เครดิตภาพจาก https://wall.alphacoders.comมาวินวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลังเขารู้สึกยินดี เพราะต่อให้เหน็ดเหนื่อยหรือบาดเจ็บเพียงใด ก็สามารถฟื้นตัวด้วยน้ำยาวิเศษ โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าสิ่งนั้นได้หมดไปแล้วเวลาผ่านไปไม่ถึงนาทีเสียงของโจจี้ก็ดังขึ้นมา
“ เฮ้ เจ้าน้องชายหัวเขียว นายฟังชั้นอยู่รึเปล่า ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่เริ่มเข้ามาหรืออื่นใด มาวินจึงคลายอาการเตลิดทางอารมณ์จนได้ยินเสียงของโจจี้เด็กหนุ่มเลยตอบกลับสลับหอบ
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……ว่าไง พี่ชายผมทอง นายมีอะไรจะพล่ามอีกล่ะ ”
“ หน็อยแน่ หอบซะขนาดนี้ ยังมีปัญญามากวนประสาทคนอื่นได้อีกนะ ชั้นจะบอกนายว่า…..มอนสเตอร์ในด่านต่อไปรวดเร็วมาก มันคือ……หมาป่า ” โจจี้แจกแจงด้วยเสียงที่ดูขัดเคืองเล็กน้อย
พอโจจี้กล่าวจบ เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงขู่คำรามของตัวอะไรซักอย่างมันฟังดูคล้ายกับสุนัขดุๆ
“ แฮ่……. ”
มาวินรีบหันไปมอง จึงพบว่าเจ้าตัวที่ส่งเสียงคำรามคือสัตว์สี่เท้าซึ่งมีความสูงเกือบเท่าเอว ใบหน้าเรียวยาว ดวงตาแดงฉาน เขี้ยวยาวและแหลมคม ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนสีเทาดกหนาเมื่อประกอบกับใบหูเล็กๆที่ตั้งสูง สรุปได้ในทันทีว่ามันคือ……หมาป่า
“ เฮ้อ…… วันหลังไม่ต้องโทรมารายงานก็ได้ แจ้งข่าวทีไร เป็นอันต้องซวยทุกที ” มาวินถอนหายใจ พร้อมบ่นพึมพำ
“ หน็อย.....ไอ้เด็กบ้า ชั้นอุตส่าห์มาบอก ยังมีหน้ามาด่าอีก ” ปลายสายตวาดกลับ
“ โอเค เป็นพระคุณอย่างสุดซึ้งเลยครับท่านพี่ สรุปแล้วเจ้าตัวนี้มีคุณสมบัติอะไร นายช่วยจาระไนให้ชั้นฟัง หน่อยซิ ” มาวินตอบยียวน พร้อมจ้องมองหมาป่าขนเทาที่กำลังขู่คำราม
“ แฮ่…..”
“ อืม…… เจ้าพวกนี้เป็นสัตว์สี่เท้าขนาดเล็กๆที่ว่องไว ฟันคมมากและอย่าให้มันกัดนายได้ เพราะจะมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลไม่หยุด ” โจจี้เริ่มอธิบายสรรพคุณ ซึ่งมาวินก็นิ่งฟังด้วยท่าทางที่ดูขัดเคืองในใจแอบคิด.....
“ แล้วนายจะมาบอกเรื่องที่รู้อยู่แล้วทำไม สาธยายถึงเรื่องที่ยังไม่รู้สิเฟ้ย ”
ถึงกระนั้น เด็กหนุ่มก็ไม่ได้พล่ามบ่นหรือพาลใส่ เพราะในยามนี้ เจ้าหมาป่าดุร้ายกำลังย่างกรายเข้ามาในที่สุด ก็อยู่ห่างเพียงแค่ 3 ก้าว
“ ท่าจะไม่สวยซะล่ะมั้ง ” มาวินเริ่มย่อตัวลงเล็กน้อยและตั้งท่าสู้ ทางฝ่ายหมาป่า มันหยุดเดินแล้วย่อตัวต่ำปากก็เห่าใส่ หวังข่มขู่คู่อริ
“ โฮ่ง แฮ่……. ”
“ อะจึ้ย ” มาวินตกใจจนผงะถอยหลังเล็กน้อย จังหวะนั้นเอง เจ้าหมาป่าที่ปราดเปรียวก็กระโจนสูง พร้อมส่งคมเขี้ยวไปที่ลำคอของเด็กหนุ่ม
“ เฮ้ย ” มาวินอุทานดังและฉากหลบได้อย่างหวุดหวิด
“ แฮ่……. ”
หมาป่าจู่โจมพลาดในครั้งแรก แต่ก็พลิกกายกลับมาประจันหน้าอย่างรวดเร็ว มันดุร้ายขึ้นเป็นเท่าทวี ด้วยหงุดหงิดที่ไม่อาจจัดการเหยื่อในทีเดียว
“ เฮ้ ใจเย็นๆพรรคพวก เดี๋ยวชั้นจะหาเพชรดีกรีให้นายกิน อย่าเพิ่งยั้วนา….. ” มาวินเริ่มพล่ามเรื่อยเปื่อย สีหน้าเหยเกนิดๆเพราะนึกสยองเขี้ยวคมๆของอริสี่ขา
“ แฮ่….. โฮ่งๆ ” หมาป่าคำรามต่ำก่อนเห่ากรรโชกใส่เด็กหนุ่ม
