บทที่ 21 ภารกิจสังหารผู้ฝึกตนระดับจินตัน!
หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างเงียบเชียบหลังจากที่เฉาเสวียนเหิงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจินตันสำเร็จ ห้องศิลาลึกสุดในศาลบรรพชนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายพลังปราณหนักแน่นที่แผ่ซ่านออกมาเบา ๆ แม้ค่ายกลป้องกันจะกักเก็บไว้ได้เกือบทั้งหมด แต่กลิ่นอายนั้นก็ยังแทรกซึมออกมาบ้าง ราวกับคลื่นั์ที่ซัดกระทบฝั่งอย่างแ่เบา
เฉาเสวียนเหิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินดำสนิท ร่างกายชราภาพที่เคยอิดโรยบัดนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตใหม่ แก่นจินตันสีทองอร่ามในทะเลจิติญญาหมุนวนช้า ๆ ราวกับภูผาั์ที่ตั้งตระหง่านท้าทายฟ้าดิน เขาค่อย ๆ ปรับสมดุลพลังปราณที่พลุ่งพล่านให้ไหลเวียนอย่างราบรื่น ทุกครั้งที่พลังปราณจินตันไหลผ่านเส้นลมปราณหลักสิบสองเส้น ร่างกายของเขาก็รู้สึกเหมือนถูกหลอมใหม่จากภายใน ความเ็ปแ่เบาจากการทะลวงยังหลงเหลืออยู่ แต่ถูกกลบด้วยความปีติยินดีที่ไม่อาจบรรยายได้
...
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องโถงลับใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลเฉา ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสีเทาเข้มแกะสลักลายัที่กำลังบิดตัวคำราม โคมไฟสีน้ำเงินเข้มห้อยระย้าจากเพดานสูงแผ่แสงสลัวจาง ๆ ส่องกระทบใบหน้าของผู้าุโทั้งหลายที่กำลังรอคอยอย่างตึงเครียด บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยูเาน้ำแข็งั์ กลิ่นกำยานเย็นเยียบผสมกลิ่นอายเืจาง ๆ จากการาเ็ของลูกหลานที่เพิ่งได้รับการรักษา ลอยคลุ้งไปทั่ว
ประตูหินหนักหน่วงค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงเสียดสีดังก้องราวกับเสียงคำราม ร่างสูงโปร่งสองร่างก้าวเข้ามาในห้องโถงอย่างสง่างาม ท่าทีเคร่งขรึมแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้อากาศรอบกายสั่นะเืเล็กน้อย
ร่างแรกคือเฉาหลินหยวน ประมุขตระกูลเฉา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ประดับลายัเงินแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบแต่หนักแน่นราวกับหิมะบนยอดเขาสูง ใบหน้างดงามหล่อเหลาคมคายราวกับแกะสลักจากหยกชั้นดี ดวงตาใสกระจ่างฉายแววเ็าแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นร้อนแรง พลังปราณจินตันขั้นสอง่ต้นแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้ผู้าุโหลายคนตัวสั่นด้วยความเคารพยำเกรง
ข้างกายเขาคือเฉาเสวียนเหิง ผู้าุโใหญ่ของตระกูล ร่างกายชราภาพในอาภรณ์สีเทาเข้มประดับลายปฐี ใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ดวงตาใสกระจ่างราวกับสระโบราณที่ซ่อนพลังมหาศาล พลังปราณจินตันขั้นหนึ่ง่ต้นที่เพิ่งทะลวงแผ่ซ่านออกมาไม่ปิดบัง ทำให้โคมไฟทุกดวงในโถงสว่างวาบขึ้นราวกับถูกจุดติดด้วยพลังชีวิตใหม่
เมื่อผู้าุโทั้งห้าที่เป็แกนหลักของตระกูล และผู้าุโระดับหนิงม่ายจากตระกูลสายรอง ต่างมองเห็นร่างของผู้าุโใหญ่เข้ามาเคียงข้างประมุข ต่างก็ตกตะลึงลาน ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีสาง กลิ่นอายจินตันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างชราของเฉาเสวียนเหิงนั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้
“นี่มัน... ผู้าุโใหญ่... ท่าน...” เฉาเฉิงิ ผู้าุโรองที่มีรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนที่มีดวงตาคมกริบดั่งเหยียว พูดด้วยความตะกุกตะกัก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อสายตา
“กลิ่นอายนี้... ผู้ฝึกตนระดับจินตันรึ! ผู้าุโใหญ่ทะลวงจินตันแล้วจริง ๆ!” เฉาฮวาปิง ผู้าุโสามที่มีใบหน้าเ็าในคราวแรก ก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจและร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยความตื่นเต้น
“เป็ไปได้อย่างไร... ท่านผู้าุโใหญ่ที่อายุขัยใกล้หมดสิ้น... ทะลวงเข้าสู่ระดับจินตันสำเร็จได้อย่างไร! นี่มันปาฏิหาริย์เหลือเกิน หรือคราวนี้ตระกูลเฉาจะกลับคืนสู่ยุครุ่งโรจน์อย่างแท้จริง!” เฉาจี๋หยวน ผู้าุโสี่ที่มีรูปร่างกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและใบหน้าที่ดุดัน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น น้ำตาแห่งความปีติไหลรินอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
“วาสนาของตระกูลเรา... ์ยังไม่ทิ้งตระกูลเฉา!” เฉาอวิ๋นเช่อ ผู้าุโห้าที่สงบนิ่งที่สุด พูดเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมด้วยความตื้นตัน
ผู้าุโหญิงจากสาขารองคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่มุมห้อง ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ “ในประวัติศาสตร์หลายร้อยปีของตระกูลเรา... ไม่เคยมีผู้ฝึกตนระดับจินตันพร้อมกันถึงสองคนมาก่อน... นี่คือปาฏิหาริย์!”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องโถง ผู้าุโจากสาขาย่อยและสาขารองหลายคนลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น บางคนถึงกับคุกเข่าลงด้วยความเคารพยำเกรง “ตระกูลเฉามีหวังแล้ว... เราจะไม่ต้องตายอย่างสิ้นหวัง!”
เฉาเสวียนเหิงเพียงคลี่ยิ้มแ่เบา รอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมด้วยความอบอุ่นและความมุ่งมั่น เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างประมุขอย่างเงียบ ๆ สีหน้าเรียบเชยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้าุโสาม เฉาฮวาปิง ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตกตะลึง “ผู้าุโใหญ่... นี่ท่านทะลวงระดับจินตันแล้วจริงแล้วหรือ!”
เฉาเสวียนเหิงพยักหน้าช้า ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง “ใช่... เื่นี้ต้องขอบคุณท่านประมุข หากไม่ใช่เพราะโอสถทะลวงจินตันระดับห้าที่ท่านมอบให้... ในชีวิตนี้ข้าเฉาเสวียนเหิงคงไม่มีวันทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนี้ได้ตลอดชีวิต”
คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้องโถง ทุกคนหันมองไปที่เฉาหลินหยวนด้วยความเคารพยำเกรงที่เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
“ท่านประมุข... นี่...” เฉาเฉิงิพูดขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่ต้องกล่าวอะไรอีกแล้ว… คอยพูดเื่นี้ทีหลังมาคุยเื่สำคัญก่อนเถิด!” เฉาหลินหยวนยกมือขึ้นเบา ๆ พลังปราณอบอุ่นแผ่ซ่านออกมา ทำให้ทุกคนในห้องโถงเงียบลงทันที “พวกเ้าคงสังเกตแล้วกระมัง... ในคืนนี้ตระกูลหูเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกมันกำลังระดมกองกำลังอย่างลับ ๆ หลังจากที่ผู้าุโเหยียนอู่แห่งหุบเขาหลอมอัคนีมาถึงเมืองหย่งหนิง”
ข่าวการมาของเหยียนอู่และหูเฟิงนั้นแพร่สะพัดไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว การเดินทางมาด้วยความเอิกเกริก ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ทำให้แม้ตระกูลเฉาที่กำลังตกต่ำก็ยังได้รับรู้อย่างชัดเจน
เฉาอวิ๋นเช่อ ผู้าุโห้าที่เชี่ยวชาญเื่ข่าวกรองและค่ายกลของตระกูลเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา “ท่านประมุข... ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรขอรับ?”
เฉาหลินหยวนยิ้มเย็นบาง ๆ ดวงตาเปล่งประกายเจตนาฆ่าฟันที่เย็นะเื “แค่บุกทำลายตระกูลหูและสังหารผู้าุโของหุบเขาหลอมอัคนีก็สิ้นเื่!”
คำพูดนั้นราวกับะเิลูกใหญ่ที่ะเิขึ้นกลางห้องโถง ผู้าุโทุกคนตกตะลึงลาน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความใ
“ท่านประมุข... การสังหารผู้าุโของหุบเขาหลอมอัคนี... มันจะไม่เป็การล่วงเกินหุบเขาหลอมอัคนีโดยตรงหรือขอรับ!” ผู้าุโจากสาขารองคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนและหวาดกลัว “หุบเขาหลอมอัคนีเกือบทัดเทียมห้าสำนักใหญ่... หากเราลงมือสังหารผู้าุโของพวกมัน... พวกมันจะไม่บุกมาถล่มตระกูลเราให้สิ้นซากหรือ!”
ผู้าุโอีกหลายคนพยักหน้าตาม ความกังวลแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงราวกับหมอกพิษ
เฉาเสวียนเหิงที่นั่งเงียบอยู่นาน ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังก้องราวกับฟ้าคำรามที่สั่นะเืไปทั่วห้องโถง พลังปราณจินตันแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้โคมไฟทุกดวงสั่นไหวรุนแรง
“ล่วงเกินรึ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งตนเป็ศัตรู สนับสนุนตระกูลหูให้กวาดล้างตระกูลเฉาของเรา เช่นนั้นหุบเขาหลอมอัคนีก็เป็ศัตรูของตระกูลเฉาไปแล้ว! สิ่งนี้นับเป็การล่วงเกินอันใดกัน! หรือว่าพวกเ้าจะรอให้พวกมันบุกมาสังหารลูกหลานตระกูลเฉาทุกคน รอรับความตายอย่างสิ้นหวังกัน!”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ตีลงบนกองเพลิง ทำให้ผู้าุโจากสาขารองคนนั้นหดหัวลงด้วยสีหน้าเขินอาย ผู้าุโคนอื่น ๆ ก็เงียบลง ความกลัวในใจค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว
เฉาหลินหยวนยกมือขึ้นอีกครั้ง ทุกคนเงียบลงทันที “เื่หุบเขาหลอมอัคนีพวกเ้าอย่าพึ่งไปใส่ใจนักเลย... ข้าจะเป็ผู้แบกรับภาระนี้เอง”
น้ำเสียงของเขาเรียบสงบแต่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจที่ไม่มีใครกล้าสงสัย ดวงตาเ็าแต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความอบอุ่นและความหวังที่พลุ่งพล่าน
ในขณะนั้นเอง เสียงเครื่องจักรกลเ็าไร้อารมณ์ดังขึ้นในห้วงจิติญญาของเฉาหลินหยวน
[ติ้ง! ตรวจพบภารกิจหลัก: สังหารผู้ฝึกตนระดับจินตันครั้งแรก!]
[คำอธิบาย: ในโลกแห่งการฝึกตนที่โหดร้ายนี้ การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดย่อมต้องอาศัยเืและเนื้อเป็บันไดข้ามผ่าน โฮสต์จะต้องสังหารผู้ฝึกตนระดับจินตันเป็ครั้งแรก เพื่อพิสูจน์ความเด็ดเดี่ยวและเปิดประตูสู่ขอบเขตที่สูงกว่า การล้มเหลวจะนำมาซึ่งความตายอันน่าสยดสยอง]
[รางวัล: โชควาสนาตระกูล +800, โอสถระดับหกแบบสุ่ม 1 ขวด, โอสถระดับห้าแบบสุ่ม 5 ขวด, สุ่มอาวุธวิเศษระดับพิภพ 1 ชิ้น, ยกระดับพลัง 1 ขั้นใหญ๋]
[โทษล้มเหลว: ตาย]
เฉาหลินหยวนจ้องมองข้อความในระบบด้วยสีหน้าเ็าไร้ความรู้สึก ดวงตาไม่แม้แต่จะกระพริบ เขารู้ดีว่าอยู่ในมหาภพอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ หากไม่ฆ่า ก็จะถูกฆ่า มันคือสัจธรรมที่โหดร้ายแต่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การสังหารเหยียนอู่ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตระกูลเฉา แต่ยังเพื่อตัวเขาเอง เพื่ออนาคตที่เขาจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด…
เขาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม “ผู้าุโใหญ่และผู้าุโทุกท่าน... ข้าจะให้ท่านจัดการเื่ของตระกูลหูทั้งหมด ส่วนาุโเหยียนอู่จากหุบเขาหลอมอัคนี... ให้เป็หน้าที่ของข้าเอง”
ทุกคนในห้องโถงเงียบกริบ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่าน
“เราจะบุกทำลายตระกูลหูในคืนนี้ให้สิ้นซากโดยไม่ให้พวกมันตั้งขบวนทัพ กวาดล้างอย่าให้ผู้ใดเหลือรอดแม้แต่คนเดียว! ลูกหลานตระกูลหูที่เคยรังแกเรา เผาคลังสินค้า ยึดร้านค้า ทำร้ายคนของเรา... คืนนี้เราจะชำระหนี้เืด้วยเื!”
คำพูดนั้นราวกับฟ้าคำรามที่ดังก้องในหัวใจของทุกคน เฉาเสวียนเหิงลุกขึ้นยืน ดวงตาเปล่งประกายร้อนแรง “ดี! คืนนี้ตระกูลหูจะต้องกลายเป็เถ้าถ่าน!”
ผู้าุโทั้งหมดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เสียงคำรามดังก้อง “สังหาร! สังหาร! สังหาร!”
พายุเืกำลังจะะเิขึ้นในยามราตรีนี้ และเมืองหย่งหนิงจะต้องสั่นะเืด้วยเืและเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชน!