นี่คือครั้งแรกสำหรับทั้งสอง แต่ละคนมีความรู้สึกที่ต่าง
เช่นทอย กำลังสนุกสนานเพราะได้ของเล่นใหม่
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเอาแต่ฝึกกับเกมคอมพิวเตอร์ วันนี้คือของจริง ไม่คึกคักหรือตื่นเต้นเลยก็คงแปลก
สำหรับเจมส์ กำลังหวาดเสียวที่ต้องขึ้นเครื่องโดยใช้คนขับเป็นนักบินมือใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชน หมายถึงในเกมจำลองน่ะนะ ของจริงก็วันนี้วันแรก ดังนั้นเขาจึงสวมร่มชูชีพไว้กับตัว เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ขึ้นไปนั่งบนเครื่องเรียบร้อย สวมที่ปิดหู เครื่องถูกเปิดจนได้ยินเสียงใบพัดหมุนหึ่งๆ
แผงวงจรตรงหน้าเป็นไฟหลากสี ชวนฉงนงงงัน แต่สำหรับหุ่นแบนเนอร์ซึ่งมีชิปประมวลผล ฐานข้อมูลที่ได้เรียนรู้แล้วครั้งหนึ่งจะถูกบันทึกอยู่ข้างใน จดจำได้ทุกตำแหน่งของปุ่มใช้งาน
“เจ้านาย ผมจะเริ่มบินขึ้นฟ้าแล้วนะครับ” เจ้าโง่แบนเนอร์หันมายิ้ม โดยไม่รอคำตอบจากผู้เป็นนาย หนึ่งมือโยกคันบังคับ ดึงเครื่องขึ้นในทันที
เฮลิคอปเตอร์ลำสีดำราคาแพงหูฉี่ค่อยๆ ทะยานขึ้นท้องฟ้า
เจมส์ที่นั่งอยู่ข้างๆ คนขับใจตกไปอยู่ตาตุ่ม แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่พอเครื่องขึ้นบินจริงๆ ก็อดใจหายใจคว่ำไม่ได้อยู่ดี
เครื่อง AgustaWestland AW139 ลอยอยู่เหนือฟากฟ้าโดยสมบูรณ์
มองผ่านบานหน้าต่างลงมาจะเห็นหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีแสงไฟ
สภาพการจราจรบนถนนสายหลักยังคงแน่นเป็นบางครั้งบางคราว ผิดกับบนท้องฟ้า สามารถบินไปตรงไหนก็ได้ดั่งใจนึก
เฮลิคอปเตอร์ลำสีดำบินไร้จุดหมาย ด้วยน้ำมันเต็มถังมันสามารถพาเจมส์ไปโลดแล่นบนท้องฟ้ายามราตรีได้อย่างใจนึก
ทอยดูสนุกใหญ่เชียว เหมือนกับเด็กน้อยไม่มีผิด แต่ทั้งนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า ฝีมือการขับของหุ่นแบนเนอร์รายนี้ไม่ถือว่าแย่ จัดอยู่ในระดับกลาง ยังต้องเรียนรู้อีกมาก
แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมาฝึกแต่กับเกมคอมพิวเตอร์ ได้แค่นี้เกินความคาดหมายมากแล้ว ที่เหลือก็ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน
หลังจากบินเล่นได้ครู่หนึ่ง ทอยขับเฮลิคอปเตอร์จอดตรงลานกว้างหน้าไร่
สภาพของเขาเมื่อลงจากเครื่อง ยังคงกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง ผิดกับเจ้านายลิบลับ รายนี้แทบอยากจะนอนพักผ่อนให้หายเวียนหัว
.......
เจมส์ใช้เวลาอยู่สามที่ด้วยกัน หนึ่งคือพัทยา สองเมืองกรุงเทพฯ สามวังน้ำเขียว
เพื่อที่จะเดินทางโดยไม่ต้องกลัวรถติด ดูเหมือนการใช้เครื่องบินเพื่อย่นระยะเวลาจะเป็นความคิดที่ถูก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เปลืองน้ำมันโคตรๆ
ณ เรือ'เมจิกเชี่ยน' วันนี้มิวสิคที่อยู่ในชุดผ้าคลุมไหล่สีขาวหลวมโครก เดินเล่นกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ และรุ่นพี่ดาวคณะคนสวย
หลังจากอยู่กินบนเรือฟูฟ่าลำนี้ได้ช่วงหนึ่ง หญิงสาวดูสวยขึ้นเป็นอีกเท่าตัว ไม่เหมือนกับเด็กสาวมหาลัยทั่วไป
เธอเริ่มมีเสน่ห์ดึงดูดที่คล้ายกับดาราในละครโทรทัศน์
ระหว่างนั่งชิลล์อยู่บนเก้าอี้ เหยียดขา นิ้วเรียวเล็กจับแก้วผลไม้ ต้องเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าซึ่งตอนนี้มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งกำลังลดระดับความสูง ดูท่าจะจอดที่ลาน
“เครื่องนั่น ของเจ้านายเหรอคะ?” มิวสิคหันไปถามรุ่นพี่ บางทีเธอที่อยู่ก่อนอาจจะรู้ในสิ่งที่เธอไม่รู้
“ไม่รู้เหมือนกัน เจมส์ไม่ได้บอก บอกแค่ว่าจะไปดูไร่ที่วังน้ำเขียว ตอนไปก็ขับรถไป เขาจะกลับมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้ยังไง?”
“งั้น...เรามารอดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคนที่ลงมาจากเครื่องจะเป็นใคร”
เบียร์พยักหน้า หยิบเสื้อคลุมสีดำที่พาดไว้กับเก้าอี้อีกตัวขึ้นมาสวม ค่อยเดินไปใกล้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์
.....
หลังจากที่เครื่องลงจอดถึงพื้น ชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำเดินลงมา ในชุดไปรเวทเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ
หากใครมาเห็นเขาสภาพนี้ คงไม่คิดว่าเป็นเจ้าของเรือหรูหรา แต่คงคิดว่าเป็นเด็กหนุ่มไร้ซึ่งอนาคต
“เจมส์ เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ของใครเหรอ?” เบียร์ถาม เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ
มิวสิคเองก็รอคอยคำตอบ สายตาไม่ห่างจากตัวเครื่องสีดำแม้แต่เสี้ยววินาที ดูเหมือนหล่อนจะชอบมาก
เจมส์หันไปมองเครื่องด้านหลังที่ใบพัดกำลังหยุดหมุน มอบคำตอบพร้อมกับตีก้นสองสาว “เครื่องของผมเอง เพิ่งซื้อมาเลย เป็นไงชอบหรือเปล่า”
“ชอบสิคะเจ้านาย ฉันน่ะนะฝันว่าอยากบินบนท้องฟ้ามานานแล้ว อยากขึ้นเครื่องไปเกาหลี แต่ก็ได้แค่คิด แหะแหะ” มิวสิคโพล่งขึ้น ท่าทางอยากเข้าไปนั่งเต็มแก่
“แบบนี้เห็นทีรถ คงไม่ได้ขับแล้วล่ะมั้ง” เบียร์แซวทีเล่นทีจริง
เจมส์หัวเราะในลำคอ พาสองสาวเข้าไปดูภายในห้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์
“ว่าแต่ใครเป็นคนขับ อย่าบอกนะว่าเจมส์?”
เบียร์นั่งลงบนเก้าอี้ราคาแพงหลายล้านบาท พลางมองชายคนรักด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เขาคนนี้ไม่สามารถนำสิ่งใดมาวัดได้ ชอบทำให้ตะลึงอยู่เรื่อยๆ เซอร์ไพรส์ด้วยเรื่องราวใหญ่โต เปิดตัวโอ่อ่า อย่างกับเจ้าพ่อในหนังมาเฟียฮ่องกง
แต่ทั้งนี้สำหรับเบียร์ สิ่งที่เขาได้แสดงมันมากกว่านั้น
ยิ่งรู้จักเจมส์เธอก็รู้สึกว่า เขาราวกับหลุมดำ ต่อให้รู้จักวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังมีเรื่องต้องค้นหา เป็นผู้ชายน่าสนใจที่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ
“ไม่ใช่เจ้านายหรอกครับ ผมเองที่ขับ ฮ่าฮ่าฮ่า” ทอยเปิดปาก แสดงตัวเป็นนักบินมากประสบการณ์ด้วยท่าทางตลกขำขัน
เบียร์และมิวสิคอ้าปากค้างเท่าไข่ไก่ แทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เพราะทั้งคู่ต่างก็รู้ว่าหมอนี่ขี้เล่น เคยทำอะไรเป็นจริงเป็นจังบ้างที่ไหน ดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่เมื่อบอกว่าเป็นนักบิน
แต่อย่างใดก็แล้วแต่ ทั้งสองสาวมีแต่ต้องเชื่อเพราะเจมส์ยืนยันอีกเสียง
“เจ้านาย กล้าขึ้นได้ยังไงคะ แล้วนี่บินมาจากที่ไหนเหรอคะ”
“ก็ทำใจอยู่นาน แต่พอขึ้นบินแล้วก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง บินมาจากวังน้ำเขียวน่ะ ปลูกสวนเสร็จก็รีบมาพัทยา”
“โห...ไกลเหมือนกันนะคะเนี่ย”
“ไม่หรอก ถ้าหากขับรถยนต์คงนาน แต่นี่บิน แปบเดียวเท่านั้นแหละ”
“ถ้างั้นหลังจากนี้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ พวกเราก็สามารถไปไร่คุณได้แล้วสิคะ” รุ่นพี่เข้ามาอิงแอบ หน้าอกหน้าใจโดนท่อนแขนเต็มๆ นุ่มนิ่มชวนสัมผัส
“ได้สิ”
เจมส์ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปทำงานที่นั่น ให้เธอติดไปด้วยจะเป็นไรไป
ได้รับคำตอบเบียร์ดีอกดีใจยกใหญ่ อิงแอบแนบชิด สองเต้าอวบอิ่มบิดเร้าท่อนแขน
ด้วยความที่กำลังเห่อของเล่นใหม่ เจมส์จึงสั่งให้ทอยบินขึ้นอีกครั้ง
สองสาวดีอกดีใจยกใหญ่ ไม่ต่างจากเด็กน้อยตัวเล็กที่มองไปรอบๆ อย่างสนุกสนาน
เพราะเหตุนั้นเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต การเดินทางหลังจากนี้จึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ใช่ว่าเขาจะลืมรถ รถยังมีความจำเป็น แต่แค่ไม่สามารถเติมเต็มการเดินทางได้อย่างการบินบนท้องฟ้า
.............
ด้วยการใช้เส้นสายของก้องภพ ในที่สุดเจมส์ก็ได้ออกอากาศโฆษณาลูกชิ้นปลาและแซลมอนดองซอสเกาหลี
โฆษณาลูกชิ้นปลาผลตอบรับค่อนข้างปานกลางไม่ถึงกับแย่
ผิดกับโฆษณาแซลมอนดองซอสเกาหลีได้ผลตอบรับดีเกินคาดหมาย
เบียร์และมิวสิคที่ใช้ชีวิตตามปกติ เดินทางไปวิทยาลัยกุหลาบขาวด้วยความอิจฉาของใครต่อใครต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่านักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยต่างก็มองด้วยสายตาแปลกๆ
พอถามกับเพื่อนร่วมคณะอย่างหวาน เบียร์จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้ก็เป็นเพราะโฆษณาแซวมอนดองซอสเกาหลีนั่นเอง
“ยายเบียร์ ทำไงถึงได้เล่นโฆษณาวะ แถมยังได้เล่นคู่กับปิ่น ดาราที่เพิ่งมีผลงานแสดงซิทคอมเมื่อปีที่แล้ว บอกฉันหน่อยสิ นะนะนะ” หวาน เพื่อนสนิทที่สุดคะยั้นคะยอถาม
เบียร์ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ตอบเถรตรง “ก็โฆษนานั่นเป็นของเจมส์ วันนั้นผู้กำกับเห็นว่าฉันมีแววก็เลยจับไปถ่ายด้วยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก”
“จริงดิ....งั้นแสดงว่า แซลมอนดองซอสเกาหลีที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ คือของเจมส์?”
“ใช่ แกได้ลองซื้อมาชิมบ้างหรือยัง อร่อยนะ”
“ยัง...ฉันจะหาซื้อได้ยังไงละ ตอนนี้กระแสแซลมอนดองซอสเกาหลีดังมากเลยนะ ใครๆ ก็อยากซื้อมาลอง”
หวานบุ้ยปาก ท่าทางคงอยากลองเต็มประดา
เบียร์ส่ายหน้านิดหน่อย หยิบกระปุกสีดำจากกระเป๋าออกมาวางไว้บนโต๊ะ
หวานที่อารมณ์เสียถึงกับดวงตาเป็นประกาย ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ สองสาวเปิดกระปุกและกินอย่างเอร็ดอร่อย
.........
ปิ่นที่อยู่ในคอนโด ตรวจสอบความเคลื่อนไหวโลกออนไลน์ที่มีต่อโฆษณาด้วยใจเต้นระทึก
จริงอยู่ที่เจมส์มีศักยภาพเลี้ยงเธอไม่ให้อดอยาก แต่ในฐานผู้หญิงคนหนึ่ง ปิ่นชอบที่จะทำงาน หาเงินเลี้ยงตัวเองมากกว่า
ยิ่งกับงานที่รัก เธอยิ่งมีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ
พอเห็นผลออกมาเป็นด้านบวก ไม่ค่อยมีด้านลบเกี่ยวกับโฆษณา แถมยังมีคำชมจำนวนมากผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่แปลกหากหัวใจจะฟู
ระหว่างยิ้มหน้าบาน ปิ่นได้รับสายจากหมายเลขไม่ทราบชื่อ
พอคุยได้ไม่กี่ประโยคจึงรู้ว่าสายที่ติดต่อเข้ามา มาจากผู้จัดละครเรื่อง'แดนพิศวง'หัวใจจึงฟูฟ่องเป็นพิเศษ
.........
บาร์แห่งหนึ่งในเมืองกรุงเทพฯ
มาร์ช ชายหนุ่มกำลังนั่งหัวเสียเมื่อเห็นเพลิง บัวชมพูและปิ่นอยู่ในโฆษณาตัวใหม่
“ไอ้เจมส์ สันดานหมา! มึงจะเล่นกับกูแบบนี้ใช่ไหม”