บทที่35.ของฝากจากคงคง
ผ่านมาสามวันที่คงคงหายไปเหยาเหยาก็เป็นห่วงถามพี่ๆต้นไม้ก็ไม่มีใครเห็นคงคงอีกเลยเห็นเพียงแค่ตอนที่คงคงมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าชั้นในแต่ยังไม่เห็นออกจากป่าเลยจะเข้าไปตามเองก็ไม่ได้ เฮ้ออ สงสัยออกมาครั้งนี้เหยาเหยาต้องคุยกับลูกน้องลิงน้อยตัวนี้สักทีแล้วหนีเที่ยวเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกันเล่า
ส่วนทางเจ้าคงคงที่ตอนนี้มันเก็บสมบัติในถ้ำจนหมดไม่รู้วันรู้คืนออกจากถ้ำได้ก็กระโดดโลดโผนโจนทะยานไปตามต้นไม้ต่างๆอย่างว่องไวต้นแล้วต้นเล่าเพื่อกลับบ้านสกุลเซี่ยไปหาลูกพี่ของมัน
“เจี๊ยกๆ” เสียงคุ้นเคยดังจากทางรั้วหลังบ้านลู่หยางที่กำลังฝึกควบคุมเปลวไฟเล็กๆที่นิ้วมืออยู่ได้ยินเข้าจึงหันไปมอง
“หื้ม คงคงเจ้ากลับมาแล้ว”เสียงดังอย่างตื่นเต้นดีใจเอ่ยถามลูกน้องตัวน้อยของน้องสาว
“เจี๊ยก(พี่รองงง)”เจ้าคงคงกระโดดกอดคอพี่รองทันทีจนลู่หยางต้องอุ้มมันไว้อย่างทุลักทุเล
“น้องเล็กบ่นหาทุกวันพวกข้าก็เป็นห่วงเจ้ามากเลยนะรู้หรือไม่หื้มทีหลังอย่างหนีเที่ยวนานๆเช่นนี้อีกรู้หรือไม่”ลู่หยางยังคงสั่งสอนเจ้าลิงน้อยต่อไป
“เจี๊ยก”
“ไปๆ ไปหาลูกพี่ของเจ้าได้แล้ว”
“เจี๊ยก”เมื่อรับคำแล้วเจ้าคงคงก็ผละออกจากร่างของลู่หยางแล้ววิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ลานบ้านทันที
เหยาเหยาที่กำลังลงเมล็ดผักเพื่อปลูกต้นอ่อนผักงอกในตะกร้าที่ลานบ้านอยู่นั้นจู่ๆ นางก็รับรู้ได้ถึงแรงชนที่หลังดัง ตุ๊บ!แปะ!เมื่อหันไปมองจึงเห็นเป็นเจ้าคงคงที่มายืนเกาะหลังน้อยของเหยาเหยาอยู่เพราะนางกำลังนั่งยองๆเพื่อหวานเมล็ดผักอยู่นั้นเองเจ้าคงคงจึงสามารถเกาะหลังนางได้นั้นเอง
“เจ้าคงคงเจ้ากลับมาแล้วไหนมานี้สิหนีเที่ยวหลายวันเชียวนะเจ้าน่ะ” แม้จะงอนๆอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นมันกลับมาอย่างปลอดภัยนางก็โล่งอก
“เจี๊ยก”
“ไม่ต้องมามองเช่นนี้เลยเหยาเหยากับทุกคนเป็นห่วงเจ้ามากๆเลยนะต่อไปถ้าจะไปเที่ยวก็ย่อมได้แต่อย่างหายข้ามวันข้ามคืนเช่นนี้อีกเข้าใจหรือไม่ไม่เช่นนั้นเหยาเหยาจะลงโทษไม่ให้กินผักผลไม้ปราณเดือนหนึ่งเลย”เสียงเล็กน่ารักขู่
“เจี๊ยกๆ(ขอรับลูกพี่) ”
“คงคงกลับมาแล้วหรือ”เป็นเฟยเฟยเอ่ยทักขึ้นเมื่อเดินออกมาดูบุตรสาวที่ลานบ้านเจ้าคงคงที่รู้ว่าตนเองมีความผิดหนีเที่ยวหลายวันก็เข้าไปเกาะขาท่านแม่พร้อมเงยหน้ายิ้มประจบทันทีจนฟยเฟยอดหัวเราะไม่ได้
และเมื่อเจ้าคงคงกลับมาได้ทุกคนก็คลายใจหลังอาหารเย็นวันนั้นก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอนนั้นจู่ๆเจ้าลิงน้อยก็ส่งเสียงขึ้นก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายพร้อมทั้งทำท่าทำทางเหมือนมีสิ่งใดมันออกมายืนตรงกลางห้องโถงที่ติดกับห้องกินข้าวพร้อมกวักมือไหวๆ เรียกทุกคนด้วยนับวันมันยิงฉลาดรู้ความมากนัก
“มีอันใดหรือคงคง”ลู่จื่อถามเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆเจ้าลิงน้อย
“นั้นสิเหยาเหยาอิ่มแล้วเริ่มง่วงแล้วนะคงคงเล่นด้วยไม่ไหวหรอก” เจ้าตัวน้อยเริ่มตาปรือยืนลูบพุงป่องไปมา
“เจี๊ยกๆ”ก่อนที่ทุกคนจะถามไถ่เพิ่มเติมจู่ๆเจ้าคงคงก็หยิบเอาสมบัติที่มันเก็บได้ออกมาทันที แต่ไม่ได้เอาออกมาทีละชิ้นๆนะมันเอาออกมาทีหนึ่งเป็นกองๆ กองแรกเป็นทองคำมากมายทีทั้งสร้อยทั้งแหวนกองที่สองเป็นหยกเนื้อใสมันวาวทั้งเนื้อมันแพะทั้งเนื้อหยกจักรพรรดิมีทั้งหยกสีขาวสีเขียว มีชมพู สีม่วงที่หายากก็มี ต่อมาก็เป็นบรรดาตำราโบราณต่างๆอีกนับสิบๆเล่มไม่รู้เจ้าคงคงมันไปเก็บมาจากที่ไหน
เมื่อเอาของฝากออกมาให้ทุกคนแล้วเจ้าคงคงยังทำท่าทำทางผายมือเหมือนเชื้อเชิญให้เข้าไปดูของที่มันเองมา
“ของฝากหรือ”เหยาเหยาตาสว่างตั้งแต่ทองคำกองแรกแล้ว
“เจี๊ยกๆ(ใช้แล้วขอรับลูกพี่) ”
“นี่มันมากมายอันใดถึงเพียงนี้” ลู่ฮันพูดไม่ออกได้แต่อุทานอย่างตกตะลึงเฟยเฟยเข้าไปจับหยกสีม่วงขึ้นมาดู
“ท่านพี่ดูหยกสีม่วงนี่สิเจ้าคะมันหายากยิ่งทั้งยังเป็นหยกดิบอยู่เลยหากเอาไปให้ช่างแกะสลักเป็นหยกพกน่าจะงดงามยิ่งนัก”เพราะเฟยเฟยกับลู่ฮันเคยทำงานขุดเหมืองหยกมาก่อนเมื่อตอนอยู่ที่หมู่บ้านป่าหมอกเหนือแต่ยังไม่เคยเจอหยกก้อนใหญ่และหายากมากขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิตจึงตื่นเต้นกับหยกมากเป็นพิเศษ
“นั้นสิงดงามมากจริงๆด้วย”สองสามีภรรยากำลังคุยกันอยู่ที่กองหยกมากมายโดยที่ไม่ได้สนใจอย่างอื่น
“นี่ตำราอันใดหรือขอรับ”ลู่จื่อที่สนใจตำรามากเป็นพิเศษเพราะชื่นชอบเดินเข้าไปที่กองตำรามากมายที่ดูเก่าแก่ยิ่งนักก่อนจะหยิบขึ้นมาดูโดยที่ท่านปู่ลู่เฉิงก็เอื้อมมือไปหยิบมาดูอย่างระมัดระวังอยู่ด้านข้าง
“หื้ม ตำราว่าด้วยปราณธาตุไฟหรือ น้องรองเจ้าลองดูตำรานี้ว่าอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่”ลู่จื่อเอ่ยเรียกน้องชายที่กำลังหยิบทองขึ้นมาดูอยู่ข้างๆ
“ขอรับ”เมื่อลู่หยางรับตำราจากมือพี่ชายเมื่อเปิดดูก็ถึงกับตาโตทันทีที่เขาสามารถอ่านมันเข้าใจได้นี่มันตำราสอนปราณธาตุไฟนี่นา
ส่วนเหยาเหยานั้นที่ตอนแรกง่วงนอนเพราะอิ่มตาปรือจะปิดตอนนี้กลับกระจ่างใส่ราวกับพึ่งตื่นตอนนอนในตอนเช้าก็ไม่ปาน
“คงคงน้อย”มือน้อยน่ารักกวักเรียกลูกน้อยจอมซนให้เดินเข้ามาหา
