~ ห้องรับรองแขกตระกูลจาง ~
ยามนี้ให้ห้องรับรองแขกมีร่างของหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินกำลังนั่งรออย่างใจเย็น และมีสาวใช้กำลังรินชาให้แก่นางอย่างสุภาพ
หลี่เชียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆอย่างเป็นมิตร “ขอบคุณ”
จากนั้นหญิงสาวก็ขอตัว ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องรับรองแขก
ผู้เฒ่าหลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
[ใครจะคาดคิดว่าบุคคลที่สูงส่งอย่างองค์หญิงจะเดินเข้ามาในตระกูลที่ซอมซ่อและข้นแค้นเช่นนี้]
[ซ้ำแล้วจุดประสงค์ขององค์หญิงน้อยยังเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้]
[หากผู้เฒ่าพวกนั้นรู้เข้า เกรงว่าอาจจะกลายเป็นเรื่องตลกไปทั่วทั้งจักรวรรดิอย่างแน่นอน]
ผู้เฒ่าหลิงทำได้เพียงแค่กุมขมับในความเอาแต่ใจขององค์หญิงน้อยผู้นี้
ในขณะที่บรรยากาศของห้องรับรองแขกยังคงเงียบสงัด จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าที่มั่นคงดังมาแต่ไกล เสียงฝีเท้านั้นทำให้หลี่เชียนเหม่ยเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียงด้วยการแสดงออกที่ตั้งตารอ
เมื่อเสียงฝีเท้ามาถึงประตูทางเข้า ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวแลดูภูมิฐานจะก้าวเข้ามาโดยมีพัดมังกรสีครามถืออยู่บริเวณหน้าอกอย่างสง่างาม
เมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาคือจางหลินที่นางตั้งตารอ ดวงตาของหลี่เชียนเหม่ยก็ส่องสว่าง
นางรีบลุกขึ้นเป็นอันดับแรก ก่อนจะประสานมือไปยังจางหลินและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเล็กน้อย “คุณชายจาง ต้องขออภัยที่เชียนเหม่ยมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”
เมื่อเห็นว่าหลี่เชียนเหม่ยพูดอย่างสุภาพกับคนไร้ประโยชน์อย่างจางหลิน ปากของผู้เฒ่าหลิงก็อ้ากว้างด้วยความไม่เชื่อ
จางหลินก็อดไม่ได้ที่จะผงะไปครู่หนึ่งในอากัปกิริยาที่หลี่เชียนเหม่ยแสดงออกมา ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเบาๆ “แม่นางหลี่สุภาพเกินไป การที่เทพธิดาอย่างแม่นางหลี่มาเยี่ยมเยียนตระกูลจาง นั่นถือว่าตระกูลจางได้รับความโปรดปรานมากพอแล้ว”
“คุณชายจางช่างปากหวานจริงๆ” หลี่เชียนเหม่ยหัวเราะคิกคักอย่างมีเสน่ห์
ในขณะที่จางหลินตกอยู่ในภวังค์ของรอยยิ้มอันงดงามนั้น จู่ๆก็มีแรงกดดันอันครอบงำราวกับว่าขู่จะบดขยี้เขาให้ตายมาจากทิศทางด้านหลังของนาง!
ดวงตาที่เฉียบแหลมของจางหลินเหลือบมองไปยังผู้เฒ่าหลิง เขารู้สึกราวกับว่ามีแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นกำลังกดขี่เขาให้คุกเข่าลง!
คิ้วของหลี่เชียนเหม่ยเลิกขึ้นเมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ นางรีบหันไปด้านหลังก่อนจะติเตียนเสียงแข็ง “ผู้เฒ่าหลิง อย่าเสียมารยาท!”
“ฮึ่ม!” ผู้เฒ่าหลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังทำได้เพียงดึงแรงกดดันทั้งหมดกลับคืน ก่อนที่เขาจะเอนคอมองไปทางอื่นด้วยความไม่สบอารมณ์
ครู่ต่อมาแรงกดดันทั้งหมดก็หายไป จางหลินที่หน้าซีดก็ค่อยๆเผยการแสดงออกที่ร้ายแรง
[ชายชราคนนี้มีพลังยุทธ์เหนือกว่าปรมาจารย์ซูหยาน!]
[แท้จริงแล้วภูมิหลังของหลี่เชียนเหม่ยแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?]
หลี่เชียนเหม่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่นางจะประสานมือไปหาจางหลิน พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเล็กน้อย “ผู้เฒ่าของข้าเสียมารยาทแล้ว”
“อย่าได้ถือสา” จางหลินกลับสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะผายมืออย่างเป็นธรรมชาติ “เชิญแม่นางหลี่”
หลี่เซียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆก่อนที่นางจะนั่งลง จางหลินเองก็นั่งอยู่ด้านตรงกันข้ามของนาง
เขาตัดสินใจเอ่ยถามด้วยอากัปกิริยาที่ดูปกติและไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเต้นอีกต่อไป “แม่นางหลี่มีอะไรให้จางผู้นี้ช่วยเหลือหรือไม่?”
หลี่เชียนเหม่ยหยิบถ้วยชาขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองใบหน้าของจางหลินด้วยแววตาที่แปลกๆ
เห็นได้ชัดว่าจางหลินมีทัศนคติที่สบายๆกับนางตั้งแต่ที่นางปรากฏตัวขึ้นในตระกูลจาง แต่หลังจากที่ผู้เฒ่าหลิงปลดปล่อยแรงกดดันของเขาออกมา ดูเหมือนว่าจางหลินจะยับยั้งตัวเองในทันทีราวกับว่าเขากลัวว่าจะไปทำให้ชายชราผู้นี้ขุ่นเคือง
หลี่เชียนเหม่ยอดไม่ได้ที่จะดุด่าผู้เฒ่าหลิงอยู่ในใจ การมาถึงของพวกเขาในครั้งนี้คือการมาอย่างเป็นมิตรเพื่อให้จางหลินไว้วางใจในตัวของพวกเขาเพื่อที่จะได้เชื่อมสัมพันธ์กัน
แต่ดูเหมือนว่าการกระทำที่ขาดความยับยั้งชั่งใจของผู้เฒ่าหลิงจะยิ่งทำให้จางหลินระมัดระวังตัวต่อพวกเขามากขึ้น
นางทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ข้ามีคำถามบางอย่าง หวังว่าคุณชายจางจะสามารถไขความกระจ่างให้แก่ข้าได้”
จางหลินจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่สดใสของหลี่เชียนเหม่ยราวกับว่าต้องการมองผ่านวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนาง
แต่เขากลับไม่พบจิตมุ่งร้ายแต่อย่างใด การแสดงออกทางสีหน้าของนางมีเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
จนถึงตอนนี้จางหลินก็ยังไม่รู้ว่าหลี่เชียนเหม่ยมีภูมิหลังและความเป็นมาอย่างไร แต่เขามั่นใจว่านางต้องมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงและแข็งแกร่งกว่าเมืองหยางโจวอย่างแน่นอน
ประการที่หนึ่ง แม้ว่ากลิ่นอายของหลี่เชียนเหม่ยจะแลดูเหมือนคนปกติธรรมดา แต่ความสง่างามที่แสดงออกมาผ่านท่าทางนั้นไม่สามารถหลอกลวงได้ นั่นหมายความว่านางต้องได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจากตระกูลชนชั้นสูง
ประการที่สอง ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางมีรัศมีที่แข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ซูหยาน! ซึ่งสิ่งนี้ทำให้จางหลินรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่มีบุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวขึ้นในเมืองหยางโจว
และหลังจากรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชายชรา จางหลินจึงตัดสินใจที่จะไม่ทดสอบอะไรพวกเขาอีก และรอดูว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจางหลินก็พยักหน้าเบาๆ “หากอยู่ในขอบเขตความรู้ของข้า ข้าจะตอบให้ทุกอย่าง”
หลี่เชียนเหม่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อเห็นว่าการแสดงออกของจางหลินเปลี่ยนไป และดูเหมือนว่าเขาพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากนางในลักษณะทางวาจา
เห็นได้ชัดว่าจางหลินไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับนี้สักเท่าใดนัก
นั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับสถานการณ์ของตระกูลจาง ยิ่งสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ในการครอบครองของเขาด้วยแล้ว ไม่ว่าผู้ใดที่มาในรูปแบบที่แปลกประหลาดหรือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ เขาจะพยายามตีตัวออกห่างจากพวกเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตระกูลจาง
หากมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้รับรู้ว่าตระกูลจางมีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ในการครอบครอง นั่นไม่ได้หมายความว่าตระกูลจางจะต้องประสบปัญหาอีกทางหรอกหรือ?
ฉะนั้นแล้วจะเป็นการดีที่สุดหากเขาตรวจสอบตัวตนที่แท้จริง และจุดประสงค์ของพวกเขาก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป