ทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ

    บทที่ 37 กลุ่มชายฉกรรจ์

    บทที่ 37 กลุ่มชายฉกรรจ์

    ​

    ​นายท่านเฉียนไม่พอใจ "ของไร้ประโยชน์!"

    ​

    ​หัวหน้าพ่อครัวสะดุ้ง "หากมีรายละเอียดวิธีการทำ ข้าก็ทำได้ขอรับ"

    ​

    ​นายท่านเฉียนขมวดคิ้วมุ่นแล้วกล่าวกับเสี่ยวฮั่วจี้ว่า "อีกเดี๋ยวเจ้าไปหาแม่นางผู้นั้น ถามนางว่าขายวิธีการทำราคาเท่าไหร่ ให้เงินนางสิบตำลึงเพื่อซื้อกลับมา"

    ​

    ​เสี่ยวฮั่วจี้ทำหน้าลำบากใจ "เถ้าแก่ หากนางไม่ขายเล่าขอรับ"

    ​

    ​"เจ้าจัดการเอาเองเถอะ อย่างไรเสียข้าต้องได้สิ่งนี้มา ในเมืองสือหลี่แห่งนี้ ยังไม่มีสิ่งใดที่นายท่านเฉียนผู้นี้อยากได้แล้วไม่ได้"

    ​

    ​"ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว"

    ​

    ​***

    ​

    ​ทางด้านเจียงเหลียนจูมีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ผ่านไปไม่นานก็ขายได้เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงสองสามจินที่เป็นเนื้อข้นซึ่งแบ่งขายเป็นส่วน ๆ ได้ยาก หากจะซื้อต้องซื้อยกจิน และราคาก็ค่อนข้างสูง จึงยังเหลืออยู่นิดหน่อย

    ​

    ​เจียงเหลียนจูมองไปรอบ ๆ เห็นว่าเกือบทุกร้านเตรียมเก็บของแล้ว ตลาดเช้ากำลังจะเลิกนางจึงเตรียมเก็บร้านเช่นกัน ส่วนที่เหลือนี้จะนำกลับไปให้ลูก ๆ ทานก็ได้ หรือจะนำมาขายพรุ่งนี้ก็ย่อมได้ เพราะยังไงก็ไม่เสียอยู่แล้ว

    ​

    ​ทันใดนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาจนหอบแฮก "แม่นาง แม่นาง! ข้ามาสายแล้ว มาสายแล้ว ยังมีชิวหลีเกาเหลืออยู่หรือไม่ขอรับ"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูมองดูก็พบว่าเจ้าหนุ่มท่าทางกระฉับกระเฉงคนนี้คือลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อยกจินเมื่อวานนี้

    ​

    ​"ยังมีอยู่เจ้าค่ะ แต่แบบเมื่อวานหมดแล้ว เหลือแต่แบบราคาแพงสามจิน จินละห้าร้อยอีแปะ สรรพคุณจะดียิ่งกว่าเจ้าค่ะ"

    ​

    ​"เอาขอรับ! เอาทั้งหมดเลย! ห่อให้ข้าให้หมดเลยขอรับ!"

    ​

    ​เซี่ยงโย่วมีธุระจึงมาสายไปก้าวหนึ่ง ชิวหลีเกาที่ซื้อกลับไปเมื่อวาน หลังจากที่นายท่านทานแล้ว อาการไอเบาลงอย่างมาก เช้านี้เขาตั้งใจจะมารอซื้อเพิ่มอีกจำนวนมาก แต่กลับถูกเรื่องอื่นดึงเวลาไป

    ​

    ​โชคดีที่ยังมาทัน

    ​

    ​ราคาแพงหน่อยไม่เป็นไร หากสรรพคุณดียิ่งขึ้นก็ยิ่งดี

    ​

    ​เจียงเหลียนจูจึงห่อให้เขาทั้งหมด

    ​

    ​เก็บเงินได้หนึ่งตำลึงสี่ร้อยอีแปะ เนื่องจากไม่ครบสามจิน

    ​

    ​เมื่อคำนวณยอดรวมทั้งหมดแล้ว ขายได้เงินประมาณแปดตำลึงกว่า ๆ

    ​

    ​ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าดีใจจนเนื้อเต้น แต่ยังคงอดทนไว้ เพราะรู้ว่ามีคนจำนวนมากแอบมองพวกเขาด้วยความอิจฉา

    ​

    ​เจียงเหลียนจูเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมา

    ​

    ​ในเมื่อผลตอบรับดีเช่นนี้ นางสามารถทำในปริมาณมากได้ ไม่เพียงแต่ขายในเมืองเท่านั้น แต่นางยังสามารถนำไปขายในตัวอำเภอได้อีกด้วย

    ​

    ​แม่ลูกช่วยกันเก็บร้าน วันนี้ไม่มีสิ่งใดที่ต้องซื้อ จึงซื้อขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ แล้วเตรียมตัวกลับบ้าน

    ​

    ​ขณะเดินไปถึงปากตรอกซอยแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นมีชายฉกรรจ์หลายคนเดินเข้ามาขวางหน้าแม่ลูกเอาไว้

    ​

    ​"แม่นาง... รอเดี๋ยว"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูอุ้มหนานเป่าตัวน้อย พร้อมกับปกป้องต้าเป่าและเอ้อร์เป่าไว้ข้างหลัง

    ​

    ​นางจ้องมองคนเหล่านั้นที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเจตนาไม่ดี

    ​

    ​มีทั้งหมดสี่คน น่าจะเป็นพวกนักเลงหัวไม้

    ​

    ​"พวกเจ้ามีธุระอะไร"

    ​

    ​ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าต่างตื่นตระหนก พวกเขากำลังสังเกตว่ามีความเป็นไปได้ที่จะหนีออกไปตามคนมาช่วยหรือไม่

    ​

    ​หัวหน้านักเลงยิ้มระรื่นแล้วกล่าวว่า "แม่นางกับเด็กน้อยทั้งสามอย่าได้ตื่นตระหนกไป พวกข้ามาเพื่อตกลงเรื่องการค้ากับเจ้า วันนี้พวกเจ้าขายชิวหลีเกาในตลาดใช่หรือไม่เล่า นายท่านของพวกข้าได้ทานชิวหลีเกาของเจ้าแล้วรู้สึกว่ารสชาติดียิ่งนัก จึงคิดว่าจะสามารถซื้อสูตรลับของเจ้าได้หรือไม่ เจ้าเห็นว่าอย่างไร?"

    ​

    ​ซื้อสูตรหรือ?

    ​

    ​ไม่ต้องพูดถึงว่านางจะขายหรือไม่ ต่อให้ขายมันก็คือการค้าขาย แต่กลับส่งพวกนักเลงหัวไม้มาเจรจาเช่นนี้หรือ?

    ​

    ​นี่คือจะซื้อหรือตั้งใจจะปล้นกันแน่?

    ​

    ​เจียงเหลียนจูเคยชินกับสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่มีความตระหนกแม้แต่น้อย นางยิ้มเย็นแล้วกล่าวว่า "แล้วพวกเจ้าตั้งใจจะให้เงินกี่ตำลึงเพื่อซื้อสิ่งนี้เล่า"

    ​

    ​หัวหน้านักเลงตอบว่า "ย่อมต้องเป็นราคาสูง ไม่ทำให้แม่นางต้องเสียเปรียบแน่นอน นายท่านของพวกข้าให้ห้าตำลึง"

    ​

    ​เอ้อร์เป่ากำหมัดแน่นแล้วกล่าวว่า "นี่พวกเจ้าฝันกลางวันอยู่หรือ ห้าตำลึงคิดจะซื้อวิธีการทำของท่านแม่ข้า"

    ​

    ​วันนี้พวกนางขายได้เงินแปดตำลึงกว่า ๆ ในวันเดียว หากตีว่าวันละแปดตำลึง สิบวันก็แปดสิบตำลึงแล้วเงินห้าตำลึงนี่กะจะเอามาให้ขอทานหรืออย่างไร

    ​

    ​เจียงเหลียนจูกล่าวว่า "ได้ยินหรือไม่? ลูกชายข้ายังว่าน้อยเกินไป ท่าทางของพวกเจ้าคงไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อมันจริง ๆ สินะ"

    ​

    ​หัวหน้านักเลงกล่าวอีกว่า "ตกลง ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าว พวกข้าให้สิบตำลึง ถือว่ามีความจริงใจแล้ว หากสิบตำลึงยังไม่พอ เช่นนั้นแม่นางคงจะไม่อยากรับน้ำใจ แต่คงต้องยอมรับโทษแทนสินะ"

    ​

    ​ตอนแรกที่บอกว่าห้าตำลึง เพราะต้องการยักยอกไว้ห้าตำลึง คิดว่าหญิงชาวบ้านที่พาลูกน้อยมาด้วยสามคน เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ข่มขู่เข้าหน่อยก็น่าจะยอมตกลง

    ​

    ​นึกไม่ถึงว่าแม่นางผู้นี้จะนิ่งได้เพียงนี้ แถมลูกชายยังกล้าเถียงไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่พวกเขาคิด

    ​

    ​จึงจำต้องบอกราคาเต็มของหอสุราอิ๋งเค่อ

    ​

    ​เงินสิบตำลึงในสายตาของชาวบ้านที่ไร้ประสบการณ์ ย่อมต้องเป็นเงินก้อนโตแน่นอน!

