รอบถัดไปของเสี่ยวชวนเป็รอบลึก คู่ต่อสู้นาม เยี่ยนจิง จากสำนักดอกรัก มีระดับพลัง“ก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลาย” ซึ่งมากกว่าเสี่ยวชวน 1 ขั้นที่อยู่ขั้นกลาง
รอบนี้เสี่ยวชวนจะต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น เยี่ยนจิงก็พุ่งเข้าใส่เสี่ยวชวนทันที
เยี่ยนจิงฟาดกระบี่ใส่เสี่ยวชวนเป็แนวเฉียง
“ฟึ่บ-!”
เสี่ยวชวนปัดกระบี่ออกพร้อมฟาดดาบสวนกลับไป แต่เยี่ยนจิงก็รับไว้ได้
เยี่ยนจิงรุกต่อทันทัน มันฟาดกระบี่มาถี่ยิบราวสิบกระบวนท่า
เสี่ยวชวนปัดป้องอย่างใจเย็นโดยใช้พลังน้อยที่สุด เสี่ยวชวนนั้นมีระดับพลังน้อยกว่าอีกฝ่าย หากเขาหักโหมรับกระบี่ตรงๆ แรงของเขาจะต้องหมดและพ่ายแพ้ก่อนอย่างแน่นอน
ดังนั้นวิธีที่เสี่ยวชวนใช้คือการใช้พลังเพียงน้อยนิดปัดป้องกระบี่ออกด้านข้าง ปล่อยให้เยี่ยนจิงโถมฟันมาอย่างหักโหม
เวลาผ่านไป เยี่ยนจิงเริ่มใช้ไปหลายสิบกระบี่หลายสิบกระบวนท่า เขาเริ่มเหนื่อย
จังหวะนั้น สายตาของเสี่ยวชวนเป็ประกายคมวาว เขาฟาดดาบอย่างแม่นยำอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปที่หน้าอกของเยี่ยนจิง เืสาดกระจาย เยี่ยนจิงส่งเสียงร้องพร้อมลงนอนไปกอง
คนดูถึงกับตกตะลึง
เหล่าอาจารย์ต่างคิดกันว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ระดับพลังน้อยกว่า แต่กลับใช้พลังสมองและการอ่านจังหวะสามารถเอาชนะศัตรูที่มีระดับพลังเหนือกว่า 1 ขั้นได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนัก
รอบนี้เสี่ยวชวนไม่ได้เสียพลังไปเท่าไรนัก มีเพียงาแจากหัวไหล่จากรอบก่อนที่เริ่มสมานตัวแล้วเท่านั้น
หลินเยว่เห็นเสี่ยวชวนเก่งกาจขนาดนี้นางเองก็เริ่มวางใจมากขึ้น
รอบถัดไปหากเสี่ยวชวนชนะ เขาจะติด 1 ใน 10 อันดับแรกแล้ว
คู่ต่อสู้รอบถัดไปคือ ลั่วเหิง สำนักพยัคฆ์คำราม ระดับพลังก่อกำเนิดขั้นปลาย มากกว่าเสี่ยวชวน 1 ระดับ
จากรอบก่อนๆที่ผ่านมา เสี่ยวชวนสังเกตเห็นว่า ลั่วเหิงเป็คนบ้าพลัง อึด ใจร้อน และชอบต่อสู้ คู่ต่อสู้แบบนี้ เสี่ยวชวนมั่นใจว่าสามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
ด้วยความใจร้อนและบ้าพลัง ยังไงก็ย่อมต้องบุกตะลุยอย่างไม่คิดชีวิตอย่างแน่นอน เสี่ยวชวนจะต้องล่อให้มันหมดแรงก่อนจึงชิงจังหวะเอาชัย
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น ลั่วเหิงก็กล่าวขึ้นมาเล็กน้อย “เ้าเสี่ยวชวนสินะ รอบก่อนเห็นว่าใช้พลังแปลกๆ ไหนลองเอามาใช้กับข้าดูหน่อยสิ อยากเห็นนักว่าจะร้ายกาจสักเพียงใด?”
