เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 27 แก้แค้น (ตอนต้น)

    บทที่27 แก้แค้น (ตอนต้น)

     

              หลังจากได้คุยกับน้ำและเพื่อนร่วมแก๊งค่ายอาสาฯมีนก็ได้ทราบว่า ในเวลานี้ กลุ่มเพื่อนของตนมีระดับเพิ่มขึ้นมาถึง 150 กันอย่างถ้วนหน้าแล้วด้วยอานิสงส์จากการที่ตัวเกมฯ เปิดคูณค่าประสบการณ์เป็นกรณีพิเศษถึง 10 เท่า นอกจากนี้มีนยังได้รู้ว่าปัจจุบันกิลด์ของน้ำ มีผู้เล่นมาสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวนเกือบ 2 พันคน อีกทั้งฐานกำลังของกิลด์อย่าง“หมู่บ้านวินด์วิว” ก็กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อเตรียมยกระดับให้เป็นหมู่บ้านระดับCสำหรับรองรับผู้เล่นที่เริ่มทยอยเข้ามาเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

              เมื่อน้ำถามว่าในเวลานี้ ตัวของมีนทำอะไรอยู่ที่ไหน? มีนก็เพียงตอบไปแค่ว่า ตนกำลังเก็บระดับและฝึกวิชาฯอยู่ในเมืองเริ่มต้นทวีปแห่งน้ำเหมือนเดิม และเมื่อถูกถามถึงระดับความแข็งแกร่ง มีนได้แต่บอกอีกฝ่ายไปตามความจริงก่อนจะเล่าเรื่องราวบางส่วนให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง เว้นเอาไว้เพียงเรื่องที่ตนมีอเล็กซ์เป็นอาจารย์และเควสลับต่าง ๆ ที่ได้รับ ตามที่อเล็กซ์ได้สัญญาเอาไว้กับอีกฝ่ายเท่านั้น

            หลังจากเพื่อน ๆได้ฟังเรื่องราวการผจญภัยอันตื่นเต้นของคุณหนูผู้เป็นหนอนหนังสือแล้ว ทุกคนต่างก็รู้สึกทึ่งตามไปด้วยนอกจากนี้กลุ่มเพื่อน ๆ ยังบอกต่อมีนอีกว่า หากมีอะไรให้พวกตนช่วยเหลือก็ให้บอกมาได้โดยไม่ต้องเกรงใจเพราะถึงอย่างไรเพื่อน ๆ ต่างก็พร้อมจะพากันยกโขยงกันไปช่วย ด้วยความเต็มใจอยู่แล้วซึ่งมีนก็ได้แต่รับความหวังดีนั้นไว้ ก่อนจะขอตัวกลับเข้าเกมไปก่อน

            แต่สุดท้าย หญิงสาวก็ไม่วายถูกมิ้นต์เพื่อนสาวแซวเข้าจนได้ว่าสาเหตุที่ไม่ยอมมารวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ก็เป็นเพราะว่า “ติดผู้ชายในเกม” จนทำให้มีนถูกหนุ่มๆ ในแก๊ง...รุมแซวกันยกใหญ่เลยทีเดียว

            ............

              มีนฝึกวิชาอยู่ในวิหารเทพแห่งปัญญาด้วยความรู้สึกสนุกสนานแทบทุกวันหากจะเรียกว่า เป็นการฝึกวิชาก็คงไม่ถูกนัก เพราะตัวมีนเองคิดว่า มันเหมือนกับการเล่นเกมแก้ปริศนาไขความลับเสียมากกว่าเพราะกลไกวงเวทแต่ละชนิดที่อยู่ในตำราของอเล็กซ์นั้น มีอยู่หลายแบบหลายระดับ ตั้งแต่วงเวทอย่างง่ายที่ใช้ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานในการตีความไปจนถึงวงเวทที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องประมวลเอาความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของเวทมนตร์ขั้นสูงมาช่วยในการทำความเข้าใจซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจไปกับพวกมันไม่น้อย

              ในตอนนี้ทักษะ [สร้างวงเวท] ของหญิงสาวอยู่ในระดับกลางแล้ว ซึ่งทำให้ตนสามารถสร้างวงเวทได้จำนวน4 รูปแบบ จากทั้งหมด 10 รูปแบบ โดยวงเวททั้ง 4 จัดเป็นวงเวทระดับต้น แต่อย่างไรก็ตามในตำราของอเล็กซ์ฯ กลับมีบันทึกเอาไว้ไม่ต่ำกว่า1,000 วงเวทเลยทีเดียว และกว่าหญิงสาวจะทำความเข้าใจในวงเวทแต่ละวงได้ ก็ใช้เวลาในการตีความรูปแบบการทำงานเงื่อนไขการแสดงผล รวมไปถึงผลลัพธ์ของวงเวทไปไม่น้อย

              แต่เมื่อเวลาผ่านไปความชำนาญก็เริ่มเกิดขึ้น จนตอนนี้หญิงสาวสามารถสร้าง/ซ่อมแซม/ดัดแปลง/แก้ไขการทำงานของวงเวททั้ง 4 รูปแบบนี้ ได้เร็วขึ้นกว่าตอนแรกนับสิบเท่า

              เมื่ออเล็กซ์ได้เห็นพัฒนาการของลูกศิษย์สาวเช่นนี้แล้วก็ทำให้ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยคำชมออกมาไม่ขาดปาก “เจ้าทำได้ดีมากเลยทีเดียว สำหรับการเริ่มต้นในเส้นทางของจอมอาคม...”

              “ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์ เป็นเพราะท่านอาจารย์คอยสั่งสอนตัวหนูอย่างใกล้ชิดยังไงล่ะเจ้าคะ...”มีนกล่าวตอบ (แผล็บ ๆ)

              “เอาเถอะ...”อเล็กซ์ตัดบทโดยไม่สนใจคำประจบประแจงของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ก่อนจะให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ผู้เป็นศิษย์“แต่ว่า...กลไกวงเวทของเจ้าทั้ง 4 คือรูปแบบกลไกวงเวทที่ง่ายที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นวงเวทขั้นต้น ซึ่งการทำงานของมันดูเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ศัตรูสามารถคาดเดาการทำงานและการแสดงผลของมันได้ง่ายด้วยเช่นกันอีกทั้งพลังของวงเวทเหล่านี้ ยังค่อนข้างจะต่ำไปสักหน่อย...หากเทียบกับรูปแบบวงเวทที่เหลือ”

              “ส่วนรูปแบบกลไกวงเวทขั้นกลาง3 จำนวนรูปแบบนั้น พวกมันมีรูปแบบการสร้างและการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น จำนวนอักขระที่ใส่ลงไป...ก็มีจำนวนมากขึ้นอีกทั้งยังมีเงื่อนไขของเวลาในการสร้างและการแสดงผลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยดังนั้นการสร้างวงเวทขั้นกลางก็จะทำได้ยากและใช้เวลามากกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตามความยากลำบากในการสร้างฯ กลับแลกมาด้วยความทรงพลังของวงเวทฯ ซึ่งรูปแบบกลไกวงเวทขั้นต้น...ไม่สามารถเทียบเคียงได้เลยเชียวล่ะ”

              “และรูปแบบกลไกวงเวทขั้นสูง3 รูปแบบสุดท้าย จะถูกแบ่งได้เป็นสองส่วน โดย 2 รูปแบบแรก จะเป็นรูปแบบกลไกวงเวทที่ใช้สลักลงไปในวัตถุต่างๆ เพื่อจุดประสงค์และการใช้งานที่ต่างกัน และส่วนที่ 2 คือกลไกวงเวทรูปแบบสุดท้าย ซึ่งเป็นวงเวทที่มีความซับซ้อนที่สุดและใช้จำนวนอักขระมากในการสร้างมากที่สุด อีกทั้งมันยังรวมเอาภูมิความรู้ของกลไกวงเวททุกรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันนั่นก็คือ กลไกวงเวทในรูปแบบ...มหาเวท”

              “ซึ่ง‘มหาเวท’ ของจอมอาคมนั้นจะแตกต่างจาก ‘มหาเวท’ ของจอมเวทอยู่บ้าง ในแง่ของการสร้างและการกำหนดเป้าหมาย”

            “บทมหาเวทของจอมเวทนั้นผู้ร่ายฯ จำเป็นต้องกล่าวบทร่ายขึ้นมา ซึ่งในบทร่ายนี้ จะเป็นกำหนดพื้นที่ของการแสดงผลเอาไว้ในบทร่ายโดยตรงและผู้ร่ายบทมหาเวทฯ จะต้องกล่าวบทร่ายตั้งแต่ต้นจนจบเท่านั้น...มหาเวทถึงจะแสดงผลหากผู้ร่ายถูกขัดจังหวะการร่ายเวท บทมหาเวทบทนั้น ก็จะถูกยกเลิกในทันที และเมื่อบทเวทถูกยกเลิกพลังเวทบางส่วนที่อยู่ในบทร่ายฯ ก็จะตีกลับมาทำร้ายผู้ร่ายเวทเอง คล้ายกับตอนที่เจ้าเคยถูกขัดจังหวะการใช้งานทักษะเผ่าพันธุ์ของเจ้านั่นแหละดังนั้นการร่ายบทมหาเวทของจอมเวท จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกขัดจังหวะในระหว่างการร่ายเวทมนตร์...ค่อนข้างสูง”

            “แต่บทมหาเวทของจอมอาคมนั้นจะแตกต่างออกไป เพราะมหาเวทของจอมอาคม จะเน้นไปที่การสลักอักขระลงในพื้นที่เป้าหมายโดยตรงโดยจอมอาคมจะทำการลงอักขระไปทีละส่วน หรือจะลงอักขระแบบแยกส่วนอย่างไรก็ได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในกลไกมหาเวทนั้น...โดยไม่มีระยะเวลามาเป็นข้อจำกัดซึ่งมหาเวทของจอมอาคมจะทำงานก็ต่อเมื่อ อักขระที่อยู่ในวงเวท ‘ครบถ้วนสมบูรณ์’ และได้เอ่ยคำ ‘ปลดปล่อย’ การทำงานของกลไกวงเวทแล้วเท่านั้น ข้อดีของมันก็คือไม่จำเป็นต้องกล่าวบทร่ายที่ยืดยาว จนเสี่ยงต่อการถูกขัดจังหวะในการร่ายฯ อีกทั้งเมื่อกลไกวงเวทถูกขัดขวางหรือถูกทำลายพลังเวทในกลไกฯ จะไม่ตีกลับมาทำร้ายสร้างความเสียหายแก่ผู้สร้างอีกด้วย แต่กระนั้นข้อเสียที่สำคัญของมันก็คือ ผู้สร้างจะต้องเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายที่กำหนดเอาไว้เป็นพื้นที่การแสดงผลของวงเวทฯเพื่อลงอักขระเวทตามรูปแบบที่กำหนดเอาไว้ก่อน วงเวทถึงจะทำงานฯ ดังนั้นความเสี่ยงของการเรียกใช้บทมหาเวทของจอมอาคมเพียงหนึ่งเดียวก็คือการพาตัวเข้าไปอยู่ท่ามกลางสมรภูมิสงครามนั่นเอง”

            “สรุปง่าย ๆ ก็คือหากอยู่ในสงครามฯ จอมเวทที่ยืนร่ายบทเวทอยู่หลังกองทัพฯ เพียงกังวลแค่ว่า ตนจะถูกขัดขวางในขณะที่ร่ายเวทอยู่หรือไม่ส่วนจอมอาคมนั้น จำเป็นต้องเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายกลางสมรภูมิฯ เพื่อลงอักขระลงไปในกลไกวงเวทเท่านั้นและการที่นักเวทลงสู่สมรภูมิด้วยตัวเองนั้น หาใช่เรื่องอันน่าอภิรมย์เท่าใดนัก...”

            “ดังนั้นในเส้นทางของจอมอาคมฯจึงจำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งอยู่บ้าง อย่างน้อย...ก็เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ในสมรภูมิล่ะนะ”อเล็กซ์กล่าวอย่างติดตลก

            “อึก...” มีนกลับไม่รู้สึกขำกับคำกล่าวของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

            เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวอเล็กซ์เผยรอยยิ้มออกมาจาง ๆ ก่อนจะกล่าวให้อีกฝ่ายรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง “แต่ประโยชน์อันแท้จริงของจอมอาคมในสงครามฯหาใช่เป็นการโจมตีทำลายล้างศัตรูในสมรภูมิไม่ เพราะจอมอาคม เมื่ออยู่ในกองทัพฯเวทมนตร์หรือกลไกเวททุกอย่างที่จอมอาคมมี จะถูกนำมาใช้งานเพื่อสนับสนุนกองทัพฯคอยเสริมความสามารถของกองทัพฝ่ายตน ลดความสามารถกองทัพฝ่ายตรงข้าม ว่ากันว่า กองทัพใดมีจอมเวท...กองทัพนั้นจะมีโอกาสได้รับชนะไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่กองทัพใดมีจอมอาคม...กองทัพนั้น จะไร้ซึ่งความปราชัย”

            “สร้างความได้เปรียบให้แก่ฝ่ายตัวเอง...ลิดรอนกำลังของฝ่ายตรงข้ามนั่นคือ นิยามของจอมอาคม...” อเล็กซ์กล่าวออกมาอย่างภูมิใจ

            “ท่านอาจารย์เจ้าคะแล้วหนูต้องเข้าร่วมสงครามจริง ๆ หรือเจ้าคะ?” มีนถามผู้เป็นอาจารย์ขึ้นมาหลังจากที่ได้รับรู้เกี่ยวกับเส้นทางของเหล่านักเวททั้งหลาย เนื่องจากตัวเองไม่ได้มาเล่นเกมนี้เพื่อต่อสู้หรือทำสงครามกับใคร

            “หากเจ้ายังใช้ชีวิตอยู่ที่โลกใบนี้มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเจอกับการต่อสู้และสงครามหรอก...” อเล็กซ์ตอบคำของหญิงสาวก่อนจะตั้งคำถามชวนให้คิด “สงครามฯ ได้คืบคลานเข้ามาหาตัวเจ้าอย่างช้า ๆไม่ว่าเจ้าจะต้องการหรือไม่...ระหว่างการที่ตัวเจ้ามีพลังเพียงพอจะรับมือกับมันกับไร้ซึ่งพลังจะกระทำการใด ๆ เจ้าคิดว่า อย่างไหนดีกว่ากันล่ะ?”