“เจี๊ยก(ขอรับลูกพี่) ” เมื่อได้ยินเสียงเรียกเจ้าคงคงก็เดินสองขาห้อยมือเข้ามาหาทันที
“เหยาเหยาชอบของฝากมั๊กมากแต่ถามก่อนทั้งหมดนี้ได้ไปขโมยขอใครเขามาหรือไม่” คำถามของเหยาเหยาทำให้ทุกคนที่กำลังหยิบจับของขึ้นมาดูถึงกับหยุดชะงักกันทันทีพร้อมส่งสายตาเป็นคำถามมาให้เจ้าลิงน้อยกันทุกคน
“เจี๊ยกๆ”เจ้าคงคงส่ายหน้าไปมาพร้อมโบกมือพันละวันเป็นเชิงปฏิเสธ
“เช่นนั้นเอาจากในป่าชั้นในหรือ”เหยาเหยาทำท่าเอียงคอคิดแล้วถามต่อ
“เจี๊ยกๆ”เจ้าคงๆรีบพยักหน้ารั่วๆอย่างยอมรับว่าเก็บมาจากในป่าชั้นในทุกคนก็เบาใจมันคงไปเจอมาจากในป่าชั้นในเป็นแน่เพราะข้างในนั้นเป็นสถานที่ที่ลึกลับมากสุดจะรู้ได้ว่าในนั้นมีสิ่งใดบ้างและยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเข้าไปได้มาก่อน
“หื้ม ท่านปู่ดูตำรานี่สิขอรับ”ลู่จื่อดูเหมือนจะเจอตำราบางอย่างสภาพยับเยินกว่าเล่มอื่นๆเล่มมันเก่ามากจนหน้าตำรามองไม่ออกว่าเป็นชื่อตำราอันใดเพราะมันขาดจนเปื่อยหมดแล้ว
“มีอันใดหรือจื่อเอ๋อร์”ท่านปู่ลู่เฉิงเดินเข้ามาดูของในมือหลานชายคนโต เมื่อรับมาเปิดดูก็ถึงกับตาลุกวาวมือไม้สั่นเทาจนสะท้านไปทั้งกาย
“นะ นี่มันตำรา อะ อักขระโบราณ”เสียงที่ดูตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเรียกความสนใจจากทุกคนให้เดินเข้าไปดูของที่ท่านปู่ถืออยู่ในมือได้ทันที
“ว่าอย่างไรนะขอรับตำราอักขระโบราณหรือ”เป็นลู่ฮันเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้นหากใช่จริงๆบุตรชายคนโตของเขาก็จะได้ฝึกใช้อักขระตามที่อยากเรียนแล้วน่ะสิ ดีจริงๆ
“ไม่ผิด ไม่ผิดแน่จื่อเอ๋อร์หลานช่างมีวาสนายิ่งนักทั่วทั้งสี่ดินแดนนี้ไม่มีผู้ใดเคยเห็นหรือได้เรียนอักขระโบราณมาก่อนแท้ๆแต่เจ้ากลับมีวาสนาได้ตำราเล่มนี้มาเจ้าคงคงหนีเที่ยวครั้งนี้มีแต่เรื่องดีๆจริงๆเชียว”
“ขอรับท่านปู่ ข้าจะพยายามศึกษาตำรานี้ให้ได้ขอรับคงคงมาหาพี่ใหญ่สิ”ลู่จื่อเอ่ยเรียกเจ้าลิงน้อยให้เดินมาหาก่อนจะย่อกายลงนั่งทับส้นเท้าเพื่อพูดคุยกับเจ้าลิงน้อยได้ถนัด
“พี่ใหญ่ขอบใจเจ้ามากนะสำหรับของฝากนี่”เสียงนิ่งแต่อ่อนโยนเอ่ยทั้งยื่นมือมาขยี้หัวมันไปมา
“เจี้ยกๆ (ไม่เป็นไรขอรับพี่ใหญ่)”
จากนั้นท่านแม่ก็หันมาช่วยคัดแยกตำราต่างๆตำราส่วนใหญ่จะแบ่งแยกออกตามธาตุต่างๆ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ นั้นมีอยู่หลายเล่มแต่ตำราธาตุพิเศษหายากอื่นๆมีเพียงอย่างละเล่มสองเล่มเท่านั้นทั้งยังเก่าแก่มากจับทีหนึ่งก็กลัวว่ากระดาษจะย่อยสลายคามือไปเสียเดี๋ยวนั้นจึงต้องค่อยๆ จับอย่างทะนุถนอมเห็นทีคงต้องหาเวลาตัดลอกตำราเก็บไว้อีกชุดหนึ่งเสียแล้ว
และเหมือนเจ้าคงคงจะนึกสิ่งใดได้จู่ๆมันก็ส่งเสียงเจี๊ยกๆก่อนจะตีลังกาไปมาสองสามตลบเพื่อเรียกร้องให้ทุกคนหันไปสนใจมันจากนั้นก็ดึงเอาก้อนอัญมณีหลากสีออกมากองตรงหน้าทุกคน
เหยาเหยาที่ได้เห็นก็วิ่งจรู๊ดดเข้าไปดูทันทีเพราะนางจำได้ว่ามันคือหินที่ท่านเทพบอกว่าเป็นหินพลังธาตุต่างๆเมื่อตอนนางได้อยู่ในมิติของท่านเทพนั้นเอง แล้วมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรกัน
“หินพลังธาตุ”เสียงใสกังวานพึมพำเบาๆแต่ทุกคนก็ได้ยินชัดเจน
“เหยาเหยาว่าอัญมณีพวกนี้คือหินพลังธาตุหรือรู้ได้อย่างไรหรือลูก” ลู่ฮันเอ่ยถามอย่างแปลกใจก่อนเดินมานั่งลงข้างๆบุตรสาวตรงหน้ากองหินอัญมณีเหล่านั้น
“ท่านเทพเคยบอกเหยาเหยาเจ้าค่ะว่าหินอัญมณีพวกนี้มันคือหินพลังธาตุต่างๆเป็นของท่านเทพที่ต้องคอยมอบให้กับเหล่าดวงจิตที่กำลังจะไปเกิดใหม่โดยมอบให้ตามความเหมาะสมกับดวงจิตนั้นๆ เจ้าค่ะ”เหยาเหยาเอ่ยขึ้นให้ทุกคนได้รับฟังอย่างไม่คิดปิดบัง
“ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เองแต่เรายังไม่รู้วิธีใช้เลยคงต้องเก็บไว้ก่อน เฮ้อออสมบัติมากมายเช่นนี้จะเก็บไว้อย่างไรดีเล่า” ท่านปู่เอ่ยขึ้นอย่างกลุ้มใจเพราะที่บ้านก็ไม่มีที่จะเก็บสมบัติเหล่านี้ได้เลย
“ข้าจะรีบศึกษาตำราอักขระขอรับจะได้สร้างถุงมิติเก็บของให้ทุกคนได้จะได้เอาไว้เก็บของสมบัติเหล่านี้ได้ด้วยข้าลองดูตำราเล่มนี้แล้วมีสอนการลงอักขระสิ่งของเพื่อสร้างเป็นสิ่งของมิติได้ด้วยขอรับ”ลู่จื่อกล่าวขึ้นเขาลองอ่านดูแล้วก็เข้าใจเนื้อหาได้ทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขามีพลังธาตุแสงที่เหมาะแก่การเรียนสายอักขระด้วยหรือไม่เพราะเพียงแค่เปิดอ่านครั้งแรกเขาก็สามารถเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการวาดอักขระเหล่านั้นได้ทันที
“ดีจังเลยเจ้าค่ะพี่ใหญ่ทำให้เหยาเหยาด้วยนะเจ้าคะฮิ ฮิ”
“ได้สิพี่จะรีบศึกษาและทำขึ้นและจะได้ช่วยเจ้าเรื่องปลูกผักด้วย”
“ได้ด้วยหรือเจ้าคะพี่ใหญ่”
“คิดว่าได้แต่ต้องรอให้พี่ศึกษาตำราให้ถ่องแท้เสียก่อนนะเจ้ารอพี่ใหญ่ก่อนนะเหยาเอ๋อร์”
“เหยาเหยาจะรอเจ้าค่ะพี่ใหญ่”
จากนั้นทุกคนก็นำหีบใบใหญ่ที่มีในบ้านมาช่วยกันเก็บสมบัติมากมายไว้ก่อนก่อนจะย้ายเข้าไปเก็บไว้ที่ใต้เตียงในห้องนอนแต่ละห้องตอนแรกคิดว่าจะฝากเจ้าคงคงเก็บไว้ในกระเป๋าหน้าท้องของมันก่อนแต่เจ้าคงคงมันกอดพุงตัวเองไว้แล้วกระโดดดึ๋งๆ ไปมาไม่ยอมเก็บให้พวกเขาจึงต้องเก็บไว้กันเองแล้วรอให้ลู่จื่อสร้างถุงมิติขึ้นมาได้ก่อนค่อยย้ายไปเก็บในถุงมิติอีกที
เฮ้ออ ก็คงคงหนักพุงนี้ขอรับ เจี๊ยกก