ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ตอนที่ 38 ภารกิจคับขัน

    ตอนที่ 38

    ภารกิจคับขัน

     

    หลิงเซียนย่อมไม่โง่งมที่จะเอาตัวเองไปปลูก ‘ดอกไม้ใบหญ้า’ เหล่านี้อยู่แล้ว จึงได้เรียกหมีใหญ่หมีรองมา เพื่อให้พวกเขามาปลูก ‘ดอกไม้ใบหญ้า’ เหล่านี้ ในขณะที่หมีใหญ่หมีรองพบเห็น ‘ดอกไม้ใบหญ้า’ เหล่านี้ก็ได้บังเกิดความตื่นเต้นจนน้ำลายสอเป็นทางยาวไปหลายต่อหลายฉื่อ เมื่อหลิงเซียนแน่ใจว่า ‘ดอกไม้ใบหญ้า’ ที่ท่านอาจารย์ได้เอ่ยออกมาให้ไปปลูก ล้วนแต่ช่างสมกับเป็นสมบัติล้ำค่าได้อย่างแท้จริง อย่างน้อยต่างก็เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นสมบัติที่อยู่ในระดับที่ล้ำค่าอย่างถึงที่สุด

     

    หลังจากหลิงเซียนได้เลือกผลหลิงกว่อมาหนึ่งลูก ซึ่งก็คือผลหลิงกว่อคุณสมบัติอัสนีที่หาได้ยาก หากว่าสามารถที่จะฟื้นคืนเต้ากงกลับมาด้วยผลหลิงกว่อ ลมปราณที่เขาฝึกปรือย่อมต้องอยู่ในคุณสมบัติธาตุของอัสนีอย่างแน่นอน ! 

     

    ในเมื่อสิ่งที่ตนเองฝึกปรือนั้นก็คือวิถีคัมภีร์ อีกทั้งยังมีพลังทำลายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

     

    เมื่อหลิงเซียนได้กลืนกินผลหลิงกว่อคุณสมบัติอัสนีเข้าไป ก็เริ่มที่จะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายในร่างกาย เมื่อผลหลิงกว่อเข้าไปถึงภายในท้องน้อย รวมตัวอยู่ในบริเวณจุดตันเถียน[1] เขาก็สัมผัสได้ว่าบริเวณจุดตันเถียนของตนเองนั้นได้ร้อนระอุขึ้นมาเป็นสาย อีกทั้งยังได้มีกระแสอสนีบาตขนาดเล็กแต่ละสายไหลเวียนไปมา ยิ่งนานไปก็ยิ่งมีกระแสอสนีบาตไหลเวียนอยู่ภายในจุดตันเถียนมากยิ่งขึ้น ไหลเวียนอยู่ภายในใจกลางเต้ากงที่ถูกทำลายไปแล้วของเขา อสนีบาตก็ได้เริ่มเข้าทำการสร้างบำรุงเต้ากงของเขา สร้างเต้ากงให้แก่เขาขึ้นมาใหม่ ! 

     

    เมื่อผ่านไปแล้วสามชั่วยาม ในที่สุดหลิงเซียนก็มีเต้ากงที่สมบูรณ์แบบ ภายในเต้ากงยังได้ผนึกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หลิงเซียนเริ่มที่จะทนรอฝึกปรือวิถีคัมภีร์แทบไม่ไหว ทว่าหลังผ่านไปได้หนึ่งชั่วยาม หลิงเซียนก็ได้รับพลังกลับคืน เพราะว่าเขานั้นได้ทะลวงจนเข้าสู่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สองไปเป็นที่สำเร็จแล้ว ! 

     

    เฉินหมิงนอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ตัวยาวเพื่ออาบแดด รอจนรางวัลของเขาได้มาถึง : “ติ่ง หลิงเซียนได้รับเต้ากงใหม่ ภารกิจสำเร็จ คุณได้รับคะแนนจริยธรรม 1000 แต้ม และคุณได้รับสิทธิ์ในการรับศิษย์คนที่สาม”

     

    “ติ่ง หลิงเซียนทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สอง คุณได้รับคะแนนจริยธรรม 20 แต้ม”

     

    บัดนี้แต้มจริยธรรมเองก็มีแล้ว คงจะได้เวลาที่จะสามารถเลื่อนขั้นพลังฝีมือของตนเองแล้ว พร้อมกับหยิบ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ออกมา เฉินหมิงมองดูอยู่วูบหนึ่ง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดสามเล่ม สิ่งนี้ก็คือเคล็ดเซียน พลันบังเกิดความคิดขึ้นวูบ : “บรรลุ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ขั้นต้นจำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรมมากเท่าไหร่กัน ? ”

     

    “ติ่ง บรรลุ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ขั้นต้นจำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรม 532 แต้ม ต้องการที่จะบรรลุหรือไม่?”

     

    “บรรลุ《ค่ายกลจตุลักษณ์》จำเป็นที่จะต้องใช้แต้มจริยธรรมมากแค่ไหน?”

     

    “ติ่ง 《ค่ายกลจตุลักษณ์》มีด้วยกันทั้งหมดสามเล่ม บรรลุเล่มที่หนึ่งจะสามารถเป็นผู้ใช้วิชาค่ายกลระดับมนุษย์ จำเป็นต้องใช้คะแนนจริยธรรม1500แต้ม บรรลุเล่มที่สองจะสำเร็จเป็นผู้ใช้วิชาค่ายกลระดับธรณี จำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรม15000แต้ม บรรลุเล่มที่สามจะสำเร็จเป็นผู้ใช้วิชาค่ายกลระดับสวรรค์ จำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรมแสนห้าหมื่นแต้ม”

     

    หากจะกล่าวถึงคะแนนจริยธรรมของข้าในตอนนี้ แม้แต่การบรรลุ《ค่ายกลจตุลักษณ์》เล่มที่หนึ่งก็ยังไม่พอเลยมิใช่หรอกหรือ ? 

     

    เช่นนั้นจะกลายเป็นสุดยอดค่ายกลในร่างมนุษย์ได้ยังไงกัน ? 

     

    เฉินหมิงถึงกับไม่มีความสนใจ ที่จะบรรลุเล่มที่สองของ《ค่ายกลจตุลักษณ์》อย่างมากก็สามารถที่จะทำให้ตนเองมีความสามารถของเต้ากงเพียงสี่อย่างเท่านั้น ในมุมมองของเขาที่ซึ่งมีเต้ากงได้อย่างไร้จำกัดย่อมถือเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ทว่าในตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็คงจะเป็นเล่มที่หนึ่ง ถึงอย่างไรแต้มจริยธรรมของเขาในตอนนี้ก็ยังมีอยู่ไม่มาก อีกทั้งการฝึกปรือเพื่อบรรลุเคล็ดวิชาทุกแขนงล้วนจำกัดอยู่เพียงแค่ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หกเท่านั้น น่าจะประมาณ 300 ถึง 500 แต้ม เคล็ดมังกรคชสารเองก็สามารถที่จะฝึกปรือเข้าไปจนถึงขอบเขตวิถีขั้นที่หกได้ในทันที

     

    แต้มจริยธรรมยังมีพอให้เขาใช้ได้อีกงั้นหรือ

     

    “ติ่ง หลิงเซียนได้ผนึกผสานเต้ากงของเขาได้สำเร็จ แต่ว่าเขาที่อยู่ภายในสำนักเซียนเหินได้รับความอัปยศจนเกิดผลกระทบต่อภาวะจิตใจ หลังจากนี้อีกสามเดือน สำนักเซียนเหินจะมีการดำเนินงานชุมนุมทดสอบกระบี่ โปรดช่วยเหลือหลิงเซียนทำการโค่นล้มฮวาชิงถิงในงานชุมนุมทดสอบกระบี่ เพื่อให้หลิงเซียนได้ล้างแค้น ! รางวัล : จริยธรรม1200แต้ม”

     

    อือ รางวัลของภารกิจในครั้งนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ปัญหาอย่างด้านการฝึกเคล็ดวิชาก็ได้รับการคลี่คลายแล้วด้วย แต่ว่าในด้านวิชามนตร์ตรา ถึงอย่างไรก็ดีตัวเขาย่อมไม่อาจที่จะถ่ายทอดเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ให้แก่หลิงเซียนได้  ด้วยว่าหากในแผ่นดินพากันเลื่องลือไปว่าเฉินหมิงนอกจากเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ ก็มีเพียงแค่เพลงกระบี่ดรุณีหยก เช่นนั้นช่างเสียหน้ายิ่งนัก! 

     

    เมื่อได้ครุ่นคิดได้ว่าเรื่องการเลื่อนขั้นของตนเองในตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หรือว่าจะเป็น《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》 แต่เป็นถึงเคล็ดเซียนเลยเชียวนะ ยังไงก็ลองฝึกดูสักขั้นก่อนจะเป็นไรไป

     

    “บรรลุ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ขั้นพื้นฐานทันที บรรลุทันที ! ”

     

    เฉินหมิงไม่คิดที่จะให้หลิงเซียนพบเห็นขั้นตอนในระหว่างที่เขาบรรลุ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》 ในส่วนของเหตุผล นั่นย่อมง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่านี่คือเคล็ดเซียน หากหลิงเซียนสามารถที่จะเข้าใจได้ก็คงจะแปลกแล้ว ! 

     

    เฉินหมิงคิดที่จะทำการย่อ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ให้อยู่ในรูปแบบย่อหลังจากที่บรรลุได้ เคล็ดเซียนฉบับย่อส่วนนี้ ก็เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้แก่หลิงเซียนก่อน รอจนหลังจากที่เขาสามารถฝึกปรือ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ได้หมด เมื่อคิดที่จะร่ำเรียนก็ย่อมที่จะง่ายดายแล้ว

     

    เฉินหมิงถึงได้เข้าใจ ก็เหมือนกับกล่าวได้ว่าตนเองนั้นเป็นผู้กระตุ้น ดัชนีทองคำ[2]ของตัวละครเอกเหล่านี้ การเป็นบุพการี ถือว่าไม่ง่ายดายเลย ! 

     

    ทุกอย่างล้วนแต่เป็นของพวกเด็กล้างผลาญใช้กัน จ้าวชิงเหยาที่กินยาอายุวัฒนะไม่ต่างไปจากกินหัวไชเท้า ส่วนเจ้ารองก็คงจะกินยาโอสถแทนเมล็ดถั่วเขียวก็แล้วกัน ! 

     

    “ได้ทำการบรรลุ《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》 จำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรม 532 แต้ม ! ”

     

    คัมภีร์ของในส่วน《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ก็ได้แล่นวิ่งไปมาอยู่ภายในหัวสมองของเฉินหมิง เขาได้เข้าใจขึ้นมาแล้วว่าจะทำการกระตุ้นดัชนีทะลวงความลึกซึ้งอย่างไร ไม่แปลกใจเลยที่เป็นเคล็ดเซียน เกรงว่าเพียงแค่การใช้ดัชนีเช่นนี้เพียงครั้งเดียว กระทั่งพลังมนตร์ตราที่อยู่ในเต้ากงของเคล็ดอีกาเพลิงคงต้องแห้งเหือดหมดแน่

     

    “จัดการขอบเขตของเคล็ดมังกรคชสารเลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หก”

     

    “จำเป็นที่จะต้องใช้ปราณรู้แจ้งทั้งหมด6320แต้ม เคล็ดมังกรคชสารจึงจะสามารถที่จะเลื่อนขั้นสู่ระดับขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หก”

     

    เพียงแค่ดัชนีเดียว พลังมนตร์ตราของตนเองก็คงจะเหือดแห้งกันแล้ว นี่ย่อมไม่ดีแน่ ดังนั้นควรทำให้เคล็ดมังกรคชสารเลื่อนระดับด้วยย่อมดีกว่า

     

    ใช่แล้ว ยังไงเสียหลิงเซียนก็ต้องฝึกปรือวิถีคัมภีร์อยู่แล้ว มิสู้จัดการบรรลุวิถีคัมภีร์เข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีซะเลย ดูว่าแท้จริงมีผลลัพธ์พิเศษอะไรบ้าง เมื่อใช้จริยธรรมไป 180 แต้ม ปราณรู้แจ้งอีก 900 แต้ม เฉินหมิงก็ได้เลื่อนขั้นวิถีคัมภีร์จนเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถี หลังจากที่ทะลวงวิถีคัมภีร์จนเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีเขาจึงพบว่าได้มีพลังมนตร์ตราอันมากมายมหาศาลจนน่าหวาดกลัวเช่นนี้ นี่ยังพึ่งเข้าถึงขอบเขตสู่วิถีเท่านั้น ราวกับว่ายังสามารถที่จะเทียบได้กับพลังมนตร์ตราในปริมาณของขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สี่ได้แล้ว เกรงว่าเมื่อยิ่งพลังขอบเขตสูงขึ้น พลังมนตร์ตราเช่นนี้ย่อมต้องมากยิ่งขึ้นแน่นอน

     

    ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดวิถีคัมภีร์ถึงต้องใช้คะแนนจริยธรรมในการบรรลุมากมายถึงเพียงนี้

     

    ในเวลานี้ เฉินหมิงหันไปมองค่าดัชนีความเสี่ยงของตนเอง ที่เพิ่มขึ้นไปจนถึง 280 หน่วยแล้ว ในหมู่ขุนพลปีศาจย่อมถือได้ว่ามีความแกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง

     

    ยังขาดอีก 20 แต้ม ตนเองก็จะมีพลังรบในระดับเดียวกันกับราชาปีศาจแล้ว เฉินหมิงประเมิน ขอเพียงตนเองบรรลุค่ายกลจตุลักษณ์ จากนั้นก็ทำให้เคล็ดวิชาอีกทั้งสี่แขนงเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หก ก็สามารถที่จะยืนอยู่ในตำแหน่งของราชาปีศาจได้อย่างแท้จริง

     

    ทว่าหากยังไม่บรรลุค่ายกลจตุลักษณ์ เฉินหมิงก็หาได้กล้าที่จะร่วมมือกับราชาปีศาจทั้งห้าตนเพื่อไปลงมือต่อราชาปีศาจราชสีห์ไม่

     

    ถึงยังไงก็ต้องรอให้ผ่านไปอีกสักพักหนึ่งก่อน

     

    เมื่อได้เรียกหลิงเซียนเข้ามา เฉินหมิงก็ได้กล่าวว่า : “ตัวข้าจะถ่ายทอดเคล็ดเซียนให้แก่เจ้าสักสาย แต่เมื่อคิดไปคิดมา ด้วยการทำความเข้าใจที่ต่ำต้อยของเจ้าเช่นนี้ ย่อมไม่อาจที่จะเข้าใจได้อย่างปรุโปร่ง ดังนั้นข้าจึงทำให้กลายเป็นเคล็ดเซียนแบบย่อยสักแขนง เพื่อมอบให้แก่เจ้าก็แล้วกัน”

     

    หลิงเซียนบังเกิดความลิงโลดขึ้นในใจ ที่แท้ท่านบรรพชนกล่าวไว้มิผิด นี่ก็คือเซียนสังสารวัฏผู้หนึ่ง ที่สอนเองก็ยังเป็นเคล็ดเซียน เมื่อเทียบกับวิชามนตร์ตราที่เป็นเคล็ดเซียนขั้นต่ำ กระทั่งผู้อื่นเองก็ใช่ว่าจะเป็นกันไม่ ! 

     

    เมื่อได้คัดลอก《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》ฉบับย่อส่วนลงเสร็จสิ้น เฉินหมิงยังได้กระตุ้นใช้ออกมาอยู่หลายคราที่เบื้องหน้าของหลิงเซียน เพื่อให้หลิงเซียนสามารถทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง ศิษย์ที่คล้ายกับหลิงเซียนเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กล้างผลาญ แต่ว่านี่ก็ถือเป็นข้อดีอยู่ นั่นก็คือไม่จำเป็นที่จะต้องไปเป็นห่วง ตัวเขานั้นได้มีประกายวงแหวนแห่งความโชคดีติดตัว ไม่ว่าจะเดินไปถึงที่แห่งหนใดก็ย่อมสามารถที่จะเก็บสมบัติได้อยู่แล้ว

     

    เมื่อได้สอนสั่งหลิงเซียนไปได้ครึ่งเดือน หลิงเซียนก็ได้ทะลวงจนเข้าถึงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สี่แล้ว ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับจ้าวชิงเหยา แต่ว่าการทะลวงขอบเขตเช่นนี้กลับยังช้าไปอยู่บ้าง

     

    ไม่ทราบว่าจ้าวชิงเหยาดรุณีน้อยผู้นั้นอยู่ในหน้าผาหยาซานเป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว ? 

     

    ไม่ได้พบพานกันนานถึงเพียงนี้ ก็บังเกิดความคิดถึงขึ้นมาอย่างประหลาด

     

    “ติ่ง แจ้งเตือนภารกิจคับขัน จ้าวชิงเหยาได้ถูกแคว้นวูจีจับตัวไป ถูกทรมานเพื่อล้วงความลับสมบัติของราชาโจรภูเขา โปรดใช้เวลาภายในเจ็ดวัน ช่วยจ้าวชิงเหยาออกมา ภารกิจสำเร็จ : ได้รับรางวัลเป็นคะแนนจริยธรรม 800แต้ม ! ภารกิจล้มเหลว : จ้าวชิงเหยาจะต้องตาย”

     

    เฉินหมิงถึงกับลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ที่นอนพิงอยู่ในทันที : “อะไรกัน จ้าวชิงเหยาได้ถูกจับตัวไปแล้ว ! ”

     

    รางวัลภารกิจล้วนแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย คิดที่จะมาแตะต้องลูกศิษย์ของเฉินหมิง เกรงว่าคงจะไม่รู้จักคำว่าตายสะกดเช่นไรกันแล้ว ! 

     

    ทว่า สมบัติซ่อนเร้นของราชาโจรภูเขาผู้นี้มีอะไรกันบ้างนะ ? 

    .

    .

    .

    .

     


     

    [1] จุดศูนย์กลางของพลังงานภายในร่างกาย

    [2] ดัชนีทองคำ เป็นศัพท์ในวงการเกมของจีน เปิดสูตรโกง เหมือนติดแอคชั่นรีเพลย์ 

     

    คล้ายกับเรื่องระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน