สองตัวกับอีกหนึ่งิญญาไม่ได้มีกฏของ์นี่นาห้ามรับพวกนี้เป็ศิษย์ถึงเธอจะไม่เคยมีศิษย์ก็ไม่ใช้ว่าจะไม่รู้วิธีสอนสั่งผู้อื่น
แค่เธอมีศิษย์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากเซียนตนอื่น
คำว่าอาจารย์คือผู้ที่ให้ความรู้และความเมตตาดุจบิดามารดาที่ปรารถนาดีต่อบุตร เธอก็ปราถนาดีต่อพวกเขาเหมือนกันนั่นแหละถึงแม้ความหวังดีนั่นจะมี่สิ่งที่เรียกว่าจุดประสงค์ซ่อนเร้นหน่อยๆ
" กุ๊กกกกๆ/จิ๊บบๆ " ใจร้าย เสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานมองเ้านายตัวน้อยด้วยความรู้สึกน้อยใจอย่างถึงที่สุด ดวงตาสองคู่ของพวกมันมีหยาดน้ำตาเอ่อล้นร่วงด้วยความเสียใจ เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ใจร้ายกับพวกมันมากความผูกพันธ์หลายปียังสู้การพบพานเพียงสองครั้งไม่ได้
" กุ๊กๆๆๆ " ได้ใหม่ลืมเก่า
" จิ๊บๆๆ " พวกหลงใหลในชายงาม
สายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ น้อยใจ และคำถามที่หลั่งไหลออกมาจากเ้าลูกสมุนทั้งสองทำเอาซ่งซิงเหลียนพูดไม่ออก จะว่าไปเธอเองก็ไม่เคยคิดถึงเื่พวกนี้และยิ่งไม่เคยคิดว่าจะรับพวกลูกสมุนสองตัวเป้นศิษย์ ไม่ใช่ว่า เพราะพวกมันเป็สัตว์
แต่ก็เพราะว่าการที่มีศิษย์นั้นเป็ความรับผิดชอบนั้นยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่เธอจะรับไหว เพราะเห็นตัวอย่างจากท่านอาจารย์มาแล้ว เธอเป็ศิษย์เอกและศิษย์คนเดียวของเขาทุกๆเื่ของเธอ ได้รับการเอาใจใส่จากท่านอาจารย์ ทั้งอาหารการกินการใช้ชีวิตคำสั่งสอน เม็ดยาแก่นพลัง ทุกอย่างล้วน เป็หนึ่ง ทำให้เธอกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าอาจารย์
แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาในสองภพสองชาตินี้ เธอคิดแล้วว่าไม่จำเป็ที่จะต้องทำหรือนำทุกอย่างแบบอย่างอาจารย์ มาเป็แบบอย่างในชีวิตเสมอไป เธอจะเป็อาจารย์ที่สอนสั่งศิษย์ในแบบของเธอ
" จะดราม่าอะไรกันขนาดนั้น ฉันไม่ได้ลืมพวกเธอหรอกน่า ฉันแค่คิดไม่ถึงว่าเธอก็อยากเป็ศิษย์มีอาจารย์เหมือนกัน การเป็ลูกสมุนกับการเป็ศิษย์อาจารย์นั้นต่างกันนะ " ซ่งซิงเหลียนถามพวกมันเพื่อความมั่นใจ การเป็ลูกสมุนกับศิษย์อาจารย์นั้นต่างกันจริงๆ ทั้งการใช้ชีวิต และคำสั่งสอนนั้นต่างกันมาก
" ลูกสมุนคือคนที่ติดตาม แต่ก็มีอิสระในการคิด ทำอะไรก็ได้ ไม่มีพันธะ และจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเสมอ แต่สำหรับศิษย์อาจารย์นั้นเป็ความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถตัดกันได้ขาด เป็เหมือนครอบครัวที่มีความปรารถนาดีต่อกันและคิดถึงกันในทุกๆด้าน และควรไม่มีคำว่าผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องยังต้องมีความกตัญญูรู้คุณด้วย พวกเธอเพิ่งเกิดสติปัญญาได้ ฉันก็ไม่ได้คิดเื่นี้เลยไปตัดสินใจดีๆก่อน "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ " คิดดีแล้วฉันอยากเป็ศิษย์ฉันไม่ได้อยากเป็ลูกสมุนเลยนะเ้านายตัวน้อย ฉันอยากจะอยู่กับเ้านายตัวน้อย ไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะอยู่เป็หรืออยู่ตาย ก็อยากจะ ติดตามไปตลอด ทั้งสองตัวส่งเสียงอย่างมั่นอกมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง
ถึงแม้มันจะเป็สัตว์ที่กลายเป็ภูติและได้เปิดสติปัญญามาไม่นานแต่พวกมันก็รู้จักตัวเอง ดีในความรู้สึกในการได้ใช้่เวลาและชีวิตกับเ้านายตัวน้อยคนนี้ มันไม่อยากจากไปไหนเลยจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันก็ยังอยากได้ชื่อว่าเป็ครอบครัวเดียวกันกับเธอเสมอ และการที่เป็ครอบครัวได้นั้น ไม่ใช่จากการมีสายเืเดียวกันเพียงอย่างเดียว แต่เรียกว่าศิษย์และอาจารย์ได้ด้วย
แล้วเื่อะไรล่ะที่พวกมาสองตัวจะยอมให้กับภูติผีที่เจอหน้าเพียง 2 ครั้ง มาเป็ศิษย์อาจารย์กับเ้านายตัวน้อยของพวกมัน
" เอ่อท่านเซียนตัวน้อย ข้าเคยได้ยินว่ามีการรับสิทธิ์ที่เป็ภูติสัตว์ภูติดอกไม้ต้นไม้อะไรนั่นแต่ไม่เคยได้ยินว่าจะรับภูติผีเป็ศิษย์เลยนะขอรับ "
เอียนหยาหลานที่ใช้ชีวิตระหกระเหินเร่ร่อนในถ้ำมาเกือบสามพันปีถึงแม้เขาจะไม่สามารถออกไปไหนไกลๆได้แต่ก็รับรู้เื่ในโลกมนุษย์มาบ้าง ถามซ่งซิงเหลียนด้วยความไม่มั่นใจ ให้ดีใจก็ดีใจอยู่หรอกที่จะได้เป็ศิษย์ท่านเซียนแต่เขาเป็ผีนะจะเป็ศิษย์อาจารย์กันได้จริงๆหรือ
" ในโลกผู้บำเพ็ญไม่มีกฎหรอกนะ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดต่างหากที่เป็กฎจดจำเอาไว้ให้ดี " นี่อาจเป็คำสอนแรกที่เธอสอนพวกเขาทั้งสามตัวโอ้ยไม่ใช่สอง ตัวกับอีกหนึ่งิญญา เป็คำสอนที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกผู้บำเพ็ญ
ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือกฎ
คำสอนสั่งนี้เป็คำสอนแรกที่อยู่ในหัวใจของทั้งสามไม่เคยลืมมันถูกสลักลงจิติญญา เป็คำสอนที่ทำให้พวกเขาทั้งสามมีชีวิตในการบำเพ็ญ สู่วิถีทาง ที่ทำให้พวกเขาสู่จุดสูงสุดในโลกแห่งการบำเพ็ญอย่างราบรื่น และคำสอนนี้ก็ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นในศิษย์รุ่น ต่อๆมาของพวกเขา
" พูดอย่างนี้เข้าใจหรือยัง "
เมื่อมองเห็นทั้งหมดที่มองเธออย่างซาบซึ้งกับคำสอนสั่งแรกที่เธอพูด ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าในตอนนั้นที่อาจารย์สอนเธอแบบนี้มีความหมายแบบนี้ จริงๆ เพื่อให้ เธอนั้นสามารถต่อกรกับสิ่งที่ทำให้ตนเองรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมในโลกบำเพ็ญได้อย่างเด็ดขาด ในโลกผู้บำเพ็ญนั้นไม่มีสิ่งใดที่สลับซับซ้อนมากนัก เพราะคำว่าผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นคือกฎ เธอเข้าใจมันแล้วจริงๆ จนถึงวันที่เข้าสู่แดนเทพได้เธอก็ยิ่งรู้ซึ้งเลยว่าคำสอนสั่งนี้ เป็สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
คำสั่งสอนของอาจารย์
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ/เข้าใจแล้วขอรับ "
" แล้วพิธีรับศิษย์ล่ะขอรับข้าเคยได้ยินว่า ค่อนข้างจะต้องเป็พิธีการและยุ่งยากมากจริงๆ "
เอียนหยาหลานถามแทนทั้งสองตัวพี่งงงวย นี่ขนาดยังไม่ได้เป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันจริงๆ เขายังแค่มองตาก็รู้ใจ กับสองตัวนี้ แล้วนี่ถ้าเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องจริงๆ เขาอาจจะกลายเป็ล่ามแปลภาษาสัตว์แทนอาจารย์เลยก็ได้ แต่ก็ใครใช้ให้เขาเป็ภูติผีละกันล่ะ ภูติผีกับภูติสัตว์ สื่อสารกันทางจิตได้อยู่แล้ว
" การรับศิษย์ของฉันมันไม่ใช่แค่การยกน้ำชาหรอกนะ " เธอจดจำพิธีรับศิษย์ของตนเองได้เป็อย่างดี ถึงแม้จะไม่มีผู้ที่เป็พยาน แต่ฟ้าดินก็รับรู้ได้จากการที่อาจารย์จุดธูปบอกกล่าว และได้รับการตอบรับจาก์จากเหตุการณ์ อัสนีบาตสีม่วง 3 สาย ที่อวยพรลงมาเป็พลังฟ้าดินมหาศาล ย่อมแตกต่างจากการที่มนุษย์รับศิษย์เขียนพู่กันสอนสั่งหนังสืออยู่แล้ว
" เอาเป็ว่าค่อยหาสถานที่เหมาะสมก็แล้วกัน "
ตอนนั้นท่านอาจารย์ ซึ่งเป็เซียนชั้นสูงรับเธอที่เป็เซียนชั้นสูงเหมือนกันยังขนาดนั้น แล้วนี่เธอที่จิติญญาเป็เทพร่างกายเป็มนุษย์รับภูติสัตว์กับภูติิญญาเป็ศิษย์ฟ้าดินจะไม่ส่งพลังิญญาที่แปลกประหลาดมาถามไถ่หรือ
" หาสถานที่ไกลผู้คนหน่อย " เป็การป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ป้องกันอะไรน่ะหรือกันเ้าพวก 3 ตัวถูกฟ้าผ่าตายสิถ้าเกิด์ไม่เห็นด้วย แต่แล้วยังไงการรับศิษย์ย่อมเป็เธอที่ตัดสิน ด้วยความพอใจไม่ใช่์ซะหน่อยที่จะมาตัดสินให้
ไม่เห็นด้วยแล้วยังไง เธอก็จะรับทัณฑ์์แทนพวกมันเอง
" โอ้ขอรับ แล้ววันนี้ท่านอาจารย์กับศิษย์พี่ทั้งสองมาขุดสมบัติที่สุสานหรือขอรับ "
" กุ๊กๆ " ไม่ใช่ว่านายเป็ผู้พามาหรือ เสี่ยวเฟยมองเอียนหยาหลานอย่างรู้ทัน
" ศิษย์พี่ข้าน้อยไม่ได้เป็ผู้พาท่านมาเสียหน่อย ท่านเป็ผู้ที่ฉลาดรอบรู้ขนาดนี้ ข้าน้อยหรือจะกล้าพาศิษย์พี่มาในสถานที่แบบนี้ สู้หากองสมบัติใหญ่ๆ มาให้ท่านเลยดีกว่า "
" กุ๊ก " อย่ามาเ้าเล่ห์ประดิดประดอยคำพูดเลย ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายใช้ให้พวกเรา เป็มีดมาเฉือนเ้าพวกภูติผีร้ายพวกนี้ เสี่ยวเฟย ที่รู้ทันแก้วคิดจะใช้พวกเขาตัวกับเ้านายตัวน้อยมาเป็มีดจัดการเ้าพวกภูติผีร้าย ถึงแม้จุดประสงค์ก็แค่้ากำจัดเ้าพวกนี้ ที่กลืนพลังวิญญาธรรมชาติ แต่ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้เอียนหยาหลานบ้าง เพราะนอกจากที่พวกมันทั้งสองจะได้พลังิญญาจากภูติผีร้ายนี้ก็ยังได้สมบัติอีกด้วย
" ก็ข้าไม่รู้จะทำยังไงนี่ขอรับศิษย์พี่ ท่องเที่ยวไปทั่วหุบเขาแห่งนี้ หวังจะดูดพลังิญญาฟ้าดินธรรมชาติบ้าง แต่ก็ถูกป้อมปราการนั้นกับค่ายกลสุสานนี้ดูดพลังธรรมชาติฟ้าดินมาไว้ที่นี่จนเกือบหมด พวกิญญาภูติในหุบเขานี้น่ะ เรียกได้ว่าทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย ก็คงต้องหวังศิษย์พี่กับท่านเซียนอาจารย์แล้วล่ะ "
" เฮ้อพวกเธอสองตัวกับหนึ่งิญญา ก็เรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องกันแล้ว เสี่ยวเฟยเป็ศิษย์พี่เสี่ยวฝานเป็ศิษย์พี่รองและเ้าเอียนหยาหลาน ก็เป็ศิษย์คนลำดับสามก็แล้วกัน เรียกกันคล่องปากซะขนาดนี้ " มองดูพวกมันทั้งสามที่เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยแล้ว เธอก็สบายใจดูเหมือนว่านอกจากการเข้ากันของนิสัยแล้วยังมีเื่ที่สามารถเข้ากันได้อีกก็คือ
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ " พวกเรารีบ ขุดสมบัติกันเถอะ
" ศิษย์พี่ข้าได้ยินว่าพวกภูติผีนี้ มีสมบัติมากมายมหาศาลซะยิ่งกว่าในถ้ำอีกนะขอรับ "
" จิ๊บๆๆ " เ้าสามนายรู้ได้ยังไง
" ก็แหมข้ายอมติดตามข่าวสารบ้าง " เอียนหยาหลานพูดด้วยความภาคภูมิใจกับนิสัยชอบซุบซิบนินทา และช่างเผือกสอดรู้สอดเห็นของตัวเอง มาแต่ไหนแต่ไร และตัวเขาเองก็ยอมรับนิสัยนี้ ที่ไม่สามารถแก้ได้ของตัวเอง
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ" เ้ามีนิสัยชอบกินแตงนี่เอง
ดีล่ะต่อไปนี้พวกเขามีเพื่อนกินแตง มาเพิ่มอีกแล้ว