ขุนปราบสวาทกาม 18+

    ตอนที่ 49 | เสียงร่ำไห้ของมักกะลีสาว

    ขุนปราบกามสวาท

    ตอนที่ 49 | เสียงร่ำไห้ของมักกะลีสาว

            

            "กำลังสงสัยอยู่สินะพ่อขุน ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน" พระยาเดชาพูด พร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาทั้งสี่คน พลั่บ!!!! จากนั้นเขาก็เรียกหอกเวทมนตร์ออกมาอีกครั้ง "แต่พูดไปก็เสียเวลา เพราะยังไงก็ต้องตายกันที่นี่ทุกคนอยู่แล้ว" พอพูดจบเขาก็ขว้างหอกเวทมนตร์นั้นตรงมาที่ทั้งสี่คนอีกครั้ง สวบ!!!!!

            "จงตื่น" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็เลยปลุกยันต์กระทิงไฟที่แผ่นหลังขึ้นมาอีกครั้ง จากหอกที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงก็ค่อยๆ ช้าลงในสายตาของเขา พลั่บ!!!! จากนั้นเขาก็เคลื่อนที่ออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็วสูง แล้วมาอยู่ด้านหน้าของทั้งคำแก้วกับบุษบาที่กำลังดูอาการของนารีอยู่

            "ย๊า!!!" จากนั้นเขาก็ง้างดาบที่ลุกไหม้เป็นสีแดงฉานขึ้นมาอีครั้ง ฟาดฟันเข้าไปที่หอกเวทมนตร์นั้นอย่างเต็มแรง จนหอกเวทย์นั้นสูญสลายไป

            "เหตุใดกัน เหตุใดท่านถึงได้มาโจมตีพวกข้า แล้วยังใช้เวทมนตร์แบบเดียวกับสัตว์จากพิภพหิมพานต์ได้อีก" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมา

            "ท่านเป็นคนมีฝีมือนะท่านขุน ข้าเสียดายไม่น้อยถ้าหากว่าจะต้องฆ่าท่าน แต่ท่านขุนมาขวางทางข้าเอง" พอพูดจบพระยาเดชาก็หันฝ่ามือไปทางดาบเล่มยักษ์ของอาชาทมิฬ พลั่บ!!!!! ดาบที่เสียบอยู่ที่พื้นก็ขยับลอยเข้ามาหามือเขาทันที "ฟู่!!!" จากนั้นเขาก็ขยับปากเป่าดาบเล่มยักษ์ จนเพลิงสีดำที่เผาไหม้ดาบเล่มนั้นอยู่มอดดับไปทั้งหมด

            พลั่บ!!! จากนั้นพระยาเดชาก็หายวับมาจากตรงนั้น แล้วมาปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ตรงหน้าของทัพ เคล้ง!!!! พร้อมกับฟาดฟันดาบยักษ์นั้นมาที่ทัพ ซึ่งทัพก็ไวพอที่จับดาบของตัวเองขึ้นมากันเอาไว้ทัน สวบ!!! ก่อนที่กวัดแกว่งดาบอีกเล่มโจมตีกลับไปบ้าง หมับ!!!! แต่ทว่าคมดาบกับถูกรับไว้ด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียวของเขา พลั่บ!!! จากนั้นพระยาเดชาก็หมุนตัวกลางอากาศ ฟาดท่อนขาลงมาที่กลางหัวของทัพเต็มๆ

            "อั่ก!!!!!"ตับ!!!!! ทำเอาทัพหน้าทิ่มลงไปที่พื้น ซึ่งแรงปะทะของลูกเตะนั้น ก็ทำเอาพื้นดินยุบลงไปเป็นหลุมขนาดใหญ่กว่าตัวของทัพเล็กน้อย

            "ถ้าท่านขุนไม่มาช่วยกินรีนั่นไว้ ท่านขุนก็คงจะมีอายุยืนยาวกว่านี้" พระยาเดชาพูด พร้อมกับเอาดาบเล่มยักษ์นั้นปักลงไปที่กลางตัวของทัพอย่างเต็มแรง กึก!!!!! แต่ทว่าจู่ๆ ร่างกายของเขาก็เกิดขยับไม่ได้ขึ้นมา

            "อย่าทำอะไรพี่ทัพนะ!!!!!!!" พร้อมกับเสียงของบุษบาที่ดังก้องขึ้นมา จากนั้นร่างอ้วนท้วมของพระยาเดชาที่ถูกเถาวัลย์พันรอบทั้งลำตัว ทั้งแขน ทั้งขา ก็ถูกเถาวัลย์นั้นดึงถอยหลังเข้าไปติดกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเขา

            "ย๊า!!!!" เขาที่เห็นแบบนั้นก็พยายามจะขัดขืนและเอาดาบเล่มยักษ์ ฟันเถาวัลย์วันพวกนั้นกลับไป เพื่อหนีออกมาจากพันธนาการนั้น

            "จงอยู่ในนั้นไปชั่วนิรันดร์ซะ!!!" แต่ทว่าเสียงบุษบาก็ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งนางในตอนนี้ก็ดูไม่เหมือนบุษบาคนเดียว ร่างบางทั้งร่างมีแสงสีเขียวอ่อนๆ เปล่งออกมาจางๆ น นัยน์ตาดำทั้งสองข้างกลายเป็นสีเขียวเข้ม เส้นผมกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ที่แขนข้างซ้ายมีชั่วนิรันดร์พันขึ้นมาบางๆ ตั้งแต่ปลายนิ้วมือจนถึงหัวไล่

            "อ๊าก!!!!!"่ ส่วนพระยาเดชาก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เพราะว่าเขาในตอนนี้นั้น กำลังถูกเถาวัลย์พวกนั้นพันตัวแน่นขึ้น แถมเถาวัลย์พวกนั้นยังกำลังดูดกินพลังเวทย์และพลังชีวิตของเขาอีกต่างหาก จนต้นไม้ต้นใหญ่นั้นเริ่มแตกใบเขียมและผลิดอกออกผลออกมา

            "พี่ทัพ พี่ทัพ" จากนั้นบุษบาก็รีบเข้าไปหาทัพแล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียร้อนรน พร้อมกับพยุงร่างกำยำของเขาขึ้นมา

            "นี่น้อง อั่ก!!! คลายอาคมของพี่ออกได้ด้วยตัวเองรึ ฮ่าส์ ฮ่าส์" ทัพที่เห็นว่าบุษบาอยู่ในรูปลักษณ์ที่แปลกตา ก็ถามนางด้วยเสียงแผ่วเบา

            "อย่านะ อย่าให้นางใช้พลัง ฮ่าส์ ฮ่าส์" จากนั้นเสียงของนารีที่ได้สติกลับมาแล้ว ก็ดังขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" แต่ทว่าเสียงหัวของพระยาเดชากลับดังลั่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงเถาวัลย์ที่ค่อยๆ แตกหัก พร้อมกับต้นไม้ต้นใหญ่นั้นที่ค่อยๆ โค่นล้มลง ตู้ม!!!! ก่อนที่ทั้งเถาวัลย์และต้นไม้ใหญ่นั้นจะกระเด็นออกมาจากร่างกายของเขา และเสียงระเบิดที่ดังสนั่นขึ้นมาพร้อมกับควันที่คลุ้งไปทั่วทุกทิศทุกทาง

            "ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ข้าตาหามาโดยตลอดจะอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้" จากนั้นเสียงของเขามันก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าเนื้อเสียงของเขากลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม และพอควันที่คลุ้งขึ้นมาจากแรงระเบิดค่อยๆ จางลง ก็ปรากฏกายของพระยาเดชาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน

            จากรูปร่างอ้วนท่วม ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายแก่ ได้กลางเป็นคนหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ร่างกายกำยำ ผิวสีขาวซีด เส้นผมเองก็เป็นสีขาวทั้งหัว สวมกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว เผยร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อให้เห็น และที่แขนทั้งสองข้างกับแผงอกก็มีอักขระที่ทัพไม่สามารถเข้าใจได้สลักอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเป็นสีเหลืองเข้มทั้งนัยน์ตา ทั้งนิ้วทั้งนิ้วเท้าก็มีกรงเล็บอันแหลมคมยื่นออกมา ซึ่งจากทั้งหมดที่กล่าวมา ชายตรงหน้าทัพในตอนนี้ไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน

            "ในที่สุดข้าก็หาเจอสักที ดวงใจแห่งป่าของข้า" จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมา พร้อมกับยกมือขึ้นมาทางบุษบา ก่อนที่จะใช้พลังเวทย์แรงโน้มถ่วง ดึงร่างบางของบุษบาเข้าไปหาตัวเอง หมับ!!!! แต่ทว่าทัพก็เข้ามากอดร่างบางของเอาไว้ บุษบาเองก็ใช้มนตร์มักกะลีของนาง สร้างรากไม้ขึ้นมาจากพื้นดิน เพื่อจับร่างของตัวเองเอาไว้เช่นเดียวกัน

            "อย่าเสียนางให้เขาไป เสียงนางไปไม่ได้เด็ดขาด" นารีพูดขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง พร้อมกับค่อยๆ ขยับร่างบางอันไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา "เจ้านั่นคือจ้าวแห่งปฐพี เส้นผมสีขาว ใบหน้าซีดเซียว และอักขระเผ่ามังกร ไม่ผิดแน่ๆ เจ้านั่นคือราชาแห่งอาณาจักรปฐพี มังกรขาวแห่งทะเลทรายตะวันตก ดรากัน" จากนั้นนางก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้เห็นรูปลักษณ์ของเขาอย่างเต็มตา

            "ใช่แล้ว ทีนี้ก็รู้แล้วนะว่าไม่ควรเป็นปฏิปักษ์กับข้า ส่งหัวใจแห่งป่ามาให้ข้าแต่โดยดี แล้วข้าจะเว้นชีวิตพวกเจ้าทุกคน แม้ว่าพวกเจ้าจะพรากชีวิตทหารเอกของข้าไปก็ตาม" ดรากันพูด พร้อมกับใช้เวทย์แรงโน้มถ่วงดึงบุษบาเข้ามาหาตัวเองหนักหน่วงขึ้น

            "ใครมันจะไปยอมกัน!!!" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้น ก็กระโจนเข้าไปหาเขาทันทีที่พูดจบ พร้อมกับปลุกเพลิงสีดำขึ้นมาลุกไหม้ที่คมดาบ

            "อย่าเข้าไปนะพี่ทัพ!!!" นารีที่เห็นแบบนั้น ก็ตะโกนห้ามเขาเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะว่าทัพนั้นได้พุ่งเข้าไปหาเขาอย่างสุดกำลัง จนใกล้จะเข้าไปประชิดตัวมังกรขาวผู้นั้นแล้ว

            "อั่ก!!!!!" แต่ทว่าจู่ๆ ร่างกำยำของทัพกลับลงไปนอนติดอยู่กับพื้นดิน พร้อมกับแรงกดอันมหาศาลที่กดลงมาที่ตัวของเขาจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

            "ในเมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟังกัน ก็จงตายไปตามความตั้งใจของเจ้าซะ" ดรากันพูดขึ้นมา พร้อมกับสร้างหอกแสงสีขาวขึ้นมา "ย๊า!!!" จากนั้นเขาก็เอาหอกแสงเล่มนั้นปักลงไปที่กลางลำตัวของทัพ

            "หยุดนะ!!!!!" แต่ยังไม่ทันที่หอกเล่มนั้นจะถึงตัวทัพ แขนข้างนั้นของเขาก็ถูกรั้งไว้ด้วยเถาวัลย์จากเวทมนตร์ของบุษบา หมับ หมับ หมับ ตามด้วยคำแก้วที่กลายร่างเป็นนางพญางูขาวอีกครั้ง แล้วใช้ท่อนล่างที่กลายเป็นงูพันร่างของดรากันเอาไว้จนแน่นสุดแรง

            "จงกลายเป็นหินไปซะ!!!!" แล้วใช้อาคมของตัวเอง เสพให้เขากลายเป็นหินผ่านการจ้องตา

            "ศรดาวหาง!!" จากนั้นนารีก็สร้างธนูวิญญาณขึ้นมา แล้วง้างลูกศรเวทมนตร์ใส่เขา แต่ทว่าพลังเวทย์ของนางอ่อนแรงเป็นอย่างมาก ลูกศรมันก็เลยเล็กจนแทบจะไม่เป็นดาวหาง หมับ!!! บุษบาก็เลยขยับมือไปจับตัวของนาง แล้วแบ่งพลังเวทย์ของตัวเองให้ "ย๊า!!!!!!!" ลูกศรนั้นก็เลยใหญ่ขึ้นมามากขึ้น และอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล พลั่บ!!!!!! จากนั้นนางก็ปล่อยลูกศรนั้นออกไป ซึ่งมันก็พุ่งตรงเข้าไปหาดรากันด้วยความเร็วสูง คำแก้วที่เห็นแบบนั้นก็รีบขยับตัวออกมาจากตรงนั้น ถึงแม้จะทำให้เขากลายเป็นหินไม่ได้ แต่นางก็ถ่วงเวลาเขาได้พอสมควร

            "ฮ่าส์ ฮ่าส์ ฮ่าส์" นารีที่ยิงลูกศรออกไปแล้ว ก็มองดูผลงานของตัวเอง พลางหายใจหอบไปด้วย แต่ทว่าลูกศรดาวหางของนางกลับหยุดอยู่ตรงหน้าของดรากันโดยที่ไม่ยอมขยับไปข้างหน้าต่อ แถมเขายังหลุดออกมาจากพันธนาการเถาวัลย์ของบุษบาแล้วอีกต่างหาก

            "เป็นการโจมตีที่รุนแรงน่าดู ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้ามนุษย์โดนการโจมตีนี้เข้าไปจะเป็นยังไง" พอพูดจบเขาก็ใช้เวทย์แรงโน้มถ่วงหันหัวลูกศรไปหาทัพที่ถูกแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลกดทับอยู่ที่พื้นจนขยับตัวไม่ได้ จากนั้นเขาก็คลายเวทย์แรงโน้มถ่วงที่ลูกศรนั้นออก จนมันเคลื่อนตัวเข้าไปหาทัพด้วยความเร็วสูงแทน ตู้ม!!!!! จนเกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณนั้น พร้อมกับพื้นดินที่สั่นไหวไม่หยุด

            "พี่ทัพ!!!!!!!!!!" และเสียงร้องเรียกทัพของบุษบาที่ดังลั่นขึ้นมาอย่างโหยหวน


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องขุนปราบสวาทกาม 18+ ที่คุณอ่าน