“หึ… ระดับเ้ายังไม่คู่ควร เข้ามาเถอะ” เสี่ยวชวนกล่าว
ลั่วเหิงได้ยินดังนั้นก็เืลมร้อนขึ้นมากระทันหันมันพุ่งใส่เสี่ยวชวนอย่างไม่คิดชีวิต มันใช้วิชาดาบของมัน เพลงดาบสำนักพยัคฆ์คำรามฟาดฟัดไปทางเสี่ยวชวนอย่างหักโหม
ด้วยกำลังที่เหนือกว่า ลั่วเหิงย่อมสามารถฟันได้มากกว่า แรงมากกว่า อึดกว่า บ้าพลังมากกว่า
แต่สิ่งที่เสี่ยวชวนทำ มีเพียงปัดป้องเพลงดาบอันรุนแรงจากลั่วเหิงโดยใช้แรงกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาใช้วิธีเดียวกับรอบก่อนไม่ผิดเพี้ยน
เสี่ยวชวนรู้ตัวเองดีว่าระดับพลังของตนนั้นน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ 1 ขั้น หากเขาปะทะกับมันตรงๆ เขาย่อมพ่ายแพ้โดยไว ดังนั้น เขาจึงต้องหลอกล่อให้มันใช้พลังของมันออกมาให้มากที่สุดเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยฟันสวนกลับไป
ลั่วเหิงบุกด้วยเพลงดาบสำนักพยัคฆ์คำรามไปหลายสิบกระบวนท่าจนมันเริ่มเหนื่อยและเปิดช่องว่าง
เสี่ยวชวนสายตาคมกริบใช้ดาบฟาดฟันไปยังลำคอของลั่วเหิงทันที
“แกร๊ง-!”
ลั่วเหิงรับไว้ได้ “เหอะ! คิดว่าข้าจะรับดาบของเ้าไม่ทันงั้นหรอ?”
“ไม่เลวนี่ แม้จะเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่เ้าก็ยังสามารถรับดาบของข้าได้ ร้ายกาจสมกับเป็ศิษย์สำนักพยัคฆ์คำรามจริงๆ”
“เหอๆ ได้ฟังคำเยินยอจาก ศิษย์สำนักกระบี่ฟ้าครามซึ่งเป็หนึ่งในสำนักแกนหลักของสภาเทียนหลิงแบบนี้ชมเชยข้ารู้สึกสดชื่นดีจริงๆว่ะ ฮ่าๆๆ มาต่อกันเถอะเสี่ยวชวน”
“ฮ่าๆๆ มาเลยเข้ามา”
ลั่วเหิงไม่พูดพร่ำอีกมันพุ่งเข้ามาทั้ง ฟาด ฟัน แทง แต่ไม่ว่ามันจะบุกยังไง เสี่ยวชวนก็สามารถตั้งรับได้อย่างรัดกุมทุกกระบวนท่าโดยที่ไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่บุกมาหลายสิบกระบวนท่าอย่างยาวนาน ในที่สุดลั่วเหิงก็เผยจุดอ่อนถึงตายออกมาจริงๆ
เสี่ยวชวนเห็นโอกาสนั้น หากเขาหมายเอาชีวิต ลั่วเหิงคงไม่รอดแน่แล้ว แต่เสี่ยวชวนทำเพียงแทงสวนไปยังหน้าอกของลั่วเหิงจนเืสาดกระจายเพียงเท่านั้น
ลั่วเหิงไม่ทันตั้งตัวและใที่เสี่ยวชวนว่องไวและแม่นยำขนาดนี้ มันคำรามลั่นและลงไปนอนกอง ความบ้าเื บ้าพลัง บ้าคลั่ง บ้าการต่อสู้ของมันหายไปในพริบตา
“เสี่ยวชวนชนะ!!”
“ขอบใจเ้าที่ไม่แทงจุดสำคัญของข้าเสี่ยวชวน ข้าลั่วเหิง จะจดจำบุญคุญนี้ไว้ สักวันจะตอบแทนเ้า”
“ไม่จำเป็หรอก นี่เป็เพียงการประลองวัดฝีมือ ไม่จำเป็ต้องถึงขั้นเอาชีวิตก็ได้ นอกเสียจากว่า….”
“งั้นรึ? เ้าไม่ต้องพูดต่อแล้วล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว รอบนี้ที่สู้กับเ้าข้าสะใจจริงๆ เพียงเท่านี้ข้าก็ติด 1 ใน 10 อันดับแรกแล้วแม้จะพ่ายแพ้ต่อเ้าก็เถอะ รอบต่อไปเ้าเองก็โชคดีละกัน”
“อืม ขอบใจ”
หลังจากจบรอบของเสี่ยวชวน รอบต่อไปก็เป็มู่ชิงจากสำนักจิติญญา ระดับพลังของนางอยู่ที่สร้างแกนพลังขั้นกลาง ซึ่งนับได้ว่าไม่ธรรมดา
คู่ต่อสู้ของนางคือจางหลงจากสำนักกระบี่ฟ้าคราม จางหลงมีระดับพลังน้อยกว่ามู่ชิง 1 ขั้น
เมื่อการประลองเริ่มขึ้นมู่ชิงก็แผ่ไอิญญาจากพลังจิตกดดันจางหลงจากรอบทิศทางทางทำให้จางหลงรู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก
จางหลงพุ่งเข้าไปใช้กระบวนท่าดาบกระบี่ฟ้าครามใส่มู่ชิงอย่างองอาจ แต่มู่ชิงก็อ่านการเคลื่อนไหวและหลบหลีกปัดป้องได้หมด ด้วยแรงกดดันวัญญาณด้วยพลังจิตจากมู่ชิง นางทำให้จางหลงเสียสมาธิิอย่างหนักหน่วง
“เหอะ!! เ้ามันน่ารำคาญจริงๆ แน่จริงก็มาสู้กับข้าตรงๆสิ” จางหลงกล่าว
“วิชาจิติญญาเป็วิชาจากสำนักข้า หากข้าไม่ใช้ ไม่เท่ากับเป็ไอ้โง่หรอกรึ? เ้าโตป่านนี้แล้วเื่แค่นี้ยังไม่รู้รึ?”
“บัดซบ! ข้าจะอัดเ้าให้ตาย!!”
“เหอะ!!” มู่ชิงแค่นเสียงพร้อมใช้วิชาคลื่นจิตสะท้อนรบกวนการควบคุมพลังของจางหลง มันทำให้จางหลงช้าลงไปเยอะ
ด้วยระดับพลังที่มากกว่า มู่ชิงก็สามารถเอาชัยจางหลงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“ผู้ชนะ มู่ชิงสำนักจิติญญา!!”
“โอ้โห มู่ชิงผู้นี้ร้ายกาจจริงๆ” เหล่าคนดูกล่าว
เหล่าอาจารย์จากสำนักจิติญญาก็พยักหน้าอย่างอารมณ์ดี ในใจคิดว่า สมแล้วที่เป็อัจฉริยะจากสำนักเรา เย่หานเองก็มองไปยังมู่ชิงด้วยสายตาชื่นชมไม่น้อย
รอบต่อไปเป็เย่เฉิน คนผู้นี้ไร้สำนัก ระดับพลังก่อกำเกิดลมปราณขั้นปลาย ใช้เพียงวิชาดาบพื้นฐานไม่มีอะไรพิเศษ นิสัยเงียบ ไม่โดดเด่น แต่เสี่ยวชวนกลับเห็นเขาชนะคู่ต่อสู้มาได้เรื่อยๆจนสามารถติดเข้ามาอยู่ 1 ใน 10 อันดับแรกเช่นเดียวกับเขาได้แล้ว
การต่อสู้รอบถัดๆไปจะเป็อย่างไร ช่างน่าสนใจนักเสี่ยวชวนคิด