    ​

    ​นำกลับบ้านไปสามารถซื้อที่ดินได้หนึ่งหมู่เลยทีเดียว

    ​

    ​ใครจะรู้ว่าเอ้อร์เป่ากลับตอบสั้น ๆ เพียงว่า "ไม่ขาย!"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูยังคงอุ้มหนานเป่าตัวน้อยและเสริมขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า "เอ้อร์เป่าเราจะพูดตัดรอนเกินไปไม่ได้ หากพวกเขาให้หนึ่งพันตำลึง ข้าก็อาจจะพิจารณาดูบ้าง"

    ​

    ​พวกนักเลงเริ่มโมโห

    ​

    ​"หนึ่งพันตำลึง! นังเด็กนี่เจ้าล้อพวกข้าเล่นหรือ สูตรลับบ้าบออะไรจะราคาถึงหนึ่งพันตำลึง ให้สิบตำลึงก็นับว่าให้เกียรติพวกเจ้ามากแล้ว"

    ​

    ​"พี่ใหญ่ อย่าเสียเวลากับนางเลย มัวแต่ชักช้าหากไม่ให้ก็จับพวกนางขังไว้จนกว่าจะยอมให้"

    ​

    ​"ลุยเลย! หรือไม่ก็ฉุดลูกน้อยไปสักคน ดูซิว่านางจะยอมให้ดี ๆ หรือจะยอมเสียลูกไป"

    ​

    ​...

    ​

    ​เจียงเหลียนจูหรี่ตาลง

    ​

    ​คิดจะเอาสูตรลับของนาง นางยังทนได้ แต่คิดจะแตะต้องลูกของนาง ขอโทษด้วย เรื่องนี้นางทนไม่ได้

    ​

    ​"เข้ามาปล้นสิ!" นางตวัดเท้าเตะออกไปทีหนึ่ง เข้ากลางอกของนักเลงคนที่บอกว่าจะฉุดลูกพอดี

    ​

    ​นักเลงผู้นั้นถูกเตะกระเด็นไปหลายก้าว!

    ​

    ​หลังจากทรงตัวได้ก็กระอักเลือดออกมาคำโต

    ​

    ​"นังผู้หญิงใจยักษ์ลงมือโหดเหี้ยมยิ่งนัก พี่ใหญ่ ซี่โครงข้าหักไปสองซี่แล้ว"

    ​

    ​"บัดซบ ข้าว่าทำไมถึงกล้าขนาดนี้ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ พี่ใหญ่ พวกเราลุยพร้อมกันเลย!"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูวางหนานเป่าลง ชายฉกรรจ์สามสี่คนรุมเข้ามา ร่างกายนี้ของนางเพิ่งฝึกได้เพียงสองสามวันกำลังยังไม่แข็งแกร่งนัก เมื่อครู่ที่เตะซี่โครงคนนั้นหักได้เป็นเพราะการจู่โจมทีเผลอ ตอนนี้ต้องสู้กับคนสามสี่คน หากอุ้มหนานเป่าไว้คงไม่สะดวก

    ​

    ​"พวกเจ้าพาน้องไปรอข้าในตรอกก่อน" นางสั่งต้าเป่า

    ​

    ​เอ้อร์เป่ากังวลจึงไม่อยากไป "ท่านแม่ ข้าจะช่วยท่านแม่ ข้าไม่ไปขอรับ"

    ​

    ​ต้าเป่าถามเจียงเหลียนจู "ท่านไหวหรือไม่ขอรับ?"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูพยักหน้า "เชื่อแม่เถอะ คนเลวแบบนี้ ต่อให้มาเพิ่มอีกเท่าตัว แม่ก็จัดการได้"

    ​

    ​ต้าเป่าตอบรับคำหนึ่งแล้วลากน้องชายและน้องสาวเดินเข้าไปในตรอก หากอยู่ที่นี่จะทำให้ท่านแม่ออกหมัดออกเท้าไม่สะดวก

    ​

    ​"ท่านพี่ ข้าไม่อยากทำแบบนี้ หากพวกเขาทำท่านแม่บาดเจ็บจะทำอย่างไร ข้าต้องปกป้องท่านแม่ ข้าเป็นลูกผู้ชาย ต่อให้สู้ไม่ได้ข้าก็สามารถแอบหนีออกไปตามคนมาช่วย" เอ้อร์เป่ายังคงไม่ยอมไป แต่ก็ถูกต้าเป่าลากตัวไปอย่างฝืน ๆ

    ​

    ​เมื่อเด็กทั้งสามคนจากไป พวกนักเลงหัวไม้ก็กรูเข้ามาทันที

    ​

    ​"นังตัวดี ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหนถึงขนาดทำให้พี่น้องข้าบาดเจ็บ เงินที่พวกเจ้าขายชิวหลีเกาได้ในวันนี้ต้องทิ้งไว้ให้ข้าให้หมด และต้องกราบขอโทษพี่น้องข้าด้วย หากรู้จักกาลเทศะก็ต้องปรนนิบัติพวกข้าให้มีความสุขเสียด้วย"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ ที่คุณอ่าน