“ เหวอ.....ไม่เอาแล้ว อย่าขู่กันน่า ชั้นไม่อยากฉีดยารอบสะดือ ” มาวินร้องดังจนสุดเสียง แต่หมาป่าไม่รับฟังคำอุทธรณ์ มันยังขู่คำรามต่อไปก่อนกระโจนใส่เด็กหนุ่ม
“ เหวอ…… ” มาวินร้องลั่น แต่เขาก็ยังหลบได้อีกรอบ
ร่างเพรียวของหมาป่าตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็พลิกกายหันกลับมาประจันหน้ากับเด็กหนุ่ม พร้อมขู่คำรามด้วยท่าทางที่ดุร้ายยิ่งกว่าเดิม
“ แฮ่…… ”
“ เหอๆ ขู่ไม่เลิกแฮะเอ๊ะ เดี๋ยวสิ….” มาวินยิ้มแหยๆ พักหนึ่ง เขาก็ฉุกคิดถึงบางสิ่ง
หลังจากมาวินคิดได้ เขาก็เริ่มสงบสติอารมณ์ สายตาจับจ้องไปที่ท่วงท่าของหมาป่า
“ แฮ่….. ”
หมาป่ายังคงขู่คำราม แต่คราวนี้ กระแสเบาลงพร้อมคลายความดุร้ายที่อยู่ในตัว คล้ายว่ามันเริ่มสำเหนียกถึงความเปลี่ยนแปลง ทว่าสัตว์สี่เท้ายังไม่ยอมเลิกราจึงกระโจนใส่เด็กหนุ่ม
ในการโจมตีครั้งนี้ มาวินฉากหลบได้อย่างสบาย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ
“ แฮ่…… ” หมาป่ายังขู่คำรามเช่นเดิม แต่คราวนี้ กลับห่อกายลงต่ำจนแทบติดพื้นขนสีเทาตั้งชูชันไปทั่วทั้งตัว เหมือนกับว่ามันกำลังหวาดกลัวเด็กหนุ่ม
“ ฮะๆ เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ รูปแบบการโจมตีของนายมีแค่ท่าเดียว และทุกครั้ง ก็จะย่อตัวลงต่ำก่อนกระโจนใส่ เมื่อจังหวะเคลื่อนไหวตายตัวแบบนี้ การหลบหลีกจึงเป็นเรื่องง่าย ” มาวินกล่าวเนือยๆ ท่วงท่าดูผ่อนคลาย
แม้โดนอ่านทางได้หมด แต่หมาป่ายังไม่ละความพยายาม มันเตรียมกระโจนใส่อีกครั้ง แต่ในจังหวะที่สัตว์สี่เท้ากระโดด มาวินก็สวนกลับด้วยการหมุนตัวเตะไปที่กกหูจนอริสี่ขากระเด็นไกล
“ เอ๋ง...... ” อริสี่ขาครางยาว ก่อนสิ้นสติบนทุ่งกว้าง น้ำลายไหลฟูมปาก
มาวินยังคงตั้งท่าสู้ เผื่อว่าเจ้าสัตว์สี่ขายังไม่หมดฤทธิ์แต่จนแล้วจนรอด ขนเทาก็หาได้ลุกขึ้นมาต่อกร มันได้แต่นอนกระตุก ซักพักก็แน่นิ่ง
“ ฟู่…. ชนะแล้ว ว่าแต่ทำไมถึงง่ายดายขนาดนี้ หรือเราจะเก่งขึ้นจนถึงขั้นไร้เทียมทานเหอๆ ” มาวินเริ่มคลายกระบวนท่า เขากระหยิ่มยิ้มย่องจนออกนอกหน้า ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังหลงระเริง เสียงของโจจี้ก็ดังขึ้นมา
“ นายสู้กับหมาป่าเสร็จรึยัง เป็นไงมั่ง ”
“ เฮ้อ….. เสร็จแล้ว จะว่าไป หมาป่าตัวนี้ก็เร็วไม่ใช่ย่อยนะ แต่สุดท้าย ชั้นก็เก็บมันได้ ” มาวินยืดอกตอบด้วยท่าทางที่ดูภาคภูมิ
“ โห….. ไม่ใช่เล่นนี่นาขนาดหมาป่าตั้งสี่ตัว นายยังจัดการได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเห็นทีชั้นต้องมองนายใหม่ซะแล้ว ” เสียงของโจจี้ดูจะทึ่ง
“ ฮ่าๆ…… มันแน่อยู่แล้ว เพราะชั้นคือสุดยอด เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นายพูดว่าสี่ตัว ใช่มั้ย ” มาวินติดใจในคำพูดของโจจี้
“ ใช่ ตามข้อมูลที่ได้รับ รู้สึกว่าด่านทุ่งหญ้านี้จะมีหมาป่าประจำอยู่สี่ตัว นายมีปัญหาอะไรรึเปล่า ” โจจี้รีบถามกลับมา ระหว่างที่มาวินกำลังใคร่ครวญ เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงขู่คำรามจากทางด้านหลัง คราวมีถึงสามเสียง
“ แฮ่……. ”
“ เหอๆ พี่ชายหัวทองเล่นงานเราอีกแล้ว คราวหลัง นายไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ ” มาวินบ่นเบาๆ เขานึกเคือง พอโจจี้ทักมาทีไร เป็นอันต้องงานเข้าทุกที
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
