เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 50 โล่คุ้มกันที่ไม่ยอมปล่อยมือ (2/2)

            หลังจากที่ธันวาเดินกอดคอลากรุ่นน้องคนสนิทลัดเลาะผ่านทางเดินเชื่อมอาคารมาได้สักพักใหญ่ในที่สุดเขาก็หยุดฝีเท้าลงพลางละวงแขนแกร่งออกจากลำคอของคนตัวเล็กกว่า

             

            ริวลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับเพิ่งได้ต่อลมหายใจให้ตัวเองเด็กหนุ่มรีบยกมือขึ้นจัดคอเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ พลางกวาดสายตามองไปรอบข้างก่อนจะพบว่าบัดนี้ตนเองได้มายืนหยุดอยู่หน้าห้องทะเบียนเป็นหนที่สองของวันเสียแล้ว

             

            ทว่า... ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้พูดหรือทักท้วงอะไรออกไปธันวาก็ก้าวเท้าล่วงหน้าผลักประตูเลื่อนบานหนาแล้วเดินนําเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่คิดจะรีรอ

             

            “ดะ... เดี๋ยวก่อนสิครับพี่ธันวา!รอผมด้วย!”

             

            ริวร้องประท้วงเสียงหลงเขารีบออกเดินวิ่งเหยาะๆ ตามหลังรุ่นพี่เข้าไปติดๆฝ่ายประธานนักเรียนหนุ่มเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังก็เพียงแต่เอียงหน้ามามองเล็กน้อยมุมปากหยักยกยิ้มบางเบาก่อนจะยืนกอดอกรอให้รุ่นน้องเดินมาขนาบข้าง

             

            บรรยากาศภายในห้องทะเบียนไม่ต่างจากตอนกลางวันอากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าโชยมาปะทะผิวจนชวนให้ขนลุกซู่

             

            ทว่า...สิ่งที่ไม่ต่างไปจากเดิมคือความเงียบงัน แม้แต่ของทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะทำงานยังคงวางแน่นิ่งอยู่ณ ตำแหน่งเดิมในความสลัว

             

            ขณะที่ริวกำลังยืนเคว้ง มองซ้ายมองขวารอบห้องอยู่นั้นธันวากลับเดินผ่านร่างของเขาตรงดิ่งไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์อีกฝั่งตรงมุมห้องและระหว่างทางเดินนั้นมือหนาของรุ่นพี่ก็ไม่ลืมที่จะเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารปกแข็งหนาเตอะซึ่งระบุฉลากว่าเป็น ข้อมูลส่วนตัวบุคลากรภายในโรงเรียน ติดมือมาด้วย

             

            ธันวาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานเลื่อนแฟ้มระบบเปิดออกวางตรงหน้าก่อนที่มือทั้งสองข้างจะระดมกดลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ

             

            ริวที่เห็นแบบนั้นก็มีความกังวลขึ้นมาทันทีเขาจึงรีบสาวเท้าตามไปหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของรุ่นพี่ ก่อนจะชะโงกหน้ามองจอภาพสลับกับแฟ้มเอกสารแล้วกลั้นใจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกล้าๆกลัวๆที่จะล่วงเกินหน้าที่ของอีกฝ่าย

             

            “พี่... จะทำอะไรเหรอครับ”

             

            ธันวาละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ชั่วครู่หันมาเลิกคิ้วมองรุ่นน้อง

             

            “ก็ทำตามแผนไง”

             

            “เอ่อ... แล้วแผนที่พี่ว่านี่มัน...คืออะไรเหรอครับ”

             

            ประธานหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยนัยน์ตาคู่คมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไร้ความปิดบังก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเป็นปกติ

             

            “ก็ริวบอกพี่เองไม่ใช่เหรอ...ว่าก่อนหน้านี้มีคนส่งซองกระดาษสีขาวที่ข้างในมีเงินมาให้ใช้ตลอด”

             

            ริวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่ครับ...แต่ความหมายของพี่คือ...”

             

            “พี่ก็เลยตั้งสมมติฐานว่าคนที่น้องกำลังตามหาตัวอยู่เนี่ย จะต้องเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินสูงมากแน่ๆ” ธันวาหมุนเก้าอี้กลับไปรัวแป้นพิมพ์ต่อ“และถ้าหากคนๆนั้นเป็นบุคลากรหรือครูในโรงเรียนนี้จริง ก็ต้องเป็นครูที่อยู่ในตำแหน่งที่เงินเดือนสูงแน่ๆ”

             

            “หรือถ้าเป็นครูทั่วไป... ก็คงต้องกู้หนี้ยืมสินจากระบบภายในเพื่อเอาเงินก้อนนั้นมาส่งให้เรา”

             

            “แล้ว... พี่จะตรวจสอบยังไงล่ะครับข้อมูลพวกนั้นมัน...”

             

            “พี่คิดไว้ว่าจะเอาเลขบัตรประชาชนของครูที่น่าสงสัยในแฟ้มนี้มาใช้สิทธิ์ระบบประธานค้นดูในคลังข้อมูลของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่ะ”

             

            คำตอบนั้นทำเอาสมองของริวถึงกับอึ้งชะงักกึกไปในทันทีก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวแรงด้วยความตื่นตระหนก เพราะสิ่งที่รุ่นพี่กำลังทำอยู่ ณเวลานี้ มันผิดกฎหมายเข้าเต็มๆ!

             

            “พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ!”ริวเผลอขึ้นเสียงเตือน

             

            “ทำไมจะทำไม่ได้เล่า”ธันวาย้อนถามหน้าตาย

             

            “ก็มัน... มันผิดกฎหมายเลยนะครับ!พี่เป็นประธานสภานักเรียน พี่ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนี่ครับ ว่าถ้าโดนจับได้เรื่องใหญ่แน่!”

             

            ธันวายังคงกดแป้นพิมพ์ต่อไปโดยไม่ทุกข์ร้อน“ก็ใช่... แต่ทำๆไปเถอะ”

             

            คำพูดหน้าระรื่นราวกับเรื่องที่ทำเหมือนเป็นเพียงแค่การเปิดดูข้อมูลทั่วไปทำเอาเกล็ดเหงื่อเย็นๆผุดซึมตามไรผมของริว

             

            เด็กหนุ่มหน้าถอดสีจนแทบไม่มีสีเลือดแม้ในใจจะอยากจะห้ามปรามให้ถึงที่สุดแต่เมื่อสบเข้ากับความเด็ดเดี่ยวในแววตาของรุ่นพี่ เขาก็กลับน้ำท่วมปากไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาทัดทานได้อีก สุดท้ายจึงทำได้เพียงยืนนิ่งขึงมองดูปลายนิ้วของรุ่นพี่อยู่แบบนั้น

             

            ทว่า… ธันวาที่สังเกตท่าทีของคนข้างกายผ่านเงาสะท้อนบนกระจกจอภาพอยู่ตลอดเวลาก็รู้ได้ทันทีว่าลูกแกะสายระแวงตัวนี้กำลังคิดวิตกจนเตลิดไปไกลนิ้วเรียวหยุดชะงักจากการกดแป้นพิมพ์ ประธานหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้าวเข้าหาและใช้ฝ่ามือหนาวางแปะลงบนบ่าไหล่ที่กำลังสั่นน้อยๆ ของริว

             

            “ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ...เรื่องนี้รู้กันแค่ริวกับพี่สองคน ถ้าไม่มีใครมาเห็น...มันก็แปลว่าไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ”

             

            “อีกอย่างหลังจากการประชุมบอร์ดใหญ่เสร็จทั้งครูและบุคลากรคนอื่นๆก็น่าจะแยกย้ายกันเก็บของกลับบ้านหมดแล้ว ทางสะดวกจะตายไป”

             

            “พี่... พี่มั่นใจได้ยังไงล่ะครับ” น้ำเสียงของริวยังคงเบาหวิวเต็มไปด้วยกระแสความหวาดหวั่น

             

            ธันวาออกแรงบีบไหล่รุ่นน้องเบาๆคล้ายจะส่งผ่านความมั่นใจไปให้ พลางหัวเราะในลำคอ

             

            “หึๆ พี่เป็นประธานสภานักเรียนมาสองปีเรื่องเวลาเข้าออกหรือพฤติกรรมของครูที่นี่ พี่เห็นจนเป็นเรื่องประจำวันอยู่แล้วล่ะ”

             

            ริวก้มหน้าลงเล็กน้อย หลบสายตาคมกริบคู่นั้น“ครับ...”

            แม้ปากจะยอมขานรับไปแบบนั้น แต่สีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

             

            ความเงียบงันโรยตัวลงมาอีกครั้งก่อนที่ธันวาจะขยับยิ้มบางพลางเอื้อมมือหนาเชยปลายคางของรุ่นน้องขึ้นมาเบาๆบังคับให้นัยน์ตาคู่นั้นต้องสบสายตากับเขาตรงๆ

             

            “พี่บอกริวแล้วไง... ว่าอยู่กับพี่ไม่มีอะไรต้องห่วงทั้งนั้น”

             

            สัมผัสอบอุ่นที่ปลายคางทำเอาหัวใจของริวสะดุดกึกร่างกายตอบสนองด้วยความเลิ่กลั่กหน้าร้อนผ่าว เด็กหนุ่มรีบสะบัดหน้าหนีจากรุ่นพี่ทันควันก่อนจะรีบเสไสแก้เก้อเสียงสั่น

             

            “ครับ!... งั้น...งั้นพี่จะทำอะไรก็รีบๆทำเถอะครับ ก่อนที่จะมี รปภ. เดินตรวจเวรผ่านมาทางนี้”

             

            พูดจบเด็กหนุ่มก็รีบหันหลังขวับเพื่อหลบสายตาคมกริบที่กำลังยิ้มล้อเลียนของรุ่นพี่ริวกวาดสายตาเลิ่กลั่กมองหาอะไรก็ได้มาทำแก้เขินก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับตั้งแฟ้มเอกสารประวัติครูที่วางอยู่ในตู้อีกฝั่งของเคาน์เตอร์

             

            “เอ่อ… งั้นเดี๋ยวผมไปหาดูข้อมูลของครูคนอื่นๆเพิ่มนะครับ เพื่อว่าจะเจอคนที่น่าสงสัย”

             

            ริวพูดโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้ารุ่นพี่ที่นั่งอยู่ก่อนจะเดินไปยังตู้นั้นแล้วหยิบแฟ้มออกมา นิ้วเรียวรีบพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างเอาเป็นเอาตายทั้งที่ในใจยังคงเต้นโครมครามไม่หาย

             

            แต่ริวก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ทุกๆครั้งที่เขาขยับตัวเดินไปมา หรือแม้แต่หยิบจับอะไร สายตาคมกริบของรุ่นพี่ประธานสภานักเรียนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จะคอยเหลือบมามองความเรียบร้อยของเขาอยู่เป็นระยะๆ

             

            เวลาภายในห้องทะเบียนทอดยาวผ่านไปหลายชั่วโมงอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งแสงแดดสีทองดวงโตนอกหน้าต่างค่อยๆลับขอบฟ้าไปเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นความมืดสลัวอันเงียบสงัด

             

            “เฮ้อ...”

             

            เสียงพ่นลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายดังมาจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ส่วนกลางธันวาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางนวดขมับเบาๆนัยน์ตาคู่คมฉายแววอ่อนล้าหลังจากสแกนข้อมูลระบบอย่างละเอียดแต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆเลย

             

            ประธานหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงจัดการปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์คว้าแฟ้มประวัติปกแข็งเดินไปเก็บเข้าชั้นตามตำแหน่งเดิมอย่างเป็นระเบียบก่อนจะหันไปกวาดสายตามองหารุ่นน้องที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเปิดดูแฟ้มอยู่ที่ตู้เอกสารอีกฝั่งของห้อง

             

            “ริว... พอแค่นี้ก่อนเถอะฟ้ามืดหมดแล้วเดี๋ยวภารโรงจะมาเดินล็อกตึกซะก่อน”

             

            “ครับ...” ริวขานรับเสียงเบา

             

            เด็กหนุ่มปิดแฟ้มในมือเก็บเข้าที่พลางลอบถอนหายใจเงียบๆด้วยความผิดหวังที่ไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินก้าวออกจากห้องทะเบียนและปิดบานประตูล็อกลงอย่างเงียบเชียบ

             

            ตามทางเดินยาวด้านนอกอาคารเรียนแสงโพล้เพล้ของวันเริ่มโรยตัวลงต่ำหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ตามขอบทางเดินและริมรั้วเริ่มสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติริวออกเดินนำหน้าธันวาอยู่ไม่กี่ก้าวลมเย็นยามค่ำพัดมาเอื่อยๆพาให้บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงขึ้นถนัดตา

             

            เมื่อเดินมาถึงประตูทางออกหน้าโรงเรียนเด็กหนุ่มก้าวเท้าข้ามทางม้าลายไปยังถนนอีกฝั่งแล้วเดินทอดน่องไปตามแนวฟุตบาทข้างทางเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก

             

            ทว่า... หลังจากเดินไปได้สักระยะสัญชาตญาณความระแวงของริวก็ทำงานเด็กหนุ่มสังเกตเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของรุ่นพี่ประธานสภานักเรียนยังคงเดินทอดน่องตามหลังเขามาติดๆไม่ยอมห่างแทนที่จะหยุดยืนรอรถตู้หรูมารับกลับคฤหาสน์ที่หน้าประตูโรงเรียนเหมือนเช่นทุกครั้ง

             

            ริวชะงักฝีเท้าหันขวับกลับไปมองรุ่นพี่พลางถามด้วยความสงสัย “พี่...ไม่ยืนรอรถมารับเหรอครับ”

             

            ธันวาหยุดเดินยัดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงนักเรียนก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทางเรียบเรื่อยตามสไตล์

             

            “พี่ก็แค่อยากไปดูว่าหอพักที่ริวอยู่ตรงไหนน่ะพาพี่ไปดูหน่อยสิ”

             

            เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้นริวก็ทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ แม้จะนึกแปลกใจในความใส่ใจแบบปุบปับของอีกฝ่ายแต่เขาก็ไม่ได้ไล่หรือว่าอะไร จากนั้นหันหลังกลับแล้วออกเดินนำรุ่นพี่จ่าฝูงมุ่งหน้าต่อไปบนทางเดินเท้าเงียบๆ

             

    ณ หอพัก

             

            อาคารปูนสองชั้นสีขาวหม่นตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าผนังคอนกรีตที่ผ่านแดดผ่านฝนมาอย่างยาวนานทิ้งร่องรอยซีดจางและคราบฝังลึกตามกาลเวลาหลังคาทรงจั่วสีเข้มทอดเงายาวลงมาบดบังพื้นที่ด้านล่างจนดูทึมเทา

             

            ริวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าประตูทางเข้าหอพักก่อนจะหันกลับมาบอกร่างสูงที่เดินมาส่งถึงที่

             

            “ถึงแล้วครับ... นี่ก็… หอพักที่ผมอยู่”

             

            ธันวาไม่ได้ตอบคำในทันทีนัยน์ตาคมกริบกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆบริเวณ บรรยากาศรอบตัวดูเก่าคร่ำคร่า ต่างจากคฤหาสน์หรูของเขาอยู่มาก

             

            ทว่าลึกๆแล้วมันกลับให้ความรู้สึกที่สงบเงียบและสันโดษอย่างประหลาดชายหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ ขยับรอยยิ้มบางส่งให้รุ่นน้องตัวเล็กตรงหน้า

             

            “อืม... บรรยากาศเงียบดีนะ” ธันวาพูดด้วยเสียงทุ้มลอยๆ “ไว้ถ้าวันไหนพี่ว่างๆหรือเกิดเบื่อบ้านขึ้นมา... เดี๋ยวพี่แวะมาหาแล้วกัน”

             

            “ครับ...”ริวพยักหน้ารับนิ่งๆ

             

            ใบหน้าเรียบเฉยทว่าหัวใจแอบเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่งกับคำว่าเดี๋ยวแวะมาหา ทำเอาเด็กหนุ่มหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินเข้าไปในเขตหอพักเพื่อตัดบท

             

            ฝ่ายธันวาที่ยังคงยืนอยู่คนเดียวบนฟุตบาทมองแผ่นหลังของรุ่นน้องที่กำลังเดินห่างออกไปทีละน้อยในอกของเขามันมีความรู้สึกอัดอั้นขึ้นมา ราวกับมีลางสังหรณ์กำลังจะบอกเขาว่า ในอนาคตอันใกล้ปู่อาจจะดึงเขาให้ออกจากความสงบสุขตรงนี้

             

             

            ในวินาทีนั้นเอง ธันวาตัดสินใจพูดรั้งเสียงแผ่วเบาทว่ามันกลับกังวานพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อได้ยินชัดเจน

             

            “นี่ริว...”

             

            ฝีเท้าของริวหยุดชะงักเด็กหนุ่มค่อยๆหันหน้ากลับมามองรุ่นพี่ตรงๆด้วยแววตาสงสัย ส่วนธันวาสบตาคู่นั้นเงียบๆก่อนจะระบายยิ้มละมุนๆ แล้วพูดประโยคที่กลั่นออกมาจากใจจริง

             

            “บางครั้ง...การที่พี่ได้ใช้เวลาอยู่กับริวแบบนี้ มันก็ทำให้พี่รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยนะ”

             

            ประโยคนั้นทำเอาริวอึ้งไปครู่หนึ่งก้อนความอบอุ่นบางอย่างแล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจเด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างนอบน้อมเพื่อซ่อนความรู้สึกก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ

             

            “ครับ...ไว้พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะครับพี่”

             

            “อืม พรุ่งนี้เจอกัน”

             

            สิ้นสุดเสียงนั้นริวก็หันหลังแล้วเดินก้าวลึกกลับเข้าไปภายในหอพักทิ้งให้ความมืดกลืนรอยร่างไปทีละน้อย ส่วนธันวายังคงยืนนิ่งขึงสายตาทอดมองความว่างเปล่าตรงประตูทางเข้าอยู่เนิ่นนานราวกับอยากจะบันทึกภาพแผ่นหลังนั้นไว้ในความทรงจำก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินย้อนกลับมายังหน้าประตูโรงเรียนเพื่อโทรศัพท์เรียกให้คนขับรถมารับ

             

            ระหว่างที่ยืนรออยู่ใต้แสงไฟริมทางที่สาดส่องลงมาธันวาลอบถอนหายใจยาวออกมาเป็นระยะๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังมืดท่ามกลางเสียงลมพัดวิ้ว เขาพยายามปล่อยลมหายใจเพื่อขับไล่ความอึดอัดระคนใจหายในอกออกไป...

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498