"ข้ามีนามว่า ‘เซเลสเทีย’ ผู้ชี้นำแห่งโลกที่หนึ่ง" หญิงสาวหน้าตาสวยสะคราญในชุดเกราะอ่อนเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง สายตาของเธอสะท้อนความสุขุมขณะกวาดมองมนุษย์โลกทั้ง 200 คนที่กำลังตั้งใจฟัง
"จงเงี่ยหูฟังให้ดี เ้าพวกหน้าใหม่... ที่นี่คือ 'เมืองแห่งการเริ่มต้น'ทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลที่ผ่านด่านศูนย์มาได้ จะต้องมาจุดวาร์ปแรกเริ่มที่นี่เหมือนกันหมด ทว่าในโลกที่ 2 หรือโลกที่ 3 จุดเกิดก็จะเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่เผ่าพันธุ์นั้นๆ จารึกไว้ บางเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจ ถึงกับออกไปบุกเบิกตั้งเมืองใหม่ของตัวเองตามพื้นที่ต่างๆ ในโลกใบนี้เลยด้วยซ้ำ"
เซเลสเทียเว้นจังหวะพลางปรายสายตามองไปยังกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่ยืนมุงอยู่รอบลานหิน ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง:
"จงระวังให้ดี ไม่ใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะญาติดีกับพวกเ้า... แต่ยังดีที่พระเ้ายังปรานี ภายในรัศมี 100 กิโลเมตรนับจากเมืองเริ่มต้นแห่งนี้ มีกฎเหล็กห้ามไม่ให้มีการต่อสู้หรือฆ่าฟันกันโดยเด็ดขาด! แต่หากพวกเ้าก้าวข้ามเขตแดน 100 กิโลเมตรนี้ไปเมื่อไหร่... นั่นหมายความว่าพวกเ้าต้องดูแลตัวเอง หากถูกฆ่าตายก็ไม่มีใครช่วยได้"
"เื่ปากท้องและการดำรงชีวิต โลกนี้มีสกุลเงินส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันอยู่ แต่พวกเ้าที่เป็ผู้มาใหม่ขัดสนเงินทองก็ไม่ต้องกังวลไป... จงออกไปล่าสัตว์อสูรนอกเมืองเพื่อนำชิ้นส่วนมาขายแลกเปลี่ยนเป็เงินได้ และจำไว้ให้ดี ในเมืองนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ทดสอบข้ามโลกแบบพวกเ้าเท่านั้น แต่ยังมี 'ประชากรท้องถิ่น'ที่เกิดและเติบโตในโลกที่ 1 นี้ั้แ่เกิดจนตายปะปนอยู่ด้วย รอพวกเ้ามีระดับพลังและเลเวลที่มากพอจนสำรวจตรวจสอบได้ พวกเ้าถึงจะแยกแยะออกว่าใครเป็ใคร"
ผู้ชี้นำสาวอธิบายต่อพลางชี้มือไปทางวิหารหินขนาดใหญ่เื้ั "นอกจากนี้ พวกเ้ายังสามารถเดินทางไปฝึกฝนทักษะเฉพาะทางกับ 'ผู้ะ'ที่สถิตอยู่ตามวิหารฝึกตนได้ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมด... พระเ้าได้ใส่ลงไปในหน้าต่างระบบของพวกเ้าเรียบร้อยแล้ว หึ... พวกเ้านี่สบายดีเนาะ มีระบบคอยบอกทุกอย่าง ไม่ต้องให้ข้ามานั่งแหกปากอธิบายละเอียดยิบย่อยเหมือนเผ่าพันธุ์โบราณอื่นๆ เอาเป็ว่ามีปัญหาอะไรด่วน ก็ไปหาข้าได้ที่คฤหาสน์เ้าเมืองแล้วกัน!"
นัทที่กำลังยืนฟังคำอธิบายอย่างเคร่งเครียดพลางก้มมองหน้าต่าง เพื่อเช็กข้อมูลตามที่เซเลสเทียพูด แต่พอได้ยินคำว่า 'มีระบบคอยบอกทุกอย่างไม่ต้องอธิบายเหมือนเผ่าอื่น' เขาก็สะดุ้งเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมองรอบตัวเพื่อสำรวจเพื่อนร่วมโลกอีก 199 คน
แต่แล้ว สายตาของนัทก็ไปสะดุดกึกเข้ากับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล... ภาพที่เห็นทำให้นัทถึงกับตาค้างและใสุดขีด!
มันคือหนุ่มผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง ที่ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบเอว... ใช่! เขาใส่ชุดนี้มาั้แ่เริ่มบททดสอบแรกสุดในโลกที่ 0 ผ่านการฟัดกับอสูรกาย 100 ตัว รอดชีวิตมาได้ และจนกระทั่งวาร์ปมาถึงโลกที่ 1 นี้ พี่แกก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอย่างเหนียวแน่นกระชับแ่า ไม่หลุดไม่หาย!
นัทที่กลั้นขำไม่ไหวถึงกับหลุดอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตลกขบขัน:
"เชร้ดเข้! พี่ผ้าเช็ดตัว! พี่รอดสู้ร้อยตัวมาในสภาพนี้ได้ไงวะน่ะ? ระบบไม่ได้แจกชุดเซ็ตเริ่มต้นให้พี่เลยเหรอขรับเนี่ย!! "
พี่กล้าที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปมองตามเสียงอุทานของนัท พอเห็นชายหนุ่มหน้านิ่งในชุดผ้าเช็ดตัวพันเอวกำลังยืนกอดอกฟังผู้ชี้นำสาวอย่างขรึมๆ คุณพ่อลูกอ่อนถึงกับหลุดขำก๊ากออกมาเช่นกัน แบรนด์ผ้าเช็ดตัวนี้ช่างทนทานเหนือกาลเวลาจริงๆ!
แสงสว่างที่ห่อหุ้มร่างของคนทั้ง 200 คนค่อยๆ จางลง สิ่งแรกที่ปะทะประสาทััคือสายลมพัดเอากลิ่นดินและกลิ่นอายโบราณมาเตะจมูก นัทและพี่กล้าลืมตาขึ้นมองทัศนียภาพรอบกาย สิ่งที่เห็นไม่ใช่ตึกราบ้านช่องระฟ้าอันทันสมัยเหมือนโลกเดิมที่พวกเขาจากมา แต่เป็ เมืองขนาดกลาง ที่มีสิ่งก่อสร้างคล้ายยุคอดีตอันห่างไกล บ้านเรือนทำจากไม้หนา มุงหลังคาแฝก และถนนหนทางที่ปูด้วยหินก้อนใหญ่ บรรยากาศดูดิบๆ คล้ายกับหมู่บ้านเริ่มต้นในเกมผจญภัยแนวแฟนตาซีไม่มีผิด
"ที่นี่น่ะเหรอ... โลกที่หนึ่ง" พี่กล้าพึมพำ มือยังคงกุมด้ามดาบซามูไรไว้แน่น สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่ว
??“? ข้อมูลเริ่มต้น และเงื่อนไขการกลับโลกเดิม
นัทสะบัดมือเปิดหน้าต่างระบบ ของเขาขึ้นมาทันที ตรงมุมขวาของตารางสเปรดชีตมีไอคอนรูป หนังสือข้อมูล กะพริบแจ้งเตือนอยู่ เขาใช้นิ้วแตะเปิดมันออก มันคือก้อนข้อมูลที่เขียนว่า "ข้อมูลเริ่มต้นสำหรับมนุษย์โลก"
ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่กำลังเปิดหน้าจอระบบของตัวเองอยู่ต่างพากันอุทานและส่งเสียงฮือฮาด้วยความใกับบทความแรกที่ปรากฏขึ้นมา:
[ประกาศจากระบบ: พวกคุณคืุ์กลุ่มแรกจากดาวโลกที่เดินทางมาถึงโลกที่หนึ่ง]
พวกคุณสามารถเดินทางกลับไปสู่โลกเดิมของพวกคุณได้ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
ทุกคนในกลุ่ม 200 คนต่างหันมามองหน้ากัน แววตาที่เคยสิ้นหวังเริ่มมีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมา "พวกเรามีวิธีกลับบ้านแล้ว!"เสียงใครคนหนึ่งะโขึ้นมาด้วยความดีใจ
??‘?️ สายตาของเผ่าพันธุ์อื่น และการปรากฏตัวของผู้ชี้นำ
ทว่า ความดีใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อนัทลองเงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบๆ ตัว จุดที่พวกเขาทั้ง 200 คนวาร์ปมาลงนั้น มันคือลานหินกว้างใจกลางเมือง ซึ่งถูกเรียกว่า "จุดกำเนิดของเผ่าพันธุ์ใหม่"
รอบลานหินนั้นมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีลักษณะเด่นแปลกตา ยืนมุงดูพวกเขาอยู่เป็จำนวนมาก บางตนมีหูแหลมยาวและออร่าเวทมนตร์ลอยล่อง บางตนมีั์ตาส่องประกายพลังจิต และบางตนมีร่างกายกำยำแผ่กลิ่นอายปราณต่อสู้อันดุดัน เมืองเริ่มต้นแห่งนี้เป็จุดศูนย์รวมที่เผ่าพันธุ์จากโลกอื่นๆ ใช้เดินทางเข้าออกพลุกพล่าน สายตาของพวกต่างดาวที่จับจ้องมายังมนุษย์โลกกลุ่มใหม่นี้ เต็มไปด้วยความสนอกสนใจ ปนเปไปด้วยความสอดรู้สอดเห็นและสายตาที่มองอย่างเหยียดหยามในความล้าหลัง
"ดูท่า... ทางกลับบ้านของเราคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่วะนัท" พี่กล้าขยับตัวมาบังข้างๆ นัท สัญชาตญาณคุณพ่อลูกอ่อนบอกว่าพวกเขากำลังตกเป็เป้าสายตา
"เงียบๆ กันหน่อย เ้าพวกหน้าใหม่จากดาวโลก!"
ทันใดนั้น เสียงหวานทรงอำนาจะโก้องกังวานมาจากหน้าวิหารหิน ทุกสายตารวมถึงนัทและพี่กล้าหันไปมองตามเสียงทันที ร่างของ หญิงสาวหน้าตาสวยสะคราญ ในชุดเครื่องแต่งกายกึ่งเกราะอ่อนที่ดูงดงามและน่าเกรงขามกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา เธอคือผู้ได้รับการมอบหมายจากพระผู้เป็เ้า ให้ทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยเหลือและอธิบายกฎเกณฑ์ในการเอาชีวิตรอด ก่อนที่พวกมนุษย์โลกจะออกเดินทางเผชิญหน้ากับความจริงของโลกที่ 1 แห่งนี้!