ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่403 หมู่บ้านไม่ไผ่

       อี้เฉินเขาได้แต่ถอดถอนใจ ติดตามชายวัยกลางคน กลับไปยัง มิติ ทางเข้าเผ่าพันธุ์สงคราม อย่างว่าง่าย เหล่าทหารที่เห็น อี้เฉินกลับมาพร้อมกับ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย พวกเขาตกอกตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าผู้นำจะเชื้อเชิญชายหนุ่มมาด้วยตัวของท่านเอง
 


        แม้แต่ผู้อาวุโสชรา ขั้นเทพสวรรค์ ที่บอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ ยังรู้สึกแปลกใจ นึกว่าผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จะสั่งสอนชายหนุ่มที่เข้ามารุ่มร่าม กับคุณหนูยี่ผิง ไฉนกลับกลายเป็นพาตัวชายหนุ่ม เข้าไป ภายในเผ่าสงครามเสียนี่ ทว่าใจลึกๆ อดจะคิดดีไม่ได้ หรือผู้นำเผ่าสงคราม จะจองจำเด็กหนุ่มด้วยตัวของท่านเอง



         เมื่ออี้เฉินเดินตาม ยี่หาญเจีย เข้าไปภายใน มิติเผ่าสงคราม ตัวอี้เฉินก็ถึงกับต้องประหลาดใจ ครั้นเห็นด้านในเต็มไปด้วยเทือกเขาไกล สุดลูกหูลูกตา สวนสมุนไพรนานาชนิด ถูกปลูกออกไปกว้างไกล แม้ว่าจะเป็นระดับต่ำก็ตาม อากาศภายในเย็นสบายไม่หนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก เหมือนภายนอก ปราณพลังฟ้าดินหนาแน่นไม่น้อย เหมาะแก่การเติบโตของสมุนไพรเป็นอย่างมาก เผ่าพันธุ์สงคราม นับว่ามีกันอยู่ไม่น้อย มีประชากรร่วมๆ 2ล้านคน สมแล้วที่เป็น5เผ่าพันธุ์ใหญ่แห่ง ทวีปเหมันต์ตงเหลิ่ง

 


"เป็นเช่นไรบ้าง เผ่าสงครามของข้า น่าอยู่อาศัยใช่ไหมเล่า" ยี่หาญเจีย เอ่ยพูดบอกกล่าวอี้เฉินด้วยความเป็นกันเอง ครั้นเห็นชายหนุ่มมีท่าทีตกอกตกใจ ไม่น้อย



       อี้เฉิน พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทว่าใจลึกๆ เขากลับกระวนกระวายใจไม่น้อย หากผู้คนรับรู้ถึงตัวตนเขา ชีวิตน้อยๆ เขาได้ตายตกแน่ ครั้นคิดเช่นนั้นได้ เขาเพียงต้องรอ สบโอกาส แล้วหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้เท่านั้น

 


       ทว่าเมื่ออี้เฉินผ่านเขตเมือง ไปพร้อมกับ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ผู้คนคับคั่ง เมื่ออี้เฉินเห็นกองกำลังเกรียงไกร เปี่ยมไปด้วยพลานุภาพ ตั้งกระโจมบริเวณที่โล่งกว้าง มันก็นำพาให้อี้เฉินหัวใจตกวูบ ครั้นเห็นหลาย10คนในนั้น อยู่ในขั้นพลัง เทพสวรรค์ พร้อมกับกองกำลังนับพัน ฝ่ามือทั้งสองของอี้เฉิน กำหมัดไว้จนแน่นในทันใด 'แล้วข้าจะหนีออกไปได้เช่นไรเล่า'

 


        ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ยกยิ้มน้อย ครั้นเห็นปฏิกิริยา หนุ่มน้อยในสายตาของเขา ก่อนจะนำพาอี้เฉินเข้าไป ด้านในส่วนลึกที่เป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงศักดิ์ อย่างหมู่บ้านไม้ไผ่ แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ ยังอยู่ยังสถานที่แห่งนี้กันไม่น้อย "ข้าว่าเจ้าต้องชอบหมู่บ้านไม้ไผ่ของข้าแน่"

 


         อี้เฉินยามนี้เขาหน้าเขียวคล้ำ จนบวมตุ๊บป่อง ก่อนเอ่ยพูดออกไปด้วยความยากลำบาก "แล้วข้าจะออกจากเผ่าท่านได้เมื่อใด ข้ามีหลายสิ่งที่ต้องทำ จะให้ข้ามาขลุกอยู่สถานที่เดียวได้เช่นไรเล่า"

 


         "สหายน้อยเจ้าอย่าพึ่งพูดถึงเรื่องนั้นเมื่อถึงเวลา ข้าจะไม่รั้งตัวเจ้าไว้อีกต่อไป เจ้าจงสงบใจ ตั้งใจฝึกตนเถอะ" ก่อนที่ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จะพาอี้เฉินมาส่งที่กระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่น อยู่ติดกับทะเลสาบสีคราม ลมที่พัดไหว ส่งเสียงของใบไผ่สวรรค์ ปล้องเขียวขจี พัดไหวออกมาไม่ขาด ใจกลางหมู่บ้านไม้ไผ่ เห็นสนามฝึกฝนกลางน้ำจนเด่นชัด เต็มไปด้วยผู้คนไม่น้อย อยู่ยังสถานที่แห่งนั้น ใช้ฝึกตนทดสอบฝีมือ

 


          ครั้นเมื่อพวกเขาเห็น ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย พร้อมกับผู้มาใหม่ มาหยุดอยู่ที่ปลายกระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่ง ก่อนเรียกหา เทพสวรรค์ เจียหลิน มาคอยดูแล ชายหนุ่มมันก็ทำให้หมู่ชนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย "เหตุใดคุณหนู เจียหลิน ต้องมาดูแลผู้มาใหม่กันเล่า"หมู่ชนไม่น้อยต่างพากันประหลาดใจ ครั้นได้ยินคำสั่งเฉกเช่นนี้

 


           ทว่ายามนี้ อี้เฉินหน้าบูดหน้าเบี้ยวเป็นอย่างมาก จ้องมองแผ่นหลัง ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จากไปด้วยความ เดือดดาลอยู่ไม่น้อย "เจ้า! เจ้า! คิดจะกักขัง ข้าอย่างนั้นหรือ ไอ้เวรเอ๊ย?"

 


           เจียหลิน นาง ที่พุ่งมาตามคำสั่งของท่านพ่อ นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เหตุใดท่านพ่อให้ตัวนางมาอารักขาชายหนุ่ม ครั้นเห็นสภาพชายหนุ่มที่นางต้องมาคอยดูแลอารักขา นางทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ แล้วยิ่งเห็นชายหนุ่มกล่าวคำพูด สบถด่าท่านพ่อของนางด้วยยิ่งแล้วไปใหญ่ นางยิ่งอยากจะฆ่า ชายหนุ่มผมขาว เสียตรงนี้ "เจ้าสงบปากสงบคำเสีย หากยังไม่อยากตาย"

 


           อี้เฉินครั้นเห็นเทพสวรรค์ เจียหลิน ดูยังสาวน่าจะอายุราวๆ 50ปี ใบหน้างดงาม ล่มเมืองคิ้วโค้งเป็นคันศร ริมฝีปากน้อยแดง ระเรื่อ เขาหยุดเอ่ยพูดในทันที หมู่ชนไม่น้อยที่มามุ่งดู ล้วนประหลาดใจ สงสัยใคร่รู้ อี้เฉินเป็นคนของตระกูล ผู้สูงศักดิ์ใดกันแน่ ทว่า เมื่อหมู่ชน เห็นกายาของเขาสะบักสะบอม เนื้อตัวเต็มไปด้วย คราบเลือด เหงื่อไคล ราวกับคนไปฟัดกับหมา มันก็ทำให้หลายๆ คนอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม ขึ้นมา บ้างก็พากันเดินจากไปไม่สนใจ ชายผู้มาใหม่อีกต่อไป

 


            อี้เฉินกล่าว บอกตัวนาง เขาไม่ได้สนใจผู้อารักขา "เจ้ามีนามว่าเทพสวรรค์ เจียหลินอย่างนั้นสินะ หากเจ้าไม่ต้องการอารักขา ข้า เชิญเจ้าจากไปได้เลย ข้าเองก็ไม่ต้องการมัน" หมู่ชนตามทางเดินป่าไผ่ ที่มามุ่งดู พวกเขาตกใจไม่น้อย ไม่คิดชายหนุ่มผู้มาใหม่จะใจกล้าห่อฟ้าพูดจาจาบจ้วง คุณหนูใหญ่ เจียหลิน ที่อยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์ เฉกเช่นนี้

 


           เจียหลินนางเองก็รู้สึกแปลกใจเหตุใด ท่านพ่อ ถึงให้นาง ดูแลอารักขาชายหนุ่ม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ผู้นี้ด้วย ก่อนนางจะบอกกล่าวออกไปด้วยความกระอักกระอ่วน ไม่กล้าขัดคำสั่งท่านพ่อของนาง หากมันไม่ใช่เรื่องสำคัญมีหรือท่านพ่อของนางจะไหว้วาน "เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไป เพียงแค่เจ้าได้รับการโปรดปราน จากท่านพ่อของข้า เจ้าคิดจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ"

 


           ทว่า เจียหลิน นางก็ถึงกับหน้าดำมืดทะมึนอีกครา เมื่อเห็นชายหนุ่ม ไม่ได้คิดจะสนใจคำพูดของนาง แม้แต่น้อย ย่างก้าวลงไปภายในทะเลสาบสีคราม โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ก่อนเปลือยกาย ชำระล้างร่างกาย ที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังเสียดื้อๆ ใบหน้าแดงน้อย ของหญิงสาวจึงร้อนฉ่า ขึ้นมาในทันใด ด้วยความเขินอาย ไม่คิดชายหนุ่มผมขาวผู้นี้จะไร้ยางอาย ถึงเพียงนี้ "เจ้า เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก"

 


          หมู่ชนมุงดู ที่เป็นหญิงสาวก็มีกันอยู่ไม่น้อย พวกนางต่างยกฝ่ามือ ป้อง ไม่ให้เห็นภาพอุจาดตา ทว่าเมื่อพวกหญิงสาว เห็นชายหนุ่ม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเต็มไปด้วยบาดแผล รอยแตกร้าว ถูกชำระล้างกายา เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา มาพร้อมเสน่ห์ บางอย่างที่ดึงดูดเพศตรงข้าม มันก็นำพาให้ หัวใจของหญิงสาวหลายคนใจเต้นแรง ใบหน้าแดงน้อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น


         ครั้นเห็น ชายหนุ่มร่างผอมบาง ตามเนื้อตัวมีมัดกล้ามอยู่ไม่น้อย มาพร้อมใบหน้าเรียวเล็ก คิ้วโค้งเป็นคันศร แววตาทอประกายคมกล้า ทว่าเมื่อเห็นแขนสีดำทมิฬ ข้างขวาที่ไม่เข้ากับร่างกายมันก็นำพาให้ หลายๆ คน  ใจสั่นสะท้าน ครั้นรับรู้ได้ถึงอายความชั่วร้ายที่เล็ดลอดออกมา

 


          อี้เฉินที่สร้างเสื้อผ้า อาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่เรียบร้อย ..เขาเดินเข้าไปภายใน กระท่อมไม้ไผ่ ถอนหายใจยาวขึ้นมาในทันที 'ช่วงเวลานี้คงจะเหมาะให้ข้าได้ศึกษา เคล็ดลับวิชาของจักรพรรดิโลหิต แล้วสินะ'

 


         อี้เฉิน ในยามนี้ เขาไม่อยาก ให้เวลาที่เขามีต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาจึงคิดเสียว่าเป็นช่วงเวลาหยุดพัก กลับไปตั้งใจฝึกฝนขัดเกลาตนเองอีกครา ฉับพลันอี้เฉินก็หลับตาพริ้มภายในกระท่อมไม้ไผ่ ไม่ได้สนใจหมู่ชนโดยรอบพูดคุยถึงเรื่อง คุณหนูยี่ผิง กลับมายังเผ่าสงครามอย่างปลอดภัย แถมนางยังได้โชควาสนา ครั้นใหญ่หลอมรวม เข้ากับหินเทพเจ้า ได้อีกด้วย

 


          คุณหนูใหญ่ เจียหลิน แม้แต่นางเองยังรู้สึกอิจฉา ในตัวน้องสาวของนาง ไม่คิดน้องเล็กจะ ผสานเข้ากับหินเทพเจ้า รอดพ้นการไล่ล่า กลับมาได้ ก่อนนางจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทว่าใจลึกๆ ยังรู้สึกอิจฉาน้องเล็กอยู่ไม่น้อย "เจ้าจะเดินไปได้ไกล แค่ไหนกันเชียวยี่ผิง แสดงให้พี่ใหญ่ผู้นี้ ดูหน่อยว่าเจ้าจะกลายเป็นหงส์ ที่โบยบินบนฟากฟ้า สูงยืนบนจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์สงคราม ได้หรือไม่" แม้ทั้งสองจะเป็นสตรีงามล่มเมือง แต่ความเดือดดาล กระหายการต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่า เหล่าบุรุษหนุ่มผู้บ้าคลั่ง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน