Moonlight of Darkness: ผมคือจิ้งจอก แห่งแดนสนธยา
By : Say windy
บทนำ
ในห้องโล่งๆ แสงสว่างเล็ดรอดมาจากซี่กรงหน้าต่าง้าทำให้พอรู้วันเวลา กลิ่นอับชื้นในห้องทำให้บรรยากาศดูหนาวเย็นจน ‘ตัวผม’ ต้องขดตัวเพื่อให้ความอบอุ่นกับตัวเอง ผ้าห่มผืนบางไม่ช่วยอะไรนอกจากเป็ที่รองตัวไม่ให้พื้นมันเย็นเกินไป ไม่อย่างนั้นร่างกายที่อ่อนแอคงมีไข้ขึ้นแล้วจะเดือดร้อนพวกคนที่นี่อีก
ที่นี่คือกรงขนาดใหญ่ชั้นในสุดของสถานกักกัน มีคนอื่นๆอยู่ที่นี่หลายคน แต่ส่วนใหญ่มักจับกลุ่มอยู่ในกรงเดียวกันเพราะเป็ ‘สายพันธุ์’ เดียวกัน ผมไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับใคร กรงถูกแยกออกมาจนติดกำแพง ส่วนกรงข้างๆและฝั่งตรงข้ามล้วนว่างเปล่า ไม่มีใครเคยคุยกับผมนอกจากผู้คุมขังที่จะมาดูอาการหรือให้อาหารนิดๆหน่อยๆแล้วจากไป
พอมองจานอาหารที่ว่างแล้วชวนละเหี่ยใจ จะบอกว่าผมกินเยอะกว่าตัวอื่นก็คงได้ แต่จานเดียวมันไม่มีทางอิ่ม ในเมื่อผมเป็ผู้ใหญ่เกินกว่าเด็กที่จะอิ่มกับข้าวแค่จานเดียว ที่นี่ให้แค่มื้อเช้า ของว่างนิดนึง และมื้อเย็นเท่านั้น
หิวจัง...แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นเลย การใช้มือทุบกรงไม่ใช่วิสัยที่ดี ก่อนจะได้อาหารคงเจอไม้ตีก่อนข้อหาก่อความวุ่นวาย จะเรียกว่าผมรู้ดีที่สุดในนี้ก็ได้
เพราะอยู่มานาน นานเสียจนคนที่นี่ล้วนเป็หน้าใหม่ ส่วนหน้าเก่าๆต่างก็ออกไปกันหมดจนไม่รู้ว่าผมอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว
ตอนนี้เข้าสู่่เย็นซึ่งใกล้จะได้เวลาปิดทำการของที่นี่ มีคนสองสามคนเข้ามาแล้วพาคนในนี้ออกไปบ้าง อาจจะถูกซื้อตัว ไม่ก็ถึงเวลาเก็บกวาด แน่นอนว่าถ้าเป็อย่างหลังผมคงต้องภาวนาให้พวกเขาหลับอย่างสงบ
บางทีผมอยากออกไปบ้าง แต่ทำไม่ได้ เพราะชีวิตนี้ไม่ใช่ของผมแค่ตัวเดียว
วันนี้ ‘เ้านาย’ ก็ยังไม่รับกลับสินะ
อืม...เอาเถอะ
ผมใช้เท้าหน้าลูบหัวตัวเองนิดหน่อย เลียขน กลิ้งตัวอย่างเกียจคร้านบนที่ของตัวเอง ตามกิจวัตรประจำวันตอนว่าง ปกติอาจจะมีการอาบน้ำไม่ก็เดินเล่นบ้าง แต่นั่นมันสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง ไม่ก็คนดูแลเขาเบื่อจัดเลยหาอะไรทำ
ว่าแต่ ขนหางยาวเกินไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าที่นี่หนาวเกินไปหน่อยผมคงจะขอให้พวกเขาช่วยตัดให้ อย่างน้อยขนของผมก็มีราคาพอทำผ้าพันคอได้นะ แต่ถ้าไม่เกรงใจพวกเขาคงอยากจะถลกหนังของผม เพียงแต่ว่าทำไม่ได้ เพราะปลอกคอที่ผมใส่ชี้ชัดว่าผมยังมีเ้าของ ไม่ใช่สัตว์จรจัดแบบคนอื่นๆ
ปฏิทินของที่นี่บ่งบอกว่าถึง่สิ้นปีแล้ว ปีใหม่นี้คงจะมีความครึกครื้นน่าดู คนจะเข้ามาหาสัตว์เลี้ยงตามเคย แต่ถ้าขายไม่ออก ก็จะถูกเก็บกวาดไปแล้วไม่กลับมาอีก แต่ผมก็ไม่เคยเห็นใครอายุเท่าผมเลยสักคน
ต้องขอบคุณหูยาวๆกับหางฟูๆ และดวงตาสีน้ำเงินนี่แล้วสิ ทำให้ผมไม่ถูกเก็บกวาดง่าย
อย่างน้อยผมก็หายากเต็มกลืน
บนโลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘มนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรม’ เพื่อความสนุกของคนกลุ่มหนึ่งในการสร้างสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ไว้ใช้งาน เพื่อความสวยงาม หรืออวดคนอื่นๆ ทว่าด้วยเหตุผลที่ว่าส่วนใหญ่คนถูกทดลองมักเป็พวกฐานะยากจนหรือทาสใน่า ทำให้สิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ถูกลดเกรดลงมาเป็สัตว์เลี้ยงชั้นต่ำ เป็พวกก้ำกึ่งที่มีกฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัด
ผมก็คือหนึ่งในนั้น
แต่ว่าผมก็ไม่ได้เกลียดตัวเองหรอกนะ คงเพราะเหนื่อยมากแล้วล่ะ
ผมหลับตาลงเล็กน้อยเพราะแสงไฟตามทางถูกเปิดจนแสบตา ก่อนตัดสินใจใช้หางขนาดใหญ่กว่าตัวปกคลุมร่างกาย พลิกตัวเข้ากำแพงแล้วหลับตาลง
ยังไงในกรงนี้มีผมตัวเดียว อาหารยังไงก็ทิ้งไว้ที่เดิมอยู่ดี
ตอนนี้รู้สึกยังไงน่ะเหรอ...ผมรู้สึกเฉยๆครับ