ทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ

    บทที่ 40 คนทั้งหมู่บ้านแตกตื่นกันหมดแล้ว

    บทที่ 40 คนทั้งหมู่บ้านแตกตื่นกันหมดแล้ว

    ​

    ​"อะไรนะ? เจียงซื่อรับซื้อสาลี่จินละหนึ่งอีแปะ? สาลี่ป่าฝาด ๆ ที่แม้แต่หมูยังไม่กินน่ะนะ เจียงซื่อรับซื้อหนึ่งอีแปะต่อจินเชียวหรือ"

    ​

    ​"ล้อกันเล่นหรือไร! ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ เจียงซื่อบ้าไปแล้วหรือ อยากได้สาลี่ทำไมไม่เข้าไปเก็บในป่าเอง ทำไมต้องใช้เงินซื้อ แถมยังให้ถึงหนึ่งอีแปะต่อจินอีก นางเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน เมื่อไม่กี่วันก่อนยังไม่มีข้าวจะกินอยู่เลย"

    ​

    ​"ได้ยินว่าสองวันนี้นางขายชิวหลีเกาได้เงินมาไม่น้อยเลยนะ"

    ​

    ​"นางจะขายได้สักเท่าไหร่กัน คงไม่เอาเงินมาผลาญทิ้งขนาดนี้หรอก พวกเราอย่าหลงเชื่อไปเชียว ไม่อย่างนั้นคงโดนคนอื่นหัวเราะเยาะว่าโง่เปล่า ๆ"

    ​

    ​"แต่ว่าท่านพ่อเจ้าคะ พวกเราเคี่ยวชิวหลีเกาที่บ้านมันไม่เหมือนกันเลย อีกอย่างสาลี่ปล่อยทิ้งไว้ก็เน่าเสียเปล่า ๆ"

    ​

    ​...

    ​

    ​สุดท้ายจึงเป็นพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านซึ่งปกติสนิทสนมกับเอ้อร์เป่า สองวันนี้พวกเขาก็เข้าไปเก็บสาลี่ป่ามาเหมือนกัน

    ​

    ​พวกเขาลองนำสาลี่ป่าหนึ่งตะกร้ามาขายให้เจียงซื่อ

    ​

    ​เจียงซื่อลองชั่งดู ปรากฏว่าได้สามสิบกว่าจิน

    ​

    ​นางนับเงินสามสิบกว่าอีแปะส่งให้เด็กน้อยตรงนั้นทันที

    ​

    ​ทันใดนั้นชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็โกลาหลกันยกใหญ่

    ​

    ​ทุกคนต่างแอบจับตามองเด็กกลุ่มนี้ เมื่อเห็นว่าได้รับเงินและเป็นราคาหนึ่งอีแปะต่อจินจริง ๆ

    ​

    ​ต่างรีบขนสาลี่ที่เก็บสะสมไว้ในบ้านออกมาจนหมดสิ้น

    ​

    ​เจียงเหลียนจูไม่ได้รับซื้อสาลี่ทุกลูก นางเลือกเฉพาะลูกที่อยู่ยอดไม้ ลูกใหญ่และน้ำเยอะเท่านั้น

    ​

    ​ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ามีประสบการณ์ จึงทำหน้าที่คัดคุณภาพสาลี่เลือกไปเลือกมาครู่เดียวก็รับซื้อมาได้สองพันกว่าจิน

    ​

    ​"ทุกคนฟังทางนี้ ข้าขอแจ้งกฎการรับซื้อสาลี่อีกครั้ง บ้านของพวกข้ารับซื้อสาลี่ทุกเช้า โดยรับซื้อเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น ต้องการลูกที่สดที่สุดและต้องดูคุณภาพด้วย ข้าไม่ได้รับซื้อสาลี่ทุกลูกและไม่ใช่ว่าทุกคนจะขายได้ คนที่เคยรังแกพวกข้าแม่ลูกหรือมีความแค้นกับพวกข้าก็ไม่ต้องมา ข้าเจียงซื่อเป็นคนใจแคบ มีแค้นต้องชำระ อย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า เอาละ วันนี้รับซื้อสาลี่พอแล้ว ขอบคุณทุกคนมากเจ้าค่ะ"

    ​

    ​ชาวบ้านหมู่บ้านหวังเจียที่ได้รับเงินต่างรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป

    ​

    ​เจียงซื่อบ้าไปแล้วจริง ๆ

    ​

    ​นางยอมควักเงินจ่ายจริงเพื่อรับซื้อสาลี่ป่าและให้ราคาหนึ่งอีแปะต่อจินจริง ๆ

    ​

    ​หากคนหนึ่งคนเก็บสาลี่ทั้งวัน สามารถเก็บได้ประมาณสองร้อยจิน ถ้าขายได้หมดก็จะได้ถึงสองร้อยอีแปะ!

    ​

    ​เพียงสิบวันก็ได้เงินถึงสองตำลึง! ยิ่งหากหนึ่งครอบครัวเก็บได้หลายร้อยจิน

    ​

    ​จะมีงานอะไรที่หาเงินได้มากกว่านี้อีก?

