังโดยไม่หันหน้ากลับไปมองด้วยซ้ำ
“เอ๊ะ?” ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของอเวกระดับที่ห้า เด็กหนุ่มสามารถคว้ามือรับลูกกกุญแจได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะยกมันขึ้นมาดูด้วยความงุนงงสงสัย สลับมองกุญแจในมือตนเองกับแผ่นหลังของชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความไม่เข้าใจ “น่ะ…นี่อะไรกันขอรับ?”
“นั่นเป็นห้องของเจ้าแล้ว หลังจากนี้ข้าต้องเข้าไปภายในหุบเขาสายฟ้าฟาด ไม่อาจจะมานั่งดูแลความปลอดภัยให้เจ้าได้ ในเมื่อเจ้าบอกว่าการอยู่ภายในโรงแรมแห่งนี้จะได้รับการคุ้มกันที่ดี เช่นนั้นก็พักอยู่ที่นี่ไปก่อนเถิด อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่า” จินเอี้ยวตัว ชายตามองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อย
“นี่มัน มันจะได้อย่างไรกันขอรับ ค่าห้องพักที่นี่ไม่ใช่ถูกๆ แต่กลับมอบให้ข้า…” ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้พูดจบจินก็พูดแทรกขึ้นมา
“เจ้าเป็นคนตั้งใจทำงานดี ข้าเห็นในความทุ่มเทและเถรตรงของเจ้าแล้ว แต่บางครั้งความเถรตรงนั้นก็อาจจะไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป… ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้แหละ ที่เหลือเจ้าคงต้องช่วยเหลือตนเอง” ใบหน้าของชายหนุ่มชุดทองจริงจัง
เขาเห็นความตั้งใจในการทำงานของเด็กหนุ่ม และต้องการจะยื่นมือช่วยเหลือ เพียงแต่ว่าความสามารถของเขาก็มีจำกัด ไม่ได้มีเวลามากพอจะมาคอยคุ้มกันอีกฝ่ายให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดเวลา สิ่งที่เขาพอช่วยได้ก็คงเป็น…การใช้เงินแก้ปัญหา มอบความปลอดภัยชั่วคราวให้กับอีกฝ่าย
“นี่……” ดวงตาของเด็กหนุ่มสั่นไหว จ้องมองชายหนุ่มในชุดคลุมสีทองด้วยความซาบซึ้ง มือกำลูกกุญแจไว้แน่น
จินมองท่าทางของอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะหันไปบอกพนักงานชาย "พาเด็กคนนี้ไปดูห้องด้วย ข้าจะไปทำธุระต่อ"
แม้พนักงานชายจะงุนงงเล็กน้อยกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่ก็ตอบรับลูกค้าอย่างเป็นมืออาชีพ ค่อยๆ เดินออกมาและนำทางเด็กหนุ่มขึ้นไปดูห้องด้านบน
เด็กหนุ่มหันหน้ากลับมามองแผ่นหลังของชายในชุดทอง
จินสะบัดตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ก่อนจะถูกบานประตูของโรงแรมบดบัง คนด้านหลังไม่สามารถมองเห็นร่างในชุดทองได้อีก
…
ร่างในชุดทองพร้อมกับเกราะสีเงินที่คลุมทับร่างกายส่วนบน ค่อยๆ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงหลังจากออกมาพ้นประตูโรงแรม
ก่อนหน้านี้จินได้ศึกษาแผนที่ของหุบเขาสายฟ้าฟาดมาพอสมควร พอจะรู้คร่าวๆ ว่าหากมุ่งหน้าเข้าไปจากตรงจุดที่เขาอยู่ จะไปโผล่ที่ส่วนไหนของแผนที่
ความเร็วในการเคลื่อนที่ทำให้คนภายนอกเห็นเพียงร่างเงาวูบไหวสีทองที่มุ่งหน้าตรงเข้าไปในเขตหุบเขาสายฟ้าฟาด ไม่นานจินก็เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังงานธาตุสายฟ้าที่อัดแน่นอยู่ภายในอากาศ ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงส่วนนอกของหุบเขาสายฟ้าฟาดเท่านั้น ยังมีพลังงานธาตุที่หนาแน่นถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าลึกเข้าไปด้านในจะมีพลังงานธาตุสายฟ้าเข้มข้นแค่ไหน
จินยังคงมุ่งหน้าลึกเข้าไปโดยไม่ได้สนใจพลังงานสายฟ้าที่กระจายอยู่รอบตัว มีบางครั้งที่ประกายสายฟ้ากระทบถูกร่างของเขา ซึ่งหากเป็นเวลาปกติมันอาจจะทำให้เขาพอจะรู้สึกชาวาบได้บ้าง แต่ด้วยเกราะอ่อนเทพอัสนี กระแสไฟฟ้าที่ไม่สามารถแม้แต่จะสังหารอเวกระดับกลางในครั้งเดียว แทบกลายเป็นไร้ผลทันทีที่มันเคลื่อนเข้ามาใกล้ร่างของจินในระยะหนึ่งคืบ
ใบหน้าของจินมองตรงไปเบื้องหน้า สองขาสะกิดแตะพื้นดิน ผลักดันตนเองให้ก้าวข้ามเนินเขาลูกแล้วลูกเล่า
ระยะทางที่ชายหนุ่มชุดทองตรงลึกเข้าไปในหุบเขา มากขึ้นตามเวลาที่ไหลผ่านไป
ผู้คนรอบกายบางตาลง สวนทางกับพลังงานธาตุสายฟ้าที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ตอนนี้พลังธาตุรอบตัวควบแน่นจนกลายเป็นลำแสงสายฟ้าที่สามารถพุ่งฝ่าอากาศกระแทกลงบนดินบนหินและทุกสรรพชีวิตที่เคลื่อนที่ผ่าน
ในระยะนี้ จินเริ่มรู้สึกได้ว่ากระแสไฟฟ้าตกกระทบลงบนเกราะสีเงินอย่างแผ่วเบา ราวขนนกเบาหวิวที่ลูบไล้ไปตามซอกมุมต่างๆ ของเรือนร่าง
พลังงานธาตุสายฟ้าที่ภายนอกดูรุนแรง กลับไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้ชายหนุ่มได้เลย ทั้งยังมอบพลังงานอันอบอุ่นและมั่นคงมาแทนที่
เมื่อเห็นว่าแทบไม่มีผู้คนเหลืออยู่ในบริเวณใกล้เคียง จินก็มองหาซอกหินอับสายตาเป็นสถานที่สำหรับหยุดพัก พลังงานธาตุสายฟ้ารอบข้างเริ่มรุนแรงจนเป็นที่น่าพอใจ มันถึงเกณฑ์ขั้นต่ำสุดที่จินจะนำมาใช้ขัดเกลาร่างวิญญาณของตนแล้ว
ร่างของชายหนุ่มหยุดลงที่ซอกหินแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูโหว่หันหน้าเข้าหาส่วนลึกของหุบเขาสายฟ้าฟาด จินจัดแจงตนเอง นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นที่ว่างส่วนนั้น หายใจเข้าออกด้วยจังหวะสม่ำเสมอ
สายฟ้าเส้นจางๆ ฟาดใส่ร่างของชายหนุ่มเป็นระยะๆ โดยที่ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย ค่อยๆ หลับตาลง ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่เข้ามาให้ผสานลึกไปยังจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน
พลังงานสายฟ้าเส้นเล็กๆ เหมือนถูกยั่วยุ พวกมันเริ่มรวมตัวและรุมล้อมฟาดฟันเข้าใส่ชายหนุ่มไม่ยั้ง
แต่ดูเหมือนว่าสายฟ้าเส้นเล็กๆ พวกนี้จะไม่ได้ทรงพลังพอ แม้จะพุ่งเข้ามามากมาย แต่ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า
ร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่ง แต่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูสงบ พลังงานภายในกลับหมุนวนอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง
ด้วยเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ วิญญาณที่เหมือนจะอยู่คนละมิติอย่างสิ้นเชิงกับกายเนื้อ พลันดูดซึมพลังงานส่วนเกินที่ไหลเวียนภายในร่างเข้าไป
กายละเอียดควบแน่นกลายเป็นรูปเป็นร่างที่มั่นคง คอยดูดซับพลังธาตุสายฟ้าที่จินจงใจปล่อยให้มันเข้ากระแทกร่างวิญญาณภายใน
ร่างวิญญาณโปร่งแสงสั่นไหวรุนแรงแทบจะแตกกระจายออกไป ก่อนมันจะควบแน่นกลับมาอีกครั้ง
เมื่อควบแน่นกลับมาได้ ชายหนุ่มก็ส่งพลังงานสายฟ้ากระแทกซ้ำเข้าไปอีก ทำแบบนี้อยู่หลายครั้งจนร่างวิญญาณที่อ่อนไหว แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ แล้วพลังงานวิญญาณแทบจะเป็นสสารที่อิสระ ยากที่จะมีสิ่งใดมาสร้างผลกระทบได้ แต่ด้วยกรรมวิธีพิเศษภายในเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ จึงอนุญาตให้จินชักนำพลังภายนอกเข้ามาขัดเกลาร่างวิญญาณได้โดยสะดวก ทั้งยังค่อนข้างปลอดภัย หากไม่ฝืนมากจนเกินไปก็ไม่มีทางประสบอุบัติเหตุในการฝึกฝน
จินนั่งขัดสมาธินิ่งๆ อยู่ตรงจุดนั้นร่วมชั่วยาม ในที่สุดเจ้าตัวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
สายฟ้ายังคงฟาดใส่ร่างของจินไม่หยุดหย่อน แต่แน่นอนว่าไม่มีทางทำอันตรายอะไรจินที่สวมเกราะอ่อนเทพอัสนีเอาไว้ได้
ปัง!
พลังงานภายในร่างของจินกระแทกออกมาจนเป็นวงคลื่น ผลักกระแสไฟฟ้ารอบตัวทั้งหมดออกไปจากตัว หยุดชักนำพลังงานตามเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ แล้วจึงค่อยๆ ใช้มือดันกายให้ลุกขึ้นยืน
เมื่อไม่ได้ชักนำพลังเข้ามาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ พลังงานสายฟ้าโดยรอบก็ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่จินเป็นหลักอีกต่อไป จะมีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่บังเอิญมีสายฟ้าฟาดเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มในชุดสีทอง ซึ่งมันก็ไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้ด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มในชุดสีทองยกมือขึ้นสัมผัสไปที่เกราะสีเงิน ความสามารถในการแปลงพลังงานของเกราะอ่อนชิ้นนี้ยอดเยี่ยมเสียยิ่งกว่าที่คิด พลังงานธาตุสายฟ้าที่ส่งผ่านไปยังร่างวิญญาณแทบจะสงบนิ่งไร้พิษภัย เมื่อใช้มันขัดเกลาร่างจิตวิญญาณ ก็แทบไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายเอาไว้
บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์เริ่มคิดว่าด้วยความสามารถอันเลิศล้ำเช่นนี้ บางทีเขาอาจจะสามารถรับพลังงานสายฟ้าที่รุนแรงมากขึ้นได้
หากมัวแต่กลัว ก็คงอยู่ได้เพียงริมขอบด้านนอกต่อไป และด้วยพลังงานธาตุสายฟ้าที่ค่อนข้างอ่อนแรง ไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าใดก่อนจะหลอมจิตวิญญาณธาตุสายฟ้าขึ้นมาได้สำเร็จ
ร่างสูงโปร่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังภูเขาสูงซึ่งอยู่ไกลออกไปจนสุดสายตา ประกายแสงวาววับที่มาจากมันทำให้จินรู้สึกว่าพลังงานธาตุสายฟ้าบริเวณนั้นจะต้องเข้มข้นมากอย่างแน่นอน เหมือนมันเร้าจิตใจที่ร้อนรนของเขาให้พุ่งเข้าไปหามันอยู่ตลอดเวลา
หลังจากจ้องเส้นทางเบื้องหน้าได้พักใหญ่ ร่างในชุดทองก็สะกิดปลายเท้า กระโจนข้ามเนินหิน พุ่งตัวมุ่งหน้าไปสู่เส้นทางที่พาตนเองเข้าไปลึกขึ้นโดยไม่รีรออีกต่อไป