
....ดวงจันทร์คืนนี้ถูกเมฆสีตะกั่วหนาทึบกลืนหายไปอย่างไม่เหลือร่องรอย คืนนี้แม้แต่จิ้งหรีดยังไม่ยอมส่งเสียง ท้องฟ้าดำครึ้มราวถูกปูด้วยผ้าพลาสติกหนาหลายชั้นที่ปิดกั้นแสงสว่างทุกชนิดจากฟากฟ้า เสียงฝีเท้าของทั้งสองคนดังแตกเป็ระลอกบนทางเดินหินเก่าแก่ที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำสีสนิมและรากไม้คดเคี้ยวที่โผล่ขึ้นมาคล้ายนิ้วมือของปีศาจ
หานเหวินก้าวเดินตามหลังเจี้ยงหยวนอย่างระมัดระวัง มือซ้ายกำตะเกียงเหลืองอ่อนที่แสงสว่างเพียงพอให้เห็นทางเดินไม่กี่ก้าวข้างหน้า ส่วนมือขวากุมชายเสื้อไว้แน่นเพื่อป้องกันความหนาวที่ค่อยๆ คลืบคลานเข้าสู่ร่างกาย
"ศิษย์พี่... ทางนี้ใช่แน่ๆ หรือ?" หานเหวินกระซิบถามด้วยเสียงต่ำสั่นเล็กน้อย
เจี้ยงหยวนซึ่งปกติจะพูดจาตลกขบขัน คราวนี้กลับเดินนำไปอย่างเงียบๆ มือขวากุมมีดสั้นไว้แน่น "แน่นอนที่สุด!" เขาตอบสั้นๆ พลางหยุดกะทันหัน ทำให้หานเหวินชนเข้ากับหลังอย่างจัง "ดูสิ นั่นไงรางวัลสำหรับคนช่างสังเกต!" เขาชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น
หานเหวินเหลือบตามองไปยังจุดที่เจี้ยงหยวนชี้ และต้องกลืนน้ำลายอย่างหนักเมื่อเห็นกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ดูเหมือนจะทรุดโทรมจนน่าประหลาดใจที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ได้
"พี่... นั่นมัน..."
"ใช่แล้ว! บ้านพักตากอากาศสุดหรูของตาเฒ่าฉีเตา!" เจี้ยงหยวนหัวเราะคิกคัก "ครั้งก่อนข้ามาเยี่ยม ข้าใถลกตูดเพราะขั้นบันไดมันขาด!"
ณ กระท่อมไม้เก่าเบื้องหน้าของเหล่าเด็กหนุ่ม มันดูราวกับจะพังทลายลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนลึกๆ ราวกับถูกอะไรบางอย่างที่มีเล็บยาวข่วนเอาไว้ หน้าต่างบานเกล็ดหักพังครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงบานเกล็ดที่โยกเยกไปมาเหมือนฟันผุของั์
หานเหวินสังเกตเห็นรอยเท้าประหลาดขนาดใหญ่บนพื้นโคลนใกล้ทางเข้า "นี่...รอยเท้าหรือ..."
"รอยเท้าเฒ่าฉีเตาตอนถอดรองเท้า!" เจี้ยงหยวนตอบอย่างสนุกสนาน "ตาแก่ชอบเดินเท้าเปล่าเก็บสมุนไพร ตอนนี้เท้าโตขนาดกะทะแล้ว!"
"ศิษย์พี่เอาจริงๆ หน่อยได้ไหม?" หานเหวินถอนใจ "ที่นี่ดูอันตรายจริงๆ นะ"
เจี้ยงหยวนหันมาทำหน้าเลิฟซีเรียส "จริงจังที่สุดแล้วไอ้น้องชาย... ระวังขั้นบันไดแผ่นที่สามนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงขรึม "มันเป็กับดัก..."
หานเหวินก้าวข้ามขั้นบันไดแผ่นที่สามอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นเอง
แผละ!
เสียงดังจากด้านหลังทำให้เขาต้องหันไปดู
"พี่เจี้ยงหยวน!?"
ศิษย์พี่จอมป่วนกำลังยืนอยู่บนขั้นบันไดแผ่นที่สามอย่างสบายใจ "หลอกเล่นๆ!" เขายิ้มกว้าง "ขั้นที่สามปลอดภัย... แต่ขั้นที่ห้า..."
กร๊าก!
ไม้แผ่นห้าพังลงเมื่อหานเหวินก้าวลงไป
"พี่นี่มัน!" หานเหวินโกรธจนหน้าแดง
"ชีวิตต้องมีสีสันบ้างไง!" เจี้ยงหยวนหัวเราะอย่างสนุกสนาน
เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในกระท่อม กลิ่นเหม็นอับของสมุนไพรเน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นโลหิตเก่าๆ โถมเข้าจมูกอย่างรุนแรง หานเหวินต้องใช้มือปิดจมูก ในขณะที่เจี้ยงหยวนเดินเข้าไปอย่างชินชา
ภายในห้องเต็มไปด้วยขวดโหลขนาดต่างๆ วางเรียงบนชั้นไม้ที่ดูเหมือนจะทนน้ำหนักไม่ไหวแล้ว แสงจากตะเกียงส่องให้เห็นของเหลวสีแปลกประหลาดในขวด บางขวดมีชิ้นส่วนที่ดูเหมือนอวัยวะมนุษย์แช่อยู่
"อย่าไปจ้องขวดนั้นนานๆ นะ" เจี้ยงหยวนเตือน "ครั้งก่อนข้าจ้องนานไปหน่อย... ตอนนี้ยังเห็นภาพหลอนเป็ตูดลอยได้อยู่เลย!"
หานเหวินสังเกตเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยรอยมีดกรีด หน้าปกเป็หนังสัตว์ที่ย้อมสีดำ
"เจี้ยงหยวน!" เสียงแหบๆ ดังมาจากมุมมืดสุดห้อง
เฒ่าฉีเตาโผล่ออกมาในสภาพที่แทบไม่เหมือนมนุษย์ เสื้อคลุมสีเทาหม่นขาดวิ่น ผมยาวสีขาวรุงรังเหมือนใยแมงมุม ตาแดงก่ำเหมือนคนไม่เคยหลับ
"คราวก่อนเอายาของข้าไปทำอะไร?"
"เอาไปลองผสมน้ำชาดูไงครับ!" เจี้ยงหยวนตอบอย่างภูมิใจ "ผลคือท่านอาจารย์ใหญ่หัวเราะไม่หยุดสามวันสามคืน!"
เฒ่าฉีเตาจ้องมองอย่างเ็า "นั่นคือยารักษาอาการซึมเศร้า"
"ท่านเฒ่า" หานเหวินก้มคำนับ "ผมพบตำราประหลาด..."
เฒ่าฉีเตาหันหลัง "ข้าไม่รู้เื่อะไรทั้งสิ้น"
"อ๋อ! งั้นท่านคงรู้เื่ครึ่งสิ้นแน่ๆ!" เจี้ยงหยวนพูดพลางหยิบสมุดบันทึกเก่าๆ บนโต๊ะขึ้นมา "โอ้โห! ไดอารี่ท่านเขียนด้วยรหัสลับเลยนะ!"
เฒ่าฉีเตาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว "วางลง!"
"ท่านไม่ต้องบอกก็ได้ครับ!" หานเหวินพลิกหน้าตำราให้ผู้เฒ่าดู "แค่ท่านจะลองเดาดู..."
เฒ่าฉีเตาหันหน้าหนีไม่ยอมมองตำราในมือหานเหวินและพูดอย่างรวดเร็ว "ออกไปจากที่นี่!"
"แต่..."
"ออกไป!"
เมื่อทั้งสองถูกผลักออกมาข้างนอก ประตูปิดสนิทด้วยเสียงดัง
หานเหวินสังเกตเห็นว่าเจี้ยงหยวนกำลังยิ้มอย่างพอใจ
"ข้าได้อะไรบางอย่างมา" เขาพลิกมือแสดงเศษกระดาษที่เพิ่งฉีกมา "จากสมุดบันทึก"
บนเศษกระดาษนั้นมีข้อความว่า "กลางเงาจันทร์ มีเพลิงที่ไร้เงา เผาให้ดอกบัวน้ำแข็งผลิบาน"
หานเหวินฟังแล้วรู้สึกคุ้นๆเป็อย่างมาก ใช่แล้ว มันคือบทกวีหนึ่งในตำราหมึกซีดจางนี้นั่นเอง!