การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 49 ประตูที่ไม่มีวันพังทลาย

    บทที่ 49 ประตูที่ไม่มีวันพังทลาย

     

     

     

                ทุกคนต่างตกตะตึงเป็นอย่างมากที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจะเอาใจประชาชนถึงขนาดนี้ ไม่แบ่งชนชั้นกันเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ถึงจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจะกล่าวออกมาแบบนั้นทุกคนก็ควรที่จะทำความเคารพเขาอยู่ดี

     

                ชิว ซานฟู่ ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ท่านพี่ พวกเราอยากเห็นประตูบานนั้นจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วพวกเรารีบไปต่อกันเถอะ”

     

                ทั้งกลุ่มก็ได้เดินตรงไปยังประตูเมืองต่อไปโดยที่ยังมีเหล่าประชาชนคอยก้มหัวเคารพอยู่เช่นเดิม ทั้งๆที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้ประกาศออกไปว่าไม่จำเป็นที่จะต้องก้มหัวให้เขาแล้วก็ตาม

     

                ในที่สุดทุกคนก็ได้มาถึงยันหน้าประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้ามที่ถูกชิว เหวินเจี้ยน เป็นคนสร้างมันขึ้นมาให้ใหม่ แถมลวดลายที่ดูสวยงาม และแร่ที่ผลิตมันขึ้นมาเป็นแร่ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นที่ไหนเลยอีกด้วย

     

                เมื่อ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเดินมาถึงหน้าประตู เขาก็ได้กล่าวออกมาอย่างรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก “นี่มัน...ขนาดข้ายังไม่ได้เข้าไปใกล้มันยังรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กำลังแผนเผาร่างกายของข้าอย่างไรอย่างนั้น และถ้าข้าได้ไปสัมผัสกับมันโดยตรงจะขนาดไหนกัน!”

     

                ไม่ใช่เพียงแค่ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นทุกคนที่อยู่ใกล้ๆกับประตูเมืองก็รู้สึกได้เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ ชิว หลิงซี ที่ในตอนนี้นางมีพลังเยอะที่สุดในดินแดนแห่งนี้ ยังรู้สึกเหมือนกับตนเองกำลังโดนแผดเผาอยู่แสงแดดจากพระอาทิตย์ที่ได้ส่องกระทบกับประตูบานนี้จะเพิ่มความร้อนให้มันเป็นอย่างมาก แล้วอย่างนี้ จะมีผู้ใดสามารถเข้าใกล้มันได้กัน

     

                ชิว ซานฟู่ ที่อยากจะลองความแข็งแกร่งของประตูบานนี้ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าจะขอลองทำลายมันเป็นคนแรกเองพวกท่านได้โปรดถอยกลับไปก่อน”

     

                ทุกคนที่ติดตามเขามาได้ถอยห่างออกไประยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้โดนลูกหลงเข้า

     

                ชิว ซานฟู่ ในรอบนี้เขาได้อัดพลังของตนเองบวกเข้ากับพลังกายและปล่อยหมัดออกไปสุดพละกำลัง เพื่อหวังจะทำลายประตูที่ ชิว เหวินเจี้ยนเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

     

                ตู้ม!!

     

                อากาศโดยรอบต่างบิดเบือนเนื่องจากแรงปะทะที่ทรงพลังมหาศาลของพลังยุทธ์ขั้นที่9เขตแดนเมฆาแท้จริง แต่ก็ไม่ทำให้ผู้ใดได้รับผลกระทบ เนื่องจากจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้กลางบาเรียป้องกับเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

     

                ทุกคนต่างใจจดใจจ่ออยู่ที่ประตูบานนั้นว่ามันจะพลังทลายลงไปหรือไม่ แต่ผลสรุปที่ได้คือ ประตูเมืองไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่นิดเดียวยังมีรูปร่างเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จะมีก็แต่ ชิว ซานฟู่ ที่หมดแรงลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทำให้เห็นว่าเขาใช้พลังสุดตัวเพื่อหวังผลไปแล้วในหมัดเดียว แต่ประตูก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

     

                เมื่อจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเห็นดังนั้นก็ถึงกลับกลืนน้ำลาย ‘นี่มันประตูอะไรกันเนี่ยขนาดพลังที่แทบจะพังทลายบาเรียของข้า กลับยังไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับมันได้แล้วอย่างนี้จะมีใครทำอะไรมันได้อีกแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันแข็งแกร่งกว่าประตูเมืองที่ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาก่อนหน้านี้...เจ้าหนุ่มนั่น มันสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้จริงๆอย่างนั้นหรือ!!’

     

                เป็น จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่กล่าวออกมาหลังจากที่ ชิว ซานฟู่ ได้ใช้พลังของตนเองไปจนหมด “ข้าจะเป็นคนต่อไปเอง แม่นางโปรดช่วยสร้างม่านพลังป้องกันผู้คนในดินแดนของข้าด้วย”

     

                เมื่อ ชิว หลิงซี ได้ยินดังนั้น นางก็เลยใช้ม่านพลังที่ดูทรงพลังเป็นพิเศษมันมีสีแดงและลวดลายที่ลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก และที่สำคัญมันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมังกร!

     

                ผู้คนโดยรอบต่างรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยในทันทีเพราะม่านพลังอันนี้แค่เพียงมองผ่านๆก็ทำให้รู้สึกถึงความสงบ และไม่มีวันที่จะพังทลายง่ายๆอย่างแน่นอนจึงทำให้ทุกคนต่างคิดอย่างเดียวกันว่า ทรงพลังเป็นอย่างมาก!

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเมื่อเห็นว่าม่านพลังอันนี้ยังไงก็แข็งแกร่งกว่าพลังยุทธ์ของตนเองเขาจึงสบายใจขึ้นมาและคิดว่าจะอัดให้สุดพลังเช่นเดียวกับที่ ชิว ซานฟู่ทำก่อนหน้านี้

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้เริ่มทำการรวบรวมพลังไว้ในมือโดยไม่ใช้อาวุธใดๆเพราะกลัวว่าเมื่อใช้พลังเต็มที่ อาวุธเหล่านั้นอาจจะพังทลายขึ้นมา เขาจึงใช้เพียงแค่หมัดเปล่าๆเช่นเดียวกับ ชิว ซานฟู่

     

                ตูม ตูม ตู้มม~!!!!

     

              พลังที่มหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาปะทะเข้ากับประตูเมืองขนาดใหญ่สีแดงฉานที่มีความร้อนแผดเผาออกมาอยู่ตลอดเวลา แต่ผลที่ได้ก็ออกมาเช่นเดียวกับ ชิวซานฟู่ ที่เขาได้ใช้พลังไปก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ ประตูไร้รอยขีดข่วนใดๆ แต่ทว่าผู้ที่ใช้พลังเข้าไปปะทะกับมัน กลับหมดแรงจนทรุดตัวลงกับพื้น เหมือนกัน นั่นเอง

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่ยังคงสติของตนเองเอาไว้ได้ ก็กล่าวออกมาอย่างเบามากเหมือนคนที่ไม่มีแรงจะพูดอะไรได้อีกแล้ว “ข้าไม่สามารถที่จะสัมผัส....”

     

                และแล้ว เขาก็ได้หมดสติไปเช่นเดียวกับชิว ซานฟู่ นั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน