เนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ

    40 ผู้หยั่งรู้

            “เช่นนั้นเองหรือเจ้าคะ แล้วต้องไปกี่วันกันหรือเจ้าคะ”

            “ประมาณสี่วันขอรับ”

            “โอ ตายจริงๆ อาลู่ประเดี๋ยวเจ้าไปแจ้งเถ้าแก่ฉินเสียนะว่าเจ้าติดทำธุระให้กองทหารรักษาเมือง ไปขอลาหยุดเสียให้เรียบร้อยเดี๋ยวแม่จะไปจัดของให้เจ้าเอง อาไฉๆ มาช่วยข้าเร็วเข้า”ฮูหยินจางโหวกเหวกเสร็จแล้วก็หันมาหาจินลี่หยาง

            “ใต้เท้า หากไม่มีอันใดแล้ว ข้าขอไปจัดของให้อาลู่ก่อนนะเจ้าคะ อาลู่ อาอี้พวกเจ้าดูแลใต้เท้าให้ดีด้วยนะ” ฮูหยินจางกล่าวจบก็เดินหายไปอีกห้องหนึ่ง

            จินลี่หยางจางฝูลู่ และเฉินอี้ ที่นั่งนิ่งๆ กันอยู่เมื่อเห็นว่าห้องรับแขกไม่มีใครอื่นแล้วนอกจากพวกเขาสามคนก็พากันหัวเราะไร้เสียงจนหน้าแดงก่ำและเหนื่อยหอบ

     

            ทั้งสามคนเดินเข้าตลาดเมืองซุนฉือด้วยกันตอนนี้บรรยากาศระหว่างพวกเขาดูผ่อนคลายและเป็นมิตรกันมากขึ้น

            จางฝูลู่แยกตัวไปที่โรงไม้ไฉกังเพื่อแจ้งขอลาหยุดกับเถ้าแก่ฉินเฉินอี้จึงเดินไปร้านยาไท่อันถังโดยมีจินลี่หยางเดินไปเป็นเพื่อน

            เฉินอี้บอกกับเถ้าแก่ถังว่าช่วยจัดยาให้เขาใช้ได้ประมาณห้าวันเพราะช่วงนี้เขาคงไม่สะดวกออกมาร้านยาได้บ่อยๆ

            ยาบำรุงหยางหัวใจมีส่วนประกอบของสมุนไพรสิบชนิดและยังมีดีบัวกับเขากวางอ่อนด้วยเฉินอี้จึงไม่สามารถจัดยาให้ตนเองได้

            เขากวางอ่อนนั้นไม่ค่อยมีในร้านยาธรรมดามากนักและราคาค่อนข้างสูง

            เถ้าแก่ถังกล่าวเชิงบ่นให้เฉินอี้ฟังว่าตอนนี้เขาอ่อนกวางในร้านเหลือน้อยเต็มทีแต่เขาจะพยายามสั่งของมาติดไว้ที่ร้านให้ได้ เฉินอี้ยิ้ม

            “มิเป็นไรขอรับเถ้าแก่ถัง สิ่งใดไม่มีก็ใช้สิ่งอื่นทดแทนก่อนก็ได้”

            เถ้าแก่ถังโบกมือ“ใช้สิ่งอื่นทดแทนได้ก็จริง แต่ประสิทธิภาพของยาจะลดลงเจ้าป่วยมานานแต่เพิ่งได้เริ่มรักษา ต้องกินยาให้ครบอย่าได้ขาด” เถ้าแก่ถังถอนใจ“เมืองซุนฉือเป็นเมืองเล็ก ข้าวของไม่พรั่งพร้อม หากเป็นเมืองใหญ่ๆ เช่นเมืองหลวงสิ่งเหล่านี้ล้วนหาได้ง่ายดายนัก” กล่าวจบเถ้าแก่ถังก็ถอนใจอีกครั้ง

            เฉินอี้จึงกล่าวหยอกเย้าว่าคนชอบถอนหายใจบ่อยๆ เขาว่าคนผู้นั้นคือเฒ่าชราแล้ว เถ้าแก่ถังหัวเราะเบาๆ

            เมื่อออกจากร้านยาเฉินอี้ก็แวะซื้อเนื้อแพะตากแห้งเพื่อเก็บไว้เป็นเสบียงที่บ้าน

            ทั้งห่อยาและห่ออาหารแห้งค่อนข้างพะรุงพะรังจินลี่หยางจึงรับเอาของทั้งหมดจากเฉินอี้มาถือไว้เสียเอง

            เฉินอี้รู้สึกเกรงใจแต่จินลี่หยางกล่าวว่าไม่เป็นไรเฉินอี้เองก็ต้องถือไม้เท้าไม่น่าจะเดินสะดวก เฉินอี้จึงพยักหน้าตกลง

            คนขายถังหูลู่เดินผ่านพลางร้องขายเฉินอี้ได้ยินก็หยุดเดินและหันตาม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันกลับมาเดินไปข้างหน้าต่อ

            “เจ้าอยากกินถังหูลู่หรือ” จินลี่หยางเอ่ยถาม

            “อันที่จริงข้าชอบถังหูลู่มากขอรับ แต่ตอนนี้คงกินไม่ได้แล้วเพราะพุทรามีฤทธิ์เย็นเป็นพิษต่อคนที่มีอาการหยางพร่องเช่นข้า” เฉินอี้ยิ้ม

            “อ้อ งั้นหรือ” จินลี่หยางกล่าวแต่ตาก็มองตามคนขายถังหูลู่ไป

            “เฉินอี้ เจ้ารออยู่ตรงนี้สักครู่ อย่าเพิ่งไปไหนนะ”

            “เอ่อ ขอรับ” เฉินอี้รับคำงงๆ

            จินลี่หยางเดินหายไปครู่หนึ่งก็เดินกลับมาหาเฉินอี้

            จินลี่หยางจับมือเฉินอี้และส่งบางอย่างให้เขาถือเฉินอี้ถือไม้แท่งเล็กๆ ในมือแล้วก็ขมวดคิ้ว

            “อะไรหรือขอรับ พี่ลี่หยาง”

            “น้ำตาลปั้น”

            เฉินอี้ใช้มือสัมผัสน้ำตาลปั้นในมือตนเองแล้วก็ยิ้มหน้าบาน“รูปไก่ฟ้าใช่ไหมขอรับ”

            “อืม” จินลี่หยางยิ้ม

            เฉินอี้ยิ้มสดใสเอาไก่ฟ้าน้ำตาลปั้นแตะที่ริมฝีปากอย่างมีความสุข “ขอบคุณขอรับพี่ลี่หยาง”

            จินลี่หยางมองอาการเด็กได้ขนมของเฉินอี้ก็ยิ้มพลางนึกถึงเรื่องเมื่อวานนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

            ภาพเฉินอี้ที่นั่งตัวสั่นงันงกด้วยความความหวาดกลัวและเจ็บปวดไปหมดทั้งกายและใจ

            ภายใต้ดวงตาสีม่วงไร้เดียงสาคู่นี้กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เด็กคนหนึ่งไม่น่าจะรับมือไหวเพราะมันมากมายกว่าที่ผู้ใหญ่บางคนต้องเผชิญเสียอีก

            “พี่ลี่หยางกินด้วยกันไหมขอรับ” เฉินอี้หันมายิ้มและเอ่ยชวน

            จินลี่หยางจึงจับมือเฉินอี้ที่ถือน้ำตาลปั้นอยู่และก้มลงมากัดขนมไปคำเล็กๆ คำหนึ่ง “ข้าทำหางไก่ฟ้าของเจ้าแหว่งแล้วนะ”

            จินลี่หยางบอกเฉินอี้หัวเราะ

            อาหลิ่งยืนมองจินลี่หยางกับเฉินอี้เดินพูดคุยหยอกล้อกันก็รู้สึกสบายใจที่เฉินอี้มีเพื่อนดีๆเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง

            ตงเปียนมองจินลี่หยางกับเฉินอี้และหันกลับมามองอาหลิ่ง“ลี่หยางเขาเคยมีน้องชายพอได้มาเจอเฉินอี้เขาก็คงจะรู้สึกถูกชะตา”

            “เคยมีน้องชาย?” อาหลิ่งมีสีหน้าสงสัยตงเปียนพยักหน้า

            “ชื่อจินลี่หลิน จมน้ำตายตอนอายุได้เก้าขวบ”

            อาหลิ่งมีสีหน้าสลด“โถ น่าสงสารจริง เพียงเก้าขวบเท่านั้น ยังเยาว์นัก”

            ตงเปียนพยักหน้า“ตอนนั้นลี่หยางอายุได้สิบห้าปี เขาเสียใจมากมิยอมพูดอันใดกับคนในบ้านอยู่เกือบครึ่งปีแต่ตอนนี้เขาเป็นปกดิดีแล้ว”ตงเปียนหันมาถามอาหลิ่ง “แล้วเจ้าแน่ใจหรือ ว่าเฉินอี้จะยอมไปฉางผิงกับลี่หยางเจ้าใช้พลังชวี่ฝูกับเขามิได้แล้วมิใช่หรือ”

            “ท่านคอยดูเถิด” อาหลิ่งยิ้มอย่างมั่นใจ

     

            เมื่อขอลาหยุดและจัดการบัญชีไม้ให้เถ้าแก่ฉินเสร็จเรียบร้อยแล้วจางฝูลู่ก็ตามไปรับเฉินอี้ที่กองทหารรักษาเมือง

            ก่อนแยกย้ายกันไปทำธุระของตนทั้งสามคนได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าเมื่อทำธุระเสร็จให้มาเจอกันที่นี่

            โดยปกติกองทหารรักษาเมืองจะเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนแวะเวียนมามากนักหากไม่มีเหตุร้ายหรือต้องการความช่วยเหลือจากชาวบ้าน

            นั่นเพราะว่าเมืองซุนฉือมิค่อยมีเหตุร้ายอันใดให้แจ้งนั่นเอง

            มากสุดก็คงจะเป็นคนเมาสุราแล้วทะเลาะวิวาทกันแต่สุดท้ายก็ยอมความกันได้ เพราะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนกันทั้งนั้น

            ทหารที่อยู่ที่นี่ก็มีไม่มากเพียงสิบห้าคนเท่านั้น

            จางฝูลู่เดินมาถึงหน้ากองทหารรักษาเมืองก็ขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

            เหตุใดวันนี้ผู้คนด้านหน้าจึงดูพลุกพล่านนักหรือมีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นหรือเปล่า

            จางฝูลู่สะกิดชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขาเพื่อสอบถาม“พี่ชายๆ มิทราบว่ามีเหตุอันใดเกิดขึ้นหรือขอรับ ผู้คนจึงได้ดูวุ่นวายเช่นนี้”

            “พวกเราอยากจะมาหาผู้หยั่งรู้ แต่ทหารมิยอมให้พวกเราเข้าไปน่ะสิ”

            จางฝูลู่มีสีหน้าตะลึงงัน“ผู้หยั่งรู้งั้นหรือขอรับ”

            หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆจึงชะโงกหน้ามาหาจางฝูลู่ “ก็ใช่น่ะสิข้าอยากจะให้ผู้หยั่งรู้ช่วยดูชะตาชีวิตให้ข้าสักหน่อยว่าข้าจะมีโอกาสร่ำรวยกับเขาบ้างไหม”

            “ข้าอยากให้ผู้หยั่งรู้ช่วยลูกสาวข้าให้ได้สามีดีๆ สักคน”

            “ข้าเองก็เจ็บป่วยมานานแล้ว รักษาเท่าไรก็ไม่หายก็หวังว่าผู้หยั่งรู้จะช่วยข้าได้บ้าง”

            พอเริ่มพูดขึ้นมาคนหนึ่งคนอื่นๆที่เหลือก็เล่าความทุกข์ร้อนของตนเองที่อยากให้ผู้หยั่งรู้ช่วยเหลือตามกันมาอีกเป็นหางว่าวจางฝูลู่ได้แต่กลืนน้ำลายพูดอันใดมิออก

            เห็นทีคราวนี้เฉินอี้คงแย่แล้ว

            เฉินอี้ที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของจินลี่หยางมิได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอันใดผิดกับจินลี่หยางที่มีสีหน้าค่อนข้างกังวล

            “เฉินอี้ๆ” หลิวซูเจี๋ยเคลื่อนกายเข้ามาหาเฉินอี้ในห้อง“จางฝูลู่อยู่ด้านนอกแต่เข้ามามิได้ เจ้าช่วยเขาหน่อยสิ”

            เฉินอี้พยักหน้า“พี่ลี่หยางขอรับ”

            จินลี่หยางเดินกลับมาหาเฉินอี้“หืม มีอันใดหรือ”

            “เหล่าจางยืนอยู่หน้าประตูแต่เข้ามามิได้ ท่านช่วยพาเขาเข้ามาหน่อยนะขอรับ”

            จินลี่หยางขมวดคิ้วมองหน้าเฉินอี้ “อืม ได้สิ”

            จินลี่หยางรับคำแต่ภายในใจกลับรู้สึกพิศวง

            เฉินอี้รู้ได้อย่างไรว่าจางฝูลู่อยู่ที่ประตูหน้า

    คล้ายกับเรื่องเนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ ที่คุณอ่าน

    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258