ผู้พันอาเธอร์ กับผู้พันหานเฟย ก็ชักมีดสั้นที่แขวนเอาไว้ที่เอวออกมา แล้วควงด้วยความชำนาญ แล้วกระจายตัวไปกันคนละทิศ แล้วโจมตีใส่อัสนีพร้อมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
อัสนีเหวี่ยงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาพุ่งเข้าเจาะลำคอของ ผู้พันอาเธอร์จนหงายหลัง ร่างกลายเป็นเพลิงไหม้ร่างตัวเองไปในทันที
แล้วอัสนีก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมีดสั้นของผู้พันหานเฟยที่กำลังจะแทงที่ลำคอของเขาแต่ว่าเขากับหลบไปทางขวาได้อย่างหวุดหวิด แล้วมีดมฤตยูก็ปรากฏในมือซ้ายของอัสนีปาดคอใส่ผู้พันหานเฟย จนหัวหลุดไปกองกับพื้น แล้วร่างของมันก็ถูกไฟไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีไป
ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาก็บินมาอยู่ในมือขวาของเขา โดยมีดสั้นมฤตยูก็หายไปจากมือของเขาเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
พ่อมดโทรจันนำหุ่นที่ปั้นเป็นรูปควายขาว ออกมาแล้วยื่นมาทางอัสนี
“ ควายธนูลูกพ่อฆ่ามันซะ”
หุ่นปั้นควายขาวกลายเป็นควายสองเขาสีขาวใหญ่กว่าอัสนี สามเท่ามันกระโจนเข้าใส่อัสนีแต่ว่าเขากลับหลบได้อย่างหวุดหวิด
“นี่มันเหมือนของจริงเลยนะเนี่ย”
อัสนีตอนนี้กำดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยสองมือแน่น รอให้ควายขาวย้อนกลับมาอีกครั้ง
“ เข้ามาเลย”
อัสนีตั้งหลักมั่นยกมือชูดาบเหนือหัวพอควายขาวยักษ์กระโจนเข้ามาอีกครั้ง อัสนีกระโดดขึ้นกลางอากาศ แล้วฟาดฟันดาบศักดิ์สิทธิ์ลงไปกลางหัวของมันทันที
ฉัวะ !!!
ร่างควายธนูยักษ์ถึงกับแยกออกเป็นสองส่วนกลายร่างกลับมาเป็นรูปปั้นควายตัวเล็กๆ ขาดสองท่อนเหมือนเดิม
“ กระหม่อมสู้ไม่ได้แล้วต้องให้เทพพยัคฆาปรากฏตัวแล้ว” พ่อมดโทรจันเอ่ยกับจักรพรรดิภูมินทร์อย่างไว
“ ได้เราจะอัญเชิญท่านมาประทับร่างเดี๋ยวนี้” จักรพรรดิภูมินทร์ กระชากเสื้อผ้าชุดจักรพรรดิออกเผยให้เห็นรอยสักกลางอกที่มีรูปเสือคาบดาบแล้วดึงสร้อยคอที่เป็นเขี้ยวเสือปักลงบนรอยสักรูปเสือมีเลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าอก แล้วไหลซึมเข้าไปในปากเสือเขี้ยวดาบ ฉับพลัน ร่างของจักรพรรดิภูมินทร์ก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นมีขนสีขาวปกคลุมร่าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นลายเสือมีเขี้ยวยาวงอกออกมาขางอกขึ้นมาอีกสองขา กลายเป็นเสือเขี้ยวดาบยักษ์ ขนาดเท่ากับตึกสามชั้นมันคำรามดังก้องฟ้า ทหารที่อยู่ใกล้ๆ ถูกมันตวัดจับแล้วกลืนลงคอไปทีเดียวสิบกว่าคนเลือดไหลซึมออกมาจากปาก มันคายกระดูกทหารองครักษ์ออกมา กองต่อหน้าทุกๆ คน
อัสนีไม่รอให้มันโจมตีก่อนยิงธนูสายฟ้า เข้าใส่ร่างของมันทันที
ตูม ๆ ๆ ๆ !!!
ผิวกายของมันกลับไม่มีร่อยรอยบาดแผลอะไรเลยแม้แต่น้อย
“ อะไรวะนี่มันธนูเทพสายฟ้าเลยนะ”
อัสนีเอ่ยอย่างแปลกใจแล้วเทพพยัคฆา ก็พุ่งเข้ามาตะปบกรงเล็บเข้าใส่อัสนีแต่เขาใช้ผ้าคลุมมัจจุราชมาต้านทานเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจต้านทางพลังมหาศาลได้ ถูกตะปบกระเด็นไปไกล ภายในถึงกับกระอักเลือดออกมา
“ ร้ายกาจจริงๆมันเป็นตัวอะไรกันแน่วะเนี่ย” อัสนี ลุกขึ้นมาถ่มเลือดลงไปที่พื้น
อัสนีนำดาบมุเตาออกมาแล้วปล่อยพลังเข้าไป พอเทพพยัคฆา จู่โจมกรงเล็บใส่เขาอีกครั้ง ก็ถูกดาบมุเตาฟันฉับเข้าไป แต่ก็ไม่อาจตัดกรงเล็บของมันขาดได้ พลังที่มหาศาลของมันยังอัดใส่อัสนี จนกระดอนกลิ้งไปหลายตลบ
เจ้าเสือเขี้ยวดาบยักษ์กระโดดขึ้นคร่อมใส่ร่างของอัสนี และกำลังจะกัดใส่เขา ก็มีลูกแก้วเจ็ดสีของเจ้าหญิงเรยา พุ่งเข้ากระแทกใส่เจ้าเสือเขี้ยวดาบยักษ์จนกลิ้งถอยหลังไปหลายเมตร
“มันเป็นเทพอสูรที่ฆ่าไม่ตาย มันได้พรป้องกันจากพรหมเทพ มีทางเดียวต้องใช้โลหิตทายาทเทพธิดาแห่งดาราจักร รวมกับ ดาบเทพอัคคี ถึงจะฆ่ามันได้”
เจ้าหญิงตะโกนออกมาพร้อมกับเคลื่อนไหวมายืนเคียงข้างอัสนี
“แล้วเราจะไปหาทายาทเทพธิดาแห่งดาราจักรนั่นที่ไหน?”
เรยายื่นมือออกไปแล้วใช้มีดสั้นกรีดไปที่ฝ่ามือของเธอ
อัสนีเข้าใจทันทีใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา รองรับโลหิตของเรยาพลันดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเปล่งแสงสว่างวาบออกมา ราวกับเป็นดาบเลเซอร์
เทพอสูรพยัคฆาหายมึนหัว ก็พุ่งเข้าจู่โจมใส่อัสนีอีกครั้ง
แต่คราวนี้อัสนีก็จับดาบด้วยสองมือลอยตัวกลางอากาส ฟันฉับเข้ากลางหน้าผากของเสือเขี้ยวดาบยักษ์
ฉัวะ !!!
ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาส่องแสงผ่ากลางหัวของเสือเขี้ยวดาบจนร่างมันขาดเป็นสองท่อน ร่างเสือตัวใหญ่ค่อยๆ หดตัวลงกลายเป็นร่างของจักรพรรดิภูมินทร์ ที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน
อัสนีมองไปทางพ่อมดโทรจันที่ใช้มือซ้ายบีบคอ เจ้าหญิงเมธิกา แล้วใช้มีดจ่อที่คอหอยของ คุณหนูมินตราทั้งสองยังคงมองเหม่อ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น แสดงว่ายังคงถูกวางยาสยบวิญญาณไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
“ตัดแขนของเจ้าออกทั้งสองข้าง ทิ้งดาบ แล้วยอมแพ้ซะ มิเช่นนั้น พวกนางตายแน่”
“ ยอมแพ้ได้แล้วพ่อมดโทรจัน ข้าให้สัญญา จะปล่อยเจ้าไป” เจ้าหญิงเรยาวดีรีบเอ่ยออกมา
“ ไม่พบกันซะนานที่แท้ท่านก็คือ เจ้าหญิงเรยาที่หายสาบสูญไปนี่เอง แต่ท่านอยากจะปล่อยข้าไป แต่ดูสายตาของมันซิมันคิดปล่อยข้าอย่างนั้นเร๊อะ”
“ พี่หมอปล่อยมันไปก่อนเถอะนะ เรยาไม่อยากให้พี่สาวทั้งสองเป็นอะไรไป”
“ ไม่มันทำชั่วมามากแล้ว มันต้องตาย มิเช่นนั้นจะต้องกลับไปทำชั่วกับผู้บริสุทธิ์อีก”
“ แต่พี่หมอพี่สาวทั้งสองยังคงตกอยู่ในมือของมันนะ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเห็นไหมเล่า ไอ้บ้านี่มันยอมที่ไหน ข้าจะให้มันรู้ว่าโทษที่ขัดคำสั่งข้าต้องเจอกับอะไรบ้าง”
พ่อมดโทรจับกำลังจะเชือดคอเจ้าหญิงเมธิกาก่อนใคร แต่ทันทีที่มันขยับ ก็มีเข็มมัจจุราชพุ่งเข้าปักร่างของมันจากทางด้านหลังทำให้มันไม่อาจขยับตัวได้ แม้แต่คำพูดก็ไม่อาจเอ่ยออกมา
อัสนีดึงร่างของสองสาวออกมาจากพ่อมดโทรจัน ที่ตอนนี้ตาแดงเป็นลูกไฟ กำลังท่องคาถาบางอย่าง แต่ท่องไม่ทันจบดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ก็ฟันฉับไปที่คอของมันจนหลุดออกมาอัสนีถีบร่างที่ไร้หัวของมันกระเด็นไปหลายวา
อัสนีเก็บหน้ากากมัจจุราชออกแล้วรีบทำการรักษาสองคนโดยการฝังเข็มดูดพิษออก แล้วใช้พลังปราณบริสุทธิ์ขับพิษชาดำสยบวิญญาณออกมาจากทั้งสองคน
ไม่นานทั้งสองก็พ่นชาดำออกมาจากปากก็รู้สึกตัวในทันที
“ หมออัสนี”เจ้าหญิงเมธิการู้สึกตัวก่อน ก็โผเข้ากอดอัสนีแน่น คุณหนูมินตราก็ฟื้นกลับมาก็ได้แต่มองด้วยสายตาที่เหมือนจะหึงหวง
“ ไม่เป็นไรแล้วไม่เป็นไรแล้ว แม่ทัพชาลีก็ตามมาช่วยพระองค์ด้วยนะ”
อัสนีค่อยๆ ปลอบเจ้าหญิงที่น้ำตาไหลพรากแต่ไม่กล้าที่จะผลักร่างของเจ้าหญิงออก
“ เจ้าหญิงเมธิกามีศักดิ์สูงส่ง ขอให้คุณหมออัสนี ช่วยให้เกียรติเจ้าหญิงด้วย”
คุณหนูมินตราเอ่ยห้วนๆอัสนีถึงกับมองหน้าเธออย่างมึนงง จะมาคิดอะไรกันในตอนนี้ด้วย แต่เจ้าหญิงเมธิกา ทรงรู้ตัว จึงต้องถอยห่างออกมาแล้วทำหน้านิ่งไว้ตัวเหมือนเดิม
“เราต้องขอบคุณที่ได้ช่วยชีวิตเรากับ คุณหนูมินตราด้วยหากกลับประเทศเชียงฟ้าเมื่อใดเราจะทูลขอเสด็จพ่อให้รางวัลตอบแทนที่ช่วยชีวิตเราเอาไว้”
รางวัลภารกิจช่วยเจ้าหญิงเมธิกากับคุณหนูมินตราคือ กระบองยมทัณฑ์ สามารถใช้กำราบวิญญาณชั่วร้าย แก้คุณไสยมนต์ดำได้ทุกชนิดยังไม่เคยเจอวิญญาณร้าย หรือพวกไสยเวทย์มนต์ดำสักครั้ง แต่ต้องเก็บเอาไว้ก่อน หลังจากนั้น อัสนีก็รีบเอ่ยว่า
“กระหม่อมแค่ทำตามที่ ท่านรองวันชัยได้ร้องขอมาเท่านั้นเจ้าหญิงอย่าได้ทรงใส่พระทัยในเรื่องนี้เลย”
“ พ่อฉันมาที่นี่ด้วยหรือ?”
อัสนีไม่ตอบท่านแม่ทัพผาเมือง ก็พา ท่านรองมนต์ชัย แม่ทัพชาลีและทหารที่ถูกจับเอาไว้ทั้งหมดออกมาพอดี
“ พ่อ”มินตราเข้ากอดรองมนต์ชัยด้วยความดีใจ ท่านรองวันชันมองหน้าอัสนีแล้วพยักหน้าขอบคุณ ส่วนแม่ทัพชาลี ก็เข้าไปคุกเข่าคำนับ เจ้าหญิงเมธิกาน้ำตาไหลพรากที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ
ทหารของจักรพรรดิภูมินทร์ในเวลานี้ต่างก็ทิ้งอาวุธ ยอมแพ้กันหมดกองทัพของเจ้าหญิงเมธิกาก็สามารถยึดนครดาราจักรกลับมาได้อีกครั้ง
ตกเย็น เจ้าหญิงเรยาก็ได้ทำการเลี้ยงส่งทุกๆ คน เป็นครั้งสุดท้าย
“ เราต้องขอบคุณทุกๆท่าน ที่ได้ช่วยสร้างความสงบสุขให้กับชาวนครดาราจักรในครั้งนี้พวกท่านต้องการสิ่งใด ก็บอกเรามาได้เลย เรายินดีที่จะมอบให้พวกท่านทั้งหลาย”
เจ้าหญิงเมธิกานั้นไม่ประสงค์สิ่งใด ส่วนคุณหนูมินตรา นั้นสนใจเรื่องทองคำอยากจะเข้ามาทำสัมปทานเหมืองแร่ในที่นี้
“ เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ได้เพราะหลังจากส่งพวกท่านออกไปแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดเข้ามาในดินแดนของเราได้อีกตลอดไป”เจ้าหญิงเรยาวดี เอ่ยอย่างเศร้าใจ
“ ทำไมเล่า?” คุณหนูมินตราเอ่ยอย่างสงสัย
“ตอนที่พวกท่านเข้ามานั้นเป็นเพราะเกิดจากพายุสุริยะ ที่จะเกิดทุกๆ 100 ปีเท่านั้นทำให้หมอกพิษเปิดออก แต่อีกไม่นานเหตุการณ์ปกติหมอกพิษก็จะปกคลุมกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“แต่พวกเราสามารถเดินเข้ามาผ่านอุโมงค์ป้องกันพิษได้” แม่ทัพชาลีเอ่ยอย่างสงสัย
“นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น หมอกพิษถูกพลังของพายุสุริยะ ทำให้พวกมันสลายพิษไป
แต่นับจากวันพรุ่งนี้ไปพวกมันก็จะกลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม ไม่มีใครเข้าออกได้อีก”
ทุกๆ คนต่างก็เสียดายทองคำที่ถูกเฮลิคอปเตอร์ชน จนกลายเป็นเศษหิน ปูนไร้ค่า
แต่เจ้าหญิงเรยาวดีเหมือนรู้ใจ จึงได้บอกว่า
“หากพวกท่านทั้งหลายสนใจ วัตถุสีทองที่กำแพงเมือง ก็สามารถนำออกไปได้ตามที่พวกท่านต้องการแต่อย่าลืม พวกท่านต้องออกไปก่อนเที่ยงพรุ่งนี้”
ทุกๆคนต่างดีใจยิ่งนัก แม่ทัพชาลี เลยขอตัวแล้วสั่งให้ลูกน้องประมาณสามสิบคนที่เหลือไปช่วยกับเก็บทองเพื่อออกไปจากที่นี่
“ พี่หมอท่านไม่สนใจวัตถุสีทองเหล่านั้นรึ?”
อัสนีส่ายหัวไม่สนใจเพราะเขามีทองคำมากมายเกินไปแล้ว
“ ถ้าเช่นนั้นขอให้ทุกคนตามสบาย พี่หมอเชิญตามเรามาทางนี้ เรามีเรื่องสนทนากับท่าน”
สองสาวมองตามอัสนีและเจ้าหญิงไปด้วยสายตาที่ขุ่นมัว มินตรานั้นแน่ชัดว่า หึงหวงแน่ๆ แต่เจ้าหญิงเมธิกานั่นแม้นตัวเองจะสูงศักดิ์ แต่ก็ไม่อาจหักห้ามใจในเรื่องนี้ได้
อัสนีถูกพาเดินเข้ามาในด้านหลับของพระราชวังที่มีประตูลับเปิดเข้าไป ซึ่งกลไกเช่นนี้มันยากที่คนภายนอกจะล่วงรู้
“ นี่คือสุสานของบรรพบุรุษ ของเราแม้นตัวจักรพรรดิภูมินทร์เอง ก็ไม่ล่วงรู้”......