    ​

    ​เมื่อคิดคำนวณได้ดังนี้ชาวบ้านที่ขายสาลี่ไปแล้วก็ไม่กินไม่นอนไม่ยอมลงนา คนในครอบครัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างสะพายตะกร้า ถือกระบุง เร่งรีบมุ่งหน้าเข้าป่าเพื่อไปเก็บสาลี่กันอย่างไม่หยุดหย่อน

    ​

    ​ส่วนชาวบ้านที่เคยรังแกแม่ลูกเจียงเหลียนจู ต่างแอบเดาะลิ้นด้วยความริษยาและแค้นใจจนตัวสั่น

    ​

    ​"หาเงินได้ไม่กี่อีแปะ ทำเป็นอวดดี ถุย!"

    ​

    ​"น่าหมั่นไส้นัก ไม่รู้ว่าไปเอาตำรามาจากไหน ไม่แน่ว่าอาจจะขโมยมาจากผู้ชายก็ได้"

    ​

    ​"นั่นสิ"

    ​

    ​แม้จะพูดเช่นนั้น แต่พวกเขาก็ยังหยิบตะกร้ามุ่งหน้าเข้าป่าไปเก็บสาลี่เช่นกัน

    ​

    ​เพื่อประหยัดเวลาในการทำชิวหลีเกา เจียงเหลียนจูและลูก ๆ จึงไม่ได้จัดเตรียมมื้อเที่ยงอย่างเต็มรูปแบบ

    ​

    ​พวกเขาเพียงแค่กินซาลาเปาไส้หมูชิ้นโตที่ห่อไว้เมื่อคืนและต้มซุปไข่หม้อใหญ่

    ​

    ​กินซาลาเปาไส้หมูกับซุปไข่เป็นมื้อเที่ยงแทน

    ​

    ​ส่วนลูกหมาป่าได้เคี่ยวโจ๊กเนื้อแยกไว้ต่างหาก โดยมีหนานเป่าน้อยเป็นคนนำไปป้อน

    ​

    ​ในลานบ้านมีสาลี่กองอยู่สองพันกว่าจิน เจียงเหลียนจูและลูก ๆ เริ่มลงมือทันทีโดยมีคนจากบ้านท่านยายหลูมาช่วยอีกสี่คน ทุกคนคล่องแคล่วและขยันขันแข็ง

    ​

    ​การล้างสาลี่และปอกเปลือกเป็นส่วนที่ยุ่งยากที่สุด

    ​

    ​นอกจากนี้ยังแบ่งคนหนึ่งคนให้คอยดูแลเรื่องก่อไฟ

    ​

    ​เจียงเหลียนจูตั้งหม้อใบใหญ่สองใบในห้องครัวเพื่อเคี่ยวไปพร้อม ๆ กัน

    ​

    ​ต่อมาพบว่าภาชนะสำหรับบรรจุไม่เพียงพอ เจียงเหลียนจูนึกถึงกระบอกไม้ไผ่หนาในป่า หากตัดกระบอกไม้ไผ่มาบรรจุชิวหลีเกาก็น่าจะดีกว่าการใช้โถหรือชามมาก

    ​

    ​นางจึงขอให้ลูกชายของท่านยายหลูเข้าไปช่วยตัดไม้ไผ่ในป่า

    ​

    ​เจียงเหลียนจูอธิบายขนาดและประโยชน์ของไม้ไผ่ให้เอ้อร์เป่าฟัง เอ้อร์เป่าเข้าใจทันทีจึงตามคุณอาเข้าไปหาไม้ไผ่ลำใหญ่ในป่า

    ​

    ​ต้าเป่าคอยเป็นลูกมือให้เจียงเหลียนจู คอยส่งของและหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ในช่วงขั้นตอนสำคัญของการเคี่ยว ท่านยายหลูมีความเกรงใจมาก ไม่ยอมให้คนในครอบครัวเข้าไปแอบดูในห้องครัว มีเพียงเจียงเหลียนจูกับต้าเป่าสองคนที่วุ่นวายอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้แรงมากนัก

    ​

    ​หม้อใบใหญ่สองใบเคี่ยวพร้อมกัน ตลอดทั้งบ่ายเจียงเหลียนจูเคี่ยวแบบเข้มข้นได้ห้าสิบกว่าจินและแบบปกติอีกห้าสิบกว่าจิน ถือว่าได้ผลผลิตที่น่าพอใจมาก

    ​

    ​เมื่อยุ่งขนาดนี้ ทั้งสองครอบครัวจึงทำอาหารร่วมกัน

    ​

    ​หม้อสองใบในบ้านของเจียงเหลียนจูถูกใช้เคี่ยวชิวหลีเกาจนหมด ไม่มีหม้อเหลือสำหรับหุงข้าว

    ​

    ​ท่านยายหลูจึงให้ลูกสะใภ้คนหนึ่งกลับไปทำอาหารที่บ้านของนางเพื่อให้ทุกคนได้กินด้วยกัน

    ​

    ​เจียงเหลียนจูตกลง นางไม่ได้ช่วยลงแรงแต่ขอสนับสนุนเป็นวัตถุดิบแทน โดยนำไก่ป่าหนึ่งตัวและกระต่ายป่าหนึ่งตัวให้ท่านยายหลู ถือเป็นการสมทบวัตถุดิบเพื่อทำอาหารร่วมกัน เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็เริ่มน้ำลายสอและมีแรงทำงานมากขึ้น

    ​

    ​อย่างไรแล้วก็เป็นสัตว์ที่จับมาจากป่าเลี้ยงไว้ก็เปลืองอาหาร อีกไม่กี่วันก็คงผอมโซ สู้เชือดให้เด็ก ๆ กินเพื่อบำรุงร่างกายจะดีกว่า

    ​

    ​...

    ​

    ​สาลี่ที่ปอกเปลือกแล้วยังเหลืออีกหลายร้อยจิน หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จก็เริ่มเคี่ยวต่อและทำแบบเข้มข้นได้อีกห้าสิบกว่าจิน

    ​

    ​เจียงเหลียนจูรู้สึกว่าการใช้หม้อสองใบเคี่ยวพร้อมกันยังได้ผลไม่เพียงพอ สามารถเพิ่มหม้ออีกสองใบและเพิ่มคนช่วยงานได้อีก

    ​

    ​หากทำเช่นนี้ ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

    ​

    ​ต้องรอดูว่าการค้าในตัวอำเภอเป็นอย่างไร หากขายดีก็จะขยายขนาดการผลิต

    ​

    ​เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างก็ดึกมากแล้ว ท่านยายหลูและคนอื่น ๆ ช่วยนางเก็บกวาดเรียบร้อยก่อนเตรียมตัวกลับ

    ​

    ​"ท่านยายหลู รอเดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้าขอจ่ายค่าแรงของวันนี้ให้พวกท่านก่อน เนื่องจากทำงานล่วงเวลาจนดึก ข้าจะคิดให้เป็นเต็มวัน คนละห้าสิบอีแปะ มาสี่คนเป็นสองร้อยอีแปะ และมีสาลี่ที่จู้จื่อกับซวนจื่อเก็บมาให้อีกสองร้อยอีแปะ รวมถึงที่ขอให้พี่ชายช่วยตัดไม้ไผ่ครึ่งวัน ซึ่งเป็นงานใช้แรงงาน ให้หนึ่งร้อยอีแปะ รวมทั้งหมดเป็นห้าร้อยอีแปะ ท่านรับไว้เถอะเจ้าค่ะ"

    ​

    ​ท่านยายหลูได้ยินดังนั้นก็ร้องว่า "ไอหยา ไม่ได้ ๆ ไม่เอา ๆ คนบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกัน จะรับเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูกล่าวว่า "อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านก็เห็นแล้วว่าข้ารับซื้อสาลี่จากคนอื่นหนึ่งอีแปะต่อจิน ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้เงินคนกันเอง หากท่านไม่รับ พรุ่งนี้ข้าจะไม่ให้ท่านมาช่วยงานอีกนะเจ้าคะ"

    ​

    ​ท่านยายหลูจึงจำต้องรับไว้

    ​

    ​รับไว้ก่อน วันหน้าหากแม่ลูกเจียงซื่อไม่มีข้าวจะกิน นางค่อยนำเงินเหล่านี้ออกมาช่วยเหลือก็เหมือนกัน

    ​

    ​ตอนนี้เจียงซื่อใจกว้างมาก วันนี้รับซื้อสาลี่หลายพันจิน ใช้เงินไปหลายตำลึง หากชิวหลีเกาเหล่านี้ขายไม่ได้ เงินเหล่านี้ก็คงสูญเปล่าไปโดยไร้ประโยชน์!

    ​

    ​นางก็อยากจะพูดแต่ก็ต้องกลั้นไว้

    ​

    ​พอดูแล้วเจียงซื่อเป็นคนจิตใจดี ลำบากแทบตายกว่าจะทำชิวหลีเกาขายได้เงินมาไม่กี่ตำลึงก็คิดจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้านเสียแล้ว หากเป็นคนอื่นจะมีใครใจดีขนาดนี้ รับซื้อสาลี่ป่าที่ไม่มีใครต้องการในราคาสูงถึงหนึ่งอีแปะต่อจิน?

    ​

    ​ท่านยายหลูจำต้องกล้ำกลืนคำพูดเหล่านั้นไว้ในใจ แล้วพาสมาชิกในครอบครัวกลับบ้านไป

    ​

    ​วันรุ่งขึ้น เจียงเหลียนจูตื่นแต่เช้าตรู่ ลูกทั้งสามคนที่ช่วยงานเมื่อวานจนเหนื่อยล้า ทว่าน่าแปลกที่ยามเช้าพวกเขากลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับเจียงเหลียนจู

    ​

    ​แม้แต่เอ้อร์เป่าและซานเป่าก็ตื่นแล้ว

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ ที่คุณอ่าน