            “หนูก็จะหนีมันให้ไกลยังไงล่ะเจ้าคะ”มีนตอบอย่างใสซื่อ

            “เจ้าจะหนีมันก็ได้แต่เจ้าจะหนีมันได้นานเท่าไหร่?” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงของผู้คร่ำโลกก่อนจะกล่าวอีกว่า “สงครามฯ มักจะมีเหตุผลที่สามารถบีบบังคับให้เจ้าเข้าร่วมได้อยู่เสมอ...ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจหรือไม่”

            “ไม่ว่าสงครามฯ จะเกิดขึ้นเพราะตัวเจ้าเองหรือมาจากคนที่อยู่รอบกายเจ้า ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่...ไม่มีทางที่เจ้าจะหนีมันไปได้พ้นหรอก”

            “สงครามฯ อาจไม่ได้มาในรูปแบบการต่อสู้ระหว่างกองทัพเสมอไปความคิดเห็น หรือความรู้สึกขัดแย้งเล็ก ๆ ที่ไม่ลงรอย ความแตกต่างทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ฯหรือแม้แต่ความอิจฉา และความต้องการที่จะครอบครอง พวกมันล้วนนำพาผู้คน...ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า‘สงคราม’ ได้เสมอ”

            “เมื่อเจ้ารู้แบบนี้เจ้ายังคิดจะหนีอยู่หรือเปล่า? การหนี...แม้มิใช่เรื่องน่าอับอายก็จริงแต่คิดหรือว่า? เจ้าจะหนีมันได้ตลอดไป...”

            “การหนี เป็นกลยุทธ์อันยอดเยี่ยมก็จริงแต่การหนีไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดจะเผชิญหน้า มันก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลงหรอกนะ...”

            “การหนีเพราะสู้ไม่ได้...ก็สมควรเลือกที่จะหนีแต่หนีแล้ว...ก็ควรคิดหาวิธีรับมือกับมัน นี่...จึงเป็นการหนีที่ชาญฉลาด แต่หากหนีแล้วหนีอีกหนีโดยไม่ยอมหาวิธีรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่กำลังเผชิญหน้า นี่...มันไม่เรียกว่ากลยุทธ์แล้วแต่มันคือ...ความขลาดเขลาอันน่าสมเพชต่างหาก”

            “ตัวข้าก็แนะนำเจ้าได้เพียงแค่นี้เจ้าคิดจะทำเช่นไร...ก็จงคิดและตัดสินใจเอาเถิด” อเล็กซ์กล่าวอย่างเรียบเฉย

            “เจ้าค่ะ หนูเข้าใจแล้วเจ้าค่ะขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้คำแนะนำและเตือนสตินะเจ้าคะ” มีนตอบคำผู้เป็นอาจารย์อย่างนอบน้อม

            “อืมข้าก็พูดในสิ่งที่ข้าสมควรควรพูด เจ้าจะทำหรือไม่...ก็อยู่ที่เจ้าแล้ว” อเล็กซ์ย้ำเตือนหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม “ข้านี่...ช่างเป็นตาแก่ขี้บ่นจริงๆ ว่ามั้ย?”

            “เปล่านะเจ้าคะท่านอาจารย์ไม่แก่สักหน่อย” มีนกล่าวแย้งอย่างประจบ (แผล็บ ๆ)

            “อืมขนหน้าแข้งข้า...คงร่วงจวนจะหมดอยู่แล้วล่ะมั้ง? พักหลัง ๆ มานี้ ข้ารู้สึกว่า เจ้าจะประจบประแจงบ่อยขึ้นนะ”อเล็กซ์ตอบอย่างรู้ทัน

            “ปะ...เปล่านะเจ้าคะหนูแค่พูดไปตามที่คิดเองเจ้าค่ะ” มีนรีบกล่าวแก้ตัว

            เมื่อเป็นเช่นนี้อเล็กซ์จึงกล่าวตัดบท พร้อมกับโบกมือไล่หญิงสาวให้ออกไปจากวิหารฯ เพื่อให้อีกฝ่ายเก็บประสบการณ์เพิ่มระดับและทำภารกิจต่างๆ ในดินแดนมนุษย์ “เอาล่ะ ๆ เจ้าทำตามที่เห็นสมควรก็แล้วกัน ไปเถอะ...”

            “เจ้าค่ะ ถ้างั้น...หนูไปก่อนนะเจ้าคะ”มีนกล่าวลา พร้อมกับยกมือไหว้

            …………

            หลังจากกลับออกมาจากวิหารฯหญิงสาวก็มาอยู่ในห้องรับรองลูกค้าภายในอาคารบริการผู้เล่นของระบบอีกครั้ง

            มีนครุ่นคิดอยู่นานว่าจะเอายังไงต่อดี? ระหว่างการเก็บระดับเพิ่มในพื้นที่เมืองใต้ทะเลฯ กับเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลักของทวีปแห่งน้ำตามไปสมทบกับพวกเพื่อน ๆ ในดินแดนทวีปแห่งลม

            สุดท้ายหญิงสาวก็ได้ตัดสินใจเลือกที่จะไปเก็บระดับในเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในอาณาเขตของดินแดนโลกใต้ทะเลก่อน โดยมีเป้าหมายว่า เมื่อระดับของตนถึง150 แล้ว ค่อยกลับไปแก้แค้นเจ้าบอสหมึกยักษ์แห่งเมืองปะการังสีรุ้งต่อไป

            เมื่อตัดสินใจเลือกทางเดินให้ตัวเองแล้วมีนจึงออกไปหาซื้อของใช้จำเป็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตไอเทมใช้งาน น้ำยาเพิ่มพลัง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ขนมหวานแสนอร่อยชนิดต่าง ๆ มาเป็นเครื่องบรรณาการและของรางวัลให้แก่พวกปลาตีนน้อยทั้งหลาย

            หลังจากเตรียมตัวเสร็จมีนจึงเดินทางกลับไปยังหนองน้ำฯ ซึ่งเป็นเสมือนฐานกำลังของตนอีกครั้ง เพื่อจัดการเรื่องราวต่างๆ ในหนองน้ำให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะมุ่งหน้าดำดิ่งสู่อาณาเขตใต้ทะเลลึกในทันที

            มีนใช้เรียกใช้งานทักษะ[กลายร่าง] เพื่อเปลี่ยนร่างมนุษย์ของตนให้กลายเป็นปลาตีนสีชมพูตัวเขื่องในทันทีเมื่อเดินทางมาถึงที่หมายจากนั้นจึงเปิดแผนที่ {โลกใต้ทะเล} ค้างเอาไว้บนหน้าจอและมุ่งหน้าเดินทางไปยังเมืองเล็ก ๆ ระดับ D ตามเส้นทางที่ได้กำหนดไว้อย่างรวดเร็ว

            หญิงสาวสังหารสัตว์อสูรเก็บค่าประสบการณ์เพิ่มระดับอย่างใจเย็นโดยเริ่มจัดการกับสัตว์อสูรที่อยู่ในเมืองเล็ก ๆ ก่อน ซึ่งเมืองระดับนี้ จะมีสัตว์อสูรระดับตั้งแต่80-150 และจำนวนของประชากรสัตว์อสูรในแต่ละเมืองก็มีประมาณ 1,000-2,000 ตัว

            แม้ว่ามีนอยู่ในร่างของปลาตีนสีชมพูแต่ตนก็ยังสามารถเรียกใช้งานทักษะต่าง ๆ ได้ โดยไม่ถูกจำกัดเหมือนเช่นตอนที่ทำภารกิจคลายปมในใจของ“แอ๊กซอล” เพียงแต่...ลึก ๆ แล้ว มีนกลับคิดว่า หากตนสามารถใช้งานทักษะได้อย่างไร้ข้อจำกัดฯไม่มีระยะคูลดาวน์ของทักษะเหมือนตอนที่อยู่ในมิติแห่งความทรงจำ...คงจะดีไม่น้อย

            ด้วยสภาพร่างกายและค่าสถานะของตนในตอนนี้ยังคงไกลเกินจะใช้คำว่า “ถล่มเมือง” ได้ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ประสบปัญหาอะไรมากนักเนื่องจากในเวลานี้ ตัวเองมีพลังเวทเพียงพอต่อการใช้งานทักษะต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหลมากขึ้นกว่าในช่วงที่มีระดับต่ำอยู่มากโขนอกจากนี้ ด้วยระดับของทักษะ [สัมผัสแห่งเวทมนตร์] ขั้นเชี่ยวชาญ ก็ยังช่วยให้การใช้งานทักษะสายเวทมนตร์ต่าง ๆ ของตนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นต่างจากช่วงแรก ๆ ที่ต้องรอให้หมดระยะคูลดาวน์ของ {น้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์} แต่เพียงอย่างเดียว

            มีนเรียกใช้งานทักษะเผ่าพันธุ์ฯร่วมกับทักษะเวทมนตร์สังหารสัตว์อสูรที่อยู่รอบ ๆ เมืองก่อน จากนั้นจึงค่อยตีวงอ้อมเพื่อบีบระยะเข้าไปในตัวเมืองอย่างรัดกุม และเมื่อเจอสัตว์อสูร ซึ่งเป็นบอสประจำสถานที่มีนจึงค่อยเรียกเจ้าปลาตีนน้อยออกมาผสานร่างรอบละ 4 ตัวสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เพื่อให้ทักษะผสานร่างของพวกมันได้พัฒนาขึ้นไปพร้อมๆ กับตน

            ด้วยค่าสถานะของมีนตอนนี้เมื่อใช้ทักษะ [ผสานร่าง] ที่ทำให้ค่าสถานะพื้นฐานเพิ่มขึ้นถึง16 เท่า ร่วมกับการใช้ทักษะ [พุ่งชน]ระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งเพิ่มพลังการโจมตีถึง 12 เท่า การสังหารสัตว์อสูรชั้นราชาที่มีระดับ80-120 จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ส่วนบอสประจำเมืองฯ ที่มีระดับอยู่ในช่วง 125-150นั้น ตนก็ยังมีทักษะ [ลำแสงแอกโซโลตล์]ระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งมีพลังการทำลายล้างถึง 24 เท่า เก็บเอาไว้เป็นท่าไม้ตาย...ปิดฉากบอสเหล่านั้นอยู่

            แต่ถ้าหากเผชิญหน้ากับบอสที่มีค่าความอดทนและมีพลังป้องกันที่สูงมากๆ มีนก็ยังสามารถกลับมาใช้งานทักษะ [พุ่งชน] ซึ่งมีระยะคูลดาวน์ลดลงครึ่งหนึ่ง จนเหลือเวลาเพียงแค่ 15 วินาที โจมตีเป้าหมายซ้ำได้อีกครั้ง…

            หญิงสาวกำหนดเส้นทางการเก็บระดับของตัวเองเอาไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนหลังจากปิดฉากการสังหารสัตว์อสูรในเมืองหนึ่งได้เป็นที่เรียบร้อย มีนก็มุ่งหน้าลุยต่อยังเมืองถัดไปตามแผนการที่ได้กำหนดเอาไว้ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว

            เป็นเวลากว่า 1สัปดาห์แล้ว ที่หญิงสาวทำการเก็บระดับด้วยวิธีนี้ การวนเก็บระดับอยู่ซ้ำ ๆ เฉพาะเมืองที่มีความแข็งแกร่งระดับDโดยไม่คิดแตะต้องเมืองระดับ C นั้น ถึงแม้ว่าค่าประสบการณ์ไอเทม และจำนวนเงินที่ได้รับจะน้อยไปสักหน่อย แต่มีนกลับไม่คิดว่า มันเป็นเรื่องที่เสียเวลาแต่อย่างใดเพราะถึงอย่างไร การเก็บระดับและการกวาดล้างเมืองใต้ท้องทะเลฯ กลับสามารถทำได้อย่างสบายใจโดยไม่มีผู้เล่นอื่นมากวนใจหรือมาเป็นตัวหารอยู่แล้ว

            ในความคิดของหญิงสาวการมาเก็บค่าประสบการณ์เพิ่มระดับในเมืองใต้ท้องทะเลในครั้งนี้ ก็เหมือนกับเป็นการมาเดินเล่นในดันเจี้ยนส่วนตัวเสียมากกว่าเนื่องจากในเวลานี้ ผู้เล่นทั้งหมดยังไม่มีใครได้ทราบว่า ใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ยังมีแหล่งเก็บระดับอันยอดเยี่ยมซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์อสูรชนิดต่าง ๆ จำนวนมากมายถึงเพียงนี้อยู่ด้วย...

            ซึ่งการเก็บระดับที่สะดวกสบายของหญิงสาวในวันนี้สิ่งที่ต้องขอบคุณ ก็คือ ไอเทมสุดวิเศษอย่าง {แผนที่โลกใต้ทะเล} ที่ทำให้ตัวเองได้เห็นค่าสถานะของเมืองฯ ในดินแดนแห่งนี้ได้เกือบทุกเมืองไม่ว่าจะเป็นจำนวนสัตว์อสูร ระดับของสัตว์อสูร ระดับของบอสในแต่ละเมืองและที่สำคัญคือ “สมบัติ” ที่แต่ละเมืองมีอยู่

            หลังจากกวาดล้างเมืองต่างเรียบร้อยแล้วหญิงสาวกลับไม่ลืมที่จะกวาดเอาสมบัติฯ ในคลังของเมืองทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง แม้ว่าสมบัติเหล่านั้นจะเป็นไอเทมที่มีระดับไม่สูงนัก แต่มันก็ทำให้คลังสมบัติเคลื่อนที่ของตนอุดมไปด้วยไอเทมหลากชนิด...จำนวนแทบจะนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

            แต่ที่น่าเสียดาย...ก็คือเมืองใต้ทะเลเหล่านี้ตนกลับไม่สามารถยึดครองมาเป็นฐานกำลังส่วนตัวได้ เนื่องจากระบบมองว่า เมืองใต้ทะเลเหล่านี้ยังไม่ได้เปิดให้ผู้เล่นได้เข้ามาใช้งาน ดังนั้นมันจึงมีสถานภาพคล้ายกับดันเจี้ยนลับซึ่งไม่สามารถครอบครองได้แห่งหนึ่งอยู่ เพราะนอกจากตัวหญิงสาวแล้ว ผู้เล่นคนอื่น ๆก็ยังไม่มีใครทราบว่า ในโลกจำลองใบนี้...ยังมีเมืองใต้ทะเลเช่นนี้อยู่ด้วย

            แต่ในอนาคตอันใกล้...หลังจากตัวเกมได้ปลดล็อกเงื่อนไขฯและเปิดใช้งานแพชใหม่แล้ว ดินแดนโลกใต้ทะเลแห่งนี้ กลับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้เล่นนิยมเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากจนติดอันดับต้น ๆ ของสถานที่ยอดนิยมที่ผู้เล่นทั้งหลายต่างแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยือนโดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นมือใหม่ ซึ่งยังมีระดับต่ำ รวมไปถึงบรรดานักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบความงดงามทางธรรมชาติและการผจญภัยในโลกใต้ทะเล...

            สำหรับเมืองระดับDเหล่านี้ การกวาดล้างสัตว์อสูรในแต่ละเมืองหญิงสาวจะได้รับเงินประมาณ1,000-3,000 เหรียญทอง แต่เมื่อหักหนี้ของระบบแล้ว มีนก็ยังได้รับเงินเป็นจำนวนถึง100-300 เหรียญทองเลยทีเดียว อีกทั้งเมืองเหล่านี้ยังมีไอเทมระดับD-B ที่มีเงื่อนไข “การสวมใส่” อยู่ในระดับที่ไม่สูงนักอีกจำนวนหนึ่ง

            ระดับของมีนค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนในที่สุดระดับความแข็งแกร่งของตนก็ได้รับการพัฒนาจนมาอยู่ในระดับ150 ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้จนได้

            นอกจากนี้ ทักษะเวทมนตร์ต่างๆ ของหญิงสาวก็ได้รับการยกระดับ จนมาอยู่ในช่วงกลางของขั้นสูงเกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนความแข็งแกร่งของพวกปลาตีนน้อยผู้คอยดูดระดับของมีนอย่างสบายใจ เวลานี้ พวกมันต่างก็มีระดับเพิ่มขึ้นตามผู้เป็นแม่มาติดๆ แล้ว

            มีนเฝ้ารอเวลานี้อย่างใจจดใจจ่อ...เวลาที่ตนจะได้กลับไปชำระแค้นที่เมืองปะการังสีรุ้งอีกครั้ง

            ความเจ็บปวดทรมานที่เจ้าหมึกยักษ์ผู้เป็นราชาของเมืองได้ฝากเอาไว้มันยังติดอยู่ในความทรงจำของหญิงสาว...ไม่หายไปไหน หากไม่ระบายมันออกไปเสีย เมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านไปความทรงจำอันเลวร้ายดังกล่าวอาจจะฝังรากลึก จนไม่สามารถเอามันออกไปจากใจของตนอีกเลยก็เป็นได้

            มีนเดินทางมาถึงคลังสมบัติของตุ่นปากเป็ดอีกครั้งบอสบรรพชนตุ่นทั้ง 5 ก็ยังคงอยู่เช่นเดิมเพียงแต่…

            กองสมบัติที่พวกมันเฝ้าอยู่ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีอยู่เป็นจำนวนมาก ได้อันตรธานหายไปจนเกือบหมดแล้ว…ตำแหน่งเดิมที่เคยถูกทับถมด้วยกองสมบัติล้ำค่า บัดนี้ มีเพียงหีบใหญ่ใบหนึ่งเปิดอ้าอยู่ซึ่งพอจะมองเห็นอาวุธและชุดเกราะเพียงไม่กี่ชุดที่อยู่ในหีบใบนั้น

            คงอีกนาน...กว่าที่สมบัติเหล่านั้นจะฟื้นฟูกลับมาจนสามารถเรียกมันได้ว่า “กองสมบัติ” อีกครั้ง

              มีนไม่ได้ผิดหวังแต่ประการใดเพราะรู้ดีว่ากองสมบัติที่บรรพชนตุ่นเฝ้าอยู่นั้นหายไป แต่ทว่าพวกมันก็ไม่ได้หายไปที่ไหนเพียงแค่ย้ายสถานที่...มานอนกองอยู่ในมุมหนึ่ง ภายในคลังสมบัติเคลื่อนที่ของตนแค่นั้นเอง

              บอสบรรพชนตุ่นระดับ40 จำนวน 5 ตัว หลังจากได้เห็นร่างของหญิงสาวผู้บุกรุก พวกมันต่างเกิดอาการชะงักขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะโถมตัวพุ่งเข้ามาโจมตีอีกฝ่ายตามหน้าที่

              มีนผ่านเจ้าบอสทั้ง5 มาได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนจะเดินตรงเข้าไปกวาดไอเทมทั้งหมดในหีบสมบัติอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าสมบัติจะมีเพียงน้อยนิด แต่...สมบัติ ก็คือสมบัติ ด้วยความสามารถของ {คลังสมบัติเคลื่อนที่} ที่สามารถเก็บไอเทมได้ไม่จำกัดจำนวนมีนจึงไม่มีความจำเป็นต้องเลือกว่า ตนควรจะเก็บไอเทมชิ้นไหนเอาไว้ หรือต้องยอมสละทิ้งชิ้นไหนไป

            ขอแค่พวกมันเป็นไอเทมก็ย่อมจะมีประโยชน์ใช้สอยในสักวัน เมื่อเป็นเช่นนี้ มีนจึงกวาดเอาสิ่งที่อยู่ในหีบจนเหี้ยนไม่เหลือเอาไว้แม้แต่ชิ้นเดียว…

              ไม่นานมีนก็เข้ามาอยู่ในถ้ำที่เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านไปยังเมืองปะการังสีรุ้งหญิงสาวทำการศึกษารายละเอียดของกับดักวงเวทตรงหน้าอีกครั้ง...ด้วยความสนใจ

              ด้วยภูมิความรู้ของหญิงสาวในเวลานี้แค่มองดู...ก็รู้ว่า กลไกกับดักภายในถ้ำแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยรูปแบบวงเวทระดับกลางแทบทั้งสิ้นส่วนแหล่งพลังงานที่จ่ายพลังให้แก่กลไกกับดักฯ ก็คือ {อัญมณีธาตุน้ำ} ระดับกลาง ที่มีจำนวนแตกต่างกันไปตามขนาดและเงื่อนไขของวงเวทแต่ละชนิดนั่นเองเมื่อกับดักทำงานฯ ตัวของวงเวทจะสูบพลังจากอัญมณีเหล่านี้ แปรเปลี่ยนเป็นพลังทำลายส่วนหนึ่งหลังจากที่วงเวททำงานอย่างต่อเนื่อง พลังที่อยู่ในอัญมณีธาตุก็จะหมดลง ส่งผลให้กับดักกลไกเวทเหล่านี้ไม่อาจแสดงผลได้อีกต่อไป

            แต่กระนั้น ตัวอัญมณีฯก็ยังสามารถฟื้นพลังกลับคืนมาได้อย่างช้า ๆ ด้วยการดูดละอองเวทมนตร์ ซึ่งมีอยู่ภายในถ้ำมาสะสมเอาไว้ในตัวของมันเมื่อพลังที่อยู่ในอัญมณีมีปริมาณเพียงพอสำหรับจ่ายให้แก่กลไกเวทแล้วกับดักเวทเหล่านี้ ก็จะกลับมาพร้อมทำงานอีกครั้งโดยอัตโนมัติฯ

              กับดักเวทภายในถ้ำแห่งนี้แต่ละวงสามารถใช้งานต่อเนื่องติดต่อกันได้ตั้งแต่ 5–8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานและอัตราการใช้พลังงานของกลไกวงเวทฯในยามปกติ กว่ากับดักที่หมดพลังงานเหล่านี้ จะสามารถกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ก็จะใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควรเนื่องจากอัตราการฟื้นฟูของอัญมณีธาตุอยู่ในระดับ...เชื่องช้าสุดแสน

              แต่เมื่อหญิงสาวได้ลองผนึกพลังเวทของตัวเองจำนวนหนึ่งลงไปในอัญมณีจึงทำให้แก่ดักเวทที่หมดพลังกลับมาทำงานได้อีกครั้ง

              จอมอาคมสาวมือใหม่สนุกสนานเป็นอย่างมากกับการศึกษาเงื่อนไขฯ รวมไปถึงแก้ไขและดัดแปลงโครงสร้างและการทำงานของกลไกกับดักเวทมนตร์เหล่านี้จนแทบจะลืมไปว่า ตัวเองมีภารกิจต้องเดินทางไปล้างแค้นเจ้าหมึกยักษ์ชะตาขาดตัวนั้นอยู่...

              อีกทั้งหญิงสาวยังหารู้ไม่ว่าการดัดแปลงแก้ไขโครงสร้างกลไกกับดักเวทมนตร์ของตนในครั้งนี้ เป็นเสมือนหนึ่ง “การปิดตาย”เส้นทางเข้าสู่เมืองปะการังสีรุ้งของบรรดาผู้เล่นมือใหม่และผู้เล่นที่มีระดับต่ำในเวลาต่อมา...ไปโดยปริยาย

              ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852