“นี่เป็นสูตรใหม่!’’ต้วนหยางอุทานออกมา สีหน้าเผยความไม่อยากเชื่อเขาไม่คิดเลยว่าทางออกที่เพื่อนของเขาพูดถึง จะเป็นการผสมสารเคมีทั้งหลายให้ออกมาในรูปแบบของสสารตัวใหม่ และกลายเป็นตัวช่วยให้สร้างโพชั่น CP-ZEROตามฉบับสูตรใหม่ได้
เป็นไปได้อย่างไร!
ความซับซ้อนเหล่านี้ถูกมองออกได้ยังไง?
ความจริงตรงหน้านี้ยากที่จะยอมรับเกินไปบอกได้ว่าทั้งชีวิตของเขาก็ไม่เคยพบเจอเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างนี้มาก่อน
แท้จริงแล้วเพื่อนของเขาฉลาดมากมายแค่ไหนกัน?
จางเจิ้นเพียงยิ้มบางโดยไม่ได้พูดอะไรและเริ่มทําการสร้างโพชั่น CP-ZERO ต่อ
เห็นอย่างนั้นต้วนหยางจึงต้องเก็บความตกตะลึงเอาไว้และช่วยเหลือเพื่อนของเขา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
โพชั่นCP-ZERO ก็ได้ถูกสร้างออกมาครบสิบขวด พวกเขาจึงหยุดมือลงและเริ่มพักหายใจ
“เท่านี้ก็คงจะเพียงพอแล้วสําหรับหนึ่งปี’’ต้วนหยางมองพวกมันอย่างมีความสุข เขาไม่คิดเลยว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้
“แน่นอนพอถึงตอนนั้นแล้วเราค่อยผลิตกันใหม่อีกครั้ง’’ จางเจิ้นหัวเราะ โพชั่น CP-ZEROนั้นเปรียบเสมือนหัวใจแห่งชีวิต หากไม่เติมมันทุกๆหนึ่งเดือน ประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนพันธุกรรมจะลดลงเป็นอย่างมาก
ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุทําให้พวกเขาผลิตออกมาสิบขวบเมื่อรวมเข้ากับตัวอย่างการทดลองที่ยังไม่ได้ใช้แล้วมันก็เพียงพอที่จะดําเนินธุรกิจนํ้าแร่ไปได้นานถึงหนึ่งปี
แน่นอนว่าเรื่องสูตรใหม่จางเจิ้นได้ใช้ความรู้ทั้งหมดของเขา หาทางออกเพื่อนําสสารชนิดใหม่มาใช้แทนพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนที่เป็นปัจจัยสําคัญในการสร้างนี้แทนมันจึงง่ายดายต่อการสร้างโพชั่น CP-ZERO เป็นอย่างมาก
แล้วแบบนี้จะไม่มีทางสําเร็จได้ยังไง?
แน่นอนว่าไม่!
พริบตาคํ่าคืนนี้ก็ได้ผ่านพ้นไป และเข้าแทนที่ด้วยแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ
วันที่12 กันยายน ค.ศ. 2019
เวลา08:00 นาฬิกา
จางเจิ้นและต้วนหยางได้มาที่สํานักงานเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์สุดท้าย
“ว้าว!’’ทันทีที่มาถึงจุดคัดกรองและเห็นความเปล่งประกายตรงหน้าต้วนหยางก็พลันตาลุกวาวด้วยความตกตะลึง มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการเปลี่ยนพันธุกรรมเช่นนี้
กลับกันจางเจิ้นเพียงมองดูนํ้าที่ใสสะอาดตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบพลางอธิบายภาพรวมของมัน
“ด้วยกระบวนการพิเศษและส่วนผสมที่ลงตัวดินและปุ๋ยรวมไปถึงแร่ธาตุหลากชนิดทั้งหลาย ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ และถูกชะล้างให้บริสุทธิ์ก่อนนําไปซึมซับเข้ากับนํ้าที่ถูกคัดกรองอีกที’’
“เหตุนี้เองไม่ว่าจะเป็นนํ้าแร่ยี่ห้อไหนๆก็ไม่สามารถเทียบกับนํ้าแร่ของเราได้!’’
เป็นต้วนหยางที่พูดขึ้นเขามั่นใจอย่างถึงที่สุดว่าในโลกนี้ จะไม่มีแบรนด์ไหนสู้กับพวกเขาได้!
หลายนาทีผ่านไป
เครื่องบรรจุนํ้าดื่มจํานวนมากก็ได้ถูกสั่งซื้อและส่งมาพร้อมติดตั้งโดยทีมงานเรียบร้อย
ทําให้จากชั้นใต้ดินที่เคยว่างเปล่าก็ได้กลับกลายเป็นโรงงานผลิตนํ้าแร่ขนาดใหญ่ไปในชั่วข้ามคืน
มองภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นนี้จางเจิ้นและต้วนหยางก็อดตัวสั่นอย่างตื่นเต้นไม่ได้ในที่สุดธุรกิจนํ้าแร่ของพวกเขาก็พร้อมดําเนินขั้นต่อไปแล้ว!
วินาทีต่อมา
“เราต้องรับสมัคพนักงานจํานวนมาก!’’ต้วนหยางพูดขึ้นมา ถึงพวกเขาสองคนจะทํางานใหญ่ได้ แต่นั่นไม่ใช่กับการต้องทําสิ่งที่ต้องใช้แรงงานและแรงใจเช่นนี้
ไม่อย่างนั้นแล้วคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาจะเข้าโรงพยาบาลเมื่อไหร่!
“แน่นอน ฉันจะขอให้อาชางจัดการเรื่องนี้ให้’’จางเจิ้นพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไม่ใช่ซูเปอร์แมนที่จะทําอะไรได้ไปซะทุกอย่าง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้รับการติดต่อ ต้าชางก็ได้เดินทางมาที่สํานักงานแห่งนี้เพื่อตรวจสอบภาพรวม ก่อนจะต้องตกตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าเพียงวันสองวันจะสามารถเปลี่ยนสถานที่ๆว่างเปล่าแห่งนี้ ให้กลายเป็นโรงงานผลิตนํ้าแร่ขนาดใหญ่ได้
ดังนั้นหลังจากที่รู้ว่าต้องช่วยในเรื่องอะไรเขาก็พูดออกมาอย่างสบายๆ แต่ในช่วงสุดท้ายสีหน้าของเขาก็จริงจังขึ้นมา
“การรับสมัคพนักงานเดี๋ยวฉันจะประกาศลงอินเทอร์เน็ตในเครือของฉันให้เองแต่เรื่องคุณภาพนั้นฉันไม่รับประกันเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของพวกเธอ...ที่จะต้องตรวจสอบพวกเขาเอง!’’
นี่ไม่ใช่การเล่นขายของเพราะถ้าพลาดขึ้นมาเพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสที่จะล้มละลายได้ทุกเมื่อดังนั้นเขาจึงอยากเห็นความสามารถของสองคนตรงหน้านี้ว่าพวกเขาจะแก้สถานการณ์นี้ด้วยวิธีการแบบไหน
แน่นอนว่าจางเจิ้นและต้วนหยางเข้าใจถึงเรื่องนี้ดีพวกเขาจึงไม่ได้มีความกดดันแม้แต่น้อย
ไม่นานทั้งสามคนก็ได้สนทนากันเล็กน้อยก่อนที่คนแซ่ต้าจะปลีกตัวออกไป
ต้วนหยางจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า
“พรุ่งนี้สิ่งที่สําคัญที่สุดไม่ใช่พนักงานทั่วไปแต่เป็นผู้จัดการบัญชี!’’
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไหนก็ตามหากขาดแคลนผู้จัดการบัญชีที่มีความสามารถและประสบการณ์แล้ว...การเงินของบริษัทนั้นก็จะไม่ราบรื่น!
จางเจิ้นเห็นด้วยกับเรื่องนี้บอกได้ว่าแม้เขาจะเตรียมเรื่องสัญญากับพนักงานทั่วๆไปไว้แล้วเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีผู้จัดการบัญชีที่มีความสามารถ มาสมัคงานที่บริษัทของเขา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
เมี๊ยว!
จางเจิ้นได้กลับมาที่บ้านและเล่นกับเจ้าดําพอสักพักเขาก็ได้ทานอาหารกับครอบครัว ก่อนจะแยกตัวออกไปเหมือนเดิม
พริบตาวันต่อมาก็ได้มาถึง
ที่สํานักงานจึงได้ปรากฏคนมากมายให้เห็นพวกเขาล้วนมาสมัคงานในฐานะพนักงานทั่วๆไปดังนั้นเมื่อพวกเขาได้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับงาน และอัตราเงินเดือน พวกเขาก็ต้องมองและอ่านมันใหม่อีกครั้ง
รายละเอียดของงานมีอยู่ว่าทํางานวันละแปดชั่วโมงและวันเว้นวันทุกๆสิบห้าวันจะได้รับเงินครึ่งจํานวนของเงินเดือนคือสามหมื่นหยวนพอครบสามสิบวันแล้วก็จะได้รับเงินอีกสามหมื่นหยวน
หะ...หกหมื่นหยวน!
นี่ใช่เงินเดือนของพนักงานทั่วๆไปจริงๆเหรอ?
ทุกๆคนล้วนตกตะลึงแทบไม่อยากเชื่อในสายตาของตัวเองพวกเขารู้สึกราวกับว่าฝันไป ในความคิดของพวกเขางานที่เอื้อผลประโยชน์แบบนี้มันไม่ควรที่จะมีอยู่
ทางด้านต้วนหยางที่เห็นแบบนั้นก็เพียงยิ้มเพื่อยืนยันว่ามันเป็นความจริงในตอนแรกเขาก็เป็นเหมือนกับคนพวกนี้แต่พอคาดเดาได้ว่าเพื่อนของเขามีจุดประสงค์อะไร เขาก็เข้าใจได้ทันที
จะมีสักกี่คนที่ไม่ชอบวันหยุดและเงินเยอะๆ?
ไม่มีทาง!
เหตุนี้เองคนมากมายจึงได้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานและได้รับเงินเดือนหนึ่งในสี่เป็นขวัญใจกลับบ้านไปบอกได้เลยว่าพวกเขาในตอนนี้ล้วนมีความประทับใจกับบริษัทนี้เป็นอย่างมากดังนั้นพวกเขาจึงมีความมุ่งมั่นที่จะตั้งใจทํางานในวันพรุ่งนี้สุดความสามารถ
ภายในเวลาไม่นานจํานวนพนักงานที่ต้องการก็ครบสองร้อยคนพอดี หนึ่งร้อยสําหรับวันพรุ่งนี้และอีกหนึ่งร้อยก็สําหรับวันต่อไป
นี่คือ...แผนซื้อใจพนักงานของจางเจิ้น!
แล้วแบบนี้จะมีสักกี่คนที่จะไม่ตั้งใจทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ?
คงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้!