เืโสมม
เนย่าพยายามหาทางที่กลับหอคอยให้ได้ไวที่สุดโดยไม่ต้องพบหน้ากับใคร ๆ อีกโดยขอให้รีสพาเธอบินออกจากตัวปราสาทของเซนเทียน่าฯ ตรงกลับเข้าไปหอคอยทันที
แต่ที่น่าแปลกในเวลานี้คือหอคอยที่เคยส่องแสงเรืองเป็สีน้ำเงินยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเถาไม้สีดำไร้ชีวิตชีวาอีกต่อไป ดอกไม้น้อยใหญ่โดยรอบเหี่ยวเฉาราวกับต้องลมแรงจนใบและดอกบอบช้ำอย่างน่าสงสาร
เหล่าัที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างหลบอยู่ในถ้ำของตัวเองไม่กล้าออกมาบินบนเวียนให้เห็นราวกับกลัวบางสิ่งบางอย่าง ส่วนสมุนของรีสก็หายตัวไปไม่เห็นออกมาต้อนรับจ่าฝูงอย่างเคย
“เกิดอะไรขึ้นนะ รีสพาฉันเข้าไปที่ห้องนอนที” รีสพาเด็กหญิงร่อนลงบริเวณระเบียงห้องนอนบนยอดหอคอยของเธอแล้วปีนหน้าต่างเข้าไป แต่รีสทำมากกว่านั้นคือทะลวงมันจนพังเป็รูใหญ่เพื่อให้ตนตามเนย่าเข้ามาได้ด้วย
“แย่ล่ะ ถ้าบาร์รามเห็นเขาต้องโกรธนายแน่ที่ทำกับหอคอยเขาแบบนี้” ถ้าบาร์รามเห็นอาจจับรีสมาถอนขนเล่นก็ได้
เขาดูแลมาอย่างดีแต่ดูเ้าหมาใหญ่ของเธอทำสิ รีสทำเป็ไม่สนใจพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ
“ไทโซล์ เรเนรอส บาร์ราม พวกคุณไปไหนกันหมดน่ะ” เนย่าชะโงกมองลงไปข้างล่างผ่านช่องประตูเล็กใต้เท้าแต่ทุกอย่างก็มืดสนิท ตะเกียงเซนเทียไม่ทำงานกลไกทุกอย่างที่เคยใช้ได้ราวกับสวนสนุกหยุดนิ่ง
“แกรก ๆ ๆ” เสียงคล้ายโซ่เสียดสีกันอยู่ด้านล่าง ทำให้เนย่าอดสงสัยไม่ได้และอยากจะลงไปดู
“รีสพาฉันลงไปทีได้ไหม” เนย่าขอร้องส่วนรีสก็ไม่เคยขัดคำสั่งของเธอ เนย่าขี่หลังของรีสและเช่นเคย เขาพังประตูบานเล็กเพื่อให้ทั้งตัวเขาและเนย่าลงไปได้
“โห! เบา ๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอ เดี๋ยวบาร์รามก็โกรธเอาหรอก” เนย่าบ่น
“ทำไมข้าต้องกลัวเ้านั่น” รีสทำเสียงฮึดฮัดในคอ ก็มาสิถ้าขึ้นเสียงกับพ่อจะกัดให้คอขาดเลย
“เอ๊ะ! นายนี่มาอาศัยเขาอยู่แล้วยังปากไม่ดีอีก” เนย่าตีหลังของรีสไปหนึ่งทีแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บแต่อย่างใดนิสัยอันธพาลจริง ๆ เ้านี่
“ข้าไม่ได้อาศัย แต่ข้าเป็ของที่ต้องอยู่ เพราะเ้าคือเ้าของและนายของที่นี่ ส่วนเ้านั่นเป็แค่คนเฝ้าและดูแลทำไมข้าจะต้องกลัว” รีสยอกย้อน
“เอาล่ะ ๆ ไม่เถียงด้วยแล้ว รีบลงไปเร็วๆ” เมื่อจบคำของเนย่ารีสก็ดิ่งลงไปด้านล่างทันทีและร่อนลงพื้นอย่างนุ่มนวล อัญมณีที่อยู่บนหน้าผากรีสก็ส่องแสงสว่างราวกับรู้ว่าเด็กหญิง้าสิ่งใด
“เ้าระวังตัวด้วยมีบางอย่างผิดปกติ” รีสเตือน เสียงโซ่ตรวนยังคงดังก้องไปทั่วแต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดโพล่ออกมา
“บาร์ราม คุณอยู่ไหน” เนย่าร้องเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับและสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็ปรากฏแก่สายตา
ไทโซล์ เรเนรอสถูกโซ่ใหญ่สีดำพันรัดห้อยโตงเตงอยู่ราวกับถูกกับดักของแมงมุม แล้วบาร์รามล่ะไปไหนเกิดอะไรขึ้น่ที่เธอไม่อยู่กันนะ
“ไม่จริง ทุกคน” เนย่าขึ้นขี่หลังของรีสอีกครั้งเพื่อบินไปหาทุกคนที่ห้อยหัวอยู่ รีสบินวนไปรอบ ๆ มองหาปมที่จะแก้มัดทั้งสองได้
“บาร์รามคุณอยู่ไหน” เนย่าร้องเรียกอีก
“เื...โสโครกของเ้า แปดเปื้อนเผ่าพันธุ์ของข้าอย่างไม่น่าให้อภัย” เสียงแหบระโหยดังมาจากด้านล่างเป็เสียงชายหญิงผสมกัน และรีสร่อนลงพื้นอีกครั้ง
“บาร์รามคุณเป็อะไรไป” เนย่าก้าวลงจากหลังรีสแล้วเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์โซ่สีดำที่ครั้งหนึ่งถ้าจำไม่ผิดมันมีส่วนคล้ายกับโซ่ที่เธอใช้ครั้งก่อน
“ขอบใจมากที่ทำให้ข้าหลุดพ้นจากคุกห้วงเวลาออกมาได้ และนี่คือสิ่งที่ข้าจะตอบแทน นั่นคือความตายของเ้า” บาร์รามแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมดวงตาข้างที่เป็สีแดงส่องแสงสว่างวาบ ส่วนอีกข้างที่ปิดไว้ยังคงเดิม
“ไม่ แกไม่ใช่คุณบาร์ราม แกเป็ใคร” เป็ไปไม่ได้เลยที่บาร์รามจะพูดกับเธอเช่นนี้ ไหนจะบัลลังก์โซ่นั่นอีก และมันก็ไม่ใช่โซ่ธรรมดา ทุกครั้งที่มีการขยับกายของบาร์ราม มันมีของเหลวร้อนปนอยู่ในนั้นราวกับรอปะทุ
“ฮะ ๆ ๆ เป็ข้าไง ข้าเองจำข้าไม่ได้รึ” รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย แต่ท่าทางและน้ำเสียงไม่ใช่อย่างแน่นอน
“เลิกปลอมเป็เขาเสียที ยังไงท่าทางโรคจิตแบบนี้ก็ไม่ใช่คุณบาร์รามหรอก” ความกลัวในใจเด็กหญิงหมดสิ้น กล้าดียังไงเอาหน้าหล่อ ๆ ของคุณบาร์รามมายิ้มปัญญาอ่อนแบบนั้น
ร่างนั้นถึงกับกัดฟันกรอดแพรผมสีเพลิงยาวสยายออกในทันทีแม้ใบหน้าจะยังคงความเป็บาร์รามก็ตาม ร่างกายกำยำขึ้นโซ่ที่อยู่ด้านหลังคลายตัวผสานรวมกับความร้อนของลาวา มันกลายเป็เหล็กร้อนที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระพร้อมต่อสู้เต็มที่
“อ้อ! คุณนกนี่เอง สิงร่างคนของฉันอย่างกับผีเลย ไม่น่ารักนะคะ” เนย่ากระตุกยิ้มมุมปาก จะเข่นฆ่าทุบตีเธอไม่ว่า แต่ถ้าทำคนของเธอจนเป็แบบนี้ล่ะก็เธอไม่ยอมแน่
“ปากดีนักนะ นังมนุษย์โสโครก” เฟย์รินคำราม การมีร่างของทั้งสองคนอยู่ตอนนี้ทำให้เธอได้เปรียบมหาศาล แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเด็กมนุษย์ท่าทางโง่ ๆ ในวันนั้นจะกล้าต่อคำกับเธอเช่นนี้
“ใครกันแน่ที่โสโครก เอาเพื่อนฉันคืนมานะ ไม่งั้นได้เห็นดีแน่” เนย่ากระชับสร้อยคอมั่น ถ้าคุยดี ๆ ไม่ได้ก็ต้องลงมือกันบ้าง
“ฮะ ๆ ๆ วิธีใช้อาวุธเ้ายังไม่รู้เลยแล้วเ้าจะทำร้ายข้าได้ยังไงนังเด็กโง่” เฟย์รินยิ้มเยาะ ถ้าเด็กนี่มีเพียงแค่ร่างแยกของบาร์รามที่ยอมจำนนให้ ร่างแยกของเธอที่ถูกเด็กนี่ดึงไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเธอ
นอกเสียจากถูกดึงพลังบางส่วน แถมยายเด็กนี่อาจเจอผลสะท้อนกลับ ช่างเป็คู่ปรับที่ไม่สมน้ำสมเนื้อจริง ๆ แม้จะมีเ้าหมาั์นั่นอยู่ด้วยก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเธอในเวลานี้ไม่
“ดูถูกกันเกินไปแล้ว” สายสร้อยเปลี่ยนเป็ธนูเรียบร้อยแล้ว และรีสเตรียมตัวเข้าโจมตีรอเพียงเนย่าสั่งเท่านั้น
“ลงมือเลยสิ แต่บอกไว้ก่อนนะถ้าข้าเจ็บ เ้านี่ก็จะเจ็บ”เฟย์รินท้าทายอย่างเหนือกว่า
“คุณบาร์รามน่ะเขาไม่เจ็บหรอก เพราะคนที่จะเจ็บคือเธอต่างหาก” เนย่ากัดฟัน กำไลที่บาร์รามเคยให้ไว้มันกลับมีชีวิต มันเลื้อยผ่านข้อมือของเนย่าแล้วกลายเป็ลูกธนูทันที เงาร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นเป็พญางูั์แสนเกรี้ยวกราด ถ้าเธอปล่อยออกไปล่ะก็คนตรงหน้าก็คงได้าเ็สาหัสกันบ้าง
“ฮึ ๆ ๆ! ตุลาการผู้ภักดียึดถือบุญคุณเยี่ยงชีวิตราวกับพวกเผ่าพันธุ์ั แล้วแกรู้ไหมว่าทำไมมันถึงติดอยู่ในคุกห้วงเวลา เพราะมันผิดคำสัตย์สัญญายังไงล่ะว่าจะรักษาดวงจิตของผู้ฟูมฟักไฮดราไว้แต่มันขโมย... ขโมยไป ฮะ ๆ แล้วยังไงต่อรู้ไหมมันทำหาย มันทำดวงจิตของผู้ฟูมฟักคนนั้นหายไป มันทำหาย ฮะ ๆ ๆ ๆ..!” เฟย์รินหัวเราะอย่างขบขันราวกับความผิดพลาดนั้นคือเื่ตลกที่สุดเท่าที่เคยพบเจอ
“แล้วที่ตลกร้ายกว่านั้น ดันไปอยู่ร่างเ้า ไปอยู่ในเผ่าพันธุ์ที่โสมมที่สุด แล้วยังไงต่อ ฮ่า ๆ ๆ พอรู้ว่าดวงจิตที่มันขโมยไปดันเป็เ้ามันกลับรับไม่ได้ ฮึ..! แต่ที่พวกข้ารับไม่ได้ยิ่งกว่า คือสุดท้ายแล้วเ้านี่ก็ยอมรับใช้เ้ายังไงล่ะ ทั้งที่แกไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ” เฟย์รินเปลี่ยนสีหน้าจากขบขันเป็เคียดแค้นในพริบตา
ใช่..! เธอรับไม่ได้ที่เห็นบาร์รามยอมรับใช้เด็กนี่และพยายามจะกล่อมเฮริสให้เข้าร่วมด้วย
ในขณะที่มือของเนย่ากำลังสั่นระริก ว่าเธอควรจะปล่อยลูกธนูออกไปเพื่อให้เฟย์รินหยุดอาการเสียสตินี่ดีหรือไม่ก็...
“หยุดพล่ามได้แล้ว เฟย์ริน” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัวของเนย่าก่อนที่ร่างเ้าของเสียงจะะโลงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“เซนดริน นายเข้ามาได้ยังไง” เนย่าทั้งดีใจทั้งแปลกใจที่เขาสามารถเข้ามาในนี้ได้
“มีพวกเสียด้วย ทั้งที่เขตตุลาการไม่มีใครเข้าได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตแท้ ๆ อุ้บ!” เฟย์รินที่กำลังหัวเสียแต่จู่ ๆ ร่างของเธอก็เกิดการต่อต้านกันภายใน สองมือยกขึ้นบีบคอตัวเอง บาร์รามตื่นเสียแล้ว มันจะไม่ยอมให้เธอใช้ร่างอย่างนั้นหรือ
“ได้สิก็เขาอนุญาตแล้ว” ดวงตาสีหมอกจ้องมองร่างของเฟย์รินที่กำลังทะเลาะกับตัวเองให้วุ่นวาย ทั้งบีบคอจิกผมตัวเองแล้วก็คุกเข่าลง
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกน่า” เฟย์รินพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่ทั้งร่างจะลุกเป็ไฟ ใบหน้าของบาร์รามเรือนผมสีเพลิงและหุ่นกำยำนั่นแม้ไม่ได้มอดไหม้แต่ไฟที่อยู่รอบ ๆ ตัวนั้นก็ทำให้อาการทำร้ายตัวเองสงบลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนสะบัดคอไปมาคลายเมื่อยขบ
มันไม่ง่ายขนาดนั้นที่ตื่นจะมาตอนนี้หรอก ตอนนี้ในบรรดาทั้งหมดของตุลาการเธอคือคนที่มีพลังมากสุด ยากหน่อยที่ทั้งสองจะขัดขืนเธอใน่ที่มีพลังมหาศาลขนาดนี้ เ้าบาร์รามเพราะส่งทั้งร่างจริงร่างแยกให้เด็กมนุษย์จึงอ่อนแอลง เฮริสก็เพิ่งฟื้นใช้พลังไม่เต็มที่ ส่วนเธอไม่ต้องขึ้นกับใครแม้ร่างแยกจะถูกดึงไปใช้แต่ก็นานมาแล้วเธอจึงฟื้นพลังได้เต็มเปี่ยม
“คายเพื่อนฉันออกมาดีกว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวนะคุณนก” เนย่าเตือน ในมือยังยื้อสายธนูไว้มั่น
“อาจารย์ใหญ่รู้เื่แล้ว กำลังมาที่นี่อย่าให้มันหนีออกไปได้มีแต่ฉันกับเธอที่เข้ามาถึงที่นี่ รีบจัดการดีกว่าก่อนจะเื่ใหญ่” เซนดรินร้องสั่งดาบรูปเสี้ยวจันทร์มันวับปรากฏขึ้นในมือขวาเขาทันที ความกว้างของใบดาบเกือบจะเท่ากับความสูงของเซนดรินส่วนโค้งด้านในมีด้ามจับกระชับมือและสายหนังสีเงินที่พันรัดมาจนถึงข้อศอกราวกับว่าอาวุธชิ้นนี้จะไม่มีทางหลุดจากมือของเขาไปได้
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง” แม้ธนูจะอยู่ในมือง้างไว้จนสุดแขนแต่ก็ยังไม่กล้ายิงออกไป เธอก็หวั่น ๆ ว่าบาร์รามจะเจ็บเช่นกัน ก็เลยถือขู่ไว้ก่อน
“ยิงออกไปสิ” เซนดรินร้องสั่ง เขาพุ่งเข้าใส่เฟย์ริน ดาบในมือตวัดฟาดฟันเกิดเป็รอยแผลขนาดใหญ่ไปทั่วกำแพงเพราะการปะทะ
“สั่งให้ข้าไปสู้เสียที เ้าไม่สั่งข้าไม่สามารถทำอะไรได้” รีสหันมาบอกเนย่าเขายืนนิ่งไม่มีบทอยู่นานแล้วเพราะมัวแต่ฟังความจากศัตรูส่วนยายหนูนี่ก็ยืนขู่เป็แมวและไม่สนใจเขาเลย สถานการณ์แบบนี้ถ้าไม่ถูกอัญมณีนี่ตึงร่างเขาอยู่ละก็คงไม่ได้พูดกันยาวขนาดนี้แน่
“ไม่ได้พลังทำลายสูงเกินไป” เนย่าบอกทำเอาเ้าสีนิลจอมห้าวถึงกับตัวสั่น โธ่เว้ย! เขาอยากจะขย้ำเต็มที่แล้ว
“สักทีเถอะน่า ฉันเป็อาวุธเธอนะ” รีสขอร้อง เขาไม่ชอบยืนเฉย ๆ แบบนี้
“งั้นจัดการเลย แต่อย่าให้ถึงตายล่ะ แล้วอย่าให้ที่นี่พังด้วย” ถ้าไม่ปล่อยรีสให้สู้เขาคงไม่ยอมแน่ แต่ก็ไม่อยากให้ที่นี่พังเพราะกลัวบาร์รามจะโกรธ
ได้โอกาสรีสทะยานขึ้นสูงแล้วพ่นไฟลงมา พร้อมกันนั้นเซนดรินก็ขว้างดาบออกไปเป็บูมเบอแรง เนย่าปล่อยสายธนูแล้วงูั์ขนาดใหญ่พุ่งเข้าไปหมายรัดร่างของเฟย์ริน
เฟย์รินถือแส้ลาวาปะทะกับดาบของเซนดริน ส่วนสายโซ่ของเฮริสที่มีพลังเธอคุมอยู่ก็ทำหน้าที่ยื้อยุดกับรีส
ส่วนเนย่าอาศัยโอกาสชุลมุนเข้าไปช่วยเรเนรอสกับไทโซล์ที่ถูกแขวนอยู่ เธอปลดทั้งคู่ลงมาได้สำเร็จแต่ก็ยังไม่มีใครได้สติ
สถานที่คับแคบจะทำให้เธอเสียเปรียบเฟย์รินคืนร่างเป็นกไฟโผบินขึ้นทะลุยอดปราสาทของหอคอยสีน้ำเงิน ขนาดของมันใหญ่กว่าคราวก่อนถึงสามเท่า มันบินโฉบและแผ่ขยายความร้อนจนเกิดเพลิงไหม้เป็วงกว้าง ร่างแยกของงูั์โผตามออกไปติด ๆ พ่นพิษใส่นกไฟที่บินอยู่สูงกว่า ตัวปราสาทถล่มลงมา เนย่าใช้ธนูอีกครั้งเธอเลือกดึงพลังของเต่าั์ที่เคยช่วยเธอในป่ารำพันออกมาให้ใช้กระดองกำบังร่างของเธอและเพื่อน ๆ ไว้ เอาเป็ว่าที่บอกกับรีสไว้ว่าไม่ให้ที่นี่พังก็ถือว่าเธอไม่เคยพูดเลยแล้วกัน เพราะมัน…เละเทะไปหมดแล้ว
ร่างนกเพลิงถึงกับซวนเซราวกับถูกกระชากิญญาร่างแยกของเฮริสถูกใช้เป็อาวุธต่อกรเพื่อปกป้องเด็กหญิง และกำลังพุ่งเข้ามาสมทบกับร่างแยกของบาร์ราม
แต่เฟย์รินก็ไม่ยอมแพ้เธอกลืนพลังของทั้งคู่มาแล้ว ไม่มีทางที่ร่างไร้จิตใจพวกนี้จะทำอันตรายเธอได้ สัตว์เทพสามตัวโรมรันกันไปมาไม่มีใครยอมใคร
เมื่อเห็นสัตว์ขนาดใหญ่ต่อสู้กันเอง รีสก็บินลงไปรับเนย่าและเซนดรินที่พยายามดึงตัวเองออกจากซากปราสาทที่ร่วงลงมาขวางทาง แล้วพาขึ้นไปดูสถานการณ์โดยรอบ
ซากปราสาทะเิออกอีกครั้งร่างัของเรเนรอสโผบินขึ้นแล้วคว้าร่างของไทโซล์ที่หมดสติออกมาด้วย การ์รอลบินมาสมทบทันที และนั่นวีโนสก็มาด้วย
“เรเนรอสคุณพาไทโซล์ไปหลบที่ปลอดภัยก่อน เดี๋ยวทางนี้หนูจะจัดการเอง” เรเนรอสรับคำ ก่อนจะพาไทโซล์บินหายไป
หันไปอีกทางก็พบกับการ์รอลและมาดามรีรีนที่อยู่บนหลังมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ถัดไปเป็ทรีบาสและวีโนส ทุกคนกำลังมอง สถานการณ์เบื้องล่างเพื่อหาโอกาสลงมือกับผู้ก่อกวน
การต่อสู้ของสัตว์เทพสามตน เริ่มขยายวงกว้าง อาณาเขตการต่อสู้ใกล้ถึงโรงเรียนแล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่าง
ทรีบาสและวีโนสไม่รอช้า พุ่งเข้าไปหมายร่วมวงการต่อสู้ด้วย เพราะพลังของนกเพลิงมีมหาศาลจนเกินไป ถ้าไม่ทำอะไรโรงเรียนของเขาคงต้องได้รับผลกระทบ แต่....
“อย่าค่ะ ๆ หนูขอร้องบาร์รามอยู่ในร่างของนกนั่นถ้าวีโนสลงมือ บาร์รามอาจจะาเ็ ทุกคนเป็อาวุธของหนู หนูเรียกพวกเขามาใช้แต่เกิดปัญหาไม่ลงรอยกัน ให้หนูแก้ไขนะคะ”
รีสพาเนย่าและเซนดรินมาขวางหน้าวีโนสไว้ทัน เด็กหญิงร้องขอ เธอไม่อยากให้เื่วุ่นวายกว่านี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเธอ และบาร์รามอาจจะเจ็บตัวถ้าวีโนสใช้พลัง
“ฉันไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่ง ักับพวกผู้ปกปักผูกพันรับใช้กันมานาน ถ้าเกิดปะทะกันความสัมพันธ์ที่มีอาจเกิดเป็เื่ยุ่งยากได้ แต่ถ้ายังควบคุมไม่ได้ฉันก็ต้องลงมือนะเนย่า” ทรีบาสบอกเหตุผล
“ให้โอกาสเธอ ให้เธอได้ควบคุมอาวุธของเธอเองเถอะท่าน” เซนดรินช่วยขอร้องด้วย ทรีบาสทำเพียงยกยิ้ม ก่อนจะบังคับวีโนสให้ไปอยู่ในจุดสังเกตการณ์กับการ์รอลตามเดิม
“เซนดริน นายหลบไปก่อน” เซนดรินทำเพียงพยักหน้าแล้วโดดลงจากหลังของรีสไป เขาเองก็เช่นกันที่ต้องคอยสังเกตการณ์
ภาพของสามสัตว์เทพกำลังต่อสู้กันนั้นดูเหมือนฝั่งของเฟย์รินจะเป็ฝ่ายได้เปรียบนกไฟใช้กรงเล็บจับงูั์ยึดไว้มั่นก่อนจะพ่นไฟกรอกปากของร่างนั้นจนมันสลายไป
ในขณะที่เต่าั์คาบหางของนกไฟไว้ไม่ให้บินขึ้นแล้วออกแรงเหวี่ยงไปมา แต่หลังจากกำจัดงูเสร็จไปหนึ่งนกไฟก็พลิกกลับมาจิกลูกตาของเต่าั์แล้วกระพือปีกที่มีลาวาสาดใส่จนกระดองเต่าละลายและสลายร่างไปในที่สุด
เฟย์รินตีปีกประกาศชัยชนะ แม้จะสะบักสะบอมไม่น้อย และเป้าหมายต่อไปคือเด็กมนุษย์ที่ขี่หลังหมาบินนั่น
“คืนบาร์รามมานะ” เนย่าบอกอีกครั้ง เฟย์รินคืนร่างเป็บาร์รามในคราบเรือนผมสีเพลิงและร่างกำยำอีกรอบ าแตามร่างกายจากการต่อสู้มีให้เห็นแทบทุกส่วนแต่เธอก็ไม่ได้แสดงความเ็ปแต่อย่างใด
“ข้าจะหักคอของเ้าด้วยมือของไอ้คนทรยศนี่ล่ะ” เฟย์รินยิ้มชั่วร้ายก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวเนย่าที่อยู่บนหลังของรีส คมเขี้ยวของรีสไวไม่แพ้กันกัดเข้าที่บ่าของร่างกำยำนั่นอย่างเต็มคำจนมันขยับไม่ได้
“อย่าปล่อยนะรีส” เนย่าะโลงจากร่างของรีสแล้วให้เขาทำตามใจ
คมเขี้ยวที่มีพิษของวูฟวิงค์ฝังลึกก่อนที่บ่าข้างช้ายจะเป็รอยคล้ำสีดำเพราะพิษรุนแรงนั่น
พิษของวูฟวิงค์สามารถล้มสัตว์ใหญ่กว่ามันถึงสิบเท่าได้ เฟย์รินอาจพลาดที่ใช้ร่างจริงของทั้งสองจนทำให้พิษกระจายเร็วขึ้น ซีกซ้ายทั้งซีกเริ่มเป็อัมพาต
ร่างของเฮริสพลังยังไม่ฟื้นมากพอที่จะต้านทานพิษไหว เธอจึงแยกออกจากร่างของเฮริสทันที ทิ้งให้ร่างกำยำผิวสีแทนถูกพิษจนเริ่มดำคล้ำเรื่อย ๆ นังเด็กนี่ร้ายนักนะ
แต่เธอยังเหลือร่างของบาร์รามไว้ต่อรอง เฟย์รินถอยออกมาจากร่างของเฮรีสปล่อยให้ไอ้หมาบ้านั่นฟัดร่างของเพื่อนเธอแล้วเข้าประชิดร่างเด็กหญิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อีกครั้งแทน เธอจับคอเล็ก ๆ ของนังเด็กนี่ได้แล้ว
เท้าเนย่าลอยเหนือพื้นจากแรงบีบ รีสรู้สึกได้ถึงอันตรายเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งเข้ามาหาร่างบาร์รามรวดเร็ว แต่ไม่ทันถึงตัว ร่างของบาร์รามก็ใช้พลังหยุดเวลาเอาไว้ทำให้รีสนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น รอบกายถูกหยุดกะทันหัน แต่เด็กนี่กลับไม่มีผลกับพลังของบาร์รามที่เฟย์รินดึงมาใช้เลย เนย่ายังคงปัดป่ายหาทางเอาตัวรอดจากเงื้อมมือนี้
“คุณบาร์รามตื่นเถอะค่ะ นี่...หนูเอง” เด็กหญิงกำลังจะขาดอากาศหายใจ อยู่ ๆ มือของบาร์รามก็คลายออกเหมือนจะตื่นขึ้นอีกครั้ง แต่เฟย์รินก็ยังเรียกพลังตัวเองกลับกดจิตสำนึกนั้นแล้วออกแรงบีบอีกจนได้
เนย่าไม่ดิ้นรนที่จะแกะมือคนที่บีบคออยู่ออกแล้ว เธอเอื้อมมือไปหารีสด้วยพลังเฮือกสุดก่อนสายฟ้าจะฟาดเปรี้ยงลงมาบนร่างของรีส
ขนที่เคยดำสนิทกลายเป็สีเงินตลอดตัวปีกสะบัดเร็วแรงแล้วสลาย ก่อนจะกลายร่างเป็เสือขาวขนาดใหญ่ตะปบเอาเฟย์รินในร่างบาร์รามจนล้มหงายและเนย่าหลุดจากพัธนาการ มันคำรามก้องก่อนจะเหยียบร่างของบาร์รามไว้มั่น
เนย่าหอบหายใจสูดอากาศเข้าเต็มปอด เธอซวนเซลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนจะวิ่งเข้าไปหาร่างของบาร์รามที่อยู่ใต้เท้าของเสือใหญ่
เด็กหญิงดึงร่างของบาร์รามมาหนุนตักไว้แล้วกอดเขา เฟย์รินพยายามดิ้นขัดขืนแต่บาร์รามก็ตื่นขึ้นจนเธอไม่สามารถควบคุมให้อยู่หมัดได้
“กลับมาหาหนู หนูไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณแน่” เนย่ากอดศีรษะของเขาแน่นขึ้นในขณะที่ตัวก็ดิ้นคลุกคลักอย่างทรมานจากการตื่นของอีกตัวตน และเท้าของสัตว์ใหญ่ที่เหยียบร่างเขาอยู่ มันส่งเสียงคำรามต่ำในคอ ก้มมองทั้งบาร์รามและเด็กหญิงอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ รีสถูกยืมร่างประทับอาวุธเสียแล้ว
“ทะ...แทงลง มา ตะ...ตรงนี้” เสียงของบาร์รามละล่ำละลักบอก เขาคว้าข้อมือที่มีกำไลงูที่เขาเคยให้ไว้กับเด็กหญิงมาแนบอก มันกลายสภาพเป็กริชเล่มเล็กสีดำสนิท เขาให้เธอแทงมันลงไป แทงไปที่อกซ้ายและอย่าลังเล
“ไม่ ถ้าคุณตายหนูจะทำยังไง” เนย่ารับกริชมาด้วยมือสั่นเทา มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
“ปลด ปล่อยข้าและนาง ดะ...ด้วย ฮึก!” บาร์รามสะบัดหน้าด้วยความเ็ป แล้วก็หันกลับมาเป็ใบหน้าของเฟย์ริน
“อย่านะนังเด็กบ้า” เสียงเฟย์รินร้องประท้วง จะทิ้งร่างบาร์รามเพื่อหนีเอาตัวรอดก็ถูกร่างแยกของเพื่อนเหยียบไว้ จะบังคับอีกคนก็ทำได้ไม่เต็มที่เสียแล้ว ถ้าขืนเด็กนี่ตัดสินใจแทงลงมาละก็ทั้งเธอและบาร์รามได้ร่างสลายหายไปเป็แน่
เด็กหญิงกำกริชนั่นไว้แน่น ถ้าเธอแทงลงไปจะเป็การปลดปล่อยเขาและเฟย์ริน แต่เธอคงไม่ได้บาร์รามคืนแน่ ครั้งหนึ่งเธอเคยปลดปล่อยบาร์รามด้วยเืของเธอ มันสามารถปลดพันธนาการจากคุกได้ ครั้งนี้จะเหมือนกันไหมนะ ถ้าเธอจะทำมันอีกครั้ง
“หนูไม่ยอมให้คุณตายหรอก” เนย่าใช้กริชนั่นกรีดเข้ากับฝ่ามือเธอทันที ความเจ็บพุ่งขึ้นสูง
กริชนั่นมีพิษของเขี้ยวงูด้วย มันเ็ปเสียจริง แต่เธอก็เค้นเืสีแดงสดที่ไหลออกมาอย่างเหลือล้นนั้นยื่นไปที่ริมฝีปากของคนที่กำลังสะบัดหน้าหนี
เพียงปลายลิ้นได้ลิ้มชิมเืหอมหวานก็หยุดไม่ได้อีกต่อไป บาร์รามยึดมือของเด็กหญิงมาดื่มซับเือย่างกระหาย
ร่างของเสือใหญ่ที่จ้องมองดูถอยเท้าออกไปกระแสลมเอื่อย ๆ พัดต้องร่างนั้นจนค่อย ๆ เลือนสลายหายไปกับสายลมเหลือเพียงร่างของรีสที่โงนเงนทรุดลงนอนหมอบไม่ได้สติอยู่ข้างกัน
บาร์รามพลิกตัวกลับมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงสองมือหนายังประคองมือเล็กจดริมฝีปากดื่มด่ำอย่างไม่รู้พอ เฟย์รินไม่สามารถทนรับกระแสเืร้อน ๆ ที่ไหลเข้าสู่อนูร่างกายของบาร์รามได้
เธอไม่สามารถคุมร่างของบาร์รามได้แล้ว ร่างหญิงสาวในชุดเพลิงแยกออกมาและหมดสติอยู่ข้างกัน ไอความร้อนจากร่างเธอลอยฟุ้งเป็ละอองราวกับถ่านร้อนที่โดนน้ำเย็นสาดเข้าใส่ สิ้นแรงดื้อรั้นต่อกรเอาชีวิตใครอีก มุมปากมีเืสดของเนย่าที่รับมาโดยไม่เต็มใจจากการแฝงร่างของบาร์ราม เืโสมมอยู่ในร่างเธอเสียแล้ว
เด็กหญิงโงนเงนจากการเสียเืเพื่อปลุกให้บาร์รามฟื้นตัวตน หน้าเด็กหญิงซีดเผือดก่อนจะฟุบลงตรงหน้าของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่า้ามากจนเกินไป บาร์รามลืมตาขึ้นก่อนมือน้อยจะผล็อยหลุดจากมือของเขาแล้วรับร่างเด็กหญิงมาซบแนบอกไว้ได้ทัน
‘นายท่านได้ช่วยข้าไว้อีกแล้ว’ บาร์รามอุ้มร่างเด็กหญิงลุกยืนขึ้นเต็มความสูง เหลือบมองเฟย์รินที่หมดสติสิ้นฤทธิ์อยู่ข้าง ๆ และรีสที่ถูกเรียกอาวุธมาประทับร่างนอนสลบอยู่ไม่ไกล
แต่ที่น่าห่วงกว่าคือเฮริส ที่พิษของวูฟวิงค์ทำให้เขาเป็อัมพาตถ้าขืนนานกว่านี้อาจจะร่างแหลกสลายได้ เขานำพาร่างของเนย่าไปใกล้กับเฮริสหมายจะให้เธอได้ช่วยปลดปล่อยเพื่อนเขาอีกคน แต่คงจะไม่ได้ เด็กหญิงเสียเืมากเกินไปแล้ว
ยังพอมีรสเืของเด็กหญิงเหลือค้างอยู่ในปากเขาบ้างเล็กน้อย คงไม่ต้องใช้มากมายอะไรนักสำหรับการช่วยเฮริส
มือหนึ่งยังคงโอบอุ้มเนย่าเอาไว้แนบอก ส่วนอีกมือหนึ่งประคองศีรษะของเฮริสขึ้นมาประทับริมฝีปากก่อนจะคายเืของเด็กหญิงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้
เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกพิษของวูฟวิงค์ที่แล่นไปทั่วร่างกายของเฮริสก็ไหลออกมาตามรอยเขี้ยวที่ไหล่ซ้ายอย่างว่าง่าย บาร์รามวางเพื่อนเขาลงก่อนจะพาเนย่าหายตัวเข้าไปในซากปลักหักพังของหอคอยสีน้ำเงิน
ผู้สังเกตการณ์ทั้งหลายเมื่อเ้าของสามารถจัดการกับอาวุธที่ทรงพลังของตัวเองได้ก็ล่าถอยกลับไป การทำให้อาวุธยอมรับใช้นี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริง ๆ สำหรับเด็กมนุษย์ผู้นี้