Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 33 กลับ

    ณ ตรอกซอยมืดแห่งหนึ่ง มีกลุ่มคน 8 คนกำลังเดินกลับแบบสภาพดูไม่ได้ พวกเขาไม่ใช่ใครแต่เป็นโจรที่ปล้นเคล “เวรเอ้ยปล้นใครไม่ปล้น พวกเรากลับโดนปล้นแทนเลยเห็นมั้ยเนี่ยเจ้าโง่เค” ลูกพี่เอกล่าวอย่างหัวเสียพลางตบหัวของเคอย่างหงุดหงิด “โอ้ย! ละ..ลูกพี่ผมขอโทษเป็นอย่างสูงไม่นึกเลยว่าเขาเป็นจะหมาป่าในคราบลูกแกะแบบนั้น” เคพูดขณะลูบหัวที่แสนแดงของตน รอบข้างก็มีเหล่าบรรดาลูกน้องคนอื่นกำลังเดินกลับถิ่น เมื่อลูกพี่เอเห็นเช่นนั้นก็เบะปากไม่สนใจ ก่อนจะมาสำรวจถุงที่เขาซื้อมา ก็ไม่เชิงว่าซื้อ แต่พวกเขาถูกปล้นต่างหาก ด้วยข้ออ้างที่ว่าพวกเขาซื้อค้าแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ “หึ้ยเม็ดยาพวกนี้ต้องเป็นยาพิษอย่างแน่นอนเลย” “พวกเอ็งมาดูนี่สิ” ลูกพี่เอบอกและอ้าถุงให้กว้าง และเหล่าบรรดาลูกน้องทั้งหลายก็สุมหัวดูกัน “ต้องเป็นยาพิษแน่นอนเลย” “มันดูน่าสงสัยมากเลยนะลูกพี่” ลูกพี่เอร้องหึก่อนจะเอ่ย “มันไม่ใช่เม็ดยาพิษหรอก 4400 เหรียญทองไม่มากพอจะซื้อยาพิษได้หรอกเจ้าพวกโง่”“แล้วมันคืออีหยังอะลูกพี่?” “เจ้านี้ต้องเป็นเม็ดยาทั่วไปนั่นแหละแต่อาจจะคุณภาพห่วยแตก และมีผลข้างเคียงอย่างหนักเช่นพวกแกอาจจะต้องท้องเสียทั้งวัน เพราะงั้นแล้วพวกแกต้องเป็นคนทดสอบก่อน” ลูกเอเอ่ยกล่าว “อะไรกันลูกพี่แบบนี้ถ้าผมท้องเสียจนตายจะทำยังไง” เหล่าบรรดาลูกน้องคัดค้านด้วยใบหน้าน่าเกลียด ลูกพี่เอได้ฟังก็หัวเราะชอบใจ “ฮ่าไม่ตายหรอกและอีกอย่าง ใน 4400 เหรียญทองก็เป็นเงินฉันตั้ง 4000 เหรียญทองด้วยพวกแกแทบจะไม่ได้ช่วยเลย รู้มั้ยว่าถ้าฉันไม่ให้เขา พวกแกก็ตายกันหมดแล้ว” “เอาไปกินคนละเม็ด” ลูกพี่เอสั่งบอก ทำให้ลูกน้องทั้งหลายต่างอิดออดแต่ยังไงก็ช่วยไม่ได้พวกเขาจึงหยิบกันไปคนละเม็ดเข้าปาก “ฉันเป็นลูกพี่ที่ดีเลยนะรู้ไหม เม็ดยาพวกนี้มีราคาตั้งเม็ดละ 550 เหรียญทองการที่พวกแกได้กินเม็ดยาก็จะยกระดับพลังไปด้วยเลยไง” ลูกพี่เอกล่าวบอก เขากำลังคาดหวังให้ลูกน้องทุกคนต้องท้องเสียทั้งวัน แต่หลังจากลูกน้องได้กินเข้าไปก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยนอกจากตาโตในครั้งแรกและหลังจากนั้นก็ยืนหลับตาอยู่อย่างนั้น ลูกพี่เอพลันสับสนเกิดสิ่งใดขึ้นทำไมลูกน้องของไม่พูดอะไรเลย“พวกแกเป็นอะไรกันไปวะ” “เฮ้พูดกันหน่อยสิวะ” หลังจากถามไถ่ ลูกพี่เอก็พลันรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ของเหล่าลูกน้องได้ถูกเลื่อนขั้นไประดับต่อไป “ลูกพี่พวกผมเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางแล้ว” “สุดยอดเลยลูกพี่” “เม็ดยาโคตรแจ่มเลยลูกพี่” เสียงดีอกดีใจของเหล่าบรรดาลูกน้องที่ทำเอาลูกพี่เอได้แต่งุนงงและสับสน “ลูกพี่เม็ดยาที่ลูกพี่ให้มามันเป็นเม็ดยาที่โคตรรู้สึกสุดยอดเลย ผมรู้สึกว่าสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วถึง 5 เท่าเลยแถมรู้สึกว่ากฎเกณฑ์ธาตุเองก็เลื่อนขั้นด้วยตามพลังไปด้วยเฉย” “ใช่ของโคตรดี” “ลูกพี่นี่ใจดีจริง ๆ เลยให้ของดีกับพวกผมได้ลองก่อน” “เห็นด้วยพวกผมจะติดตามลูกพี่ตลอดไป” เหล่าบรรดาลูกน้องต่างยกย่องสรรเสริญกับความใจดีของลูกพี่เอ ทุกอย่างพลิกหน้าเป็นหลังมือคราแรกพวกเขาทั้งหมดโกรธที่ลูกพี่เอบังคับให้กินยาอะไรไม่รู้แต่คราวนี้พวกเขากลับนับถือลูกพี่เอมากกว่าเดิม ลูกพี่เอได้ฟังก็ตาโต เขารีบเอาเม็ดยาสุดท้ายเข้าปากทันที ไม่นานเขาก็ได้รับรู้ถึงความสุดยอดของยา ‘สะสุดยอดนี่ฉันให้พวกแกได้กินเม็ดยาแบบนี้ไปงั้นเหรอถ้ารู้แบบนี้ฉันไม่น่าให้ทดสอบก่อนเลย’ ลูกพี่เอคิดในใจแบบน้ำตาซึมก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าบางทีนี่อาจเป็นชะตาฟ้าลิขิต “ไปพวกแกจงไปที่เก็บเงินและเอาเงินมาทั้งหมด เราต้องไปซื้อเม็ดยาจากคนคนนั่นอีกครั้ง” “ได้เลยครับลูกพี่ x7” เหล่าบรรดาลูกน้องที่ 7 รับฟังก่อนจะวิ่งไปทำตามหน้าที่ ส่วนลูกพี่เอเงยหน้าขึ้นฟ้า “บางทีเขาคนนั้นต้องเป็นคนที่พาเราไปสู่ความแข็งแกร่งระดับสุดยอดอย่างแน่นอนเลย” .......... ถึงแม้ตัวซิลเวอร์จะโปรโมทการขายให้กับเคล แต่เคลคิดว่าเขายังคงไม่สามารถที่จะขายให้กับจอมเวทย์หนวดจิ๋มคนนี้ได้ เพราะว่าไม่มีอะไรรองรับเลยว่าหนวดจิ๋มจะไม่หลุดเผยความลับของเขาได้  แถมตัวหนวดจิ๋มเองก็รู้ว่าเขาเป็นใครเสียด้วย เพราะยังไงตัวเคลยังคงต้องมาที่สมาคมนักผจญภัยอีกบ่อยครั้ง เอาเป็นว่าเมื่อเขาได้ขึ้นเป็นผู้วิเศษระดับนักเวทย์ค่อยว่ากันอีกที !ติ้ง[ภารกิจลดราคาสินค้า 5 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ D ที่แท้จริง] [ภารกิจลดราคาสินค้า 10 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ C ที่แท้จริง] [สำเร็จเสร็จสิ้น... ร้านค้าของระบบได้ปรับราคาสำหรับซื้อใช้เองเรียบร้อย!] [จงดื่มด่ำกับความแข็งแกร่งที่อ้อนวอนเสีย!] “อะไรนะฉันนี่นะอ้อนวอนให้ตายเถอะ เป็นระบบไม่ใช่หรือไงที่ให้มาน่ะ” เคลคิดค้านออกไปเพราะระบบมันตอบกวนจริง ๆ [ไม่มีการลดราคาพิเศษให้กับเจ้าของระบบบ้างหรือไง?] “….” เคลค้านตอบไม่ออก จากนั้นก็ถอนหายใจแรงและลุกขึ้นก่อนออกจากสมาคมนักผจญภัยไป เขาไม่มีอารมณ์ดูซิลเวอร์สู้กับหนวดจิ๋มสักเท่าไหร่นัก แม้จะเป็นการประลองที่น่าดูก็จริง อีกอย่างนี่ก็เย็นจะค่ำแล้ว เขาว่าเขากลับบ้านนอนดีกว่า หลังจากเขาเดินออกมาหน้าประตูสมาคมนักผจญภัยได้เพียงสองก้าว ก็พลันรู้สึกบรรยากาศเปลี่ยนไป ละอองเวทย์ที่ลอยอยู่บนอากาศต่างกำลังเคลื่อนที่ไปจุดจุดหนึ่ง ซึ่งถ้ามองตามไปก็จะเป็นสถานที่ที่ซิลเวอร์ยังคงอยู่ เขาได้กำลังก้าวผ่านการเป็นจอมเวทย์ขั้นต้น จอมเวทย์ในวัย 65 ปี! หาได้ยากยิ่งเพราะปกติแล้วการเป็นจอมเวทย์ได้อย่างน้อยก็ 100 ปีขึ้นไป ถ้าไม่นับรวมอาการบาดเจ็บแล้วละก็ ซิลเวอร์กับหนวดจิ๋มพวกเขาสองคนได้เป็นนักเวทย์ขั้นสูงสุดตั้งแต่ก่อนอายุ 50 ปี และคงจะทะลวงขึ้นพลังไปพร้อมกัน อย่างที่รู้กันว่าการเป็นนักเวทย์ขั้นต้นก่อนอายุ 50 ปีก็ถือว่าพรสวรรค์ที่ไม่ได้ย่ำแย่มากนัก แต่ว่านั่นเป็นกรณีที่เป็นผู้วิเศษทั่วไปอย่างนักผจญภัยทั้งหลายเท่านั้น เพราะนักผจญภัยไม่ได้มีเบื้องหลังหรือตระกูลร่ำรวยต่าง ๆ ไม่ได้ร่ำเรียนจากโรงเรียนราชวงศ์หรือเป็นศิษย์สำนักเวทย์ ที่มีทรัพยากรมากมายให้บ่มเพาะ สำหรับโรงเรียนราชวงศ์ พวกเขาจะมีนักเรียนตั้งอายุ 15 ถึง 25 ปี ซึ่งยอดอัจฉริยะสูงสุดของโรงเรียนราชวงศ์ เป็นนักเรียนอายุราว 24-25 ก็เป็นผู้วิเศษระดับนักเวทย์ขั้นต้นกันแล้ว และการเป็นนักเวทย์ขั้นสูงสุด มีราวหลักหน่วยที่ได้เป็นก่อนอายุ 50 ปี แต่นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถจะไปเป็นศิษย์ของสำนักเวทย์ได้ไหวทำให้ต้องอยู่ในโรงเรียนเวทย์ราชวงศ์กันต่อไป ส่วนพวกสำนักเวทย์ที่แข็งแกร่งมากกว่า พวกเขาก็มียอดอัจฉริยะเช่นกันอายุเพียง 20 ปีก็เป็นถึงระดับนักเวทย์ขั้นต้นกันแล้ว การที่อายุห่างกัน 5 ปีก็แสดงถึงความศักยภาพที่เก่งกว่าในอนาคต สำหรับนักเวทย์ขั้นสูงสุดในบรรดาที่อายุต่ำกว่า 50 ปีมีราวเกือบร้อยคนต่อสำนัก ที่เป็นผู้วิเศษขั้นนี้กัน แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งในทรัพยาการบ่มเพาะ แน่นอนเลยว่า นายน้อยเฟคเองก็เป็นอัจฉริยะเช่นกันแต่เพราะว่าเขามีหัวใจพิเศษ จึงทำให้เป็นนักเวทย์ได้ตั้งแต่อายุ 17 ซึ่งก็ถือว่าหาได้ยากยิ่ง ส่วนยอดอัจฉริยะที่เป็นจอมเวทย์ขั้นต้นก่อนอายุ 50 มีแค่ สองสามคนต่อ สำนักเวทย์เพียงเท่านั้นเอง การเลื่อนขั้นไปจอมเวทย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น เพราะงั้นการที่นักผจญภัยสองหน่อ ซิลเวอร์กับหนวดจิ๋ม เป็นจอมเวทย์ที่อายุยังไม่ถึงร้อยปี จึงเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก โชคของนักผจญภัยเองก็ไม่สามารถดูถูกได้ ถ้าให้สู้ในระดับพลังเท่ากันแล้ว นักผจญภัยนี่แหละจะเป็นฝ่ายได้ชัยเนื่องจากประสบการณ์สูงกว่า อย่างไรก็ตามเคลก็ไม่ได้สนใจอะไรนักเขายังหน้าตาบูดบึ้งอยู่เหมือนเดิม ตอนเดินออกมายังได้ยินเสียงวี้ดว้าว ของเหล่านักผจญภัยที่กำลังตะโกนร่ำร้องยินดี พวกเขาได้มีคนที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว เดินออกมาเส้นทางเดิมคือเขตสลัมทางใต้ ซึ่งก็เป็นถนนที่เขาเคยปล้นเงินคนเอ้ยโดนปล้นต่างหากถึงจะถูก แต่ก่อนจะทำอะไรเคลก็ได้เดินเข้าตรอกไปเสียก่อน ‘ใครมันตามเราวะเนี่ย’ ใช่เขาสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่ลอบติดตามเขามา “ออกมาดีกว่าเจ้าหนูสกปรกทำไมต้องมาตามฉันด้วย” เคลพูดตะโกนออกไปทางที่คนลอบตามมาแต่ว่าคนที่ลอบติดตามมาก็ไม่ออกมาเสียที “หรือว่าแกจะเป็นพวกหื่นกามคิดจะข่มขื่นแม้กระทั่งผู้ชายด้วยงั้นเรอะ?” เมื่อเห็นว่าเคลรู้ตัวแล้วก็เลยเดินออกมา “ใจเย็นลูกพี่ผมไม่ใช่คนหื่นกามสักหน่อย” “ออกมาแล้วงั้นตายเสียเถอะ” เคลกล่าวพลางพุ่งตัวบุกอย่างรวดเร็วจนแม้แต่อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน และดาบเคลย์มอร์ก็ปรากฏอยู่ตรงคอเสียแล้ว “เดี๋ยวใจเย็นลูกพี่ผมเอง โจรเมื่อเช้าไง” เมื่อเคลได้เห็นคนที่ลอบติดตามมาก็เลิกคิ้วอย่างสนใจเขาเป็นโจรเมื่อเช้านี่เอง “อ๋อเจ้าคนนั้นนี่คิดอยากจะปล้นฉันอย่างงั้นเหรอ” ลูกพี่เอได้ยินก็เหงื่อตกก่อนจะอธิบายทุกอย่าง อย่างรีบร้อนให้เคลฟัง หลังจากรวบรวมเงินก็ออกตามหาเคลจนทั่ว จนเมื่อช่วงบ่ายถึงได้พบเคลที่สมาคมนักผจญภัยแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยเนื่องจากคนเยอะเกินไป และได้จับตาดูเคลนับตั้งแต่เข้ามา เขารู้ทึ่งอย่างมากกับความต่อสู้ของเคล นี่เขากำลังสู้กับสัตว์ประหลาดเข้าให้แล้ว ซึ่งเคลก็ทำปากจู๋แบบวู้ว “ไม่นึกเลยว่าจะเป็นลูกค้านี่เอง มา ๆ อยากจะซื้ออะไรละเรา” “แหะ ๆ” ลูกพี่เอได้แต่เกาหัวเมื่อกี้เขาเกือบจะตายไปแล้วเชียวถ้าไม่รีบอธิบายออกไป ‘ถึงจะพลาดหนวดจิ๋มไปแต่ก็ได้ลูกค้าใหม่ที่ไม่ใหม่มาซื้อ บางทีผลลัพธ์บังคับซื้อมันใช้ได้จริง ๆ สินะเนี่ย!’ **************

    คล้ายกับเรื่องDealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า ที่คุณอ่าน