บทที่ 40 พ่อเก่งที่สุด!
แม้แต่หนิงเย่ากังก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน เขาเห็นว่าเมื่อกี้ตอนที่หลัวเซิงกวาดสายตามองไปนั้น ลูกชายของเขาก็อยู่ในนั้นด้วย ถ้าหลัวเซิงจะลงมือจริง ๆ ต่อให้เป็นลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองเขาก็คงปกป้องไม่ได้!
ด้วยสถานะของหลัวเซิงแบบนี้ ไม่มีใครกล้าขวาง!
“บอสหลัว ท่านมีคำสั่งอะไร โปรดสั่งมาได้เลยครับ ผมไม่มีข้อโต้แย้งแม้แต่น้อย!”
ร่างกายของหนิงเย่ากัง สั่นเทาอย่างรุนแรงเขาหวาดกลัวจริง ๆ !
นับตั้งแต่มีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายปี หนิงเย่ากังไม่เคยประหม่าเท่านี้มาก่อน หากฉากนี้ถูกคนอื่นเห็นเข้าคงต้องตกใจกันเป็นแถวแน่ มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่กลับถูกชายหนุ่มคนหนึ่งทำให้กลัวจนตัวสั่น!
หนิงเย่ากังไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าหลัวเซิงโดยตรง เพราะฐานะของหลัวเซิง ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะล่วงเกินได้ เขาเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงเล็ก ๆ เท่านั้น!
เมื่อเห็นภาพนี้หลัวเซิงก็ถอนหายใจ ตอนนี้หนิงเย่ากังก็นับว่าเป็นคนของเขา เขาเองก็ไม่ควรจะลงมือทำรุนแรงเกินไป
แต่ถ้าหากเขายังมีนิสัยโหดเหี้ยมเด็ดขาดแบบที่เขาเคยเป็น คงไม่มีความคิดแบบนี้ขึ้นมาแน่
แต่ในเมื่อหนิงเย่ากังเป็นลูกน้องของโจวสุ่ยหนิว ไต่เต้าขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ก็ใช้เวลาหลายปี ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็เพิ่งกลับมาที่หัวเซี่ย อนาคตต้องมีวันที่ต้องใช้งานหนิงเย่ากังแน่
ดังนั้น เขาจึงพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ช่างเถอะ เรื่องนี้ใหจบแค่นี้ แต่ถ้ายังมีครั้งต่อไป พวกแกคงไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้ว”
“เข้าใจแล้วครับ! ผมเข้าใจแล้ว! ขอบพระคุณบอสหลัว!”
เมื่อหนิงเย่ากังได้ยินหลัวเซิงพูดแบบนี้ เขาก็รู้สึกโล่งอก เห็นชัดว่าหลัวเซิงกำลังให้โอกาสเขา! เขารีบตะโกนขึ้นมาขึ้นมาทันที
“พวกแกยังยืนอยู่ทำไม รีบขอบคุณบอสหลัวสิ!”
“ขอบคุณบอสหลัวครับ!”
“ขอบคุณบอสหลัวครับ!”
ทันใดนั้นทุกคนก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ส่วนหลัวเซิงก็ทำหน้าเรียบเฉย “เรื่องวันนี้ ถ้าพวกแกกล้าพูดออกไปแม้แต่คำเดียว ตาย! เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ ๆ ”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง ใบหน้าของหนิงเย่าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขารีบหยิบกล่องของขวัญอันประณีตออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้หลัวเซิงอย่างนอบน้อม
“ท่านหลัวนี่เป็นเพียงของเล็กน้อย โปรดรับไว้ด้วยนะครับ ต่อไปถ้าท่านมีอะไรให้ผมรับใช้ สั่งมาได้เลย! ผมพร้อมรับใช้ท่านเสมอ!”
หลัวเซิงไม่ได้สนใจคำพูดของหนิงเย่ากง เขารับกล่องมาอย่างไม่ใส่ใจ พูดเพียงประโยคเดียว “ไปจัดการกับพวกนั้นให้เรียบร้อย แล้วลงมาหาฉันข้างล่าง”
พูดจบ หลัวเซิงก็หันหลังเดินจากไป
หลังจากที่มองส่งหลัวเซิงจนลับสายตา หนิงเย่าจึงค่อย ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
ก่อนหน้านี้ที่เขายืนอยู่ต่อหน้าหลัวเซิง เขาต้องทนรับแรงกดดันจากหลัวเซิงมาตลอด ถึงแม้ว่าหลัวเซิงจะอายุยังน้อยแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้านทานได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานะของหลัวเซิงที่น่ากลัวจนทำให้เขาแทบช็อค เขาคือผู้ชายที่อยู่เหนือโจวสุ่ยหนิวมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ซ้ำยังซ่อนตัวอย่างแนบเนียนขนาดนี้ใครจะไปคาดคิดถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้กัน?
“พ่อ… ผมลุกได้หรือยังครับ?”
เมื่อเห็นว่าหลัวเซิงเดินจากไปแล้ว หนิงเทียนที่คุกเข่าอยู่ก็อดทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
หนิงเย่ากังหันกลับไปตะคอกใส่ทันที “ฮึ่ม! ลุกได้แล้ว!”
หนิงเทียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเลแล้วเดินเข้าไปใกล้พ่อตัวเอง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“คนผู้นั้น เป็นใครกันแน่ครับ ทำไมแม้แต่พ่อยังต้องก้มหัวให้”
“บ้าเอ๊ย! แกยังกล้าถามอีก! วันนี้ฉันเกือบตายคาที่อยู่แล้ว!”
ในตอนนี้หนิงเย่ากังรู้สึกโกรธจัด เขารู้แล้วว่าวันนี้เขาต้องสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ให้เข็ดหลาบ!
“แต่พ่อ นี่มันก็ถิ่นของพ่อนะ ไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้นมั้ง?”
หนิงเทียนยังคงถามต่อ
“ไม่รุนแรง? ถิ่นของฉัน?”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของลูกชาย หนิงเย่ากังก็รู้สึกเสียวสันหลังทันที
“ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของฉัน! แค่หลัวเซิงพูดคำเดียว ฉันก็หายไปจากเจียงหนานได้แล้ว!”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของหนิงเย่ากังต่างก็เบิกตากว้าง พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงมีคนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “นี่... นี่เป็นไปได้ยังไง?”
“เหอะ ๆ เป็นไปได้ยังไง? พวกแกมันจะไปรู้อะไร?”
หนิงเย่ากังเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผาก เมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อกี้ เขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่
คนพวกนี้ มองโลกแคบเกินไป!
พวกเขารู้จักความน่ากลัวของอำนาจที่แท้จริงไหม!
“นี่…”
ทันใดนั้น ทุกคนก็รู้สึกเหมือนถูกสาป
พวกเขาคาดไม่ถึงว่าหลัวเซิงจะน่ากลัวขนาดนี้
พวกเขาคิดว่าหลัวเซิงเป็นแค่เด็กหนุ่มรวย ๆ คนหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นแค่แมลงตัวเล็ก ๆ
“คนที่มีฐานะแบบนี้ ทำไมถึงใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา…”
หนิงเทียน ตัวสั่นไปทั้งตัว
“พอกันได้แล้ว! อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก! ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น! คำพูดของบอสหลัวเมื่อกี้ พวกแกก็ได้ยินชัดเจนแล้ว ถ้าใครกล้าพูดออกไป ถึงตอนนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน!”
น้ำเสียงของหนิงเย่ากังเย็นชาขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินท่านหนิงพูดแบบนี้แล้ว ใครจะกล้าพูดอะไรออกไปอีก ทุกคนต่างก็ตัวสั่น เพราะรู้ว่าหนิงเย่ากังเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นเสมอ!
หนิงเย่ากังมีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายปี ใครจะรู้ว่าเขาฆ่าคนปิดปากไปกี่คนแล้ว!
ขณะนั้นอีกชั้นล่างที่เหยาเหยากำลังยืนอยู่กับกัวหว่านฉี ไม่นานเหยาเหยาก็เห็นหลัวเซิงเดินออกมา รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีหลัวเซิงอุ้มลูกสาวเข้าไปกอดแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ “เหยาเหยา น้อยใจพ่ออยู่ไหม?”
“ไม่แล้วค่ะ พ่อเก่งที่สุด”
เหยาเหยายิ้มร่าเริง แม้ว่าเธอจะยังเด็กและยังไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นหมายความว่าอย่างไร แต่เธอก็รู้ว่าพ่อของเธอเก่งที่สุดในโลก!
หลัวเซิงลูบใบหน้าลูกสาวเบา ๆ หันไปมองกังหว่านฉี เธอรีบโค้งคำนับ
“สวัสดีค่ะ ท่านหลัว”
หลัวเซิงพยักหน้าพร้อมหันไปพูดกับลุกสาว “เหยาเหยา เรามาเกี่ยวก้อยกัน เรื่องวันนี้ห้ามบอกแม่ตกลงไหม?”
“งั้นเหยาเหยาขอกินไอศกรีม”
เด็กน้อยยิ้มกว้างฉวยโอกาสนี้ต่อรองเพิ่ม
“เด็กดื้อ!”
หลัวเซิงหัวเราะออกมาทันที เหยาเหยา ยังเด็กอยู่แท้ ๆ ก็รู้จักฉวยโอกาสเสียแล้ว เขาจิ้มจมูกเล็ก ๆ ของลูกสาวเบา ๆ “ได้สิ พ่อซื้อให้”
หลัวเซิงเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อไม่ไกล มองดูเหยาเหยาที่ถือไอศกรีมอยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หัวใจของหลัวเซิงก็แทบจะละลาย นี่มันนางฟ้าตัวน้อย ๆ ของเขาชัด ๆ
“กัวหว่านฉี พาลูกสาวฉันไปที่รถก่อน เดี๋ยวฉันตามไป”
หลัวเซิงพูดกับกัวหว่านฉี
“ค่ะ”
กัวหว่านฉีคำนับหลัวเซิง จากนั้นก็พาเหยาเหยาขึ้นรถ ส่วนหลัวเซิงรอให้หนิงเย่ากังจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
ไม่นาน หนิงเย่ากังก็วิ่งเหยาะ ๆ ออกมาจากห้องรับรอง
“บอสหลัว ขอโทษที่ทำให้รอนานครับ”
ทันทีที่หนิงเย่ากังออกมาก็กลัวว่าหลัวเซิงจะรอเขานาน เลยรีบพูดขึ้นมา
“ขึ้นรถ”
หลัวเซิงชี้นิ้วไปที่รถที่หนิงเย่าขับมา ก็เข้าใจในทันทีจึงเชิญหลัวเซิงขึ้นรถ
หลังจากขึ้นรถหนิงเย่ากัง หลัวเซิงก็ส่งข้อความหากัวว่านฉีที่นั่งอยู่บนรถอีกคัน บอกให้ขับรถไปที่บ้านของเขาก่อน
ส่วนหนิงเย่ากังก็ไม่กล้าชักช้า รีบสตาร์ทรถขับตามไป