เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 118: ลมหายใจสุดท้าย (The Last Breathe)

            “คุณพ่อ” ทางด้านมิเนโกะเริ่มมีสีหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีด เมื่อได้เห็นภาพผู้เป็นพ่อของเธอนั้นทรุดล้มลงที่พื้นต่อหน้าต่อตา ในท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าบรรดานักข่าวที่ค่อยๆ ดังกระหึ่มขึ้นมา

            “ดูเหมือนท่านจะเป็นมะเร็งในลำไส้ เดี๋ยวผมจะรีบโทรเรียกรถพยาบาลมาให้...”

            ศาสตราจารย์เก็นเซย์ หรืออาชิยะ โดมันนั้น เสแสร้งทำเป็นหวังดีต่อมิเนโกะ

            “ผมโทรเรียกเองดีกว่าครับ”

            คินซากิเหมือนจะรู้ทัน จึงรีบชิงพูดตัดหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขานั้นจะรีบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วรีบโทรเรียกรถพยาบาลมาให้ทันที

            “คุณพ่อทำใจดีๆ ไว้นะคะ ตอนนี้คินซากิกำลังโทรเรียกรถพยาบาลอยู่”

            มิเนโกะพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นพ่อแข็งใจเอาไว้

            “คุณมิเนโกะครับ ทางโรงพยาบาลได้แจ้งกลับมาว่า เขาจะนำเฮลิคอปเตอร์พยาบาลมารับแทน เนื่องจากมีสภาพจราจรที่ติดขัดมาก เกรงว่าจะไม่ทันการ และทางนั้นก็ได้แจ้งมาด้วยว่า เฮลิคอปเตอร์พยาบาลนั้นกำลังจะมุ่งหน้ามาถึงที่หมายภายใน 2 นาที ผมว่ารีบพานายท่านไปที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนชั้นดาดฟ้าดีกว่านะครับ”

            หลังกล่าวรายงานจนจบ คินซากิก็รีบสั่งการให้ลูกน้องกันตัวพวกนักข่าวเอาไว้ ก่อนที่คินซากิกับมิเนโกะนั้นจะรีบช่วยกันพยุงตัวทาดาชิเดินฝ่าฝูงนักข่าวออกมาจากห้องประชุม แล้วรีบพาเข้าไปในลิฟท์แก้ว VIP ทันที คินซากิรีบกดชั้นดาดฟ้าเพื่อที่จะให้ลิฟท์แก้วพาขึ้นไปที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า

            “ค่อยๆ เดินนะครับท่าน”

            เมื่อมาถึงที่ชั้นดาดฟ้า คินซากิกับมิเนโกะต่างก็ค่อยๆ พาร่างของทาดาชิเดินออกมาจากลิฟท์แก้วมายังพื้นที่บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โดยมีหนึ่งในลูกน้องคอยช่วยกดเปิดประตูลิฟท์ค้างไว้

            “แข็งใจไว้นะครับท่าน อีกเดี๋ยวสักพัก เฮลิคอปเตอร์พยาบาลก็จะมาถึงแล้ว”

            คินซากิและมิเนโกะค่อยๆ วางร่างของทาดาชิให้นั่งลงที่พื้นโดยมีลูกน้องอีกคนคอยประคองร่างของเขาไว้ และในขณะเดียวกัน ทางด้านมิเนโกะก็พลางมองไปที่ใบหน้าของอิชชินที่กำลังเสแสร้งทำเป็นแสดงออกถึงความรู้สึกเป็นห่วงที่มีต่อทาดาชิ

            ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงอาการหรือสีหน้าออกมาได้อย่างแนบเนียน เท่ากับดารานักแสดงดังที่มีชื่อเสียงในระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากสายตาอันเฉียบแหลมของมิเนโกะได้ สักพัก เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ก็ค่อยๆ ดังขึ้นมาทีละน้อย

            “คุณมิเนโกะครับ เฮลิคอปเตอร์พยาบาลมาแล้วครับ”

            เฮลิคอปเตอร์พยาบาลนั้นค่อยๆ ร่อนลงจอดที่กลางลานจอดพร้อมกับหมุนใบพัดขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ด้านบน หลังจากที่ประตูนั้นถูกเปิดออก คินซากิกับมิเนโกะก็ค่อยๆ พยุงร่างของทาดาชิ และรีบพาขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ทันที ในระหว่างที่ทั้งคินซากิกับมิเนโกะกำลังจะนำตัวทาดาชิขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์พยาบาลอยู่นั้น ก็ได้มีฝูงนักข่าวพากันวิ่งขึ้นมายังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ คินซากิจึงสั่งการให้กลุ่มลูกน้องที่ติดตามมาด้วยนั้นรีบเข้าไปกันฝูงนักข่าวทันที

            “เกิดอะไรขึ้นกับท่านรัฐมนตรีเหรอคะ คุณฟูจิเอดะ”

            “ทำไมท่านรัฐมนตรีถึงได้ล้มป่วยจนทรุดลงที่กลางห้องประชุมแบบนั้นหล่ะครับ”

            “ขอคำตอบด้วยค่ะ”

            “ขอคำตอบด้วยครับ”

            เหล่าบรรดาฝูงนักข่าวจากหลายสำนักต่างก็พากันขอสัมภาษณ์กับมิเนโกะ

            “ต้องขออภัยด้วยนะครับ ตอนนี้คุณฟูจิเอดะไม่สะดวกตอบตอนนี้ครับ”

            เหล่าบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ ต่างก็พยายามกันตัวฝูงนักข่าวอย่างสุดกำลัง ทางด้านคินซากิกับมิเนโกะ หลังจากที่พาตัวทาดาชิขึ้นมาในตัวเฮลิคอปเตอร์แล้ว เฮลิคอปเตอร์พยาบาลนั้นก็ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่เวหา ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์นั้นจะรีบบินไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

            “รีบไปกันเถอะครับท่าน”

            ส่วนทางด้านอิชชินกับโดมันนั้นก็รีบเดินไปที่ลิฟท์แก้ว ก่อนที่พวกเขานั้นจะรีบลงลิฟท์มายังชั้นล่าง และรีบมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถภายในโรงแรมทันที จากนั้นอิชชินกับโดมันก็รีบขึ้นไปบนรถตู้ VIP สีดำมันเงา แล้วสั่งให้ลูกน้องขับรถตู้ออกมาจากโรงแรมทันที

            ในขณะเดียวกัน ทางด้านกลุ่มเจ้าหน้าดับเพลิงที่อยู่บริเวณรอบๆ พื้นที่เกิดเหตุในใจกลางเมืองชิบูย่านั้นก็ได้ใช้เวลาเกือบจะครึ่งวัน กว่าที่พวกเขาทั้งหมดนั้นจะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ เปลวไฟจำนวนมหาศาลที่กำลังลุกท่วมอยู่นั้นก็ได้มอดดับลงไปทั้งหมด

            จากนั้น กลุ่มเจ้าหน้าที่พยาบาลนับพันกว่าชีวิตนั้นต่างก็รีบนำร่างไร้วิญญาณของเหล่าบรรดาผู้คนในใจกลางเมืองชิบูย่านับแสนกว่าศพไปส่งที่โรงพยาบาล เหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่พยาบาลเหล่านั้นเองก็ใช้เวลาที่ค่อนข้างจะหลายวันกว่าที่พวกเขานั้นจะสามารถนำศพไปส่งตามโรงพยาบาลต่างๆ ไว้ได้ทั้งหมดด้วยเฮลิคอปเตอร์พยาบาล

            ทางด้านมิเนโกะนั้นก็กำลังนั่งเฝ้ารอที่หน้าห้องผ่าตัดคนไข้อยู่ภายในโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกวิตกกังวลที่มีต่ออาการของผู้เป็นพ่ออย่างสุดขีด สีหน้าของเธอในตอนนี้นิ่วด้วยความเคร่งเครียดอย่างสุดๆ ตัวเธอในตอนนี้ก็ได้แต่ขอภาวนาให้ผู้เป็นพ่อของเธอนั้นหายจากอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

            “คุณไม่ต้องกังวลไปนะครับ คุณมิเนโกะ ผมเชื่อว่านายท่านจะต้องรักษาหาย นายท่านเป็นคนดี เหล่าทวยเทพจะต้องคุ้มครอง” คินซากิพยายามกล่าวปลอบประโลมมิเนโกะให้รู้สึกดีขึ้น แต่เธอก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในตอนนี้ เธอรู้สึกเป็นห่วงคุณพ่อมาก แล้วสักพัก ก็ได้มีบุรุษศัลยแพทย์ทั้งสองคนค่อยๆ เดินออกมาจากห้องผ่าตัดคนไข้ แล้วเดินเข้ามาหามิเนโกะอย่างช้าๆ

            ส่วนทางด้านมิเนโกะ เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องผ่าตัดคนไข้ดังขึ้น เธอจึงรีบลุกจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปหาสองบุรุษพยาบาลนั่นทันที

            “อาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ คุณหมอ”

            “คนไข้เป็นโรคมะเร็งลำไส้ในระยะสุดท้าย พวกเราเองต่างก็พยายามกันอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ พวกเราขอแสดงความเสียใจด้วย”

            หลังกล่าวรายงานจนจบ สองบุรุษศัลยแพทย์ก็ค่อยๆ เดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ทางด้านมิเนโกะเมื่อได้ทราบแล้วว่าผู้เป็นพ่อได้จากเธอไปแล้ว มิเนโกะก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาในทันที

            ร่างงามของมิเนโกะนั้นค่อยๆ ทรุดเข่าลงที่พื้น ก่อนที่เธอจะยกมือเรียวงามขึ้นแตะเข้าที่ริมฝีปากคู่งามอย่างเบาๆ และก็เริ่มร้องไห้สะอื้นออกมาราวกับเด็กประถม มีน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามจนอาบแก้ม ในระหว่างนั้น ก็มีคินซากิคอยช่วยปลอบประโลมเธออยู่เคียงข้าง

            มิเนโกะนั้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากว่าตัวเธอนั้นมีอยู่แค่ทาดาชิ ผู้เป็นพ่อของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น แม่ของมิเนโกะนั้นเสียไป ตั้งแต่วินาทีแรกที่ตัวเธอในวัยทารกนั้นเพิ่งจะได้ลืมตาดูโลกมาหมาดๆ จากการที่แม่ของเธอนั้นมีอาการตกเลือดจากการทำคลอด

            นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีอยู่แค่ทาดาชิ ผู้เป็นพ่อของมิเนโกะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คอยชุบเลี้ยง และอบรมสั่งสอนเธออยู่เพียงลำพัง อันเนื่องมาจากญาติฝ่ายพ่อของเธอนั้นเสียไปตั้งแต่ที่พ่อของเธอยังเด็ก ส่วนญาติฝ่ายแม่ของเธอนั้นก็บินไปปฏิบัติธรรมที่อินเดียไปตลอดชีวิต หลังจากที่แม่ของเธอนั้นได้เสียไป มิเนโกะอาศัยอยู่กับทาดาชิ ผู้เป็นพ่อมาตั้งแต่เด็กจนโต ทาดาชิทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจตั้งมากมายมหาศาล กว่าที่มิเนโกะนั้นจะมาเป็นแบบที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้

            หลังจากที่มิเนโกะร้องไห้สะอื้นมาได้สักระยะ เธอก็ตัดสินใจที่จะเดินไปยังห้องดับจิตภายในโรงพยาบาลเพื่อกล่าวอำลาผู้เป็นพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้มาถึงที่ห้องดับจิต มิเนโกะก็ค่อยๆ เดินไปที่เตียงของผู้เป็นพ่อที่ได้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณ ซึ่งมีผ้าขาวคลุมไว้ทั่วร่างอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ มิเนโกะค่อยๆ ยื่นมือเรียวงามทั้งสองข้างเปิดผ้าขาวออกอย่างช้าๆ เพื่อที่จะดูหน้าของผู้เป็นพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งใบหน้าของเขาในตอนนี้ไร้ซึ่งความทุกข์ใดๆ และเปี่ยมไปด้วยความสงบ

            “หลับให้สบายนะคะคุณพ่อ”

            หลังจากที่กล่าวอำลาเป็นครั้งสุดท้ายนั้นเสร็จสิ้น มิเนโกะก็ค่อยๆ ปิดใบหน้าอันสงบของเขาด้วยผ้าขาวที่กำลังห่อหุ้มร่างไร้วิญญาณของเขาอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆ เดินออกไปจากห้องดับจิตที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนจะมืดมน เศร้าหมอง วังเวง และน่ากลัวสำหรับใครหลายๆ คน ซึ่งไม่ใช่เธอ

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน