ตอนที่ 57 ภารกิจเปลี่ยนคลาส
ตึ๊งผู้เล่นแทงค์เถื่อนเพิ่มผู้เล่นพระเอกเข้าสูู่ปาร์ตี้ซาเล้งสะท้านฟ้ากับคนเก็บขยะทั้งห้าค่ะ"เอ๊ะ !" ทรินิตี้ที่ได้ยินเสียงระบบรีบเปิดดูว่าเคธชวนใครเข้ามากัน"ดูเหมือนว่าจะมีสมาชิกเพิ่มนะคะ" น้ำพูดทันใดนั้นเอง เสียงปาร์ตี้แชทก็ดังขึ้นแทงค์เถื่อน : ทุกคนไม่ต้องหาของช่วยภารกิจเลื่อนคลาสแล้วนะคะ พอดีฉันไปเจอผู้เล่นที่เคยทำภารกิจและยังทำไม่สำเร็จมากับเราด้วยทรินิตี้ : ถ้าอย่างนั้นมาเจอกันที่ตลาดตรงที่ก่อนจะแยกย้ายกันไปนะปาร์ตี้ซาเล้งก็กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งโดยที่น้ำและทรินิตี้กำลังยืนรออยู่ เคธและสมาชิกใหม่ก็เดินมาเป็นกลุ่มแรกทรินิตี้มองไปพบผู้เล่นใบหน้ายังหนุ่มแต่หัวล้านเตียนสวมจีวรสีขาวสะอาดตาดูน่าเลื่อมใส บนร่างกายปราศจากของประดับอื่น ๆ นอกจากย่ามที่ถูกสะพายไว้นั้น ขาสองข้างไม่ได้สวมร้องเท้าใด ๆ ไว้"เอ่อ นี่ต้องทักทายยังไงเนี่ย" ทรินิตี้เกาหัวของเขาอย่างมึน ๆ พลางมองสำรวจผู้มาใหม่"เรียกอาตมาตามที่สะดวกก็ได้ อันที่จริงอาตมาไม่ได้เป็นพระในโลกจริง ๆ หรอก วาจาอาตมานั้นถูกเปลี่ยนด้วยระบบเป็นคำพูดที่สำรวมเช่นนี้แหละ"เคธที่พูดเพราะอยู่กับหลวงพี่อยู่นานก็เพิ่งหันมาแบบงง ๆ "อ้าวหรอกเหรอท่าน""ใช่แล้วหละ อาตามามีนามว่าเอก ส่วนคำว่าพระนั้นระบบเป็นคนเปลี่ยนให้อาตมาเอง" เสียงนุ่มนวลกล่าวออกมา"ถ้าอย่างนั้นก็เจริญพรครับหลวงพี่""นั่นบทอาตมา""........""งั้นนมัสการครับ""เจริญพรโยม""ว่าแต่ที่บอกว่าไม่ต้องหาของช่วยเลื่อนคลาสนี้หมายความว่ายังไงเหรอเจ๊" ทรินิตี้หันไปถามเธอ"หลวงพี่ท่านบอกว่าในดันเจี้ยนของภารกิจเลื่อนคลาสไม่สามารถใช้ของพวกระเบิดหรือว่ากับดักช่วยได้ไงหละ"หลวงพี่ที่อยู่ข้าง ๆ รีบพูดขยายความ"ใช่แล้วหละ แล้วก็การพูดคุยกับอาตมาใช้ภาษาปกติก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกว่าท่านหรอก""เข้าใจแล้วครับพี่เอก" สิ้นเสียงทรินิตี้หลวงพี่ก็ยกนิ้วโป้งให้ "ท่านี้มันคุ้น ๆ จัง" ทรินิตี้คิดในใจ"เอาหละ งั้นขออาตมากล่าวต่อไป สำหรับดันเจี้ยนนี้แล้วการต่อสู้ถูกจำกัดไว้เฉพาะไอเท็มและสกิลติดตัวที่มีอยู่เท่านั้น พวกใช้งานเสริมถูกระบบจำกัดไว้เพื่อที่จะเพิ่มความยากของเควสขึ้นไปอีก แล้วมอนสเตอร์ที่อยู่ในดันเจี้ยนในก็เป็นประเภทผีที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยหละ การเคลียร์ภารกิจนั้นทำได้โดยการกำจัดมอนสเตอร์เหล่านี้ให้ครบจำนวนแล้วรับกุญแจขึ้นไปห้องบอส""เข้าใจแล้วครับ ว่าแต่มาฆ่ามอนสเตอร์แบบนี้หลวงพี่ไม่บาปแย่เหรอ" ทรินิตี้พูดด้วยความสงสัย"ไม่บาปหรอก ถึงบาปจริงแล้วอาตมาจะเก็บเลเวลยังไงหละ""อันนั้นก็จริงครับ เดี๋ยวรอเพื่อนผมอีกสักพักนะครับหลังจากนั้นเราจะไปรับเควสแล้วออฟไลน์กัน""เข้าใจแล้ว" หลวงพี่ตอบสักพักหนึ่งแฮคและเดียก็เดินกลับมายังจุดที่ทุกคนรออยู่"อะสวัสดีเพื่อนใหม่....... เอ๊ะ! พระจริงพระปลอมเนี่ย" แฮคทำหน้าเหวอหลังจากเห็นรูปลักษณ์และกิริยาที่สงบของท่าน แม้ว่าตัวเองจะรู้อยู่แล้วว่าในเกมนี้มีอาชีพลับตั้งมากมาย แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ในสิ่งที่แสดงออกมา"อาชีพพระไงหละโยม ตัวจริงก็เป็นคนธรรมดา ๆ นี่แหละ" ท่านตอบกลับ"อ๋อครับ ว่าแต่เรื่องที่ไม่ต้องหาไอเท็มนี่หมายความว่าไงครับ" แฮคถามด้วยความสงสัย ถึงเขาจะเคยเล่นในช่วงทดลองเกม แต่ตอนนั้นระบบเกมส์เน้นความเร็วของเกมมากกว่าภารกิจยิบย่อยเขาจึงไม่เคยทำเรื่องการเลื่อนคลาสเมื่อได้ยินดังนั้นเคธจึงเล่าเหตุผลอีกครั้งหนึ่งให้ทั้งเดียและแฮคฟัง"เอาหละ เมื่อพวกโยมบอกว่าจะไปรับเควสแล้วออฟไลน์กัน อาตมาก็จะนำไปยังสถานที่รับเควสละกัน" ท่านค่อย ๆ ย่างเท้าออกไปอย่างเนิบ ๆ ทว่าก็ยังเป็นความเร็วทั่ว ๆ ไปเพียงแต่เป็นการเคลื่อนที่แบบสุภาพเสียมากกว่าแฮคค่อย ๆ หาจังหวะไปคุยกับเคธที่เดินตามไป"เจ๊ ๆ นี่เจ๊ไปหาหลวงพี่มาจากที่ไหนเนี่ย""ไปเจอตอนทะเลาะกับผู้เล่นมา หลวงพี่ได้มาขัดขวางไว้ไม่ให้ถูกโจมตี แถมผู้เล่นรอบ ๆ ยังวิ่งหนีออกไปด้วย คงจะเก่งพอตัวอยู่แหละถึงได้ทำแบบนี้""อ่อ เยี่ยมไปเลย ว่าแต่ท่านเป็นสายอะไรเนี่ย" แฮคถามเคธ"ลองไปถามท่านดูเถอะ นายเป็นผู้ชายนี่" แฮครีบเดินไปอยู่ข้าง ๆ ท่านที่เดินทันที"เอ่อ หลวงพี่ครับ หลวงพี่เป็นสายอะไรเหรอครับ""ทางสายกลางไม่หนักไปด้านใดด้านหนึ่งหรือด้อยไปด้านใดด้านหนึ่ง" ท่านตอบกลับมาพร้อมกับท่าเดินที่สง่างามเหมือนเดิม"ถ้าอย่างนั้นท่านพอจะบอก Extra Skill เป็นอย่างไรให้ผมทราบได้หรือเปล่าครับ พอดีผมต้องวางแผนเกี่ยวกับการต่อสู้ครับ"ท่านพยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วตอบกลับมา"ความลับของสวรรค์ไม่อาจเอ่ยได้ยังไงหละ" แฮคเมื่อได้ยินคำปฏิเสธแบบนั้นเขาก็ไม่กล้าถามอะไรอีกเพราะเป็นเรื่องปกติที่ Extra Skill จะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเช่นที่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเธอมีสกิลอะไร เขาจึงถอยกลับมาเดินข้างทรินิตี้แทน"เอ็งว่าจะให้จัดพระไปยืนตรงไหนดีตอนทำภารกิจ""ปกติพระนี่เขาต้องต่อยหนัก ๆ ไหมวะ จัดให้ยืนหน้าตบมอนสเตอร์ไปเลย""เอ็งแน่ใจ ไม่ใช่ว่าหลอกให้ข้าทำบาปนะ""ก็เขาบอกอยู่ว่าไม่ใช่พระจริง ๆ เอ็งจะกลัวไรหละ น้ำก็ฮีลให้ได้เหมือนกัน""ก็ได้ ๆ ค่อยรอดูตอนท่านตบมอนสเตอร์ละกัน"ทั้งห้าคนเดินตามหลวงพี่ซึ่งพวกเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเรียกหลวงพี่เพราะด้วยชุดสีขาวนั้นพวกเขาเดาว่าน่าจะเป็นนักบวชในนิกายอื่นมากกว่า แต่เนื่องด้วยความที่ชินกับศาสนาพุทธพวกเขาจึงพูดออกมาโดยปริยาย และอันที่จริงพวกเขาจะไม่เดินตามหลวงพี่ก็ได้ เพราะพวกเขามีแผนที่นั่นเอง !ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าดันเจี้ยนเปลี่ยนคลาสซึ่งมีลักษณะเป็นตอไม้เตี้ย ทว่ากลับใหญ่เกินจนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นโรงงานขนาดยักษ์เลยก็ว่าได้"ทำไมมีตอไม้ยักษ์อยู่กลางเมืองอย่างนี้เนี่ย" ทรินิตี้พูดอย่างสงสัย"อาตมาจะขอเล่าให้ฟังเอง" ขณะที่ท่านกำลังจะพูดแฮคกลับชี้ไปที่ป้ายขนาดใหญ่"นั่นไงประวัติของต้นไม้""ถ้าอย่างนั้นก็อ่านกันเอาเองนะ" แม้ว่าเสียงนั้นจะนุ่มนวลเหมือนเดิมแต่ก็แอบแฝงความน้อยใจเล็ก ๆ ไว้ทรินิตีตบเข้าที่ไหล่ของแฮคทีหนึ่ง เปรี๊ยะ "อย่าขัดหลวงพี่ดิ""อะอ้าว ขอโทษครับหลวงพี่"แฮคพูดขอโทษกลับ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาตมาจะเล่าให้ฟัง"นานมาแล้วที่เมืองแห่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้นี้มีชื่อแรกว่าพยัคฆ์สามเศียร เหตุที่มีชื่อนั้นเป็นในอดีตพยัคฆ์สามเศียรได้เข้าร่วมสงครามแย่งชิง The Spirit ครั้งหนึ่งในหลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้น ได้อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้นี้ซึ่งเมื่อก่อนก็เป็นเพียงต้นไม้เล็ก ๆ ธรรมดา ทว่าเมื่อสงครามจบลงด้วยการพ่ายแพ้มันได้หนีมาตายใต้ต้นไม้นี้และกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้เติบโตใหญ่เกินกว่าต้นไม้ธรรมดาเป็นที่อยู่ให้เหล่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ ทว่าเหล่าฝ่ายปกป้อง The Spirit ได้รู้เข้าจึงระดมพลยิงลำแสงพลังจากฟากฟ้าลงมาทำลายต้นไม้เพราะว่าพวกเขาไม่อาจลงมาทำลายเองได้ ต้นไม้ที่เติบใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปเกือบทั้งทวีปจึงเหลือเพียงตอไม้ขนาดใหญ่เท่านั้น ทว่าด้วยอำนาจที่มีมากของต้นไม้นี้ ได้เก็บวิญญาณของเหล่ามอนสเตอร์และกลายเป็นดันเจี้ยนอยู่ใต้ดินอันเป็นรากของมันนั่นเอง"สรุปเราต้องลงไปจัดการที่รากของมันเหรอเนี่ย ว่าแต่ทำไมวิญญาณไม่ไปนรกหละ" ทรินิตี้ถามเพราะตามได้ยินจากเนื้อเรื่องนั้นมอนสเตอร์ที่ตายวิญญาณก็ต้องลงไปที่นรก"อันนี้อาตมาก็ไม่อาจหยั่งทราบได้ ส่วนการรับภารกิจนั้นเพียงแค่เดินไปทาบมือตรงป้ายสี่เหลี่ยมที่โยมแฮคได้ชี้ไปนั่นแหละ"หลวงพี่ตอบกลับหลังจากนั้นทั้งห้าคนก็เดินไปทาบมือ เสียงภารกิจก็ดังขึ้นท่านได้รับภารกิจการก้าวข้ามขีดจำกัด ส่วนที่ 1รายละเอียด : กำจัดมอนสเตอร์วิญญาณที่อยู่ภายในดันเจี้ยนต้นไม้จำนวน 100 ตน หากทำภารกิจแบบปาร์ตี้จำนวนที่ต้องกำจัดจะเปลี่ยนเป็นคนละ 120 ตนสามารถนับรวมกันได้ เป็นภารกิจที่ต้องทำสำเร็จภายในวันเดียว หากไม่สำเร็จจะต้องเริ่มต้นใหม่ในวันถัดไปจำนวนที่ต้องกำจัด 720 ตนรางวัล ทำภารกิจต่อไปในการเลื่อนคลาส การตายระหว่างภารกิจจะทำให้จำนวนวิญญาณนั้นถูกนับใหม่ การตายภายหลังเมื่อ ภารกิจส่วนที่ 1 นี้สำเร็จไปแล้วจะต้องกลับมาเริ่มภารกิจใหม่ตั้งแต่ภารกิจภารกิจส่วนที่ 1 อีกครั้ง"เยี่ยม ห้ามตายอย่างเดียวสินะ งั้นพวกเราออฟไลน์กันเถอะ หลวงพี่ออฟไลน์เลยไหมครับ" แฮคถาม"ใช่แล้วโยม อาตมาจะออฟไลน์แล้วเพราะคงไม่ได้ทำไรอะไรต่อ"ท้ายที่สุดทั้งหกคนก็เดินหาโรงแรมแล้วออฟไลน์ออกไป