เสียงกลองลูกที่สามทำให้หมอกเหนือโม่เหอไหลย้อนลม
ผู้เฒ่าโม่ยืนกลางลาน เงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งยังเป็สีเทาเมฆจากเหนือควรเคลื่อนลงใต้ ทว่ากลุ่มหมอกบนยอดสนกลับแยกออกสองด้านเว้นวงว่างเหนือหมู่บ้านเหมือนมีชามคว่ำซึ่งมองไม่เห็นกดอยู่
“กลองไม่ได้ใช้เรียกคน” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“มันกำลังปลุกหลักค่ายกล” ผู้เฒ่าโม่ตอบ
เสียงแรกมาจากตะวันตก เสียงที่สองจากเหนือเสียงที่สามจากตะวันออก แต่ไม่มีเสียงทางใต้เพราะเส้นนั้นเพิ่งถูกปิดหลังซ่งซานเข้ามา
ศัตรูใช้ข่าวจากร่างคนเจ็บตรวจพบว่าจุดใดยังไม่ตอบ
“ให้คนออกทางใต้ตอนนี้ได้หรือไม่” ผู้ใหญ่บ้านถาม
ผู้เฒ่าโม่ส่ายหน้า “ความเงียบทางใต้มิได้แปลว่าปลอดภัยอาจเป็ปากถุงซึ่งเปิดไว้รอเราเดินเข้าไป”
“แล้วจะให้ทุกคนอยู่ในวง?”
“อยู่รวมกันยังเห็นว่าใครหาย หากกระจายเข้าป่าศัตรูเก็บทีละคนได้”
คำตัดสินทำให้เวลาเตรียมหนีเปลี่ยนเป็เวลาเตรียมรับทุกถุงเสบียงซึ่งมัดไว้ต้องแกะออก น้ำที่เก็บบนเกวียนต้องย้ายกลับเรือนกลางเด็กกับคนชราซึ่งสวมเสื้อพร้อมเดินต้องลงไปซ่อนใต้พื้นแทน
เยี่ยซิงเหอมองคนทำงานสลับทางอย่างเร่งรีบราคาของการอ่านศัตรูช้าไปหนึ่งก้าวมิใช่เพียงาแมันคือแรงของทั้งหมู่บ้านซึ่งถูกใช้ซ้ำโดยไม่ได้ขยับใกล้ความปลอดภัย
ผู้เฒ่าโม่แบ่งถ่านดำให้คนเฝ้าประตู “ขีดเส้นบนทุกคานหากถ่านเปลี่ยนเป็แดง อย่าแตะ ให้ตีระฆังหนึ่งครั้ง”
“ถ้าสองแห่งเปลี่ยนพร้อมกัน?”
“ตีตามจำนวน แล้วถอยเข้ากลางหมู่บ้าน”
ผู้ใหญ่บ้านแบ่งคนเป็สามผลัด นายพรานเฝ้ากำแพงช่างไม้เสริมคาน ส่วนคนที่ไม่มีอาวุธขนน้ำกับดินชื้นไว้ดับไฟไม่มีผู้ใดถามแล้วว่าเยี่ยซิงเหอควรออกจากหมู่บ้านหรือไม่เพราะเส้นทางทั้งหมดกลายเป็ส่วนหนึ่งของกับดักเดียวกัน
ชายหนุ่มจากเมืองเดินมาพร้อมทวน “ข้าจะตรวจตะวันออก”
ผู้เฒ่าโม่โยนกระดิ่งทองแดงให้ “ผูกไว้ที่เอวหากเสียงดับทั้งที่เ้ายังเดิน ให้ถอยโดยไม่หันหลัง”
“เหตุใด”
“เพราะสิ่งที่ดับเสียงได้ย่อมอยู่ใกล้พอแตะคอเ้า”
เยี่ยซิงเหอหยิบกระบี่ “ข้าไปด้วย”
“เ้าเพิ่งใช้ปราณตัดรอยในตัวคน”
“จึงจะไม่ใช้ปราณ”
“ขาของเ้าก็ยังเป็ขาเดิม”
ผู้ใหญ่บ้านยื่นถุงขี้เถ้าให้เขา “ให้เขาไปเขามองรอยที่พวกเรามองไม่เห็น แต่หากยกกระบี่ไม่ไหว เขาต้องกลับตามคำสั่ง”
ผู้เฒ่าโม่มองคนทั้งสอง ก่อนพยักหน้าเพียงครั้ง “ตรวจ ไม่ไล่”
* * *
แนวตะวันออกเงียบเกินไป
ไม่มีรอยสัตว์ ไม่มีนกเกาะกิ่งและหิมะใหม่บนทางแคบเรียบเหมือนไม่มีผู้ใดผ่านชายหนุ่มจากเมืองเดินนำโดยใช้ปลายทวนทดสอบพื้น เยี่ยซิงเหอตามหลังสามก้าวโรยขี้เถ้าทีละหยิบ
ขี้เถ้าตกตามลมใน่แรก
เมื่อพ้นกำแพงไปครึ่งลี้ มันกลับลอยค้างเหนือพื้นเป็เส้นตรง
“หยุด” เยี่ยซิงเหอกล่าว
กระดิ่งที่เอวชายหนุ่มยังดัง แต่เสียงเบากว่าก้าวก่อน
ใต้หิมะมีรอยสลักซ่อนอยู่
เยี่ยซิงเหอใช้กิ่งสนปัดผิวขาวออก พบแผ่นไม้บางฝังราบกับพื้นบนแผ่นมีเืแห้งเขียนวงครึ่งหนึ่ง ปลายเส้นชี้เข้าโม่เหอ
“หลักย่อย” ชายหนุ่มกล่าว “ทำลายหรือไม่”
“ถ้าทำลายตอนนี้ คนวางจะรู้ว่าเราพบ”
“หากไม่ทำ มันจะเปิดทาง”
เยี่ยซิงเหอมองขี้เถ้าซึ่งค้างกลางอากาศ “เปลี่ยนปลายให้ชี้ออกแล้วกลบเหมือนเดิม”
เขาไม่แตะเื ใช้ปลายฝักขูดร่องใหม่บนแผ่นไม้จากนั้นชายหนุ่มใช้ทวนยกแผ่นกลับด้าน ทั้งสองทำช้าเพราะเส้นค่ายกลตอบแรงสั่นทุกครั้งที่โลหะแตะไม้ หมอกจะหดใกล้ขึ้นหนึ่งชุ่น
ก่อนกลบเสร็จ กระดิ่งหยุดดัง
ชายหนุ่มจากเมืองชักทวนกลับทันที
เงาคนพุ่งลงจากต้นสน มีดสั้นแทงตำแหน่งซึ่งคอเขาอยู่เมื่อครู่คมผ่านเพียงผ้าคลุมเพราะคำเตือนผู้เฒ่าโม่ทำให้เขาถอยโดยไม่หัน
เยี่ยซิงเหอใช้ฝักกระบี่กดข้อมือผู้โจมตี ไม่ชักคมเขาไม่มีแรงรับการปะทะตรงจึงหมุนตามทิศมีดและปล่อยให้ชายชุดดำเสียหลักลงใกล้แผ่นไม้ของตน
สายลับบิดตัวกลางล้ม เท้าขวาเหยียบขอบแผ่นเืบนร่องสว่างขึ้น
ชายหนุ่มจากเมืองแทงทวนปิดทางหนี
“อย่าฆ่า!” เยี่ยซิงเหอะโ “ต้องถามจำนวน”
ปลายทวนเปลี่ยนจากคอไปกดไหล่ ชายชุดดำคุกเข่าลงหิมะกระจายจากแรงกระแทก มีดหลุดมือ แต่คนผู้นั้นกลับยิ้มใต้ผ้าปิดหน้า
“พวกเ้าคิดว่าจับข้าได้?”
เยี่ยซิงเหอมองเท้าซึ่งยังแตะแผ่นไม้ “ยกมันออก!”
ช้าไป
รอยเืบนแผ่นไม้พุ่งขึ้นรัดข้อเท้าสายลับ มิได้ช่วยให้หนีหากไต่เข้าร่างเ้าของเอง เส้นแดงแล่นจากน่องถึงอกในชั่วลมหายใจ
ชายชุดดำพยายามกล่าวสิ่งหนึ่ง แต่เืทะลักจากปากก่อนเสียงออก
ชายหนุ่มจากเมืองใช้คมทวนตัดเส้นเืกลับแตกเป็ฝอยซึมเข้าแผลที่ไหล่ สายลับกระตุกสามครั้งแล้วแน่นิ่ง
ผู้วางค่ายกลสังหารคนของตนก่อนถูกถาม
“เขายังไม่ได้กัดเม็ดโลหะ” ชายหนุ่มกล่าว
“คราวนี้คนบนเขาไม่รอให้เขาเลือก”
เยี่ยซิงเหอใช้ผ้าห่อมือ พลิกข้อมือศพพบรอยจุดแดงสามจุดเรียงอยู่ใต้ผิว ทุกจุดดับแล้ว ไม่มีป้าย ไม่มีตราประจำตัวและไม่มีสิ่งใดบอกจำนวนคนที่เหลือ
แต่การฆ่าจากระยะไกลพิสูจน์ว่าเส้นค่ายกลวงใหญ่เชื่อมถึงจุดนี้แล้ว
เสียงระฆังดังจากหมู่บ้านสองครั้ง
ถ่านบนคานเปลี่ยนสีสองแห่งพร้อมกัน
“กลับ” เยี่ยซิงเหอกล่าว
ทั้งสองไม่ไล่เงาซึ่งขยับบนสันเขาพวกเขาหามศพกลับพร้อมแผ่นไม้หนึ่งชิ้นการตรวจซึ่งควรใช้ครึ่งชั่วยามกินเวลาเกือบถึงเที่ยงและระหว่างนั้นคนในหมู่บ้านต้องทิ้งงานเสริมประตูเพื่อปิดรอยแดงที่เกิดใหม่
เวลาเตรียมตัวลดลงทุกครั้งที่ศัตรูยื่นคำถามมาให้ตอบ
* * *
ก่อนตะวันตก ผู้เฒ่าโม่วางแผ่นไม้สี่ชิ้นรอบศพสายลับ
ชิ้นแรกมาจากตะวันออก
ชิ้นที่สองพบใต้กองฟืนทางเหนือ
ชิ้นที่สามอยู่ในคอกม้าตะวันตก
ชิ้นสุดท้ายเป็เศษซึ่งติดมากับร่างซ่งซานจากทางใต้
“สี่ทิศ” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว “ศัตรูสี่กลุ่มหรือ”
“อาจหนึ่งกลุ่มย้ายไปสี่ทิศ หรือสิบกลุ่มใช้หลักเดียวกัน”ผู้เฒ่าโม่ตอบ “ค่ายกลบอกตำแหน่ง ไม่บอกจำนวนคน”
“เสียงกลองสามลูก” ชายหนุ่มจากเมืองกล่าว “อย่างน้อยมีสามคน”
“หรือคนเดียวตีกลองสามแห่งด้วยทางใต้ดิน”
ความไม่รู้ทำให้ทุกทางเลือกแพง หากกระจายคนเฝ้าทุกทิศกำแพงแต่ละด้านจะบาง หากรวมคนที่ประตูเดียว ศัตรูอาจเข้าจากรอยใต้พื้น
เยี่ยซิงเหอมองร่องบนแผ่นไม้ทั้งสี่เมื่อหมุนให้ปลายเืหันเข้าหากัน เส้นทุกชิ้นมิได้ชี้สู่เรือนเขาแต่ชี้ไปยังบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน
“มัน้าจุดเชื่อมเดิม” เขากล่าว “บ่อน้ำไม่ใช่เป้าหมายเป็ทางให้ค่ายกลแตะทุกเรือน”
ผู้เฒ่าโม่พยักหน้า “ย้ายคนออกจากเรือนกลาง”
“แต่เราเพิ่งรวมเด็กไว้ที่นั่น” ผู้ใหญ่บ้านค้าน
“จึงต้องย้ายก่อนมืด”
คำสั่งใหม่ทำให้แรงทั้งหมู่บ้านถูกใช้เป็ครั้งที่สามคนชราถูกพาไปเรือนเก็บเกลือ เด็กย้ายเข้าห้องใต้ยุ้งฉางน้ำสำรองแบ่งเป็ไหเล็กแทนเก็บจุดเดียว คานซึ่งยังซ่อมไม่เสร็จต้องรอเพราะมือทั้งหมดใช้ย้ายชีวิตออกจากศูนย์ค่ายกล
เยี่ยซิงเหอช่วยแบกไหได้เพียงสองเที่ยว แขนขวาก็สั่นผู้เฒ่าโม่ดึงเขาออกจากงานและพาไปลานหลังเรือน
“ฝึก” ชายชราสั่ง
“ตอนนี้?”
“ศัตรูไม่หยุดเพราะเ้ายังเหนื่อย”
เงาดำเคลื่อนบนแนวเขาเป็ระยะ บางเงาเป็สนไหว บางเงาอาจเป็คนไม่มีเวลาพิสูจน์ทุกครั้ง
ผู้เฒ่าโม่ให้เขาชักกระบี่เพียงครึ่งคมก้าวจากหินก้อนหนึ่งไปอีกก้อนโดยไม่ใช้ปราณแล้วรับเมล็ดถั่วซึ่งชายชราโยนจากสามทิศด้วยฝัก
ครั้งแรก เขาพลาดทั้งหมด
ครั้งที่สอง รับได้หนึ่งเมล็ดแต่ข้อมือชา
ครั้งที่สามเขาเปลี่ยนจากไล่ตามสิ่งที่เห็นเป็ยืนในจุดซึ่งบังคับให้เมล็ดทั้งสามผ่านเมล็ดสองเมล็ดกระทบฝักพร้อมกัน ส่วนเมล็ดสุดท้ายตกหลังส้นเท้า
“ยังช้า” ผู้เฒ่าโม่กล่าว
“แต่ไม่ใช้ปราณ”
“ศัตรูจะขอบใจที่เ้าประหยัดแรงให้มันหรือ”
เยี่ยซิงเหอก้มเก็บเมล็ด เขาเข้าใจว่าเป้าหมายไม่ใช่ฝึกท่าใหม่หากทำให้สิ่งที่มีอยู่ใช้ได้แม้พลังทองไม่ตอบย่างก้าวซึ่งพึ่งปราณตลอดย่อมเป็ทางซึ่งศัตรูอ่านได้ส่วนกระบี่ที่หนักขึ้นทุกครั้งต้องมีวิธีใช้โดยไม่รับแรงตรง
แสงตะวันลับยอดสน
เมล็ดถั่วเม็ดสุดท้ายซึ่งอยู่บนพื้นกลิ้งขึ้นเนินแทนลงต่ำ
เยี่ยซิงเหอเงยหน้า “ลมย้อนอีกแล้ว”
ผู้เฒ่าโม่หันไปทางบ่อน้ำ
ผิวน้ำในไหทุกใบสั่นพร้อมกัน แม้ถูกแยกไปคนละเรือน
ค่ายกลเชื่อมถึงกันแล้ว
* * *
ทั้งสองขึ้นหลังคายุ้งฉางซึ่งเป็จุดสูงสุดในหมู่บ้าน
ผู้เฒ่าโม่โรยผงเกลือลงตามลม ผงสีขาวมิได้ตกหากลอยออกสี่ทิศแล้วหยุดเป็วงเหนือแนวสนจุดที่ผงเกลือหยุดมีแสงแดงซ่อนอยู่ใต้หิมะ บ้างสว่าง บ้างดับ แต่ต่อกันไม่มีช่อง
เยี่ยซิงเหอนับได้สิบสองจุดก่อนแสงบางแห่งซ้อนกันจนแยกไม่ออก
“นี่มิใช่ค่ายกลสามหลัก” เขากล่าว
“สามหลักเป็เพียงหู” ผู้เฒ่าโม่ตอบ “วงนี้คือปาก”
มันล้อมูเาทั้งลูก มิได้ล้อมเพียงประตูหากผู้ใดออกจากโม่เหอไม่ว่าทิศใด ย่อมต้องข้ามเส้นเือย่างน้อยหนึ่งชั้น
เงาคนบนสันเขาปรากฏแล้วหาย บางจุดมีหนึ่งเงา บางจุดมีหลายเงาจำนวนยังอ่านไม่ได้ แต่ไม่มีทางเชื่อว่าศัตรูมีเพียงสายลับไม่กี่คนอีกต่อไป
ผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาตาม “พบทางออกหรือไม่”
ผู้เฒ่าโม่มองวงแดง “พบเพียงว่าทุกทางเป็ส่วนเดียวกัน”
“พรุ่งนี้จะทำอย่างไร”
ชายชราไม่ตอบทันที เขามองชาวบ้านข้างล่างซึ่งยังขนไห ยกคานและพาเด็กลงห้องใต้ดินทั้งวันของพวกเขาถูกใช้แก้ทางศัตรูจนประตูเหนือยังขาดเชือกสองมัดเหมือนเดิม
“พรุ่งนี้อาจไม่มีหมู่บ้านนี้อีก” ผู้เฒ่าโม่กล่าว
ไม่มีเสียงร้อง แต่คนที่ได้ยินทุกคนหยุดมือหนึ่งจังหวะก่อนกลับไปทำงานเร็วกว่าเดิม
ผู้ใหญ่บ้านตัดเชือกมัดสุดท้ายของเกวียนออกแบ่งครึ่งให้ประตูเหนือ อีกครึ่งทำสายส่งถังจากบ่อน้ำช่างไม้ถอนบานประตูเรือนร้างไปเสริมกำแพงส่วนคนชรานับเด็กในห้องใต้ดินซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีชื่อใดหาย
ชายหนุ่มจากเมืองขึ้นมายืนข้างเยี่ยซิงเหอ“ถ้ามันล้อมครบสิบสองจุด เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจุดใดเป็ทางบุก”
“ไม่รู้” เยี่ยซิงเหอตอบ “จึงต้องทำให้ทุกประตูส่งเสียงถึงกัน”
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินจึงแจกกระดิ่งทองแดงสี่ใบประตูแต่ละทิศรับหนึ่งใบ หนึ่งครั้งหมายถึงเห็นเงาสองครั้งหมายถึงหลักค่ายกลเปลี่ยนสี สามครั้งให้ทุกคนถอยเข้ากลางหมู่บ้าน
พวกเขาไม่มีเวลาพอสร้างกำแพงใหม่จึงสร้างวิธีไม่ให้ความกลัวของประตูหนึ่งลากคนทั้งหมู่บ้านไปผิดทาง
เสียงกลองดังอีกครั้ง
จุดแดงสิบสองจุดสว่างพร้อมกันเส้นระหว่างจุดพุ่งขึ้นจากหิมะเป็ม่านบางปราณโลหิตสะท้อนใต้เมฆจนสีเทาถูกย้อมทีละชั้น
ดาวเหนือยังไม่ขึ้น
แต่ท้องฟ้าเหนือโม่เหอเปลี่ยนเป็สีแดงแล้ว