ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 51 รอข่าว


            ณป่ารกร้างแห่งหนึ่ง ดวงจันทร์เด่นสง่า ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

            มีเงาร่างสองร่างแอบมารวมตัวกันก่อนจะยื่นศีรษะออกมาจากด้านหลังเนินเขา เหม่อมองท้องฟ้าอันห่างไกล

            “ลุงเยี่ยน สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

            “นายน้อย ข้าไปตรวจสอบมาหมดแล้ว ด้านหน้าก็คือท่าเรือหลงหยานั่งเรือจากตรงนั้นสามารถเข้าไปทะเลล่วนซิงได้ แต่…พวกเราจะไปทะเลล่วนซิงจริงหรือ?“

            รอยย่นบนใบหน้าของลุงเยี่ยนขมวดกันจนเป็นก้อนในใจรู้สึกลังเล

            ‘ทะเลล่วนซิง‘ ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ใช่สถานที่ดีอะไรนักและความจริงก็เป็นเช่นนั้น

            แผ่นดินเซียนฉยงมีเก้าทวีปสามเกาะระหว่างทวีปขวางกั้นด้วยมหาสมุทรไร้สิ้นสุด หากไม่มีคนนำทางอาจจะหลงทางในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่และทะเลล่วนซิงคือหนึ่งในสถานที่ค่อนข้างอันตรายในมหาสมุทรไร้สิ้นสุดแห่งนี้

            ถึงแม้ทะเลล่วนซิงจะอันตรายมากแต่ที่นั่นก็ผลิตสมบัติล้ำค่าและทรัพยากรต่างๆ มากมาย ทั้งยังใกล้ทวีปไท่เซวียน จึงมีผู้บำเพ็ญเซียนไม่น้อยเข้าไปเสี่ยงโชคไขว่คว้าเกียรติยศและความร่ำรวย

            ทวีปไท่เซวียนในปัจจุบันมีผู้แข็งแกร่งชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อยที่เคยไปทะเลล่วนซิง บางคนไปบำเพ็ญฝึกฝนบางคนร่ำรวยภายในคืนเดียว

            สาเหตุที่ลุงเยี่ยนกังวลเป็นเพราะคนธรรมดาในทะเลล่วนซิงนั้นต่ำต้อยมาก…ต่ำต้อยเพียงใดหรือ? หากมีคนธรรมดาหนึ่งหมื่นคนเข้าไปทะเลล่วนซิงทั้งหมดนั้นอาจจะไม่รอดกลับมาแม้แต่คนเดียว

            ”ลุงเยี่ยน ข้าขอโทษด้วย หากเป็นไปได้ ข้าเองก็ไม่อยากจากบ้านเกิดเมืองนอน!“

            จั๋วอวิ๋นเซียนเผยความรู้สึกซับซ้อนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ”ต้าถังอันยิ่งใหญ่บัดนี้ไม่มีที่ให้พวกเราอยู่แล้ว และเขตชายแดนถูกราชสำนักปิดล้อมไว้หมดแล้วเกรงว่าหากพวกเรายังไม่ออกจากเขตชายแดนต้าถัง อาจจะถูกพวกเขาพบตัวได้เทียบกับนั่งรอความตายแล้ว มิสู้ทุ่มสุดตัวดีกว่า“

            ถึงแม้ทะเลล่วนซิงจะวุ่นวายแต่จั๋วอวิ๋นเซียนมั่นใจว่าจะมีชีวิตรอดและพาลุงเยี่ยนมีชีวิตต่อไปเพราะช่วงนี้ตราประทับของเขาเริ่มควบรวมได้แล้วเพลิงวิญญาณเริ่มลุกโชนอีกครั้ง…ถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่ขอบเขตจิตของเขากว้างใหญ่ยิ่งขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายล่วงหน้าได้นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เขากล้าเข้าสู่ทะเลล่วนซิง

            อีกทั้งทะเลล่วนซิงยังเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างอิสระมิได้อยู่ในการควบคุมของต้าถัง ทั้งยังไม่โดนกฎวิถีเซียนผูกมัดตระกูลซีโหลวกับขั้วอำนาจเบื้องหลังยากจะเคลื่อนไหวตามใจชอบเมื่ออยู่ในทะเลล่วนซิง

            ยิ่งไปกว่านั้นพวกซีโหลวเหวินอวี่คงคิดไม่ถึงว่าคนธรรมดาอย่างจั๋วอวิ๋นเซียนกับลุงเยี่ยน จะรนหาที่ตายเข้าไปในทะเลล่วนซิงนี่เรียกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด!

            ……

            ลุงเยี่ยนเข้าใจความตั้งใจของจั๋วอวิ๋นเซียนถึงแม้จะกังวลใจไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายชาญฉลาดมากจริงๆเขาเป็นคนใจเย็นมากกว่าที่คิด ใจเย็นจนไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง 

            ลุงเยี่ยนเลิกคิดเรื่องไร้สาระก่อนพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ก็ได้ เช่นนั้นพวกเราไปทะเลล่วนซิงกัน อย่างมากข้าก็คงทิ้งกระดูกแก่ๆเอาไว้ที่นั่น”

            “ลุงเยี่ยนอย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไปนัก พวกเราต้องมีชีวิตที่ดีได้แน่” 

            เมื่อพูดจบจั๋วอวิ๋นเซียนดีดนิ้วเบาๆเปลวเพลิงสีชาดปรากฏที่ปลายนิ้วของเขา ถึงแม้จะดูอ่อนแอมากแต่กลับมั่นคงไม่มีวันดับสูญ

            “นายน้อย! นี่ท่าน…” 

            ลุงเยี่ยนตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเพราะเขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

            เพียงแต่ลุงเยี่ยนมีชีวิตมานานขนาดนี้ผ่านเหตุการณ์ใหญ่โตมานับไม่ถ้วน เขาจึงควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อย่างรวดเร็วและไม่ได้ถามต่อ

            “นายน้อย พวกเราไปกันเถอะ ออกเดินทางทันที” 

            ตอนนี้ลุงเยี่ยนอยากจะออกจากที่นี่เต็มทนแล้วขอเพียงออกจากที่นี่ จั๋วอวิ๋นเซียนถึงจะได้โบยบินบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น

            “ลุงเยี่ยนท่านไปก่อนเลย ข้ายังต้องรอก่อน” 

            “รอหรือ? ด้านหน้าก็คือท่าเรือหลงหยาแล้วท่านยังรออะไรอีก?” 

            “เพราะข้าจะรอข่าวอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งชำระผลกรรมไปด้วย” 

            “ข่าวหรือ? ผลกรรมหรือ?” 

            ลุงเยี่ยนส่ายศีรษะอย่างขมขื่นเขาฟังไม่เข้าใจว่าจั๋วอวิ๋นเซียนกำลังพูดอะไรและไม่เข้าใจด้วยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

            กล่าวตามตรงเดิมทีลุงเยี่ยนคิดว่าตัวเองเฝ้าดูจั๋วอวิ๋นเซียนเติบโตจึงค่อนข้างรู้จักอีกฝ่ายดีทว่าหลายวันมานี้เขาพาจั๋วอวิ๋นเซียนหลบหนีไปทั่วทุกสารทิศเขาถึงพบว่าเด็กหนุ่มที่เขาเฝ้าดูตั้งแต่เด็กจนโตยิ่งโตยิ่งเหมือนคนแปลกหน้าไปแล้ว

            เมื่อก่อนถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนจะมีนิสัยเก็บตัวโดดเดี่ยวแต่ก็เป็นคนจิตใจดีและอบอุ่น ทว่าหลังจากที่บิดาเกิดเรื่องนิสัยของเขาก็ยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ และไม่เคยยิ้มอีกเลยกลายเป็นคนเงียบขรึมยิ่งกว่าเก่า

            ลุงเยี่ยนค่อนข้างกังวลมิใช่กังวลว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะเดินผิดทางแต่กังวลว่านิสัยของอีกฝ่ายจะดื้อรั้นเกินไปอาจจะเดินไปบนเส้นทางสุดโต่งอย่างการสังหารหรือการทำลายล้าง

            ท้ายที่สุดลุงเยี่ยนจึงเดินทางจากไปก่อนเขาตัดสินใจไปเตรียมเรือมุ่งหน้าสู่ทะเลล่วนซิง

            จั๋วอวิ๋นเซียนมองท้องฟ้ายามราตรีอย่างสงบนิ่งในใจไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

            ……

            ผ่านไปไม่นานก็มีสายฟ้าพุ่งผ่านอากาศก่อนจะมีล้อเหินเวหาหลายสิบอันบินเข้ามา

            จั๋วอวิ๋นเซียนหันหน้าเข้าหากองไฟเหมือนกลัวว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นเขา

            จากนั้นผู้บำเพ็ญเซียนหลายสิบคนบินลงมาจากฟ้าล้อมจั๋วอวิ๋นเซียนเอาไว้ โดยมีผู้นำเป็นแม่บ้านแห่งตระกูลซีโหลว ป้าเหลยหลิง

            “เจ้าหนู ไม่หนีแล้วหรือ? หรือว่าเจ้ารู้แล้วว่าตัวเองหนีไม่พ้นจึงยอมแพ้เสียก่อน? หากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าเจ้ารู้จักประมาณตนดี!” 

            ป้าเหลยหลิงเกลียดจั๋วอวิ๋นเซียนเข้ากระดูกเพราะอีกฝ่ายตัดแขนของซีโหลวรั่วเมิ่งไปข้างหนึ่ง ทำให้นางได้รับโทษที่ปกป้องคุณหนูได้ไม่ดีหากมิใช่เพราะซีโหลวเหวินอวี่เห็นแก่ที่นางทำงานอย่างยากลำบากเกรงว่าคงส่งนางไปพื้นที่รกร้างแล้ว

            จั๋วอวิ๋นเซียนส่ายศีรษะกล่าวอย่างจริงจัง “ที่จริงแล้ว ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่” 

            เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ป้าเหลยหลิงรู้สึกขบขันมาก เด็กหนุ่มที่ถูกพวกเขาประกาศจับ ต้องหลบๆ ซ่อนๆถึงกับบอกว่ากำลังรอพวกเขาอย่างมั่นใจ! ยังมีเรื่องที่ไร้สาระกว่านี้อีกหรือ?

            เพียงแต่เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งของจั๋วอวิ๋นเซียนแล้วเขาไม่เหมือนคนที่กำลังคุยโวโอ้อวด…ป้าเหลยหลิงจึงเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา

            “เจ้าหนู ไอ้แก่เยี่ยนชางเป่ยเล่า? เขาอยู่ไหน? เรียกเขาออกมาเสีย!” 

            ป้าเหลยหลิงนึกอะไรขึ้นได้จึงหันไปมองรอบด้าน ทว่ากลับไม่พบใครอื่นอีก

            “ไม่ต้องมองแล้ว ลุงเยี่ยนไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าให้เขาจากไปก่อนแล้ว” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนมองท้องฟ้าแล้วเปลี่ยนบทสนทนา “พวกเจ้ามาช้ากว่าที่ข้าคาดเอาไว้ครึ่งวันดูท่าพี่สาวข้าคงไปถึงสำนักเซียนเทียนซูอย่างราบรื่นแล้ว” 

            “ทำไมเจ้าถึง…” 

            เสียงพูดหยุดลงป้าเหลยหลิงอับอายจนรู้สึกโมโห “ไอ้หนูเจ้าคิดจะหลอกถามข้าหรือ?” 

            “เจ้าคิดมากไปแล้ว” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงแม้จะไม่มีกำไลสื่อวิญญาณ แต่พวกเรามีศิลาสื่อใจหากเกิดเรื่องกับพี่สาวของข้า ศิลาสื่อใจคงมีปฏิกิริยาไปแล้ว…แล้วก็ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้เจ้าไม่พูดถึงพี่สาวของข้าเลย และไม่ได้เอานางมาข่มขู่ข้าด้วยแสดงว่าพี่สาวของข้าไม่ได้อยู่ในมือพวกเจ้า” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนเว้นจังหวะครู่หนึ่งจากนั้นกล่าวเสริมว่า “แน่นอนว่าดูจากปฏิกิริยาของเจ้าข้าน่าจะพูดถูกกระมัง” 

            เมื่อรู้ว่าจั๋วอวี้หวั่นปลอดภัยดีจั๋วอวิ๋นเซียนอดถอนหายใจโล่งอกมิได้ข่าวนี้ถึงจะเป็นผลลัพธ์ที่เขาต้องการมากที่สุด

            “หุบปากเสีย…” 

            ป้าเหลยหลิงเค้นเสียงเย็นชากล่าว “ไอ้หนู เจ้าอย่าได้ใจไปนัก หากจับเจ้าได้ข้าจำเป็นต้องกลัวแม่หนูจั๋วอวี้หวั่นไม่กลับมาด้วยหรือ?” 

            ยังพูดไม่จบป้าเหลยหลิงชูไข่มุกสายฟ้าปล่อยสายฟ้าสองสายไปทางจั๋วอวิ๋นเซียน!

            น่าเสียดายที่จั๋วอวิ๋นเซียนเตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วชั่วพริบตาที่ป้าเหลยหลิงลงมือ เขาก็โยนลูกปัดเพลิงอัสนีในมือไปทางอีกฝ่ายแล้วส่วนตัวเขานั้นพลิกกองเพลิงด้านหน้า กระโดดเข้าไปในหลุมทรายที่เตรียมเอาไว้

            ……

             

             

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน