ตำหนักหมื่นขุนเขา

    3.ฝึกฝน

           เมื่อเห็นท่านยายของตัวเองเหม่อลอยพร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมาเทียนหลงก็เอยเรียกด้วยน้ำเสียงกังวล

    “ท่านยายขอรับ ทำไมท่านยายถึงร้องไห้ขอรับ” เสียงของเทียนหลงดังขึ้นทำให้หนิงเซียนหยูตื่นจากอาการเหม่อลอย

    “ยายไม่ได้เป็นอะไรหรอก ยายแค่เห็นเทียนเอ๋อร์มีความสุขยายเลยร้องไห้ เพราะมีความสุขกับไปกับเทียนเอ๋อร์ยังไงหละ”เมื่อเทียนหลงได้ยินก็หัวเราะอย่างมีความสุข “ท่านยายทำไมข้าถึงไม่มีพ่อกับแม่เหมือนกับคนอื่นเลยหละขอรับ”

    “เอาไว้เทียนเอ๋อร์โตกว่านี้ก่อนเดียวยายจะเล่าให้หลานฟังนะ” หนิงเซียนหยูทำได้แค่บอกปัดออกไปเพื่อไม่อยากให้หลานตัวเองต้องมากังวล

     “เอาหละหลานเคยบอกว่าอยากจะเป็นผู้ฝึกตนใช่ไหม ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วหลานยังอยากจะเรียนอยู่ไหม”เมื่อเทียนหลงได้ยินก็ดีใจรีบตอบกลับไป “อยากขอรับท่านยายข้าอยากเก่งเหมือนท่านยายจะได้ปกป้องท่านยายได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” 

    “ในเมื่อหลานยังอยากเรียนเดี๋ยวยายจะสอนให้เองเห็นแบบนี้ยายก็เก่งมากเลยนะ” หนิงเซียนหยูพูดพร้อมรอยยิ้ม

    “ท่านยายของข้าเก่งที่สุดอยู่แล้ว” เทียนหลงเอยชมยายของตัวเอง ที่เทียนหลงพูดด้วยความมั่นใจไม่ใช่พูดชมไปเพื่อนเอาใจแต่ด้วยความที่เวลาหนิงเซียนหยูของไปเก็บสมุนไพรหรือล่าสัตว์อสูรมักจะพาเทียนหลงไปด้วยตลอดเลยทำให้เทียนหลงได้เห็นความเก่งกาจบองหนิงเซียนหยู

    “ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยถ้าหลานอยากจะเป็นผู้ฝึกตนอย่างแรกหลานต้องฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งก่อนเพราะถ้าหลานมีร่างกายที่ไม่แข็งแกร่งที่เพียงพอมันจะทำให้ไม่สามารถแบกรับพลังปราณตอนที่หลานดึงลมปราณเข้าไปผ่านเส้นชีพจรร่างการได้ การบ่มเพาะมีหลายระดับยิ่งหลานมีระดับที่สูงขึ้นจะทำให้หลานการบ่มเพาะก็จะยิ่งยากขึ้น ระดับสร้างรากฐาน กำเนิดปราณ แก่นแท้ รากฐานจิต ปราณนภา ปราณจิต วังวิญญาณ แต่ละระดับแบ่งออกเป็นระดับต่ำ กลาง สูง สูงสุด แต่ก็ยังมีระดับที่สูงกว่านี้ ตอนนี้หลานก็รู้แค่นี้ไปก่อนเพราะถ้าหลานรู้มากไปกว่านี้ก็ไม่ช่วยอะไรค่อยศึกษาไป”

    “ขอรับ” หลังจากฟังที่ยายของตัวเองสอนเรื่องการฝึกตนก็ทำให้เทียนหลงกระตือรือร้นที่จะได้เป็นผู้ฝึกตนที่เก่งกาจแบบท่านยายของตัวเอง 

    “ก่อนอื่นหลานก็กินโอสถชำระร่างกาย เม็ดนี้ก่อนมันจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกของจากร่างกายของหลาน” หนิงเซียนหยูก็ได้หยิบโอสถสีเขียนขึ้นมาหนึ่งเม็ดยื่นให้กับเทียนหลง

    “หอมจังเลยท่านยาย”กลิ่นของโอสถมันหอมมากจึงทำให้เทียนหลงยื่นมือไปรับมาแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวแล้วกลืนทักที

    “เอาหละตอนนี้ก็ดึกมากแล้วหลานก็พักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้จะได้เริ่มฝึกกัน” เมื่อเห็นว่าข้างนอกมืดแล้วหนิงเซียนหยูจึงให้เทียนหลงพักผ่อน

    “ถ้าอย่างนั้นข้าไปนอนก่อนนะขอรับท่านยาย ท่านยายก็พักผ่อนได้แล้วขอรับ ฝันดีขอรับท่านยาย”เทียนหลงตอบกลับด้วยรอยยิ้มแล้วช่วยหนิงเซียนหยูให้นอนลงแล้วตัวเองก็เดินออกไปห้องของตัวเอง

    “ฝันดีหลานรัก”หนิงเซียนหยูตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

           เมื่อยามแสงแดดเริ่มส่องลงมาเทียนหลงก็เริ่มขึ้นมาแต่ก็รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นเหม็นแล้วเห็นร่างกายตัวเองเต็มไปด้วยของเหลาสีดำก็ตกใจ “ท่านยายช่วยด้วย ท่านยาย มีอะไรไม่รู้สีดำและมีกลิ่นเหม็นติดเต็มตัวข้าเลยขอรับ”

             หนิงเซียนหยูที่ตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้กับเทียนหลง พอได้ยินเสียงตะโกนโว้ยวายของเทียนหลงก็หัวเราะแล้วเดินไปหา เมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นเทียนหลงร้องไห้ด้วยความตกใจก็หนิงเซียนหยูหัวเราะเบาๆ “อย่าร้องไห้สิเทียนเอ้อ หลานจำโอสถชำระร่างกายที่หลานกินไปเมื่อคืนได้ไหมของเหลาสีดำคือของเสียที่ออกมาจากร่างกายของหลานเนื่องจากผลของโอสถที่หลานกินเข้าไป”

    “อ้าว! แล้วทำไมท่านยายถึงไม่บอกหลานเล่าขอรับ หลานตกใจแทบแย่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เทียนหลงหัวเราะแก้เขิน

    “พอดียายลืมบอกหลานเหมือนกันนะสิ ฮ่า ฮ่า แต่ก็ดีที่ยายลืมบอกหลานไม่อย่างนั้นยายก็อดได้เห็นหน้าตาตลกๆของหลานตอนร้องไห้นะสิ ฮ่า ฮ่า”หนิงเซียนหยูหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ

    “โถ่! ท่านยายท่านแกล้งข้า ข้าไม่คุยกับท่านยายแล้วนะ” เมื่อเห็นหนิงเซียนหยูหัวเราะเทียนหลงก็ยิ่งเขินอายไปใหญ่

    “ยายขอโทษนะหลานรักไม่โกรธยายนะ หลานไปอาบน้ำล้างตัวแล้วมากินข้าวเราจะได้เริ่มฝึกกัน แต่จะว่าไปหน้าของหลานก็ตลกจริงนั่นแหละ ฮ่า ฮ่า” หนิงเซียนหยูหัวเราะแล้วเดินออกไป 

    “ข้าโกรธท่านยายจริงๆแล้วนะ”เสียงของเทียนหลงดังตามออกมา

    “ลุกไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวได้แล้ว”หนิงเซียนหยูเอยบอกอีกครั้ง

    “ขอรับข้าไปอาบน้ำก่อนนะ” หลังจากนั้นเทียนหลงก็ลุกไปอาบน้ำล้างคราบของเหลวสีดำออกหมด ก็มากินข้าวพร้อมกันแต่ก็ยังแสดงสีหน้างอนออกมา แต่สำหรับหนิงเทียนหยูนั้นสิ่งที่เทียนหลงกำลังทำนั้นมันออกจะน่าเอ็นดู

    “เทียนเอ๋อร์เลิกโกรธยายได้แล้วยายแค่แกล้งหลานเล่นเอง เดียวกินข้าวเสร็จเราจะได้เริ่มฝึกตนกัน”เทียนหลงที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบกินข้าวอย่างรวดเร็ว“ท่านยายข้าอิ่มแล้วขอรับไปฝึกกัน”

           เมื่อสองยายหลานกินข้าวเสร็จก็พากันเดินออกมาที่ลานเล็กหน้าบ้าน “เอาล่ะการฝึกเราต้องเริ่มจากการสร้างรากฐานก่อนและสิ่งที่จะช่วยให้หลานฝึกได้เร็วขึ้นก็คือโอสถสร้างรากฐาน มันคือเม็ดยาระดับ1 เหมือนกับโอสถชำระร่างกายที่หลานกินเข้าไปเมื่อวานที่มีระดับ1เช่นเดียวกัน เมื่อหลานกินโอสถสร้างรากฐานมันจะช่วยให้ร่างกายของหลานแข็งแกร่งขึ้นรวดเร็วมากกว่าการฝึกแบบปกติมาก ตามชื่อของมันโอสถสร้างรากฐานคือโอสถสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกตนหรือช่วยให้เข้าสู่ระดับสร้างรากฐานระดับต่ำได้ทันที”

          หลังจากนั้นหนิงเซียนหยูก็หยิบโอสถออกมาจากแหวนมิติหลายเม็ดแล้วยื่นให้กับเทียนหลง หลังจากที่เทียนหลงรับโอสถมาแล้วก็นั่งลงแล้วเริ่มกินโอสถเข้าไปหนึ่งเม็ดเมื่อโอสถไหลลงท้องก็เริ่มละลายทันทีฤทธิ์ของโอสถค่อยกระจายไปช่วยต่างๆของร่างกายทำให้เทียนหลงรู้สึกว่าร่างกายตัวเองค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ 

           ทางด้านหนิงเซียนหยูก็ยืนมองดูเทียนหลงด้วยสายตาอบอุ่นและกังวลเนื่องจากหลานตัวเองอายุยังน้อยและไร้เดียงสาด้วยเหตุที่นางเองก็พาเทียนหลงเข้าไปในเมืองไม่กี่ครั้งเลยไม่ค่อยได้เจอผู้คนมากนักจึงกังวลว่าเทียนหลงจะโดนหลอกเพราะความใจดีและไร้เดียงสาของตัวเอง เพราะว่านางเองก็จะอยู่ได้อีกไม่นานเพราะว่าได้ใช้พลังชีวิตของตัวเองในยื้อเวลาของนางจนกว่าเทียนหลงจะดูแลตัวเองได้ นั้นจึงทำให้นางเริ่มคิดว่าจะหาหนทางในการช่วยเทียนหลงว่าจะต้องทำอย่างไรดี

    “หรือว่าเราจำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงๆ” หนิงเซียนหยูพึมพำและถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ

                                                          จบ

    คล้ายกับเรื่องตำหนักหมื่นขุนเขา ที่คุณอ่าน