ตอนนี้นั้นชายชราเคราขาวกับจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นกลับกลายเป็นมึนงง
“ 2 คู่ลุงหลานนี้มันชั่งแปลกจริงๆ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นคิดออกมา
“ ชายชราเคราขาวสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อกี้นั้นข้าจะจดจำเอาไว้ ส่วนเจ้าซูโยวในเมื่อพวกเจ้าคู่ลุงหลานนั้นเลือกหนทางนี้ข้านั้นก็จะถือว่าเรื่องที่ผ่านมาก่อนหน้านี้นั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าจะให้แหวนมิติขั้น 1 ดาวแก่ข้าหรือจะไม่เอาโอสถหอมหวนนี้ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงกล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย
เค้ารับรู้ได้ว่าซูเหมยลี่นั้นมีความทะเยอทะยานในด้านการหลอมกลั่นโอสถขนาดไหน เมื่อเค้าได้เห็นคนที่เก่งกว่าในด้านนี้จริงๆตัวของเธอก็เลือกที่จะยอมรับมัน เกียรติและศักดิ์ศรีของเธอนั้นมีค่าน้อยกว่าความทะเยอทะยานในหนทางแห่งการกลั่นหลอมโอสถ วันนี้คงจะเป็นบทเรียนที่สำคัญมากสำหรับเธอเพื่อที่เธอจะได้รับรู้ว่า อัจฉริยะที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร โดยที่ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงหรือซูเหมยลี่เองก็ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวในวันนี้นั้นจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ซูเหมยลี่นั้นไปได้ไกลกว่าเดิมในหนทางแห่งการกลั่นหลอมโอสถ
ส่วนซูโยวนั้นไม่ต้องสงสัยเลยมันคงต้องพิสมัยทักษะการกลั่นหลอมโอสถของข้าเป็นแน่ ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเค้าได้สังเกตุเวลาที่เค้านั้นกลั่นหลอมโอสถเมื่อครู่ซูโยวผู้นี้นั้นได้เปิดหนังสือบัดซบนั้นอ่านอีกครั้งแล้ว
“ เจ้าคิดว่าซูโยวนั้นจะปกป้องเจ้าได้ ? ” ชายชราเคราขาวนั้นกล่าวถามจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงออกมาพร้อมทั้งปลดปล่อยพลังการฝึกตน กลั่นหลอมปราณ ขั้นที่ 1 ออกมากดทับผู้คนทั้งหมดภายในห้อง
“ เจ้า ๆ เจ้าบรรลุกลั่นหลอมปราณแล้ว ” ซูโยวตอนนี้นั้นก็ได้ปลดปล่อยพลังออกมาต้านเหมือนกันแต่พลังของเค้านั้นอยู่แค่เพียง เสริมสร้างปราณขั้นที่ 9 แม้จะดูแตกต่างกันเพียง 1 ระดับแต่ความแตกต่างจริงนั้นมันมากถึง 15 ตันเลยทีเดียว
อ๊าก ๆๆๆๆ
ฝูฉางที่ตอนนี้นั้นไม่สามารถรับแรงกดดันได้กำลังทรมาณอย่างถึงที่สุด
“ เจ้าคิดว่าถ้าเจ้าฆ่าข้าปิดปากในวันนี้แล้วเจ้าจะรอดตายไปจากอาจารย์ของข้าได้อย่างนั้นหรือ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงแม้ตอนนี้เมื่อโดนพลังกดทับเส้นเลือดได้ปูดบวมออกมาแต่เค้ายังฝืนพูดออกมาได้ ด้วยระดับการฝึกตนรวบรวมปราณขั้นที่ 3 ตัวของเค้าสามารถพูดออกมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
“ อาจารย์ของเจ้า ? ” เมื่อได้ยินเช่นนี้นั้นชายชราเคราขาวก็ได้คลายพลังของตัวเค้ากลับออกมา เค้าลืมคิดถึงอาจารย์ของเจ้าหนูนี้ได้เช่นไรกัน อาจจะเป็นเพราะความโลภครอบงำโดยชั่วขณะนั้นทำให้ตัวของเค้านั้นเกิดความประมาทลงมืออย่างผลีผลามขึ้นมา
ลูกศิษย์ยังมีวิชาการกลั่นหลอมโอสถที่เก่งกาจขนาดนี้ได้ ด้านทฤษฎีก็ลึกเกินกว่าตัวข้าไปไกล แล้วไม่พอแค่นั้นด้านปฎิบัตินั้นยังน่ากลัวอย่างมากอีกด้วย ถ้าหากไม่ใช่ตัวตนขั้นปีศาจอย่างนักหลอมโอสถขั้น 4 ดาว หรือขั้น 5 ดาวเกรงว่าคงทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นแน่ ไม่ต้องพูดถึงนักหลอมโอสถขั้น 5 ดาว เพียงแค่นักหลอมโอสถขั้น 4 ดาวขั้นพื้นฐานสุด ระดับขั้นการฝึกตนนั้นต้องถึงขั้น ทะเลทองคำก่อนเป็นอย่างน้อย แล้วตัวของชายชราเคราขาวง่อยๆนี้จะไปสู้อะไรได้
ปัง !!! แม้เค้าจะคลายพลังที่ปลดปล่อยใส่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงออกมาแล้วนั้นแต่ฝูฉางเป็นข้อยกเว้นเค้าไม่อยากให้การกระทำที่แสนจะไร้ยางอายของเค้านั้นหลุดออกไปยังโลกภายนอก
“ อย่าบอกใครถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ หาไม่แล้วแม้ว่าเจ้าจะมีอาจารย์ที่แข็งแกร่งข้านั้นก็จะยอมแลกเกียรติของข้ากับทุกสิ่งอย่างเพื่อเอาชีวิตของเจ้า ”
“ แล้วก็เจ้า ข้านั้นจะคืนเตาหลอมนี้ไปให้ เจ้าก็อย่าเอาเรื่องราวภายในวันนี้ไปรายงานใครที่ไหนฉะนั้นผลที่ตามมาจะไม่ใช่เพียงแค่ข้าที่จะถูกลงโทษ ” ชายชราเคราขาวเมื่อตั้งสติได้เค้ารู้ตัวดีว่าไม่ควรอยู่ที่นี้สืบต่อไปถ้าหากอาจารย์ของชายผู้นี้นั้นอยู่แถวนี้ล่ะก็ข้าไม่น่าจะรอดไปได้เป็นแน่คำขู่ที่พูดออกไปก็แค่การเขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้น แต่เจ้าเด็กชายผู้นี้มันไม่เห็นเหมือนวัวเลยสักกะนิด
หลังจากที่ชายชราเคราขาวนั้นได้จากไปจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก็ได้หันกลับมามองซูโยวอีกครั้งเพื่อย้ำเตือนอะไรบางอย่างเมื่อซูโยวถูกจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงจ้องมองเค้าก็ทำตัวไม่ถูกมันเป็นภาพที่แปลกประหลาดมาก
“ เจ้ายังคงไม่ลืมเงื่อนไขการเดิมพันของข้ากระมัง ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพูดออกมาเมื่อเค้าเห็นซูโยวนั้นไม่ยอมมอบของเดิมพันให้กับเค้าเสียที
“ นี้ของเจ้า ” ซูโยวนั้นเมื่อได้สติก็ได้ส่งแหวนมิติ 1 ดาว ข้างในนั้นมีเงิน 100 เหรียญเงินให้แก่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพร้อมกับป้ายตราที่สามารถเข้าใช้เตาหลอมโอสถของสมาคมนักหลอมโอสถสาขาหฤทัยได้ตลอดโดยไม่เสียเงิน ให้แก่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิง
เมื่อเค้ารับแหวนมิติมาตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก็กำลังจะเดินออกไป เค้าไม่อยากอยู่ที่นี้เต็มทีมันเสียเวลาของเค้ามากนัก
“ เดี๋ยวก่อน !!! ตัวของข้านั้นขออนุญาติทราบนามของอาจารย์เจ้าได้หรือไม่ ” ซูโยวได้รวบรวมความกล้าพูดออกมาตัวของเค้าคิดไปแล้วว่าอาจารย์ของชายที่ชื่อฉีหมิงผู้นี้ต้องมีจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเป็นดั่งแสงสว่างเหมือนตัวเค้าที่เป็นแฟนตัวยงของจักพรรดิสรค์ฉีหมิงเป็นแน่หาไม่แล้วเหตุใดถึงได้มีวิชาลับของจักพรรดิสรรคืฉีหมิงเพีงแค่นั้นยังไม่พอยังสามารถส่งต่อให้ลูกศิษย์ได้
เผลอๆคนผู้นี้นั้นอาจจะได้สืบทอดมรดกบางอย่างของจักพรรดิสรรคืฉีหมิงมาก็เป็นได้ แต่ตัวของเค้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้สร้างมรดกอะไรไว้ที่ไหนเพราะตัวของเค้านั้นหายตัวไปเมื่อได้เข้าไปในหุบเขาเทียนหนาน หรือว่าอาจารย์ของชายผู้นี้นั้นได้เข้าไปในหุบเข้าเทียนหนานแล้วไปเจอมรดกสืบทอดของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงในตำนานมากัน
* มรกดกสืบทอดคือสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งก่อนตายนั้นชอบทำเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง ข้างในนั้นอาจจะมีสมบัติมากมายหรืออาจจะไม่มีอะไรเลยก็เป็นได้ ในบางครั้งมันอาจเป็นเพียงหนทางแห่งความตาย เป็นเกมที่คนใกล้ตายสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้คน ก็แล้วแต่โชคชะตาวาสนาว่าคนผู้นั้นจะเจอแบบใดเข้า