[จบ] เจ้าสำนักสาวไลฟ์สดปลดล็อกพลังสวรรค์

    บทที่ 33 แผนกพิเศษ

    บทที่ 33 แผนกพิเศษ


            ตอนนั้นเอง โซเชียลมีเดียทั้งหมดแทบจะระเบิด


            ไลฟ์ของฉินเหยียนจินทะยานติดท็อปรายการค้นหายอดนิยมแบบติดจรวด แฟน ๆ เอาคลิปไลฟ์ของเธอมาตัดช่วงน่าสนใจแล้วโพสต์ลงหลายแพลตฟอร์ม คนที่ผ่านมาเห็นก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ


            [เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์กราฟิกมาได้ไกลถึงขนาดนี้แล้วเหรอ?]


            [นี่มันไม่ใช่หนังใช่ไหม?]


            [วันนี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเห็นคลิปนี้บ่อยมาก หนังใหม่จะฉายหรือเปล่า? ใครเล่นเป็นพระเอกนางเอกเนี่ย?]


            แฟน ๆ ของฉินเหยียนจินรับหน้าที่อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในไลฟ์ทันที


            [นี่ไม่ใช่หนัง แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง วันนี้อาจารย์ฉินลงโทษคนร้ายด้วยตัวเอง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็กำลังรื้อคดีไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อนออกมาสืบสวนใหม่ อีกไม่นานความจริงจะเปิดเผย]


            [ทุกคนไปดูเร็วเข้า ครอบครัวไป๋ถึงขั้นออกประกาศตัดความสัมพันธ์กับไป๋หลีแล้ว แถมเธอยังโดนตำรวจจับไปแล้วด้วย]


            [สลัดหางรักษาชีวิตงี้เหรอ? คิดว่าตัดความสัมพันธ์แล้วตระกูลจะรอดจริงดิ มันไม่ง่ายขนาดนั้นไหม ฉินเหยียนจินบอกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ดูไลฟ์อยู่ตอนนั้นไว้ด้วยว่าให้ไปตรวจสอบเพิ่ม เจ้าหน้าที่ที่ชื่อเนี่ยอวิ๋นอะไรสักอย่าง พนันได้เลยว่าเรื่องใหญ่แน่นอนหลังจากนี้]


            [ตระกูลไป๋ยังมีศัตรูเยอะมาก ไม่กี่ปีก่อนครอบครัวของเด็ก 2 ขวบที่ไป๋หลีโดนกล่าวหาว่าฆ่าก็พัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย ผูกขาดการค้า เลี่ยงภาษี แต่โดนโทษไปนิดเดียว คราวนี้ต้องโดนขุดมาตัดสินใหม่แน่นอน]


            [ทางหลี่ชิงจู๋ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ฉันรู้จักคนนี้ บ้านอยู่ใกล้ ๆ กัน ตอนไปรอเอาข้าวแถวหน้าบ้านเห็นว่าสภาพเหมือนหมาข้างถนนเลย ร้องกรี๊ดเพราะถูกพ่อตี น่าเสียดายที่ตำรวจมาจับก่อนเลยถูกพ่อตบไปสองสามครั้งเอง]


            [นี่ไม่ได้สนใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้เรื่องไฟมากกว่า นั่นไฟไหม้จริงไหม ทำไมไม่เห็นมีแผลอะไรเลย มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ดูทรงแล้วไม่น่าใช่หมอดูนะ น่าจะเป็นนักมายากลมากกว่า]


            [เรื่องที่อยู่ ๆ ก็แก่ลงนี่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำได้ไง แต่แค่มองก็ขนลุกแล้ว]


            มีคนมากมายที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่แม้ว่าพยายามจะย้อนดูคลิปสักกี่รอบก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าฉินเหยียนจินทำอย่างไร


            แต่การที่พวกเขาไม่รู้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครรู้เลย


            ทางการมีหน่วยที่ทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะที่เรียกว่าแผนกพิเศษอยู่ด้วย


            เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบกับเรื่องเหนือธรรมชาติโดยเฉพาะ และทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่คนทั่ว ๆ ไป


            ความพิเศษของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ใช่เพราะมีพลังพิเศษ แต่ยังเป็นยอดฝีมือที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญศาสตร์หลายด้านที่แตกต่างกันออกไป


            อย่างเช่นฉินเหยียนจินที่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาของลัทธิเต๋า


            ในแผนกพิเศษมียอดฝีมือหลากหลายแขนง นักเล่นแร่แปรธาตุ นักพรตเต๋า และอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้หยั่งรู้อนาคต เคล็ดวิชาเต๋ายังแบ่งออกเป็นหลายศาสตร์หลายประเภทที่อธิบายได้ไม่หมด ยากจะหยั่งรู้


            เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่ฉินเหยียนจินทำก็ได้แต่อ้าปากค้าง


            “เหล่าต้า ผมประเมินพลังที่แท้จริงของคนคนนี้ไม่ได้เลย”


            ชายคนหนึ่งเลิกคิ้วอย่างใช้ความคิด


            หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้น “อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องนี้ คอยตามดูไปก่อนสักระยะหนึ่ง ถ้าเป็นยอดฝีมือจริง ๆ และไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายก็หาวิธีทำความรู้จัก แต่ถ้าไม่ใช่คนดีก็จัดการซะ”


            “ครับ”


            เที่ยงคืนวันนั้น ฉินเหยียนจินก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง


            ครั้งนี้เธอได้รับพลังมากมาย สามารถฝึกวิชาไปสู่ขั้นที่หกได้ในครั้งเดียว เหลือเพียงสามขั้นเท่านั้นก็จะสามารถผ่านระดับพื้นฐานไปได้


            ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ


            อายุขัยที่ริบมาเป็นการลงโทษดันกลายมาเป็นของเธอเอง เวลานี้เธอได้อายุขัยเพิ่มมาอีกแปดสิบปี


            ว่ากันตามตรง เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไรมากนัก


            ฉินเหยียนจินฝึกฝนศาสตร์ลับแห่งสวรรค์เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นมนุษย์ หากความสามารถของเธอแข็งแกร่งขึ้น อายุขัยที่มีก็สามารถเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ด้วยระดับพลังในตอนนี้ เธอสามารถมีอายุขัยได้ถึงสามร้อยปี


            ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับอายุขัยที่ริบมาได้


            ฉินเหยียนจินถอนหายใจ มองดูสิ่งต่าง ๆ ท่ามกลางความมืด นับตั้งแต่เริ่มทำการฝึกฝนจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเธอก็ไวขึ้นมาก และความมืดในเวลานี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการมองเห็นแต่อย่างใด


            ตอนนี้กระเพาะของเธอส่งเสียงร้องประท้วงจนต้องยกมือขึ้นมาจับท้องอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองขึ้นมา “ค่ำขนาดนี้แล้ว แต่ดูเหมือนวันนี้จะลืมเรื่องอาหารการกินไปเลย”


            ตั้งแต่อาจารย์จากไป ชีวิตของเธอก็ไม่ได้เป็นระเบียบนัก กินข้าวไม่ครบสามมื้อ ฟังดูเป็นอะไรที่น่าเศร้ามาก


            ระหว่างที่กำลังจัดการยืดเส้นยืดสายอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากด้านข้าง เมื่อก้มหน้ามองก็พบว่าเป็นถูเฟย ต้ายาและเอ้อร์ต้านที่กำลังจ้องมาทางนี้


            ดวงตากลมโตเป็นประกายของมันเผยให้เห็นถึงความสงสัยใคร่รู้


            และที่สำคัญ...


            พวกมันพากันเอียงคอมอง


            สีหน้าของเธอมืดครึ้ม ก่อนจะขึ้นเสียงอย่างดุเดือด “แกสามตัวไม่ได้ช่วยดูแลบ้าน แต่มารอรับพลังอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ?”


            ถูเฟยกระพือปีกอย่างไม่รับรู้ ขณะปีกที่โค้งเล็กน้อยขยับไปมา เส้นขนของต้ายาและเอ้อร์ต้านก็ปลิวไปตามแรงลม


            เมื่อฉินเหยียนจินกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างดวงตาเธอก็มองไปยังปีกของถูเฟยและนิ่งไป


            สามวันก่อนนกตัวนี้เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกระดูกทั้งตัวโดยเฉพาะที่ปีก มองแล้วไม่น่าจะรอดได้เลย


            และถึงจะรักษาจนหายก็ไม่มีทางที่จะบินได้อย่างเดิมแน่นอน


            เมื่อคิดอย่างนั้นฉินเหยียนจินก็คว้าปีกของถูเฟยมาสำรวจอย่างระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่าแผลของมันหายดีแล้ว ตอนนี้แผลดูเป็นเนื้อสีชมพูอ่อน ๆ เท่านั้นซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมาก


            เธอรู้ว่าปราณวิญญาณจะช่วยให้ถูเฟยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเร็วได้ถึงขนาดนี้


            “ดีขึ้นมาแล้วนี่ อีกไม่กี่วันคงจะหายดีแล้ว เอาละ นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันจะไปหาข้าวกิน” ฉินเหยียนจินวางถูเฟยลงแล้วยืนขึ้น


            ประตูเปิดออกดังเอี๊ยดอ๊าด เห็นถงโจวโจวกับเซียวเข่อลอยไปมาอยู่ด้านหน้า


            “อาจารย์ ในที่สุดคุณก็ออกมาแล้ว” ถงโจวโจวเดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจบนใบหน้า


            ฉินเหยียนจินพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “ถงโจวโจว ฉันจะให้เวลาคุณสองวันในการบอกลาครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วฉันจะส่งคุณไปสู่สุคติค่ะ”


            “ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ฉันจะรีบกลับมาให้ตรงเวลา” ถงโจวโจวดีใจมากและรีบเอ่ยขอบคุณ


            ฉินเหยียนจินมองไปทางเซียวเข่อ “ฉันจะส่งคุณไปตอนนี้ มีอะไรจะแย้งไหมคะ?”


            เซียวเข่อตกใจมาก เธอไม่กล้าโต้แย้งแล้วส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนก “ไม่ ไม่มีค่ะ!”


            “เอาละ ฉันจะส่งคุณไปตอนนี้เลย”


            ระหว่างที่พูด ฉินเหยียนจินก็ขยับมือทำท่าทางซับซ้อนและท่องอะไรบางอย่าง ไม่นานนักสายลมรอบ ๆ ก็พัดเร็วแรงขึ้นเรื่อย ๆ หมุนวนคล้ายหลุมดำที่เกิดขึ้นกลางอากาศ


            กระแสลมหมุนขยายออกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดก็กลายเป็นประตูเปิดไปสู่ปรโลก


            “ไปเถอะ ไปสู่ที่ที่คุณควรจะไป”


            เซียวเข่อลอยไปทางนั้นด้วยอาการสั่นเทา หันกลับมามองโลกที่เต็มไปด้วยสีสันอย่างอาวรณ์เป็นครั้งสุดท้าย เม้มริมฝีปาก ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วจากไป


            เมื่อเธอจากไป กระแสลมหมุนก็ค่อย ๆ ปิดลง และโลกก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบดังเช่นก่อนหน้า


            ทันใดนั้น ลำแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองจากฟ้าก็ส่องมาที่ฉินเหยียนจิน และปกคลุมร่างเธอเอาไว้ด้านในนั้น


            ร่างทั้งร่างของเธอถูกอาบไล้ไปด้วยแสงสีทองเหล่านั้นที่ราวกับจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและความทุกข์ทั้งปวงให้หายไป เธอดูสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ด้วยร่างอมตะที่ยากจะละสายตา


            เธอเพิ่งผ่านขั้นหกมาได้ไม่นาน แต่ตอนนี้กลับขึ้นไปถึงขั้นเจ็ดแล้ว


            ไม่คาดคิดว่าแค่ส่งวิญญาณดวงเดียวไปสู่ปรโลกกลับได้ประโยชน์มากถึงขนาดนี้ ต่อไปถ้ามีผีหลงทางมา เธอคงจะช่วยแบบนี้อีก


            ในวันนี้มีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นทั้งนั้น!


            คืนนั้นฉินเหยียนจินทำอาหารถึงสองอย่าง หลังจากกินอาหารเรียบร้อยก็เริ่มเอากระดาษมาสร้างยันต์


            เธอใช้เวลาหนึ่งคืนในการสร้างยันต์ขึ้นมาถึงสองร้อยแผ่น ซึ่งทั้งหมดเป็นยันต์ทั่ว ๆ ไป ไม่ได้ให้คุณสูงมากนัก


            การเขียนยันต์ในคืนนี้จึงไม่ได้เปลืองปราณวิญญาณเท่าไร


            เธอเก็บยันต์เหล่านั้นเข้าที่ทีละแผ่น “ช่วงนี้คนต้องขึ้นเขามาที่สำนักเยอะขึ้นแน่นอน พรุ่งนี้เอายันต์พวกนี้ขายที่ด้านหน้า ถ้าคนที่มาถึงมีแต่คนที่ถูกชะตาลิขิตไว้ก็น่าจะขายออกไปได้อย่างง่ายดายใช่ไหมนะ?”


            เพราะวีรกรรมในไลฟ์ครั้งที่ผ่านมาของฉินเหยียนจิน ทำให้มีคนไม่น้อยที่ต้องการจะมาที่สำนักเพื่อชื่นชมเธอโดยตรง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เจ้าสำนักสาวไลฟ์สดปลดล็อกพลังสวรรค์ ที่คุณอ่าน