อันอี่เจ๋อ : เพศชาย
รายละเอียด : สูง หล่อ รวย
รายละเอียดเพิ่มเติม : ซูเจี๋ยนจงเกลียดจงชังไอ้คนจำพวกสูงหล่อ รวยแบบนี้ที่สุด
ความเกลียดชังที่ซูเจี๋ยนมีต่ออันอี่เจ๋อนั้นต้องย้อนกลับไปั้แ่ตอนที่พวกเขายังศึกษาในมหาวิทยาลัยกันอยู่
ในฐานะที่เป็มหาวิทยาลัยยอดนิยมที่อยู่ในรายชื่อหนึ่งในสามอันดับแรกของประเทศมหาวิทยาลัย S ย่อมทำให้ผู้คนต้องแหงนหน้ามองด้วยความชื่นชมอย่างไม่ต้องสงสัยทว่า เนื่องเพราะสถานะที่ได้ติดอยู่ในสามอันดับแรกของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นี่ด้วยเช่นกันมหาวิทยาลัย S แห่งนี้จึงได้ทำให้บรรดานิสิตนักศึกษาชายทั้งหลายต้องตกอยู่ในสภาพหดหู่ห่อเหี่ยวซูเจี๋ยนเองย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้นเขาก็เป็เพียงนักศึกษาปริญญาตรีแสนธรรมดาคนหนึ่งท่ามกลางคนโดดเด่นมากหน้าหลายตาในมหาวิทยาลัยอันโด่งดังแห่งนี้เท่านั้นไม่มีอะไรพิเศษแต่อย่างใด
ตลอดสี่ปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นซูเจี๋ยนเคยชอบผู้หญิงทั้งหมดสามคน
สองคนในนั้น แสดงออกว่าการเอาใจใส่ของเขา จำพวกการส่งร่มให้ในวันฝนตกหรือการส่งอาหารให้ในวันหิมะตกอะไรเทือกๆนั้นล้วนแต่ทำให้พวกเธอรู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจเอามากๆ แล้วจากนั้นก็ปฏิเสธเขาตรงๆ
“ขอโทษจริงๆ ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“อ้องั้น-งั้นเหรอ....”
มีคนหนึ่งที่สัญญากับเขาว่าจะ ‘ลองคุยๆ กันดู’ แต่แล้วเพียงไม่ถึงสองเดือนก็บอกเลิกเขาซะงั้น
“ขอโทษนะ แต่เราเลิกกันเถอะฉันรู้สึกว่าเราสองคนเข้ากันไม่ค่อยได้เลย”
“อ่าไม่นี่ ฉันรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีออก ไม่งั้นก็ลอง....”
“ขอโทษ... ฉันชอบคนอื่นไปแล้วล่ะ”
“……”
หลังจากนั้นซูเจี๋ยนถึงได้รู้ว่าผู้หญิงสองคนที่ปฏิเสธเขาด้วยประโยค “ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”แล้วก็หญิงสาวที่บอกเลิกเขาด้วยประโยค “ฉันชอบคนอื่นไปแล้วล่ะ”แล้วก็ตีปีกจากไปทั้งที่เพิ่งจะเริ่มเดทกันได้แปปเดียวนั่นล้วนแต่เลือกชอบผู้ชายคนเดียวกัน ชื่อของมันคนนั้นก็คือ ‘อันอี่เจ๋อ’ผู้ชายคนนี้ก็คือศัตรูคู่แค้นของซูเจี๋ยนั้แ่ชาติปางก่อนพูดอย่างหยาบคายก็คือว่าไอ้หนุ่มหน้าขาวสารเลวที่จงใจเพ่งเล็งและขโมยผู้หญิงที่ซูเจี๋ยนชอบไปโดยเฉพาะก็คืออันอี่เจ๋อคนนี้เอง
อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าซูเจี๋ยนจะไม่เคยได้ยินชื่ออันอี่เจ๋อมาก่อน
แม้ว่าจะศึกษาอยู่คนละสาขาวิชากันแต่เื่ที่ภาควิชาคณิตศาสตร์มีคนที่โดดเด่นมากอยู่คนหนึ่งชื่อว่าอันอี่เจ๋อนี้เขาเคยได้ยินมาบ้าง ทั้งยังได้ยินว่าคนๆ นี้เก่งกาจรับมือยากยังมีข่าวลือมาอีกว่าฐานะและอิทธิพลทางครอบครัวของเ้าเด็กนี่ก็ยอดเยี่ยมมากซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่สลักสำคัญอะไรนอกเสียจากจะยิ่งเป็การส่งเสริมสกิลล่อลวงหญิงสาวด้วยใบหน้าหล่อเหลานั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเหนือสิ่งอื่นใดคือเ้าผู้ชายคนนี้ยังเรียนเก่งจนถึงขั้นได้รับรางวัลอะไรสักอย่างจากนั้นก็เลยไปเข้าตาท่านศาสตราจารย์ผู้มากประสบการณ์ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังท่านหนึ่งเข้าอีกทั้งในงานปาร์ตี้ยามเย็น[1]ก็ยังโชว์ความสามารถออกมาได้อย่างน่าประทับใจนำพาสาวน้อยคลั่งรักให้ตกหลุมพรางไปเป็แฟนคลับเขาคนแล้วคนเล่าแถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาเข้าไปอีก ต่อให้เขาไม่อยากโด่งดังไม่อยากมีชื่อเสียงก็คงเป็ไปได้ยากมากแล้ว
สาวๆในคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นี่ก็เป็เพียงส่วนหนึ่งเ้านี่ไม่เพียงแต่จะล่อลวงหญิงสาวจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนั้นให้ตกหลุมรักยังลามปามไปถึงเหล่าสาวงามชั้นเลิศในวิทยาลัยศิลปศาสตร์จากบริเวณข้างเคียงโดยรอบทั้งหมดล้วนแต่ถูกเขาล่อลวงจนหลงใหลได้ปลื้มกันไปทีละคนสองคนผู้ชายที่เอาแต่ฉกฉวยแย่งชิงทรัพยากรของเพื่อนร่วมชาติไปไม่หยุดหย่อนแบบนี้ย่อมต้องเป็ศัตรูร่วมอันดับหนึ่งของบรรดานักศึกษาชายทั้งหมด!
ในอดีตซูเจี๋ยนเพียงแต่ได้ยินกิตติศัพท์อันเลื่องระบือของอีกฝ่ายแล้วก็ได้พบเห็นเขาผ่านๆ ตาครั้งเดียวเท่านั้นไม่เคยได้มีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงแต่อย่างใด ส่วนตอนนี้ก็..... แน่นอนว่าเขายังไม่เคยได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับอีกฝ่ายสักนิด! ถึงอย่างนั้นความรู้สึกที่ว่าตนเองได้เคยถูกศัตรูที่ทรงพลังอย่างยิ่งจัดการเสียจนพ่ายแพ้ราบคาบโดยไม่อาจแม้แต่จะได้แตะถูกอีกฝ่ายด้วยซ้ำความจริงข้อนี้ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกอัปยศอดสูจนเกินไปแล้ว! ั้แ่นั้นมาซูเจี๋ยนเองก็ได้เริ่มสาปแช่งอันอี่เจ๋อไปพร้อมๆกับเหล่าสหายนักศึกษาชายผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหลาย : ขอให้นายกับผู้หญิงพวกนั้นจงเป็ญาติพี่น้องกัน!เป็ญาติพี่น้องกันให้หมด!
หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้วซูเจี๋ยนก็ได้เข้าร่วมเป็ ‘พนักงานไอทีต๊อกต๋อย’ ไปพร้อมๆ กับคนกลุ่มใหญ่อย่างภาคภูมิ รับเอาสมญานาม ‘ลิงกังเขียนโค้ด’[2] มาโดยสมบูรณ์แบบสำหรับอันอี่เจ๋อนั้น นอกจากเื่ที่ว่าเขาได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยซึ่งมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งแล้วซูเจี๋ยนก็ไม่รับรู้เื่อื่นใดอีก
คนสองคนที่เดิมทีชั่วชีวิตนี้ไม่ควรจะโคจรมาเกี่ยวข้องกันได้เลยไม่คาดว่าหลังจากต่างฝ่ายต่างจบการศึกษาไปแล้วกลับได้มาพบเจอกันในสถานการณ์ที่เหมือนกับบทละครเช่นนี้
ซูเจี๋ยนนึกอยากจะฮัมเพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน:โชคชะตาอ่า! แกนี่ช่างเป็ ‘ม้าลึกลับในตำนาน’ ที่ตัวใหญ่ทรงพลังแบบนี้อยู่เสมอเลยสิน้า! เคราะห์กรรมอ่า! แกเองก็เป็ ‘ม้าลึกลับในตำนาน[3]’ ที่แสนมหัศจรรย์อยู่เสมอเลยจริงจริ๊ง!
……………………………….
ฝ่ายผู้ชายคนนั้นก็กำลังก้าวขาเดินเข้ามาอย่างมั่นคง
ซูเจี๋ยนเองก็จ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยเผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นคู่อาฆาตคนนี้ด้วยความตื่นตัวระแวดระวังและยังมีความขมขื่นขุ่นเคืองปะปนอยู่
“เป็อะไรไป” ศัตรูคู่แค้นเก่ากำลังมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้งต่อให้เป็ผู้ชายก็ยังต้องเกิดความรู้สึกชื่นชมต่อน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลเอาใจใส่ของคนๆนี้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ซูเจี๋ยนครุ่นคิดอย่างเคียดแค้น : เ้าเด็กนี่ใช้น้ำเสียงและแววตาแบบนี้นี่เองมาล่อลวงสาวน้อยพวกนั้น! ถ้าฉันต่อยมันซักหมัดเป็การแก้แค้นสำหรับความเกลียดชังตลอดหลายปีที่ผ่านมานั่นตอนนี้เลยจะทำให้ฉันสบายใจขึ้นได้บ้างรึเปล่านะ
เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอันอี่เจ๋อก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย : “เจี๋ยนเจี่ยน?”
ซูเจี๋ยนพลันตัวสั่นสะท้านขึ้นมาคราหนึ่งเจี๋ยนเจี่ยน? เรียกแบบนี้มันแบ๊วเกินไปแล้ว! ความรู้สึกสยิวกิ้วจนขนแขนพากันตอบสนองด้วยการลุกพรึ่บพั่บั้แ่ข้อศอกลามไปยันนิ้วหัวแม่เท้านี่มันคืออะไรน่ะเหรอ? มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่คุณต้องมาได้ยินชื่อเล่นน่ารักๆในวัยเด็กที่แม่ชอบเรียกถูกเรียกออกมาจากปากศัตรูหัวใจอย่างกะทันหันน่ะสิ!
ซูเจี๋ยนตวาดตอบอย่างกราดเกรี้ยว: “ฉันไม่ใช่เจี๋ยนเจี่ยนของคุณ!”
“งั้นเธอเป็ใคร”
“ฉัน....”
--------------
เชิงอรรถ
[1] ปาร์ตี้ยามเย็นเป็งานปาร์ตี้ที่นักศึกษาจัดขึ้นกันเอง มักจะมีเวทีกิจกรรมบางอย่างมหาวิทยาลัยจีนมักจะจัดงานปาร์ตี้แบบนี้ขึ้นมาบ่อยๆ คล้ายงานบอลหรืองานประกวดดาวเดือนจากแต่ละคณะของมหาวิทยาลัยในไทยอะไรเทือกๆนั้น
[2] ลิงกังเขียนโค้ด เป็ศัพท์แสลงใช้เรียกโปรแกรมเมอร์ที่ก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ แต่ได้เงินเดือนน้อยนิด
[3] ม้าลึกลับในตำนาน ม้าในที่นี้ก็คือคำว่าม้า(马)ตัวเดียวกับในคำว่า ‘เช่าหนี่มา’ (草泥马 / 肏你妈)
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย