ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 73 ผจญโลกกว้าง 4

         'คำถามของนายท่านข้าน้อยมิอาจตอบได้เจ้าค่ะ เพราะตอนข้าน้อยรู้ตัวก็เห็นเต๋ากับเทพมีระดับเดียวกับข้าน้อยแล้วเจ้าค่ะ หากเป็นเต๋ากับเทพอาจล่วงรู้เจ้าค่ะว่าข้าน้อยมีวิญญาณได้เช่นไร' ไร้ลักษณ์ตอบชุน คำตอบนั้นเหมือนกับโยนขี้ก้อนเท่าภูเขาใส่เต๋ากับเทพ เนื่องจากทั้งสองมิล่วงรู้ว่าวิญญาณของไร้ลักษณ์กำเนิดมาได้อย่างไร


         สถานการณ์สำหรับเต๋ากับเทพพลันกลายเป็นถูกกดดัน แต่เต๋านั้นกล่าวก่อนชุนจะถามราวกับว่ามันเป็นนกรู้ผู้ชาญฉลาด
         'ข้าน้อยขออภัยนายท่านขอรับ เต๋าไร้ความสามารถ หมกมุ่นรับฟังความคิดนายท่านและขัดเกลาตนตลอดเวลาจึงมิอาจรับรู้การกำเนิดวิญญาณของไร้ลักษณ์ได้'
         สิ้นคำบอกกล่าวของเต๋า เทพได้กลายเป็นผู้รับแรงกดดันมหาศาล จะเรียกว่ามีกองขี้ทับตัวเอาไว้ก็ไม่ผิด ความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะโดนโบ้ยให้เป็นผู้บอกกล่าวไปโดยปริยาย ทั้งๆที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง
         'นายท่านโปรดอภัย ข้าน้อยมิรู้เช่นกันว่าไร้ลักษณ์มีวิญญาณได้เช่นไร เกรงว่าคงมีเพียงนายท่านผู้มากความสามารถล่วงรู้แล้ว' เทพกล่าวไปตามจริง แม้ว่าชุนได้ยินมันจะรู้สึกเหมือนบอกปัดคำถามทิ้งไปก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังไงซะไม่มีทางที่พวกเทพจะรู้ได้ แต่เขาอาจจะรู้ว่าวิญญาณของไร้ลักษณ์เกิดขึ้นได้ยังไง
         'เห๋! สรุปว่าไม่มีใครรู้สินะ..เอาเถอะ! ยังไงก็พออนุมานได้ว่า..วิญญาณของไร้ลักษณ์มีอยู่ก่อนแล้ว แค่ทรงพลังขึ้นหลังจากดูดซับพลังงานส่วนเกินเป็นเวลานานจึงเป็นเหมือนพวกแกได้ แต่ในสายตาข้าไม่ว่าจะเทพ เต๋าหรือไร้ลักษณ์ได้กลายเป็นผนึกดีๆไปแล้ว 
         ถ้าเอากระบี่ฟ้าไปผนึกพลังเพิ่ม พลังปราณ พลังเวทมนตร์ พลังจิต และพลังวิญญาณ พลังทั้งสี่ขุมจะถูกผนึกไป สุดท้ายเหลือแค่พลังกายมหาศาล หากเอาแผ่นป้ายเทพอสูรผนึกพลังกาย การฝึกเรกิอาจไม่ได้รับผลกระทบ แค่มันมีความเสี่ยงสูงหรือตายได้ง่ายๆ ยกเว้นจะหาอาวุธชิ้นที่หาหรือคนปกป้องดีๆสักคน'
         'นายท่านขอรับ ข้าน้อยคิดว่าท่านหมกมุ่นกับการฝึกฝนเรกิมากเกินไป เกรงว่าหยุดฝึกหยุดคิดไปสักสิบชั่วอายุคนอาจมีผลดีต่อท่าน'
         'ไม่ได้หรอกเต๋า ต่อให้เป็นอมตะก็เสียเวลาไปเปล่าๆไม่ได้ เพราะถ้าฝึกฝนเรกิไม่สำเร็จคงใช้ชีวิตธรรมดาหรือกลับไปหาครอบครัวไม่ได้แน่นอน อีกทั้งข้ายังคาดว่าปรมาจารย์อาจตามมารังควาน ไม่งั้นคงไม่ยอมตามน้ำไปง่ายๆจนมาถึงจุดนี้หรอก' ชุนบอกความในใจออกไปให้พวกเต๋ารับฟัง การสนทนาจึงถูกเปลี่ยนไปสู่เรื่องสนุกสนานตลอดการเดินทางสู่เมือง
         ทว่า!..ในใจชุนตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหลังจากฝึกเรกิเสร็จสิ้น เขาจะกลับไปยังบ้านเพื่อใช้ชีวิตธรรมดา ส่วนเรื่องหานเยว่เขาไม่อยากเอามันมาใส่ใจอีกแล้ว รวมไปถึงเรื่องปรมาจารย์หลินเองเขาจะตามน้ำไปจนจบ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ต่อให้พลังเทียบเท่าหรือว่าอะไรก็ตามชุนจะไม่สร้างปัญหาให้ตัวตนระดับเดียวกัน ซ้ำปรมาจารย์หลินยังเป็นคนที่เขานับถือ
         สุดท้ายแล้วเรื่องในอนาคตชุนทำได้เพียงวางแผนและตั้งเป้า สำหรับเรื่องในตอนนี้ เขาเพียงต้องการฝึกฝนเรกิและผ่อนคลายสักพัก
         .     .     .     .
         ณ เมืองร่มไม้
         ชุนได้เดินทางมาถึงเมืองหลายวันแล้ว เพียงแต่เขายังไม่เข้าไป แค่ยืนดูเมืองจากด้านนอกอยู่เงียบๆเหมือนกำลังสังเกตการณ์ดูว่า นอกจากกำแพงเมืองแข็งแกร่งเกินจำเป็นกับทหารเฝ้าประตูเมืองกำลังตรวจคนเข้าเมืองยังมีอะไรอีกหรือไม่ที่เพิ่มความสนใจให้เขา
         "มีแค่ตรวจคนเข้าเมืองไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติม ไม่ใช่ว่าหละหลวมไปรึไง..ช่างเถอะมันไม่ใช่กงการอะไรของข้า" ชุนกล่าวจบพลันตัดสินใจเดินไปยังด่านตรวจเพื่อเข้าเมือง
         เมื่อชุนไปตรงด่านตรวจย่อมต้องต่อแถวรอคิวอยู่สักพัก กระนั้นเขารออย่างเงียบๆพลางมองป้ายชื่อเมือง 'ร่มไม้' บนประตูเมือง กระทั่งถึงคิวของเขาถูกทหารยามตรวจกลับกลายเป็นปัญหา ปัญหามาจากสื่อสารกันไม่เข้าใจจนเกือบเกิดการทะเลาะ แต่ยังดีที่อยู่ๆดันมีหมีตัวเขื่องดูดุร้ายวิ่งออกมาจากป่าจึงเกิดเป็นความวุ่นวาย ทำให้ชุนมีโอกาสเข้าไปในเมืองได้สำเร็จ
         'นายท่านเจ้าคะ ข้าน้อยแนะนำให้นายท่านเปลี่ยนชุดพร้อมเก็บงำกระบี่ หาไม่แล้วในเวลาไม่นานหลังจากหมีตนนั้นถูกจัดการนายท่านอาจพบปัญหาภายหลัง' ไร้ลักษณ์กล่าวระหว่างชุนกำลังเคลื่อนไหวหามุมเงียบๆในเมือง 
         'เจ้าไม่บอกข้าก็ทำอยู่แล้ว แถมจะทำมากกว่านั้นด้วย'
         .     .     .
         ตรอกแห่งหนึ่งภายในเมืองร่มไม้
         ชุนได้เก็บกระบี่พร้อมกับเปลี่ยนชุดเสร็จสรรพในเวลาสามลมหายใจ จากนั้นเขาได้นำกระบี่ฟ้าไปผนึกขุมพลังที่สี่ของเขา แล้วนำแผ่นป้ายเทพอสูรผนึกพลังกายไว้อย่างลวกๆ เพราะเขาจะใช้เวลายามค่ำผนึกพลังไว้อย่างแท้จริง
         "ชุดในใต้ชุดคลุมมันทำให้เราเหมือนลูกศิษย์สำนักผู้ฝึกยุทธบนยอดเขาไม่มีผิด ถึงดูแปลกตาไปหน่อยยังไงในเมืองคล้ายๆยุคกลางคงใช้ได้ ไม่สิ..ปล่อยผมไม่ต้องมัดมันแล้ว เท่านี้คงไม่มีใครจำได้" ชุนเปลี่ยนทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาจึงเดินออกมาจากตรอกซอย เข้าสู่ฝูงชนกลมกลืน
         ชุนเดินชมเมืองร่มไม้ไปเรื่อยๆโดยไม่สนว่ามันจะเวลาผ่านมาถึงช่วงเย็นหรือผู้คนเริ่มซาลง แม้ว่ามืดค่ำเขายังไม่ใส่ใจ กลับกันเขาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า เพราะว่าชีวิตยามราตรีในเมืองร่มไม้มีสีสันต่างไปจากตอนกลางวันลิบลับ เพราะลานกว้างและพื้นที่ไม่ได้รับความสนใจช่วงกลางวัน มากลางคืนดันมีร้านค้าเต็มไปหมด ทั้งยังมีไฟส่องสว่างสีไม่ซ้ำกันในแต่ละร้าน
         "บรรยากาศยุคกลางให้กลิ่นอายเหมือนตลาดนัดยามค่ำ รู้สึกแปลกแต่ก็รู้สึกไม่เลว" ชุนรู้สึกชื่นชอบบรรยากาศอยู่ไม่น้อย เทพ เต๋าและไร้ลักษณ์ต่างไม่คิดรบกวน ปล่อยให้ชุนเดินเที่ยวเปิดหูเปิดตาจวบจนทุกอย่างในเมืองมืดมิด ผู้คนหลับนอน ทหารเดินตรวจตรา
         ชุนได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคาของบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เหตุผลที่เขาขึ้นไปนั้นมาจากคืนนี้เขาจะผนึกพลังอย่างแท้จริง ในส่วนเหตุผลผนึกพลังมันมีอยู่อย่าง หนึ่งเขาทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกฝนเรกิ สองเขาทำเพื่อให้ตัวเองรับรู้ว่าอ่อนแอ ขืนยังทำแบบนี้เรกิไม่มีทางเก้าหน้าและวนเวียนอยู่ร่ำไปไม่รู้จบ
         'นายท่านเจ้าคะ ท่านจะผนึกพลังจริงๆหรอเจ้าคะ' ไร้ลักษณ์ถามชุนอย่างเป็นกังวล ชุนจึงตอบกลับไป
         'ถูกต้อง! พวกเจ้าอย่าได้กังวลไปทุกอย่างมีแผนรองรับเอาไว้ทั้งหมด จากองค์ความรู้กับความทรงจำสืบทอดรวมไปถึงประสบการณ์ ข้าจะให้เทพผนึกพลังวิญญาณ เต๋าผนึกพลังปราณ เจ้าผนึกพลังวิญญาณ กระบี่ฟ้าจากสำนักคุนหลุนผนึกพลังจิต ป้ายหยกเทพอสูรผนึกพลังกาย
         ด้านความปลอดภัยข้าเตรียมการเอาไว้ว่า วิญญาณจะถูกปกป้องจากป้ายผู้คุมกฎดังเดิม ร่างกายถูกปกป้องจากป้ายหยก แต่การปกป้องร่างกายนั้นข้าจะสำแดงพลังของอสูรหนึ่งชนิดยามตกอยู่ในอันตราย
         เรื่องการคลายผนึกมีเพียงสองวิธี สองวิธีนี้ยังมีความแตกต่างกัน วิธีแรกเมื่อข้าฝึกฝนเรกิสำเร็จผนึกจะคลายสมบูรณ์ วิธีสองยามร่างกายแหลกสลาย ผนึกจะถูกปลดให้สร้างร่างกายใหม่
         สุดท้ายเป็นความต้องการสามอย่าง ความต้องการแรก..เริ่มรับรู้การฝึกฝนเรกิตั้งแต่เริ่มจากคนธรรมดาและหาข้อผิดพลาดเพื่อบรรลุ  ความต้องสอง..ขัดเกลาตนเองกับหาความตื่นเต้น ความต้องการสุดท้าย..ใช้ชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ไปสักระยะเวลาหนึ่ง อีกอย่างหลังจากผนึกไปแล้ว พวกเจ้ามิอาจตอบโต้กับข้าได้อีก ร่างกายเองอาจกลายเป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดา..
         เอาล่ะ! ไม่เสียเวลามากแล้ว ขอให้พวกเจ้าหยุดรบกวน รอวันที่ข้าฝึกฝนสำเร็จ วันนั้นไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างร่ายกายพิเศษให้พวกเจ้า ข้ายังจะพาพวกเจ้าไปทุกดวงดาว..ทุกสถานที่ เหนือสิ่งอื่นใดข้าจะไม่ผนึกความทรงจำ เพราะตัวข้าคิดได้ ควบคุมตนเองได้ เข้าใจตนเองได้และจำได้'
         สิ้นคำบอกกล่าวเหล่าศาสตราวุธของชุน เขาก็ได้เริ่มผนึกพลังของตนเอง

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน