การโจมตีพร้อมกันด้วยพลังทั้งหมด ถึงแม้จะเหมือนกับราชสีห์ต่อสู้กับกระต่ายแต่นักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลซุนก็ไม่มีใครดูถูกความสามารถของเย่เทียน
อย่างไรก็ตาม
ก่อนที่ซุนคงและคนอื่นๆ จะทันได้ลงมือ เย่เทียนก็ฉวยโอกาสลงมือก่อน
“พรสวรรค์ด้านความเร็ว!”
“พรสวรรค์ด้านพละกําลัง!”
“กระบวนท่าดาบ เงาสังหาร!”
แม้ว่าเย่เทียนจะยังไม่ได้โจมตีด้วยกําลังทั้งหมดแต่พลังที่เขาปลดปล่อยออกไปนั้นก็ไม่สามารถดูถูกได้
จุดสำคัญคือความเร็วของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมาก เขาเร็วกว่าเสียงถึง 12เท่า แม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถหลบได้ทัน
พรูด!!!
นักรบผู้เชี่ยวชาญสองคนถูกเย่เทียนตัดหัวด้วยดาบเดียวและเสียชีวิตลงทันที
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพริบตา
เมื่อซุนคงและคนอื่นๆ ได้สติพวกเขาพลันพบว่าพวกเขาได้สูญเสียนักรบผู้เชี่ยวชาญไปแล้วสองคนและในตอนนี้ก็เหลือนักรบผู้เชี่ยวชาญอยู่เพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น
“ความเร็วนี้...”
การแสดงออกของซุนคงเปลี่ยนไปอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ความเร็วของระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้วแต่เป็นความเร็วเช่นเดียวกับระดับปรมาจารย์ ซึ่งเร็วกว่าพวกเขามาก
“ต้องเป็นพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับสูงอย่างแน่นอน!”
ซุนคงพึมพำออกมาด้วยความอิจฉา
คนคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์พิเศษก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว ยกตัวอย่างเช่นแม้ว่าตระกูลซุนจะทำเรื่องน่ารังเกียจโดยการบังคับให้บุตรหลานแต่งงานกันเองภายในตระกูลเพื่อรักษาพรสวรรค์ด้านดาบเอาไว้แต่ตระกูลอื่นๆ ก็ยังอิจฉาพวกเขา
แต่หากคุณมีพรสวรรค์พิเศษถึงสองอย่างแน่นอนว่าคุณเปรียบได้ดั่งลูกรักของสวรรค์ และหากได้รับพรสวรรค์พิเศษที่ระดับสูงนี่ยิ่งทำให้ผู้คนอิจฉามากขึ้นไปอีก
“ต้องฆ่าเขาให้ได้!”
ใบหน้าของซุนคงฉายแววเด็ดเดี่ยว
เขารู้ดีว่าหากวันนี้เขาไม่สามารถฆ่าเย่เทียนได้ในอนาคตเย่เทียนจะกลับมาทำลายตระกูลซุนได้อย่างง่ายดาย
“รีบฆ่ามันซะ!”
นักรบผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลซุนพุ่งเข้าหาเย่เทียนราวกับต้องการทุ่มสุดตัว
พรูด!!!
ทว่านักรบผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นก็ตกตายทันทีด้วยน้ำมือของเย่เทียนเขาไม่แม้แต่จะสามารถสัมผัสชายเสื้อของเย่เทียนได้ด้วยซ้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันมากเกินไป
“นี่คือตระกูลซุนที่แข็งแกร่งงั้นหรือ น่าผิดหวังไปหน่อย!”
เย่เทียนกล่าวด้วยความผิดหวังหลังจากฆ่านักรบผู้ไปเชี่ยวชาญอีกคน
นักรบเหล่านี้ไม่ได้สร้างภัยคุกคามให้แก่เขาแม้แต่น้อยความเร็วของพวกมันเชื่องช้าเกินไป และพลังของพวกมันก็อ่อนแอมากในสายตาของเย่เทียนพวกมันอ่อนแอเหมือนทารกที่เพิ่งหัดปีนป่าย
“ซุนหลิง ลงมือ!”
ซุนคงตะโกนใส่นักรบระดับผู้เชี่ยวชาญหญิงเพียงคนเดียวของตระกูลซุน
นักรบผู้เชี่ยวชาญคนนี้เป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดอีกคนของตระกูลซุนแม้เธอจะอายุมากแล้ว และคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงดังนั้นสถานะของเธอจึงด้อยกว่าซุนคงเล็กน้อย
ซุนหลิงพุ่งเข้าหาเย่เทียนด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวราวกับว่าเธอพร้อมที่จะตายไปพร้อมกับเขา
ในเวลาเดียวกันซุนคงและนักรบผู้เชี่ยวชาญอีกสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไปลงนรกซะ!”
ใบหน้าของซุนหลิงที่เหี่ยวย่นปรากฏความดุร้าย
วินาทีถัดมา
คลื่นพลังของซุนหลิงก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวก่อนร่างของเธอจะระเบิดออกมาทันที
การระเบิดพลังของซุนหลิงพลังทำลายล้างไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีเต็มกําลังของปรมาจารย์เลยความรุนแรงของมันครอบคลุมรัศมี 100 เมตรบ้านเรือนทั้งหมดภายในรัศมีนี้กลายเป็นเศษซากแม้แต่พื้นดินก็ถูกกระแทกจนเป็นหลุมขนาดใหญ่
แม้ว่าซุนคงและคนอื่นๆ จะถอยออกไปได้ทันเวลาแต่เนื่องจากเวลานั้นกระชั้นชิดเกินไปพวกเขาจึงได้รับผลกระทบจนได้รับบาดเจ็บและกระอักเลือดออกมา
“ต่อให้เย่เทียนจะไม่ตายแต่เขาก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่!”
ซุนคงพูดอย่างตื่นเต้น
ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ต่อให้เย่เทียนจะเร็วแค่ไหนก็ยากที่จะหลบได้พ้น
นอกจากนี้การระเบิดตัวเองที่เกิดจากทักษะลับของซุนหลิงนั้นครอบคลุมทุกด้านและยากที่จะหลีกเลี่ยงจุดสำคัญสำหรับนักรบระดับปรมาจารย์ การระเบิดด้วยตนเองเช่นนี้ไม่มีประโยชน์เพราะระดับปรมาจารย์นั้นมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง
แต่เย่เทียนไม่ใช่ปรมาจารย์ พลังป้องกันของเขาด้อยกว่าปรมาจารย์มากเขาไม่มีทางที่จะต้านทานแรงระเบิดเช่นนี้ได้
“น่าเสียดายที่ซุนหลิง…”
ซุนคงคิดกับตัวเอง
แต่เมื่อเทียบกับการอยู่รอดของตระกูลซุน ซุนหลิงก็ไม่ได้ตายอย่างไรค่า
ในขณะเดียวกัน
คนตระกูลซุนที่อยู่รอบๆ เริ่มโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุดเย่เทียนก็ตาย ตระกูลซุนของเรารอดแล้ว!”
“ผู้อาวุโสซุนหลิงช่างน่าเลื่อมใสนัก ถึงกับยอมตายไปพร้อมศัตรู!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ว่าเย่เทียนจะมีพรสวรรค์แค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์ยังไงซะมันก็ต้องตายด้วยน้ำมือตระกูลซุนของเรา?”
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น
เสียงเยาะเย้ยดังออกมาจากหมอกฝุ่น
“พวกแกดีใจกันเร็วเกินไปหน่อยไหม?”
เย่เทียนเดินออกมาจากฝุ่นควัน เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งแต่ร่างกายของเขากลับไม่มีบาดแผลใดๆ เลยแม้แต่น้อย
“เป็นไปไม่ได้ ทําไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
ซุนคงหวาดกลัวจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าของเขาไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย
คนตระกูลซุนคนอื่นๆ ก็ใบหน้าซีดเผือดเช่นกันดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
มันเป็นการระเบิดตัวเองเพื่อโจมตีของผู้อาวุโสซุนหลิงมันเทียบได้กับการโจมตีเต็มกําลังของระดับปรมาจารย์ และยังเป็นการโจมตีรอบด้านหากไม่มีการป้องกันระดับปรมาจารย์ก็อย่าหวังว่าจะป้องกันการโจมตีนี้ได้
แต่เย่เทียนกลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย!
อย่างไรก็ตามมีเพียงเย่เทียนเท่านั้นที่รู้ว่าเขานั้นไม่ได้ป้องกันการโจมตีนี้ได้และเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
การป้องกันของเขานั้นยังเป็นข้อบกพร่องของเขาอยู่แม้ว่าเขาจะใช้พรสวรรค์ด้านความเร็วหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังคงช้าไปหนึ่งก้าวเขาคิดไม่ถึงว่านักรบผู้เชี่ยวชาญจะใช้เคล็ดวิชาลับระเบิดตัวเอง
หากรู้ล่วงหน้าเย่เทียนคงไม่มีทางเปิดโอกาสให้ซุนหลิงระเบิดตัวเองอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของการระเบิดไม่เกินสิบเมตรด้วยการป้องกันของนักรบชั้นยอดเขาจึงได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแต่ด้วยพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดบาดแผลทั้งหมดของเขาจึงได้รับการเยียวยาภายใน 10 วินาที
อย่างน้อยๆ ผิวหนังภายนอกของเขานั้นก็ดูไร้บาดแผล
“เราประมาทเกินไป!”
เย่เทียนยอมรับว่าครั้งนี้เขาดูถูกนักรบผู้เชี่ยวชาญเกินไปและเขาจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
“หนีเร็ว!”
ซุนคงตะโกน
ทันใดนั้นซุนคงก็เป็นคนแรกที่รีบหลบหนีไปก่อนใคร
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเร็วของเขาจะเร็วแค่ไหนเขาก็ไม่ได้เร็วไปกว่าเย่เทียน
เย่เทียนไล่ตามซุนคงได้ทันอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมาศพของซุนคงก็ล้มลงกับพื้น
เพียงเสี้ยวเสี้ยววินาที เย่เทียนก็สังหารซุนคงได้ในพริบตา
ขณะที่เย่เทียนกําลังจะเริ่มสังหารนักรบผู้เชี่ยวชาญคนต่อไปก็มีเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นมาจากไม่ไกลนัก
“สหายน้อย เห็นแก่หน้าฉันหน่อยได้หรือไม่? นายปล่อยตระกูลซุนพวกนี้ไปได้ไหม?”
ทันทีที่เขาพูดจบ ชายชราในชุดสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของเย่เทียน
“ปรมาจารย์!”
เย่เทียนรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที
กลิ่นอายของปรมาจารย์นั้นถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ต้องสงสัยมันไม่ใช่สิ่งที่นักรบผู้เชี่ยวชาญจะเทียบได้
ไม่นานปรมาจารย์ผู้นั้นก็มาหยุดอยู่ไม่ไกลจากเย่เทียนในระยะห้าสิบเมตร
“ตรวจสอบ!”
[มนุษย์ : เหยาเย่
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูง]
“ที่แท้ก็เป็นแค่ปรมาจารย์ธรรมดาคนหนึ่ง!”
เย่เทียนไม่ให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายอีกต่อไป
ดูจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงของอีกฝ่ายเขาคงเป็นเพียงปรมาจารย์ช่วงต้นเท่านั้น
จอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ช่วงต้นมีพลังมากกว่า 1 ล้านจินแต่ไม่เกิน 1.5 ล้านจิน บวกกับพลังปราณของเขาพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นถึงเพียง 3 ล้านจินเท่านั้น
ในขณะที่พลังโจมตีสูงสุดของเย่เทียนคือ 6 ล้านจิน!
สำหรับด้านความเร็ว ความเร็วของปรมาจารย์ทั่วไปที่เหนือกว่าความเร็วเสียง 10เท่าก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แต่เย่เทียนกลับมีความเร็วเหนือเสียงถึง 12เท่าพลังของเขานั้นเพียงพอที่จะบดขยี้จอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์คนนี้ได้เหมือนกัน
ข้อได้เปรียบที่แท้จริงของปรมาจารย์คือการป้องกัน!
แต่ตราบใดที่เย่เทียนไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำร้ายเขาความได้เปรียบด้านการป้องกันของมันก็ไร้ประโยชน์
หากพูดถึงความแข็งแกร่ง ปรมาจารย์ผู้นี้ก็สู้เขาไม่ได้
“ทำไมผมถึงต้องไว้หน้าคุณด้วย?”
เย่เทียนพูดอย่างไม่เห็นหัวอีกฝ่าย
ชายชราเหยาเย่มองเย่เทียนอย่างลึกซึ้ง“เพราะฉันเป็นจอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์!”