วันนี้ต้าจี่อยู่ในลุคสามผมบลอนด์ ริมฝีปากใหญ่ราวกับฉีดฟิลเลอร์ ดวงตาคล้ายกับหอยแครง ครางเล็กๆ ดูน่ารัก ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวและกระโปรงสั้น ตามด้วยรองเท้าหนังแบบหุ้มส้น เธอดูราวกับเด็กนักเรียนญี่ปุ่นเกเร
“เธอคือ...” เนี่ยฝานแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก หญิงสาวที่ได้ยินคำถามใบหน้าถึงกับเปลี่ยนสีแดง
“ฉันเอง...ต้าจี่ เมื่อวานนี้เราเจอกันในผับ และนี่คือนามบัตรที่คุณยื่นให้ฉันก่อนไป”
“โอ้...เป็นเธอนั่นเอง ว่าแต่หน้าตาเปลี่ยนไปมากเลยนะเนี่ย เหมือนกับพวกลูกครึ่งฝรั่งเลย”
“อืม...มันเป็นแบบนี้ทุกเช้าของวัน เป็นแบบสุ่มน่ะ”
“จริงสิ อยากถามอยู่พอดีเลยว่านอกจากเปลี่ยนหน้าตาแล้วยังเปลี่ยนเพศทุกเช้าหรือเปล่า”
“ไม่...ฉันเป็นผู้หญิง เปลี่ยนแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ”
เนี่ยฝานแสร้งถอนหายใจโล่งอก “ดีแล้ว ดีแล้ว หากตื่นขึ้นมาแล้วเห็นผู้ชายคลานออกมาจากเตียง แบบนั้นผมขอตายซะดีกว่าอยู่”
ต้าจี่กัดฟันแน่น รู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าปากคอเราะร้าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขา ‘รวย’ รวมถึงยังสามารถเปลี่ยนชีวิตของเธอได้
“แล้วมาพบผมวันนี้มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าตัดสินใจได้แล้ว” เนี่ยฝานดื่มน้ำโคล่า หรี่ตาลงมองผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม
“ฉันตัดสินใจแล้ว คำตอบคือตกลง”
“โอเคผมเข้าใจแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นต้องมีการตรวจสอบก่อน มิฉะนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเธอโกหกกับเพื่อนหรือเปล่า”
“คุณหมายความว่ายังไง ไม่เชื่อใจกันเหรอ”
“ต้าจี่ในเมื่อไม่มีใครบอกได้ว่าเธอเป็นตัวจริงหรือเปล่า นอกจากนั้นผมยังต้องเสียเงิน หากเธอเป็นเจ้าของเงินจะไม่ตรวจสอบสินค้าหน่อยเหรอ”
หญิงสาวรู้สึกโกรธที่ถูกเขามองว่าเป็นเพียง ‘สินค้า’ แต่ยากที่จะโต้ตอบ เพราะเธอเองก็ต้องการเงินเหมือนกัน
“แล้วจะทดสอบยังไง” ต้าจี่ถามกลับ
“นอนกับผม” เขาเว้นไปช่วงหนึ่งซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวแทบร้อง ก่อนจะอธิบายด้วยเหตุผลที่รองรับหลังจากไตร่ตรอง “รับรองว่าจะไม่ทำอะไรทั้งคืนให้สัญญาเลย ผมแค่อยากจะตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าเธอหน้าเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง หรือหากกลัวว่าผมจะไม่รักษาสัญญาเราจะเซ็นสัญญากันก่อนก็ได้”
“โอเค...ก็ได้ แต่หากคุณผิดสัญญาล่ะก็ฉันจะขอเงิน...20 ล้านหยวน โอ้ไม่สิ 100 ล้านหยวน!” หญิงสาวยกนิ้วขึ้นมาพร้อมกับยิ้มเยาะ
“หึคิดว่าฉันไม่รู้เหรอ ไอ้พวกคนรวยคิดว่าคนอื่นโง่กันหมด ตราบใดที่มีสัญญาใช่ว่านายจะทำอะไรก็ได้ นอกจากนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะละเมิดสัญญาเพียงเพราะเซ็กส์แล้วต้องเสียเงิน 100 ล้านหยวน” ต้าจี่หัวเราะในความฉลาดของตัวเอง
เนี่ยฝานบอกให้รัมเข้ามาในห้องก่อนจะบอกว่าให้ติดต่อทนายส่วนตัวของเขา ร่างเอกสารขึ้นมาแล้วส่งแฟกซ์มาที่นี่โดยด่วน
ต้าจี่ตกตะลึง ไม่คิดว่าเนี่ยฝานจะเอาจริงเอาจัง ดังนั้นหล่อนจึงทำได้เพียงก้มหน้า ไม่กล้าสู้สายตาของเขา
“เอกสารน่าจะเสร็จในอีกหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้เธอกินอะไรมาหรือยัง” หลังจากรัมออกไปเนี่ยฝานหันกลับมาคุยกับหญิงสาว
“ยังเลย...เพิ่งรีบแต่งตัวออกมาจากบ้าน คิดว่าจะมาตายเอาดาบหน้าแทน” พูดไปแล้วท้องก็ร้อง
“งั้นกินสิ เดี๋ยวผมเลี้ยงเองมื้อนี้” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ความจริงลงบัญชีของเนี่ยเซียวไว้ ใช่ว่าเป็นน้องชายแล้วไม่ต้องจ่าย หรือเพียงเพราะเป็นคนในครอบครัว แบบนั้นมีหวังธุรกิจได้ล่มจมกันพอดี
ต้าจี่พยักหน้าแล้วเริ่มสั่งอาหาร เธอเองก็เคยกินอาหารที่ผับโพไซดอนจึงรู้ว่ารสชาติไม่ได้แย่เลย คุณภาพสู้กับโรงแรมได้
เนี่ยฝานยกโคล่าขึ้นมาดื่มแล้วตรวจสอบโทรศัพท์ที่เด้งขึ้นมา มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
......
หวังเทียนซือลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์กับหวังสงไป๋ ด้านหน้าเป็นผับโพไซดอน พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลับมาใช้หนี้ พวกกีกี้คนอื่นๆ ในผับจัดการได้ไม่ยากหรอก แต่ตัวปัญหาคือหยวนเทา ลำแสงของเขาทำให้ทุกอย่าง ‘เฉื่อย’ ซึ่งยากต่อการสู้กลับ
“มาแล้วสินะ งั้นตามฉันมา ตอนนี้ร้านเปิดแล้วและต้องการพนักงานทำความสะอาด” หยวนเทาผลักแว่นกันแดด บอดี้การ์ดด้านหลังโยนแปรงล้างห้องน้ำและถังน้ำให้
พี่น้องสกุลหวังหยิบแปรงขึ้นมาแล้วเดินตามเข้าไปในผับ เช่นเดียวกับเมื่อวานคนจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในผับ กิจการประเภทนี้ค่อนข้างทำกำไรได้ หลายคนชื่นชอบเสียงเพลง หรือบางคนมาเพื่อเสียตัวให้กับผู้ชาย หรือหนุ่มน้อยที่อยากจะโดนขึ้นครู
หวังเทียนซือหน้าตาบูดบึ้งเข้าไปในห้องน้ำ เพียงเข้ามากลิ่นฉุนก็ฟุ้งขึ้นจมูก โชคดีที่เตรียมตัวมาก่อน อย่างน้อยวันนี้ยังมีแมสใส่ก็ถือว่าดีกว่าเมื่อวานที่ไม่มีอะไรปิดจมูก
หลังจากรู้ว่าตัวเอกของงานมาแล้วเนี่ยฝานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาพี่ชายผ่านวีแชท
“นี่พี่ขออะไรหน่อยสิ จัดหาพวกผู้ชายหลายๆ คน จ่ายเงินให้พวกเขาแล้วกินยาท้องเสีย ให้มันวิ่งไปขี้ในห้องน้ำคืนนี้ผับโพไซดอน”
เนี่ยเซียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หลังจากเห็นเนื้อหาเขาก็พยักหน้ารับ
“เข้าใจล่ะมันคือการกลั่นแกล้งหวังเทียนซือและหวังสงไป๋ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะว่าไปแล้วให้พวกนั้นกินอะไรดีถึงขี้จะได้เหม็นๆ”
เนี่ยเซียวเพียงสั่งการลงไปคนข้างล่างก็รีบจัดการ ไม่นานชายร่างใหญ่ในชุดสีดำหลายคนรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ พวกเขาเมื่อมาถึงรีบเปิดประตูเข้าไปแต่ไม่ปิดประตู เลือกที่จะเปิดประตูอ้าแล้วนั่งขี้ ในขณะที่หวังเทียนซือกำลังทำความสะอาดทางเท้าอยู่ด้านหน้า
“มองเหี้ยอะไร หรือมึงไม่เคยเห็นคนขี้ โอ้ย...ลูกพ่อจะมาแล้ว โอ๊ย!”
หวังเทียนซือรีบหันไปทางอื่นไม่อยากเห็นภาพอุบาทว์ตา แต่ถึงอย่างนั้นยังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นจมูก เขารีบปิดประตูห้องน้ำด้วยเท้าและแทบจะอาเจียนออกมา
“เวรเอ้ย! จะขี้ก็ขี้ให้มันดีๆ สิ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ ไม่สิหรือว่ามันอยากให้เราเห็นของของมัน...?” หวังเทียนซือเอามือปิดหน้ากากบนใบหน้า โดยหวังว่าจะช่วยเรื่องกลิ่น แต่อย่างใดก็ตามชายในชุดดำทั้งหมดได้รับคำสั่งมา พวกเขาพากันวิ่งเข้าห้องน้ำไม่หยุด และเมื่อห้องน้ำเต็มจะทำยังไง ก็นั่งยองๆ บนทางเท้าในห้องน้ำแล้วถอดกางเกงออก ขี้มันทั้งอย่างนั้นล่ะ
“เห้ยๆ นั่นมึงจะทำอะไรน่ะ!” หวังสงไป๋ตะโกนถาม แต่สิ่งที่ตอบกลับคือเสียงที่ไม่น่าฟังและกลิ่นรวมถึงภาพอุบาทว์ที่ไหลลงพื้น
“อูย...โทษทีว่ะมันไม่ไหวจริงๆ พอดีไปกินส้มตำเจ้ปูมาน่ะ แกเป็นคนไทยเพิ่งมาเปิดร้านอยู่ที่สี่แยก กูเคยกินส้มตำตอนไปเที่ยวพัทยาเมื่อปีก่อนเลยติดใจ กลิ่นมันแรงไปหน่อยเพราะปลาร้าที่ใช้ทำมันเน่ามีหนอนขึ้น ฝากจัดการพื้นด้วยนะ โอ้...แล้วมึงอยากล้างก้นให้กูไหม”
“ไอ้เวร! กูจะอ้วกรีบไปได้แล้ว!” หวังสงไป๋รู้สึกว่าทำภารกิจในต่างประเทศง่ายกว่าการล้างห้องน้ำ อย่างน้อยกลิ่นคาวเลือดก็หอมกว่าขี้เหม็นๆ
เพราะชายในชุดดำได้รับคำสั่งห้องน้ำจึงไม่เคยว่าง นอกจากนั้นพวกเขาแค่ใช้กระดาษชำระกับก้นแต่ไม่ได้กดปุ่มบนชักโครก ของเหลืองจึงลอยเคว้งอยู่บนน้ำ ต้องให้พระเอกเราสองคนเป็นคนจัดการขั้นตอนสุดท้ายแทน
“ทำอะไรน่ะช้ากันชะมัด รีบๆ ขัดล้างห้องน้ำสิ เห็นไหมว่าห้องน้ำไม่มีอันไหนสะอาดเลย ทำงานปวกเปียกอย่างกับอีตัวนะมึง!” หยวนเทาเข้ามาดูงานแล้วรีบกลับออกไป เขารู้สึกมวนท้องแปลกๆ คล้ายกับจะอ้วกเพียงแค่ได้กลิ่น
“เทียนซือเราไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปได้ เราต้องทำงานให้เร็วขึ้น” หวังสงไป๋แนะนำ
“เข้าใจแล้ว งั้นฉันจะใช้ท่าเด็ดดวงดารา นี่คือหนึ่งในท่าสังหารที่รวดเร็วที่ฉันคิดค้นขึ้น ถึงแม้ว่าวันนี้จะต้องถูกใช้ในการล้างขี้ก็ตาม” หวังเทียนซือโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำงานอย่างขมักเขม้น ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้เร็วเหมือนคำกล่าว ดังนั้นการล้างห้องน้ำจึงผ่านไปด้วยดี คุ้มยิ่งกว่าจ้างแม่บ้านเสียอีก
......
เนี่ยฝานส่งเอกสารให้ต้าจี่ หลังจากอ่านดูข้อตกลงเธอจึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับเขา
เนี่ยฝานไม่ได้คุยกับพี่ชายเรื่องของสองพระเอกต่อ ตอนนี้เขากำลังกินข้าวอยู่ ดังนั้นจึงกลัวว่าจะกินไม่ลงหลังจากรู้เนื้อหาการกลั่นแกล้ง
“ฉันเซ็นแล้ว ว่าแต่คุณจะให้คอนโดที่ไหน”
“แบล็คโบว์คอนโด”
“จริงเหรอ นั่นคือคอนโดสูงย่านกลางเมืองเลยนะ นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับมหาลัยต้าโจวราคาห้องต่อตารางเมตรจึงแพงมาก มีแต่คนรวยเท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้าของห้องได้”
“ก็คงงั้น รีบๆ กินแล้วเราจะไปที่คอนโดกัน”
“ชิ! คนกำลังอารมณ์ดีๆ มาขัดกันซะได้ รู้แล้วน่า”
ต้าจี่มองเขาด้วยความไม่พอใจแล้วเพลิดเพลินกับอาหารมื้อค่ำ หลังจากกินอิ่มเนี่ยฝานจึงออกไปจากผับโพไซดอน ไม่นานรถได้ขับมาถึงปลายทาง ต้าจี่ดูกระตือรือร้นกับที่อยู่ใหม่เป็นพิเศษ ผู้จัดการคอนโดถึงเวลาเลิกงานแล้วแต่เมื่อรู้ว่าใครมาจึงรีบมาเปิดห้องให้ทันที
มันเป็นคอนโดเดียวกับซูฉีชั้น 39 แต่ห้องของต้าจี่อยู่ชั้นล่างลงมาหนึ่งชั้น ดังนั้นโอกาสที่ทั้งสองคนจะพบกันจึงแทบไม่มี
หลังจากมาถึงห้องวอดก้าวางถุงกระดาษให้ ก่อนจะโค้งศีรษะแล้วเดินออกจากห้องไป