ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 60 พ่อมดโทรจัน

    ผู้พันอาเธอร์ กับผู้พันหานเฟย ก็ชักมีดสั้นที่แขวนเอาไว้ที่เอวออกมา แล้วควงด้วยความชำนาญ แล้วกระจายตัวไปกันคนละทิศ แล้วโจมตีใส่อัสนีพร้อมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

    อัสนีเหวี่ยงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาพุ่งเข้าเจาะลำคอของ ผู้พันอาเธอร์จนหงายหลัง ร่างกลายเป็นเพลิงไหม้ร่างตัวเองไปในทันที

    แล้วอัสนีก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมีดสั้นของผู้พันหานเฟยที่กำลังจะแทงที่ลำคอของเขาแต่ว่าเขากับหลบไปทางขวาได้อย่างหวุดหวิด แล้วมีดมฤตยูก็ปรากฏในมือซ้ายของอัสนีปาดคอใส่ผู้พันหานเฟย จนหัวหลุดไปกองกับพื้น แล้วร่างของมันก็ถูกไฟไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีไป

    ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาก็บินมาอยู่ในมือขวาของเขา โดยมีดสั้นมฤตยูก็หายไปจากมือของเขาเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว

    พ่อมดโทรจันนำหุ่นที่ปั้นเป็นรูปควายขาว ออกมาแล้วยื่นมาทางอัสนี

    “ ควายธนูลูกพ่อฆ่ามันซะ”

    หุ่นปั้นควายขาวกลายเป็นควายสองเขาสีขาวใหญ่กว่าอัสนี สามเท่ามันกระโจนเข้าใส่อัสนีแต่ว่าเขากลับหลบได้อย่างหวุดหวิด

    “นี่มันเหมือนของจริงเลยนะเนี่ย”

    อัสนีตอนนี้กำดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยสองมือแน่น รอให้ควายขาวย้อนกลับมาอีกครั้ง

    “ เข้ามาเลย”

    อัสนีตั้งหลักมั่นยกมือชูดาบเหนือหัวพอควายขาวยักษ์กระโจนเข้ามาอีกครั้ง อัสนีกระโดดขึ้นกลางอากาศ แล้วฟาดฟันดาบศักดิ์สิทธิ์ลงไปกลางหัวของมันทันที

    ฉัวะ !!!

    ร่างควายธนูยักษ์ถึงกับแยกออกเป็นสองส่วนกลายร่างกลับมาเป็นรูปปั้นควายตัวเล็กๆ ขาดสองท่อนเหมือนเดิม

    “ กระหม่อมสู้ไม่ได้แล้วต้องให้เทพพยัคฆาปรากฏตัวแล้ว” พ่อมดโทรจันเอ่ยกับจักรพรรดิภูมินทร์อย่างไว

    “ ได้เราจะอัญเชิญท่านมาประทับร่างเดี๋ยวนี้” จักรพรรดิภูมินทร์ กระชากเสื้อผ้าชุดจักรพรรดิออกเผยให้เห็นรอยสักกลางอกที่มีรูปเสือคาบดาบแล้วดึงสร้อยคอที่เป็นเขี้ยวเสือปักลงบนรอยสักรูปเสือมีเลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าอก แล้วไหลซึมเข้าไปในปากเสือเขี้ยวดาบ ฉับพลัน  ร่างของจักรพรรดิภูมินทร์ก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นมีขนสีขาวปกคลุมร่าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นลายเสือมีเขี้ยวยาวงอกออกมาขางอกขึ้นมาอีกสองขา กลายเป็นเสือเขี้ยวดาบยักษ์ ขนาดเท่ากับตึกสามชั้นมันคำรามดังก้องฟ้า ทหารที่อยู่ใกล้ๆ ถูกมันตวัดจับแล้วกลืนลงคอไปทีเดียวสิบกว่าคนเลือดไหลซึมออกมาจากปาก มันคายกระดูกทหารองครักษ์ออกมา กองต่อหน้าทุกๆ คน

    อัสนีไม่รอให้มันโจมตีก่อนยิงธนูสายฟ้า เข้าใส่ร่างของมันทันที

    ตูม ๆ ๆ ๆ  !!!

    ผิวกายของมันกลับไม่มีร่อยรอยบาดแผลอะไรเลยแม้แต่น้อย

    “ อะไรวะนี่มันธนูเทพสายฟ้าเลยนะ”

    อัสนีเอ่ยอย่างแปลกใจแล้วเทพพยัคฆา ก็พุ่งเข้ามาตะปบกรงเล็บเข้าใส่อัสนีแต่เขาใช้ผ้าคลุมมัจจุราชมาต้านทานเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจต้านทางพลังมหาศาลได้ ถูกตะปบกระเด็นไปไกล ภายในถึงกับกระอักเลือดออกมา

    “ ร้ายกาจจริงๆมันเป็นตัวอะไรกันแน่วะเนี่ย” อัสนี ลุกขึ้นมาถ่มเลือดลงไปที่พื้น

    อัสนีนำดาบมุเตาออกมาแล้วปล่อยพลังเข้าไป พอเทพพยัคฆา จู่โจมกรงเล็บใส่เขาอีกครั้ง ก็ถูกดาบมุเตาฟันฉับเข้าไป แต่ก็ไม่อาจตัดกรงเล็บของมันขาดได้ พลังที่มหาศาลของมันยังอัดใส่อัสนี จนกระดอนกลิ้งไปหลายตลบ

    เจ้าเสือเขี้ยวดาบยักษ์กระโดดขึ้นคร่อมใส่ร่างของอัสนี และกำลังจะกัดใส่เขา ก็มีลูกแก้วเจ็ดสีของเจ้าหญิงเรยา พุ่งเข้ากระแทกใส่เจ้าเสือเขี้ยวดาบยักษ์จนกลิ้งถอยหลังไปหลายเมตร

    “มันเป็นเทพอสูรที่ฆ่าไม่ตาย มันได้พรป้องกันจากพรหมเทพ มีทางเดียวต้องใช้โลหิตทายาทเทพธิดาแห่งดาราจักร รวมกับ ดาบเทพอัคคี ถึงจะฆ่ามันได้”

    เจ้าหญิงตะโกนออกมาพร้อมกับเคลื่อนไหวมายืนเคียงข้างอัสนี

    “แล้วเราจะไปหาทายาทเทพธิดาแห่งดาราจักรนั่นที่ไหน?”

    เรยายื่นมือออกไปแล้วใช้มีดสั้นกรีดไปที่ฝ่ามือของเธอ

    อัสนีเข้าใจทันทีใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา รองรับโลหิตของเรยาพลันดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเปล่งแสงสว่างวาบออกมา ราวกับเป็นดาบเลเซอร์

    เทพอสูรพยัคฆาหายมึนหัว ก็พุ่งเข้าจู่โจมใส่อัสนีอีกครั้ง

    แต่คราวนี้อัสนีก็จับดาบด้วยสองมือลอยตัวกลางอากาส ฟันฉับเข้ากลางหน้าผากของเสือเขี้ยวดาบยักษ์

    ฉัวะ !!!

    ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาส่องแสงผ่ากลางหัวของเสือเขี้ยวดาบจนร่างมันขาดเป็นสองท่อน ร่างเสือตัวใหญ่ค่อยๆ หดตัวลงกลายเป็นร่างของจักรพรรดิภูมินทร์ ที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน

    อัสนีมองไปทางพ่อมดโทรจันที่ใช้มือซ้ายบีบคอ เจ้าหญิงเมธิกา แล้วใช้มีดจ่อที่คอหอยของ คุณหนูมินตราทั้งสองยังคงมองเหม่อ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น แสดงว่ายังคงถูกวางยาสยบวิญญาณไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

    “ตัดแขนของเจ้าออกทั้งสองข้าง ทิ้งดาบ แล้วยอมแพ้ซะ มิเช่นนั้น พวกนางตายแน่”

    “ ยอมแพ้ได้แล้วพ่อมดโทรจัน ข้าให้สัญญา จะปล่อยเจ้าไป” เจ้าหญิงเรยาวดีรีบเอ่ยออกมา

    “ ไม่พบกันซะนานที่แท้ท่านก็คือ เจ้าหญิงเรยาที่หายสาบสูญไปนี่เอง  แต่ท่านอยากจะปล่อยข้าไป แต่ดูสายตาของมันซิมันคิดปล่อยข้าอย่างนั้นเร๊อะ”

    “ พี่หมอปล่อยมันไปก่อนเถอะนะ เรยาไม่อยากให้พี่สาวทั้งสองเป็นอะไรไป”

    “ ไม่มันทำชั่วมามากแล้ว มันต้องตาย มิเช่นนั้นจะต้องกลับไปทำชั่วกับผู้บริสุทธิ์อีก”

    “ แต่พี่หมอพี่สาวทั้งสองยังคงตกอยู่ในมือของมันนะ”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเห็นไหมเล่า ไอ้บ้านี่มันยอมที่ไหน ข้าจะให้มันรู้ว่าโทษที่ขัดคำสั่งข้าต้องเจอกับอะไรบ้าง”

    พ่อมดโทรจับกำลังจะเชือดคอเจ้าหญิงเมธิกาก่อนใคร แต่ทันทีที่มันขยับ ก็มีเข็มมัจจุราชพุ่งเข้าปักร่างของมันจากทางด้านหลังทำให้มันไม่อาจขยับตัวได้ แม้แต่คำพูดก็ไม่อาจเอ่ยออกมา

    อัสนีดึงร่างของสองสาวออกมาจากพ่อมดโทรจัน ที่ตอนนี้ตาแดงเป็นลูกไฟ กำลังท่องคาถาบางอย่าง แต่ท่องไม่ทันจบดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ก็ฟันฉับไปที่คอของมันจนหลุดออกมาอัสนีถีบร่างที่ไร้หัวของมันกระเด็นไปหลายวา

    อัสนีเก็บหน้ากากมัจจุราชออกแล้วรีบทำการรักษาสองคนโดยการฝังเข็มดูดพิษออก แล้วใช้พลังปราณบริสุทธิ์ขับพิษชาดำสยบวิญญาณออกมาจากทั้งสองคน

    ไม่นานทั้งสองก็พ่นชาดำออกมาจากปากก็รู้สึกตัวในทันที

    “ หมออัสนี”เจ้าหญิงเมธิการู้สึกตัวก่อน ก็โผเข้ากอดอัสนีแน่น คุณหนูมินตราก็ฟื้นกลับมาก็ได้แต่มองด้วยสายตาที่เหมือนจะหึงหวง

    “ ไม่เป็นไรแล้วไม่เป็นไรแล้ว แม่ทัพชาลีก็ตามมาช่วยพระองค์ด้วยนะ”

    อัสนีค่อยๆ ปลอบเจ้าหญิงที่น้ำตาไหลพรากแต่ไม่กล้าที่จะผลักร่างของเจ้าหญิงออก

    “ เจ้าหญิงเมธิกามีศักดิ์สูงส่ง ขอให้คุณหมออัสนี ช่วยให้เกียรติเจ้าหญิงด้วย”

    คุณหนูมินตราเอ่ยห้วนๆอัสนีถึงกับมองหน้าเธออย่างมึนงง จะมาคิดอะไรกันในตอนนี้ด้วย แต่เจ้าหญิงเมธิกา ทรงรู้ตัว จึงต้องถอยห่างออกมาแล้วทำหน้านิ่งไว้ตัวเหมือนเดิม

    “เราต้องขอบคุณที่ได้ช่วยชีวิตเรากับ คุณหนูมินตราด้วยหากกลับประเทศเชียงฟ้าเมื่อใดเราจะทูลขอเสด็จพ่อให้รางวัลตอบแทนที่ช่วยชีวิตเราเอาไว้”

    รางวัลภารกิจช่วยเจ้าหญิงเมธิกากับคุณหนูมินตราคือ กระบองยมทัณฑ์ สามารถใช้กำราบวิญญาณชั่วร้าย แก้คุณไสยมนต์ดำได้ทุกชนิดยังไม่เคยเจอวิญญาณร้าย หรือพวกไสยเวทย์มนต์ดำสักครั้ง แต่ต้องเก็บเอาไว้ก่อน หลังจากนั้น อัสนีก็รีบเอ่ยว่า

    “กระหม่อมแค่ทำตามที่ ท่านรองวันชัยได้ร้องขอมาเท่านั้นเจ้าหญิงอย่าได้ทรงใส่พระทัยในเรื่องนี้เลย”

    “ พ่อฉันมาที่นี่ด้วยหรือ?”

    อัสนีไม่ตอบท่านแม่ทัพผาเมือง ก็พา ท่านรองมนต์ชัย แม่ทัพชาลีและทหารที่ถูกจับเอาไว้ทั้งหมดออกมาพอดี

    “ พ่อ”มินตราเข้ากอดรองมนต์ชัยด้วยความดีใจ  ท่านรองวันชันมองหน้าอัสนีแล้วพยักหน้าขอบคุณ ส่วนแม่ทัพชาลี ก็เข้าไปคุกเข่าคำนับ เจ้าหญิงเมธิกาน้ำตาไหลพรากที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ

    ทหารของจักรพรรดิภูมินทร์ในเวลานี้ต่างก็ทิ้งอาวุธ ยอมแพ้กันหมดกองทัพของเจ้าหญิงเมธิกาก็สามารถยึดนครดาราจักรกลับมาได้อีกครั้ง

    ตกเย็น เจ้าหญิงเรยาก็ได้ทำการเลี้ยงส่งทุกๆ คน เป็นครั้งสุดท้าย

    “ เราต้องขอบคุณทุกๆท่าน ที่ได้ช่วยสร้างความสงบสุขให้กับชาวนครดาราจักรในครั้งนี้พวกท่านต้องการสิ่งใด ก็บอกเรามาได้เลย เรายินดีที่จะมอบให้พวกท่านทั้งหลาย”

    เจ้าหญิงเมธิกานั้นไม่ประสงค์สิ่งใด ส่วนคุณหนูมินตรา นั้นสนใจเรื่องทองคำอยากจะเข้ามาทำสัมปทานเหมืองแร่ในที่นี้

    “ เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ได้เพราะหลังจากส่งพวกท่านออกไปแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดเข้ามาในดินแดนของเราได้อีกตลอดไป”เจ้าหญิงเรยาวดี เอ่ยอย่างเศร้าใจ

    “ ทำไมเล่า?”  คุณหนูมินตราเอ่ยอย่างสงสัย

    “ตอนที่พวกท่านเข้ามานั้นเป็นเพราะเกิดจากพายุสุริยะ ที่จะเกิดทุกๆ 100 ปีเท่านั้นทำให้หมอกพิษเปิดออก แต่อีกไม่นานเหตุการณ์ปกติหมอกพิษก็จะปกคลุมกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

    “แต่พวกเราสามารถเดินเข้ามาผ่านอุโมงค์ป้องกันพิษได้”  แม่ทัพชาลีเอ่ยอย่างสงสัย

    “นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น หมอกพิษถูกพลังของพายุสุริยะ ทำให้พวกมันสลายพิษไป

    แต่นับจากวันพรุ่งนี้ไปพวกมันก็จะกลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม ไม่มีใครเข้าออกได้อีก”

    ทุกๆ คนต่างก็เสียดายทองคำที่ถูกเฮลิคอปเตอร์ชน จนกลายเป็นเศษหิน ปูนไร้ค่า

    แต่เจ้าหญิงเรยาวดีเหมือนรู้ใจ จึงได้บอกว่า

    “หากพวกท่านทั้งหลายสนใจ วัตถุสีทองที่กำแพงเมือง ก็สามารถนำออกไปได้ตามที่พวกท่านต้องการแต่อย่าลืม พวกท่านต้องออกไปก่อนเที่ยงพรุ่งนี้”

    ทุกๆคนต่างดีใจยิ่งนัก แม่ทัพชาลี เลยขอตัวแล้วสั่งให้ลูกน้องประมาณสามสิบคนที่เหลือไปช่วยกับเก็บทองเพื่อออกไปจากที่นี่

    “ พี่หมอท่านไม่สนใจวัตถุสีทองเหล่านั้นรึ?”

    อัสนีส่ายหัวไม่สนใจเพราะเขามีทองคำมากมายเกินไปแล้ว

    “ ถ้าเช่นนั้นขอให้ทุกคนตามสบาย พี่หมอเชิญตามเรามาทางนี้ เรามีเรื่องสนทนากับท่าน”

    สองสาวมองตามอัสนีและเจ้าหญิงไปด้วยสายตาที่ขุ่นมัว มินตรานั้นแน่ชัดว่า หึงหวงแน่ๆ แต่เจ้าหญิงเมธิกานั่นแม้นตัวเองจะสูงศักดิ์ แต่ก็ไม่อาจหักห้ามใจในเรื่องนี้ได้

    อัสนีถูกพาเดินเข้ามาในด้านหลับของพระราชวังที่มีประตูลับเปิดเข้าไป ซึ่งกลไกเช่นนี้มันยากที่คนภายนอกจะล่วงรู้

    “ นี่คือสุสานของบรรพบุรุษ ของเราแม้นตัวจักรพรรดิภูมินทร์เอง ก็ไม่ล่วงรู้”......

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน