“ฉันจำได้ว่าฉันยังไม่ได้พูดเรื่องที่รัตน์ ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ให้เธอได้ยินเลยนะ เธอรู้ นี่ก็แสดงว่าเป็นเธอที่จับตัวรัตน์ไป บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เธอเอาตัวรัตน์ไปไว้ที่ไหน บอกมา!!!!......”
ภูเวศน์ย่างสามขุมเดินเข้ามาหาฤดีพรรณ ด้วยสีหน้าถมึงทึงผสมโกรธเกรี้ยว ยื่นมือใหญ่จับกระชากแขนเรียวของฤดีพรรณ และบีบแรงๆ ไม่สนใจว่าฤดีพรรณจะเจ็บหรือไม่ เขาไม่สนใจ ที่สนใจก็คือคำตอบที่เขาจะต้องได้รับความกระจ่างแจ้ง
“บอกมาเถอะคุณฤดีพรรณ ว่าคุณเอาคุณรัตน์ไปกักขังไว้ที่ไหน หากคุณไม่ยอมพูดโทษของคุณจะหนักมากขึ้น แต่หากคุณสารภาพโทษที่คุณจะได้รับก็จะลดน้อยลง”
“ยัยพรรณ พูดออกมาเถอะนะลูก นั้นพี่และหลานเรานะ ถ้าเราไม่เห็นแก่ยัยรัตน์ หรือว่าพ่อ ก็ขอให้เห็นแก่หลานที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่เถอะนะลูก”
อุทิศเดชเป็นอีกคนที่เดินเข้ามาหาฤดีพรรณ พูดเกลี้ยกล่อมให้ฤดีพรรณสารภาพออกมา เพื่ออะไรๆ จะได้ง่ายขึ้น ตติกรก็เดินเข้ามาเกลี้ยกล่อมด้วยอีกคน ถึงจะตกใจ อึ้ง และเสียใจไปกับสิ่งที่ได้ยิน ตติกรก็พยายามตั้งสติ และพยายามพูดทุกวิถีทางเพื่อให้ฤดีพรรณคิดได้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตติรัตน์และลูกที่ปลอดภัย แต่ยังหมายถึงตัวของฤดีพรรณเองด้วยนั่นแหละ ที่โทษหนักจะได้เป็นเบา
“พ่อก็เห็นแต่มันดีกว่าพรรณตลอดนั่นแหละ พ่อรักแต่นังรัตน์ อะไรๆ ก็นังรัตน์ นังรัตน์ ฮึ!!.... ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง เข้าใจกันไหมฉันไม่รู้เรื่องน่ะ กรี๊ดดดด!!!!...... กรี๊ดดดด!!!!......”
ฤดีพรรณกระชากแขนเรียวออกจากมือใหญ่ของภูเวศน์จนหลุด หันขวับมาทำตาแข็งกระด้างใส่ตติกร ทั้งยังตะคอกเกรี้ยวกราด และพลันก็ส่งเสียงกรีดร้องราวกับคนบ้า ตำรวจนายหนึ่งที่ยืนคุมเชิงดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงเข้าชาร์จจับตัว ฤดีพรรณเอาไว้อย่างเร็วไว
“กรี๊ดดดด!!!!...... กรี๊ดดดด!!!!......”
แต่แทนที่ฤดีพรรณจะหยุด กลับส่งเสียงกรีดร้องดังมากกว่าเดิม อย่างบ้าคลั่ง ราวกับคนสติไม่ดีไปซะแล้ว ทุกคนก็ต่างพากันตกใจที่เห็นอาการของฤดีพรรณเป็นแบบนี้ ซึ่งนั้นก็รวมไปถึงจิตฤดีด้วย ที่ตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าลูกสาวจะกลายเป็นอย่างนี้ไปได้
ส่วนตติกรก็ไม่แพ้กันเลย ทั้งตกใจ และทั้งเจ็บปวดภายในใจส่วนลึก ที่ลูกสาวกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ และก็เฝ้าโทษตัวเองอยู่ภายในใจ ว่าตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดี ลูกสองสาวคนทำให้รักกัน ดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหมือนอย่างครอบครัวอื่นเขาไม่ได้
“เอาไงดีวะที่นี่ ยังไม่ทันจะได้เรื่องเลย ก็มาเป็นบ้าไปก่อนซะแล้วอย่างนี้ แล้วเมียฉันจะเป็นยังไงวะเนี้ย!!!!......”
ภูเวศน์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะผูกโบ สีหน้าก็ดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก หันไปขอความเห็นจากอุทิศเดช เพราะตัวเองนั้นสมองตื้อไปแล้ว ตอนแรกเมื่อจะเห็นแสงสว่างอยู่รำไรอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นอย่างนี้ แสงสว่างที่วางนั้นก็มืดดับลงไปทันตาเห็น และความเป็นห่วงตติรัตน์ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณจิต บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะว่ายัยพรรณเอาตัวยัยรัตน์ไปไว้ที่ไหน!!?? ......”
ตติกรเดินตรงเข้ามาถามจิตฤดี เพราะหากจิตฤดีสมรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้ด้วยแล้วล่ะก็ จิตฤดีก็จะต้องรู้ว่าฤดีพรรณเอาตัวตติรัตน์ไปกักขังไว้ที่ไหนด้วยเช่นกัน
“ไม่ ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าลูกพรรณเอารัตน์ไปไว้ที่ไหน ฉันแค่ช่วยลูกเรื่องรถเท่านั้นเอง”
จิตฤดียอมที่จะสารภาพ เพราะไม่อยากให้ทั้งตนเองและลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง ได้รับโทษหนักมากไปกว่านี้ ไหนๆ ก็หนีไม่รอด และทำตามแผนไม่สำเร็จแล้ว
“แม่!! แม่จะพูดทำไม ห้ามพูดเลยนะ กรี๊ดดด.... หยุดพูด กรี๊ดดด!!!!......”
ฤดีพรรณหันมาต่อว่าต่อขานจิตฤดี พร้อมกับกรีดร้องเสียงดังไปด้วย ราวกับคนบ้าไปแล้ว ทั้งยังดิ้นรนขัดขืนออกจากการจับกุมของตำรวจ จนตำรวจอีกนายต้องปล่อยจากการจับจิตฤดี เข้ามาช่วยจับฤดีพรรณ
จิตฤดีและตติกรเห็นอาการที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับฤดีพรรณ ก็ให้รู้สึกสลดหดหู่และเจ็บปวดรวดร้าว ของคนเป็นบิดามารดาบังเกิดเกล้าเหลือเกิน เพราะนี้ไม่ใช่ลักษณะอันเป็นปกติของคนธรรมดาทั่วๆ ไป
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓
ฤดีพรรณเป็นโรคจิตแน่ๆ แล้วอย่างนี้จะเจอรัตน์ไหมอ่ะ แล้วรัตน์จะปลอดภัยไหม ต้องติดตามอ่านกันต่อในตอนหน้านะคะ......... ^_^