ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 24 : แขกที่ไม่คาดคิด

    ~ ห้องรับรองแขกตระกูลจาง ~


    ยามนี้ให้ห้องรับรองแขกมีร่างของหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินกำลังนั่งรออย่างใจเย็น และมีสาวใช้กำลังรินชาให้แก่นางอย่างสุภาพ 


    หลี่เชียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆอย่างเป็นมิตร “ขอบคุณ”


    จากนั้นหญิงสาวก็ขอตัว ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องรับรองแขก


    ผู้เฒ่าหลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เล็กน้อย 


    [ใครจะคาดคิดว่าบุคคลที่สูงส่งอย่างองค์หญิงจะเดินเข้ามาในตระกูลที่ซอมซ่อและข้นแค้นเช่นนี้]


    [ซ้ำแล้วจุดประสงค์ขององค์หญิงน้อยยังเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้]


    [หากผู้เฒ่าพวกนั้นรู้เข้า เกรงว่าอาจจะกลายเป็นเรื่องตลกไปทั่วทั้งจักรวรรดิอย่างแน่นอน]


    ผู้เฒ่าหลิงทำได้เพียงแค่กุมขมับในความเอาแต่ใจขององค์หญิงน้อยผู้นี้


    ในขณะที่บรรยากาศของห้องรับรองแขกยังคงเงียบสงัด จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าที่มั่นคงดังมาแต่ไกล เสียงฝีเท้านั้นทำให้หลี่เชียนเหม่ยเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียงด้วยการแสดงออกที่ตั้งตารอ


    เมื่อเสียงฝีเท้ามาถึงประตูทางเข้า ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวแลดูภูมิฐานจะก้าวเข้ามาโดยมีพัดมังกรสีครามถืออยู่บริเวณหน้าอกอย่างสง่างาม


    เมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาคือจางหลินที่นางตั้งตารอ ดวงตาของหลี่เชียนเหม่ยก็ส่องสว่าง 


    นางรีบลุกขึ้นเป็นอันดับแรก ก่อนจะประสานมือไปยังจางหลินและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเล็กน้อย “คุณชายจาง ต้องขออภัยที่เชียนเหม่ยมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”


    เมื่อเห็นว่าหลี่เชียนเหม่ยพูดอย่างสุภาพกับคนไร้ประโยชน์อย่างจางหลิน ปากของผู้เฒ่าหลิงก็อ้ากว้างด้วยความไม่เชื่อ 


    จางหลินก็อดไม่ได้ที่จะผงะไปครู่หนึ่งในอากัปกิริยาที่หลี่เชียนเหม่ยแสดงออกมา ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเบาๆ “แม่นางหลี่สุภาพเกินไป การที่เทพธิดาอย่างแม่นางหลี่มาเยี่ยมเยียนตระกูลจาง นั่นถือว่าตระกูลจางได้รับความโปรดปรานมากพอแล้ว”


    “คุณชายจางช่างปากหวานจริงๆ” หลี่เชียนเหม่ยหัวเราะคิกคักอย่างมีเสน่ห์


    ในขณะที่จางหลินตกอยู่ในภวังค์ของรอยยิ้มอันงดงามนั้น จู่ๆก็มีแรงกดดันอันครอบงำราวกับว่าขู่จะบดขยี้เขาให้ตายมาจากทิศทางด้านหลังของนาง!


    ดวงตาที่เฉียบแหลมของจางหลินเหลือบมองไปยังผู้เฒ่าหลิง เขารู้สึกราวกับว่ามีแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นกำลังกดขี่เขาให้คุกเข่าลง!


    คิ้วของหลี่เชียนเหม่ยเลิกขึ้นเมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ นางรีบหันไปด้านหลังก่อนจะติเตียนเสียงแข็ง “ผู้เฒ่าหลิง อย่าเสียมารยาท!”


    “ฮึ่ม!” ผู้เฒ่าหลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังทำได้เพียงดึงแรงกดดันทั้งหมดกลับคืน ก่อนที่เขาจะเอนคอมองไปทางอื่นด้วยความไม่สบอารมณ์


    ครู่ต่อมาแรงกดดันทั้งหมดก็หายไป จางหลินที่หน้าซีดก็ค่อยๆเผยการแสดงออกที่ร้ายแรง


    [ชายชราคนนี้มีพลังยุทธ์เหนือกว่าปรมาจารย์ซูหยาน!]


    [แท้จริงแล้วภูมิหลังของหลี่เชียนเหม่ยแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?]


    หลี่เชียนเหม่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่นางจะประสานมือไปหาจางหลิน พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดเล็กน้อย “ผู้เฒ่าของข้าเสียมารยาทแล้ว”


    “อย่าได้ถือสา” จางหลินกลับสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะผายมืออย่างเป็นธรรมชาติ “เชิญแม่นางหลี่”


    หลี่เซียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆก่อนที่นางจะนั่งลง จางหลินเองก็นั่งอยู่ด้านตรงกันข้ามของนาง


    เขาตัดสินใจเอ่ยถามด้วยอากัปกิริยาที่ดูปกติและไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเต้นอีกต่อไป “แม่นางหลี่มีอะไรให้จางผู้นี้ช่วยเหลือหรือไม่?”


    หลี่เชียนเหม่ยหยิบถ้วยชาขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองใบหน้าของจางหลินด้วยแววตาที่แปลกๆ


    เห็นได้ชัดว่าจางหลินมีทัศนคติที่สบายๆกับนางตั้งแต่ที่นางปรากฏตัวขึ้นในตระกูลจาง แต่หลังจากที่ผู้เฒ่าหลิงปลดปล่อยแรงกดดันของเขาออกมา ดูเหมือนว่าจางหลินจะยับยั้งตัวเองในทันทีราวกับว่าเขากลัวว่าจะไปทำให้ชายชราผู้นี้ขุ่นเคือง


    หลี่เชียนเหม่ยอดไม่ได้ที่จะดุด่าผู้เฒ่าหลิงอยู่ในใจ การมาถึงของพวกเขาในครั้งนี้คือการมาอย่างเป็นมิตรเพื่อให้จางหลินไว้วางใจในตัวของพวกเขาเพื่อที่จะได้เชื่อมสัมพันธ์กัน


    แต่ดูเหมือนว่าการกระทำที่ขาดความยับยั้งชั่งใจของผู้เฒ่าหลิงจะยิ่งทำให้จางหลินระมัดระวังตัวต่อพวกเขามากขึ้น


    นางทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ข้ามีคำถามบางอย่าง หวังว่าคุณชายจางจะสามารถไขความกระจ่างให้แก่ข้าได้”


    จางหลินจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่สดใสของหลี่เชียนเหม่ยราวกับว่าต้องการมองผ่านวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนาง


    แต่เขากลับไม่พบจิตมุ่งร้ายแต่อย่างใด การแสดงออกทางสีหน้าของนางมีเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น


    จนถึงตอนนี้จางหลินก็ยังไม่รู้ว่าหลี่เชียนเหม่ยมีภูมิหลังและความเป็นมาอย่างไร แต่เขามั่นใจว่านางต้องมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงและแข็งแกร่งกว่าเมืองหยางโจวอย่างแน่นอน


    ประการที่หนึ่ง แม้ว่ากลิ่นอายของหลี่เชียนเหม่ยจะแลดูเหมือนคนปกติธรรมดา แต่ความสง่างามที่แสดงออกมาผ่านท่าทางนั้นไม่สามารถหลอกลวงได้ นั่นหมายความว่านางต้องได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจากตระกูลชนชั้นสูง


    ประการที่สอง ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางมีรัศมีที่แข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ซูหยาน! ซึ่งสิ่งนี้ทำให้จางหลินรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่มีบุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวขึ้นในเมืองหยางโจว 


    และหลังจากรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชายชรา จางหลินจึงตัดสินใจที่จะไม่ทดสอบอะไรพวกเขาอีก และรอดูว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่


    หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจางหลินก็พยักหน้าเบาๆ “หากอยู่ในขอบเขตความรู้ของข้า ข้าจะตอบให้ทุกอย่าง”


    หลี่เชียนเหม่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อเห็นว่าการแสดงออกของจางหลินเปลี่ยนไป และดูเหมือนว่าเขาพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากนางในลักษณะทางวาจา


    เห็นได้ชัดว่าจางหลินไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับนี้สักเท่าใดนัก


    นั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับสถานการณ์ของตระกูลจาง ยิ่งสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ในการครอบครองของเขาด้วยแล้ว ไม่ว่าผู้ใดที่มาในรูปแบบที่แปลกประหลาดหรือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ เขาจะพยายามตีตัวออกห่างจากพวกเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตระกูลจาง


    หากมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้รับรู้ว่าตระกูลจางมีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ในการครอบครอง นั่นไม่ได้หมายความว่าตระกูลจางจะต้องประสบปัญหาอีกทางหรอกหรือ?


    ฉะนั้นแล้วจะเป็นการดีที่สุดหากเขาตรวจสอบตัวตนที่แท้จริง และจุดประสงค์ของพวกเขาก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป